การอัญเชิญหีบพันธสัญญามาประดิษฐานในพระวิหาร

8 1บรรดาผู้อาวุโส หัวหน้าเผ่าและผู้นำครอบครัวสำคัญๆของชาวอิสราเอลมาชุมนุมกันเฉพาะพระพักตร์กษัตริย์ซาโลมอนaที่กรุงเยรูซาเล็มตามรับสั่ง เพื่ออัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ขึ้นมาจากศิโยน นครของกษัตริย์ดาวิด 2ชายชาวอิสราเอลทุกคนมาชุมนุมเฉพาะพระพักตร์กษัตริย์ซาโลมอนในงานฉลองเดือนเอธานิมb คือเดือนเจ็ด 3เมื่อผู้อาวุโสทุกคนของอิสราเอลมาถึง บรรดาสมณะก็ยกหีบขึ้นc 4อัญเชิญหีบของพระยาห์เวห์และกระโจมนัดพบ พร้อมกับเครื่องใช้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดซึ่งอยู่ในกระโจม ชาวเลวีช่วยบรรดาสมณะในงานนี้d 5กษัตริย์ซาโลมอนพร้อมกับชาวอิสราเอลทั้งมวลที่มาชุมนุมกับพระองค์eต่อหน้าหีบพันธสัญญา ทรงถวายแกะและโคจำนวนมากจนนับไม่ถ้วนเป็นเครื่องบูชา 6บรรดาสมณะอัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ไปประดิษฐานไว้ใต้ปีกของเครูบในที่เฉพาะ คือพระวิหารชั้นในสุดที่เรียกว่า "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด" 7เครูบกางปีกเหนือที่ตั้งของหีบ คลุมหีบและคานหามจากเบื้องบน 8คานหามเหล่านี้ยาวมากจนมองเห็นปลายคานได้จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ตรงหน้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แต่มองไม่เห็นจากที่อื่น สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้f 9ในหีบพันธสัญญามีเพียงศิลาสองแผ่น ซึ่งโมเสสวางไว้ตั้งแต่เมื่ออยู่ที่ภูเขาโฮเรบ คือแผ่นศิลาจารึกพันธสัญญาgซึ่งพระยาห์เวห์ทรงกระทำกับชาวอิสราเอล เมื่อเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์

พระยาห์เวห์เสด็จเข้าประทับในพระวิหาร

          10เมื่อสมณะออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีเมฆhเต็มพระวิหารของพระยาห์เวห์ 11จนบรรดาสมณะประกอบพิธีกรรมต่อไปไม่ได้เนื่องจากเมฆ เพราะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์อยู่เต็มพระวิหาร

          12แล้วกษัตริย์ซาโลมอนทูลพระยาห์เวห์ว่า i

          "ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์พอพระทัยประทับในเมฆมืดทึบ

          13ข้าพเจ้าสร้างพระวิหารสง่างามถวายพระองค์

          เป็นที่พำนักถาวรสำหรับพระองค์"

