"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2021
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสืออพยพ (อพย 33:7-11 และ 34:5ข-9,28)
                 
ในครั้งนั้น โมเสสเคยตั้งกระโจมไว้นอกค่าย ห่างออกไปเล็กน้อย เขาเรียกกระโจมนี้ว่า กระโจมนัดพบ ผู้ใดต้องการคำแนะนำจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้นั้นจะออกไปยังกระโจมนัดพบที่ตั้งอยู่นอกค่าย เมื่อใดที่โมเสสออกไปยังกระโจมนัดพบ ประชากรทั้งปวงจะยืนขึ้นหน้าประตูกระโจมของตน ดูโมเสสเดินผ่านจนกระทั่งเขาเข้าไปในกระโจมนัดพบ เมื่อโมเสสเข้าไปในกระโจม จะมีเมฆเป็นลำลอยลงมาอยู่ที่ประตูกระโจม แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ตรัสกับโมเสส ประชากรทั้งปวงเห็นเมฆเป็นลำที่ประตูกระโจมนัดพบ ทุกคนจะยืนขึ้น และกราบลงที่ประตูกระโจมของตน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสนทนากับโมเสสตามลำพังเหมือนเพื่อนคุยกัน แล้วโมเสสก็กลับเข้าค่าย แต่ชายหนุ่มที่รับใช้โมเสส ชื่อโยชูวา บุตรของนูน ไม่ได้ออกจากกระโจมนัดพบ


องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาในเมฆ ประทับอยู่กับโมเสสที่นั่น ทรงประกาศพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า
องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จผ่านไปข้างหน้าเขา ทรงประกาศว่า “เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้เมตตาและกรุณา ไม่โกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์ เรารักษาความรักมั่นคงของเราไว้แก่ชนหลายพันชั่วอายุคน และอภัยความผิด อภัยการล่วงเกินและอภัยบาป แต่เราไม่ละเลยที่จะลงโทษ เราจะลงโทษความผิดของบิดาในลูกหลานเหลนจนถึงสามสี่ชั่วอายุคน” โมเสสรีบก้มกราบกับพื้นดินนมัสการพระองค์ เขาทูลว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าข้าพเจ้าเป็นผู้ที่พระองค์โปรดปราน ขอพระองค์เสด็จไปกับข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด ประชากรเหล่านี้ดื้อดึงก็จริงอยู่ แต่ขอพระองค์ทรงยกโทษความผิดและบาปของข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเถิด ขอพระองค์ทรงรับข้าพเจ้าทั้งหลายไว้เป็นสมบัติของพระองค์ด้วยเถิด”
โมเสสอยู่ที่นั่นกับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืน โดยไม่ได้กินหรือดื่มอะไรเลย องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจารึกถ้อยคำของพันธสัญญา คือบทบัญญัติสิบประการไว้บนแผ่นศิลาทั้งสอง

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ 13:36-43)
                หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงแยกจากประชาชนเข้าไปในบ้าน บรรดาศิษย์จึงเข้ามาทูลว่า “โปรดอธิบายอุปมาเรื่องข้าวละมานในนาเถิด” พระองค์ตรัสว่า “ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ดีคือบุตรแห่งมนุษย์ ทุ่งนาคือโลก เมล็ดพันธุ์ดีคือพลเมืองแห่งพระอาณาจักร ข้าวละมานคือพลเมืองของมารร้าย ศัตรูที่หว่านคือปีศาจ ฤดูเก็บเกี่ยวคือเวลาอวสานแห่งโลก ผู้เก็บเกี่ยวคือทูตสวรรค์
“ข้าวละมานถูกมัดเผาไฟฉันใด เวลาอวสานแห่งโลกก็จะเป็นฉันนั้น บุตรแห่งมนุษย์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์มารวบรวมทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิดและทุกคนที่ประกอบการอธรรม ให้ออกจากพระอาณาจักร แล้วเอาไปทิ้งในกองไฟ ที่นั่น จะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง ส่วนผู้ชอบธรรมจะส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ในพระอาณาจักรของพระบิดา ใครมีหูก็จงฟังเถิด”

 

ข้อคิด
              พระเยซูเจ้าทรงนำพระอาณาจักรสวรรค์มาในโลก เหมือนคนหว่านข้าวพันธุ์ดีในนา ข้าวพันธุ์ดีคือพลเมืองแห่งพระอาณาจักร ในเวลาเดียวกัน ปีศาจก็มาหว่านข้าวละมานซึ่งเปรียบเหมือนพลเมืองของมาร้าย ซึ่งแยกให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม ทว่าในความเป็นจริงแล้วความเป็นพลเมืองดีและความเป็นพลเมืองของมารร้ายนั้นอยู่ในคนเดียวกัน ขึ้นอยู่กับท่าทีของแต่ละคนที่จะให้จิตใจมีความเป็นพลเมืองดีเป็นใหญ่หรือให้ความเป็นพลเมืองของมารร้ายเป็นใหญ่ จะว่าไปแล้ว ไม่มีใครดีครบไปหมดหรือเลวร้ายไปหมด แต่มีความดีและความเลวอยู่ในตัว เหมือนในสังคมที่มีทั้งคนดีและคนชั่วอยู่ปนเปกัน พลเมืองแห่งพระอาณาจักรไม่เพียงต้องยืนหยัด แต่ต้องใช้ความดีในตัวทำให้ความไม่ดีรอบข้างลดลงหรือหมดไป

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2021

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก

ขุมทรัพย์ในภาชนะดินเผา 1-4