กษัตริย์ซาโลมอนทรงปราศรัยกับประชาชน

          14ขณะที่ประชากรอิสราเอลซึ่งมาชุมนุมกันยังยืนอยู่ที่นั่น กษัตริย์ทรงหันกลับมาอวยพรเขา 15ตรัสว่า "ขอถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล พระองค์ทรงบันดาลให้พระสัญญาที่ตรัสไว้แก่ดาวิดพระราชบิดาของข้าพเจ้าเป็นจริงว่า 16"นับตั้งแต่วันที่เรานำอิสราเอลประชากรของเราออกจากอียิปต์ เราไม่ได้เลือกเมืองใดจากทุกเผ่าของอิสราเอลเพื่อสร้างพระวิหารเป็นที่อยู่สำหรับนามของเราj แต่บัดนี้เราเลือกดาวิดให้ปกครองอิสราเอลประชากรของเรา" 17กษัตริย์ดาวิดพระราชบิดาทรงตั้งพระทัยจะสร้างพระวิหารถวายแด่พระนามของพระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล 18แต่พระยาห์เวห์ตรัสกับกษัตริย์ดาวิดพระราชบิดาว่า "ท่านตั้งใจจะสร้างพระวิหารถวายแก่นามของเรา ท่านทำดีแล้วที่คิดเช่นนี้ 19ไม่ใช่ท่านที่จะสร้างพระวิหาร แต่บุตรที่จะเกิดจากท่านจะสร้างพระวิหารถวายแก่นามของเรา" 20บัดนี้พระยาห์เวห์ทรงรักษาพระสัญญาที่ตรัสไว้ ข้าพเจ้าได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอลสืบต่อจากดาวิดพระราชบิดา ตามที่พระยาห์เวห์ทรงสัญญาไว้ ข้าพเจ้าได้สร้างพระวิหารถวายแด่พระนามของพระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล 21ทั้งยังได้จัดที่ในพระวิหารสำหรับประดิษฐานหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ ซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้กับบรรพบุรุษของเรา เมื่อพระองค์ทรงนำเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์"

กษัตริย์ซาโลมอนทรงอธิษฐานภาวนา k

            22กษัตริย์ซาโลมอนทรงยืนอยู่หน้าพระแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ต่อหน้าชาวอิสราเอลทุกคนที่มาชุมนุมกัน ทรงชูพระกรขึ้นสู่สวรรค์ 23อธิษฐานว่า "ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล ไม่มีพระเจ้าอื่นใดเหมือนพระองค์ทั้งในสวรรค์เบื้องบนหรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง พระองค์ทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคงต่อผู้รับใช้ของพระองค์ที่ดำเนินชีวิตเฉพาะพระพักตร์อย่างสุดจิตสุดใจ 24พระองค์ทรงรักษาพระสัญญาที่ตรัสไว้กับดาวิดพระราชบิดา ผู้รับใช้ของพระองค์ วันนี้พระองค์ทรงกระทำให้เป็นจริงตามที่ทรงสัญญาไว้ทุกประการ 25บัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล โปรดทรงรักษาพระสัญญาที่ทรงให้แก่ดาวิดพระราชบิดาผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อตรัสว่า "ถ้าลูกหลานของท่านจะดำเนินชีวิตต่อหน้าเราเหมือนกับที่ท่านเคยดำเนินมาแล้ว เราจะให้ท่านมีเชื้อสายเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอลสืบต่อจากท่านตลอดไป" 26บัดนี้ ข้าแต่พระเจ้าแห่งอิสราเอล โปรดให้พระวาจาที่พระองค์ตรัสไว้กับดาวิดพระราชบิดาผู้รับใช้ของพระองค์เป็นจริงเถิด 27แต่พระเจ้าทรงพำนักบนแผ่นดินlได้จริงหรือ แม้สวรรค์ชั้นสูงสุดและจักรวาลทั้งปวงยังไม่อาจรองรับพระองค์ได้ แล้วพระวิหารที่ข้าพเจ้าได้สร้างนี้จะรองรับพระองค์ได้อย่างไร 28ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพเจ้า โปรดทรงรับคำภาวนาและคำวอนขอของผู้รับใช้ของพระองค์ โปรดทรงฟังเสียงร้องและคำอธิษฐานภาวนาซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์กราบทูลเฉพาะพระพักตร์ในวันนี้เถิด 29ขอพระองค์ทอดพระเนตรดูแลพระวิหารนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน พระองค์ตรัสถึงพระวิหารนี้ว่า "นามของเราจะอยู่ที่นั่น" โปรดทรงฟังคำอธิษฐานภาวนาที่ผู้รับใช้ของพระองค์กราบทูลในสถานที่แห่งนี้ด้วยเถิด

          30โปรดทรงฟังคำวอนขอของผู้รับใช้และของอิสราเอลประชากรของพระองค์ เมื่อเขาอธิษฐานในสถานที่แห่งนี้ โปรดทรงฟังจากสวรรค์ที่พำนักของพระองค์ โปรดทรงฟังและประทานอภัยด้วยเถิด

          31เมื่อผู้ใดทำผิดต่อพี่น้องของตน และมาสาบานต่อหน้าพระแท่นบูชาของพระองค์ในพระวิหารนี้เพราะถูกบังคับให้สาบานว่าตนบริสุทธิ์m 32ขอพระองค์ทรงฟังผู้นั้นจากสวรรค์ โปรดทรงจัดการพิพากษาผู้รับใช้ของพระองค์ทั้งสองฝ่าย โปรดทรงตัดสินลงโทษผู้ผิดให้เขาได้รับโทษตามการกระทำของเขา และทรงประกาศความบริสุทธิ์ของผู้ชอบธรรม ให้เขาได้รับความเป็นธรรมด้วยเถิด

          33เมื่ออิสราเอลประชากรของพระองค์ต้องพ่ายแพ้ศัตรู เพราะทำบาปต่อพระองค์ ถ้าเขากลับมาหาพระองค์ สรรเสริญพระนามของพระองค์ อธิษฐานภาวนาและวอนขอพระองค์ในพระวิหารนี้ 34โปรดทรงฟังจากสวรรค์ โปรดประทานอภัยบาปของอิสราเอลประชากรของพระองค์ และทรงนำเขากลับมายังแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเขาด้วยเถิด

          35เมื่ออิสราเอลประชากรของพระองค์ทำบาปและพระองค์ทรงปิดท้องฟ้าไม่ให้ฝนตก ถ้าเขาอธิษฐานภาวนาต่อพระองค์ในสถานที่แห่งนี้ ถ้าเขาสรรเสริญพระนามของพระองค์และกลับใจละทิ้งบาป เพราะพระองค์ทรงทำให้เขาตกต่ำแล้วn 36โปรดทรงฟังจากสวรรค์ โปรดประทานอภัยบาปของผู้รับใช้ของพระองค์ และบาปของอิสราเอลประชากรของพระองค์ โปรดทรงสอนเขาให้ดำเนินชีวิตอย่างดี และทรงส่งฝนมารดแผ่นดินที่พระองค์ประทานให้เป็นมรดกแก่ประชากรของพระองค์เถิด

          37เมื่อเกิดกันดารอาหารในแผ่นดิน เกิดโรคระบาด เมื่อพืชผลถูกโรคหรือเชื้อราทำลาย ถูกตั๊กแตนหรือหนอนมาทำลาย เมื่อศัตรูมาล้อมเมืองo เกิดโรคภัยไข้เจ็บหรือภัยพิบัติใดๆ 38ถ้าคนใดคนหนึ่ง หรือชาวอิสราเอลประชากรของพระองค์ทุกคนpเป็นทุกข์ใจ ชูมือมาทางพระวิหารนี้ อธิษฐานภาวนาและวอนขอพระองค์ 39โปรดทรงฟังเขาจากสวรรค์ที่พำนักของพระองค์ โปรดประทานอภัยและทรงจัดการตอบแทนแต่ละคนตามความประพฤติของเขา เพราะพระองค์ทรงทราบความคิดในใจของเขา พระองค์ผู้เดียวทรงทราบความคิดในใจของมนุษย์ทุกคน 40เขาจะได้ยำเกรงพระองค์ทุกๆวันที่เขามีชีวิตอยู่ในแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลาย"

ข้อความเพิ่มเติมภายหลัง q

            41"เมื่อคนต่างด้าวซึ่งไม่ใช่ชาวอิสราเอลประชากรของพระองค์ มาจากแผ่นดินห่างไกลเพื่อนมัสการพระนามของพระองค์ 42เพราะเขาได้ยินคนพูดถึงพระนามยิ่งใหญ่ของพระองค์ ถึงพระหัตถ์ทรงอานุภาพและพระกรที่เหยียดออก ถ้าเขาอธิษฐานภาวนาในพระวิหารนี้ 43โปรดทรงฟังจากสวรรค์ที่พำนักของพระองค์ และทรงตอบสนองตามที่คนต่างด้าวทูลขอจากพระองค์ เพื่อประชาชาติทั้งหลายบนแผ่นดินจะได้รู้จักพระนามของพระองค์ ยำเกรงพระองค์เหมือนอิสราเอลประชากรของพระองค์ เขาจะได้รู้ว่าพระวิหารที่ข้าพเจ้าได้สร้างนี้เป็นสถานที่นมัสการพระนามของพระองค์

          44เมื่อประชากรของพระองค์ออกไปทำสงครามกับศัตรู ไม่ว่าพระองค์จะทรงส่งเขาไปที่ใด และเขาอธิษฐานภาวนาต่อพระยาห์เวห์ โดยหันหน้าไปทางนครที่พระองค์ทรงเลือกสรร และทางพระวิหารที่ข้าพเจ้าได้สร้างถวายแด่พระนามของพระองค์ 45โปรดทรงฟังคำอธิษฐานภาวนาและคำวอนขอของเขาจากสวรรค์ และประทานชัยชนะแก่เขาด้วยเถิด

          46เมื่อประชากรทำบาปผิดต่อพระองค์ เพราะไม่มีมนุษย์คนใดไม่ทำบาป แล้วพระองค์ทรงลงโทษเขา ทรงมอบเขาแก่ศัตรูที่จับเขาเป็นเชลย นำไปยังแผ่นดินใกล้หรือไกลของศัตรู 47ถ้าเขากลับใจในแผ่นดินที่เขาถูกจับเป็นเชลย และกลับมาวอนขอพระองค์ในแผ่นดินที่เขาเป็นเชลยอยู่ ทูลว่า "ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำบาป ทำผิด และประพฤติชั่ว" 48ถ้าเขากลับมาหาพระองค์สุดจิตสุดใจในแผ่นดินของศัตรูที่นำเขาไปเป็นเชลย และถ้าเขาอธิษฐานภาวนาต่อพระองค์ หันหน้าไปทางแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเขา หันหน้าไปทางนครที่พระองค์ทรงเลือก และทางพระวิหารซึ่งข้าพเจ้าได้สร้างถวายแด่พระนามของพระองค์ 49จากสวรรค์ที่ประทับของพระองค์ โปรดทรงฟังคำอธิษฐานภาวนาและคำวอนขอของเขา และประทานความยุติธรรมแก่เขาเถิดr 50โปรดทรงอภัยบาปและความผิดของประชากรที่เขาได้กระทำต่อพระองค์ โปรดทรงบันดาลให้ผู้ที่นำเขาไปเป็นเชลยเมตตาเขาด้วยเถิด 51เขาเป็นประชากรของพระองค์ และเป็นส่วนมรดกของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงนำออกจากอียิปต์เหมือนนำออกจากเตาถลุงเหล็ก

          52โปรดทรงรับคำวอนขอของผู้รับใช้ และคำวอนขอของอิสราเอลประชากรของพระองค์ โปรดทรงฟังเขาทุกครั้งที่เขาเรียกหาพระองค์ 53พระองค์ทรงเลือกเขาจากประชาชาติทั้งหลายของแผ่นดินให้มาเป็นส่วนมรดกของพระองค์ ดังที่ตรัสไว้ผ่านทางโมเสส ผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อทรงนำบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์ ข้าแต่พระยาห์เวห์ องค์พระผู้เป็นเจ้า"

กษัตริย์ซาโลมอนทรงอวยพรประชาชน

            54กษัตริย์ซาโลมอนทรงคุกเข่าเบื้องหน้าพระแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ทรงชูพระกรขึ้นสู่สวรรค์ ทรงอธิษฐานภาวนาและทรงวอนขอพระยาห์เวห์ เมื่อทรงอธิษฐานภาวนาจบแล้ว ทรงลุกขึ้น 55ทรงยืนและประทานพรแก่ชาวอิสราเอลทุกคนที่ชุมนุมกัน ตรัสเสียงดังว่า 56"ขอถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์ ผู้ประทานความสงบแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์ตามพระสัญญา พระสัญญาทั้งหลายที่ตรัสไว้ผ่านทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ ไม่มีแม้เพียงประการเดียวที่ไม่เป็นจริง 57ขอพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเราสถิตอยู่กับเรา ดังที่เคยสถิตอยู่กับบรรพบุรุษ ขอพระองค์อย่าทรงจากเราไปและอย่าทรงทอดทิ้งเราเลย 58ขอพระองค์ทรงบันดาลให้ใจของเราหันไปหาพระองค์ เราจะได้เดินตามวิถีทางทั้งมวลของพระองค์ และปฏิบัติตามบทบัญญัติ ข้อกำหนดและพระวินิจฉัยที่ประทานแก่บรรพบุรุษของเรา 59ขอพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทรงระลึกทั้งกลางวันและกลางคืนถึงถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าวอนขอพระองค์ ขอพระองค์ทรงปกป้องผู้รับใช้ของพระองค์ และทรงปกป้องอิสราเอลประชากรของพระองค์ตามความจำเป็นในแต่ละวันด้วยเถิด 60ประชาชาติทั้งหลายทั่วแผ่นดินจะได้รู้ว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า และไม่มีพระเจ้าอื่นใด 61ขอให้ใจของท่านทั้งหลายซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเรา ดำเนินชีวิตตามข้อกำหนดของพระองค์ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ดังที่ท่านทำอยู่วันนี้"

การถวายพระวิหาร

            62กษัตริย์และประชากรอิสราเอลทุกคนถวายเครื่องบูชาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ 63กษัตริย์ซาโลมอนทรงถวายโคสองหมื่นสองพันตัวและแกะหนึ่งแสนสองหมื่นตัวแด่พระยาห์เวห์เป็นศานติบูชา กษัตริย์ทรงถวายพระวิหารแด่พระยาห์เวห์พร้อมกับชาวอิสราเอลทุกคนด้วยวิธีนี้ 64วันเดียวกันนั้น กษัตริย์ยังทรงประกอบพิธีถวายส่วนกลางของลานหน้าพระวิหารแด่พระยาห์เวห์ เป็นสถานที่สำหรับถวายเครื่องเผาบูชาและธัญบูชา รวมทั้งถวายไขมันของสัตว์เป็นศานติบูชา เพราะพระแท่นทองสัมฤทธิ์s ซึ่งตั้งอยู่เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์นั้นเล็กเกินไปที่จะถวายเครื่องเผาบูชาและธัญบูชา รวมทั้งถวายไขมันของสัตว์เป็นศานติบูชา 65โอกาสนั้น กษัตริย์ซาโลมอนทรงจัดพิธีฉลองt เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าของเรา เป็นเวลาเจ็ดวันu ชาวอิสราเอลทุกคน ตั้งแต่ช่องเขาคามัทไปจนถึงลำธารแห่งอียิปต์ มาชุมนุมกันพร้อมกับพระองค์เป็นจำนวนมาก 66วันที่แปด พระองค์ทรงให้ประชาชนกลับไป ทุกคนถวายพระพรทูลลากษัตริย์และกลับบ้านด้วยความยินดีและสุขใจ เพราะความดีทั้งหมดที่พระยาห์เวห์ทรงกระทำแก่ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ และแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์

8 a "หัวหน้าเผ่าและผู้นำครอบครัวสำคัญๆของชาวอิสราเอล.......เฉพาะพระพักตร์ของกษัตริย์ซาโลมอน" สำเนาโบราณภาษากรีกบางฉบับละข้อความนี้

b "เอธานิม" เป็นชื่อเดือนตามปฏิทินของชาวคานาอัน ตรงกับเดือนเจ็ดตามปฏิทินของชาวอิสราเอลในสมัยต่อมา ดังที่ข้อความถัดไปอธิบาย งานฉลองที่กล่าวถึงนี้คือเทศกาลอยู่เพิง (ดู อพย 23:14 เชิงอรรถ d)

c "เมื่อผู้อาวุโสของอิสราเอลทุกคนมาถึง" สำนวนแปลโบราณภาษากรีกบางฉบับละข้อความนี้

d สำนวนแปลโบราณภาษากรีกบางฉบับละข้อความ "อัญเชิญหีบของพระยาห์เวห์" และ "ชนเลวีช่วยบรรดาสมณะในงานนี้"  * "กระโจมนัดพบ" ในที่นี้น่าจะเป็นกระโจมที่กษัตริย์ดาวิดทางสร้างไว้ประดิษฐานหีบพันธสัญญา (1:39; 2 ซมอ 7:8) แต่ผู้คัดลอกเรียกว่า "กระโจมนัดพบ" เช่นเดียวกับกระโจมที่โมเสสสร้างขึ้นในถิ่นทุรกันดาร (อพย 25) พระคัมภีร์ไม่กล่าวถึงกระโจมนัดพบนี้อีกเลยหลังจากชาวอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดนมาแล้ว (ยชว 3-4)

e "ชาวอิสราเอลทั้งมวลที่มาชุมนุมกับพระองค์" ต้นฉบับภาษากรีกว่า "ชาวอิสราเอลทั้งมวลพร้อมกับพระองค์"

f "สิ่งเหล่านี้......จนถึงทุกวันนี้" สำนวนแปลโบราณภาษากรีกบางฉบับละข้อความนี้ ข้อความนี้แสดงว่าผู้เรียบเรียงใช้เอกสารโบราณก่อนสมัยเนรเทศ

g "แผ่นศิลาจารึกพันธสัญญา" แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ต้นฉบับภาษาฮีบรูละวลีนี้

h "เมฆ" (ดู อพย 13:21-22 เชิงอรรถ h; 19:16 เชิงอรรถ g) เป็นเครื่องหมายแสดงการประทับอยู่ของพระเจ้าว่าบัดนี้พระองค์เสด็จมาประทับในพระวิหารแล้ว

i ถ้อยคำของกษัตริย์ซาโลมอนต่อไปนี้น่าจะเป็นคำประพันธ์ของพระองค์จริงๆ ในสำนวนแปลโบราณภาษากรีกบางฉบับบทประพันธ์นี้เขียนไว้หลัง 8:53 โดยมีข้อความเพิ่มเติมว่า "พระยาห์เวห์ทรงตั้งดวงอาทิตย์ไว้อย่างมั่นคงบนท้องฟ้า"  *  บทประพันธ์นี้มีความหมายว่าพระยาห์เวห์ผู้ทรงสร้างจักรวาลและทรงความลึกลับจนไม่มีใครเข้าถึงได้นั้น บัดนี้ประทับอยู่บนแผ่นดินในหมู่ชาวอิสราเอลประชากรของพระองค์ พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มจึงมีความหมายลึกซึ้งสำหรับชาวอิสราเอล

j "พระนาม" ของพระยาห์เวห์ประทับในพระวิหาร เพราะพระวิหารไม่อาจบรรจุ "พระยาห์เวห์" ไว้ได้ ดังที่อธิบายไว้ในข้อ 27 แม้วลี "พระนามของพระยาห์เวห์" จะหมายถึง "พระบุคคล" ของพระองค์ แต่ความหมายก็ยังไม่เท่ากับคำ "พระยาห์เวห์" ทีเดียว แม้พระยาห์เวห์สถิตอยู่ทั่วไป เมื่อกล่าวว่า "พระนาม" ของพระองค์ประทับอยู่ ณ ที่ใด ก็หมายความว่าพระองค์ประทับอยู่ที่นั่นเป็นพิเศษ และยังประทับอยู่ทั่วไปด้วย

k ผู้เขียนพัฒนาความคิดในคำปราศรัยข้อ 15-21 ตามลักษณะการเขียนของหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ เขาเริ่มต้นด้วยหลังการเรื่องความซื่อสัตย์ต่อกัน (ข้อ 23) ความรักมั่นคงของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์เป็นผลสืบเนื่องมาจากพันธสัญญาที่ภูเขาซีนาย แต่มีเงื่อนไขขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ของประชากรด้วย หลักการนี้สรุปเทววิทยาทั้งหมดของพันธสัญญาเดิม ต่อจากนั้นผู้เขียนประยุกต์ใช้หลักการนี้ในสองกรณี พระยาห์เวห์ทรงรักษาพระสัญญาเกี่ยวกับพระวิหารแล้วฉันใด (ข้อ 24) ขอพระองค์ทรงรักษาพระสัญญาที่จะให้ราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิดมั่นคงอยู่ตลอดไปฉันนั้น (ข้อ 25)

l ต้นฉบับภาษากรีกและสำนวนแปลโบราณภาษาอาราเมอิค เสริมว่า "กับมนุษย์" (เทียบ 2 พศด 6:18)

m "ถูกบังคับให้สาบานว่าตนบริสุทธิ์" การสาบานเช่นนี้เป็นการวอนขอให้พระเจ้าทรงตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด ผู้กล่าวหาซึ่งไม่มีพยานยืนยันจะต้องยืนหน้าพระแท่นบูชาและกล่าวคำสาปแช่งผู้ถูกกล่าวหา ส่วนผู้ถูกกล่าวหาจะสาปแช่งตนเองให้พระเจ้าทรงลงโทษ ถ้าเขาทำผิดจริง พระเจ้าจะทรงแสดงความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาเมื่อทรงบันดาลให้คำสาปแช่งนั้นเกิดผลหรือไม่ (ดู อพย 22:6-10; กดว 5:19-28; วนฉ 17:1-3)

n "ทรงทำให้เขาตกต่ำแล้ว" แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า "พระองค์ทรงตอบพวกเขา"

o "ศัตรูมาล้อมเมือง" แปลตามตัวอักษรว่า "ศัตรูล้อมเขาในแผ่นดินของประตูเมือง"

p "หรือชาวอิสราเอลประชากรของพระองค์ทุกคน" ต้นฉบับภาษากรีกละวลีนี้

q ข้อความตอนนี้ถูกเพิ่มเติมเข้ามาหลังกลับจากการเนรเทศที่กรุงบาบิโลน ในสมัยนี้เริ่มมีแนวคิดที่ไม่จำกัดเฉพาะชาวอิสราเอล แต่ครอบคลุมถึงนานาชาติด้วย (ข้อ 41-43) ยังมีขนบประเพณีในการอธิษฐานภาวนาโดยหันหน้าไปทางกรุงเยรูซาเล็ม (ข้อ 44) และความห่วงใยถึงคนที่กระจัดกระจายไปอยู่ต่างประเทศด้วย (ข้อ 47ฯ)

r ข้อ 49 นี้มีข้อความซ้ำกับข้อ 45

s พระแท่นสำหรับเผาเครื่องบูชาตั้งอยู่หน้าทางเข้าพระวิหาร พระแท่นนี้ทำด้วยโลหะและเคลื่อนย้ายได้ (ดู 2 พกษ 16:14) ชวนให้คิดถึงพระแท่นบูชาเคลื่อนที่ได้ในกระโจมนัดพบ ดังที่ อพย 27:14 อธิบายไว้ตามอุดมการณ์ พระแท่นบูชาที่กษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างนี้ (9:25) ใช้อยู่จนถึงรัชสมัยกษัตริย์อาหัส (2 พกษ 16:10)

t การฉลองถวายพระวิหารตรงกับการฉลองของเทศกาลอยู่เพิง (ข้อ 2) ซึ่งนานถึงเจ็ดวัน (ฉธบ 16:13-15)

u ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริมว่า "และอีกเจ็ดวัน รวมเป็นสิบสี่วัน" เป็นคำอธิบายที่ผู้คัดลอกเพิ่มเติมด้วยข้อความจาก 2 พศด 7:9 แต่ข้อความนี้ขัดแย้งกับข้อ 66 "วันที่แปด.."