Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

คำปราศรัยของสเทเฟน

          7  1 มหาสมณะถามสเทเฟนว่า “ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นความจริงหรือ”

              2สเทเฟนตอบว่าa ท่านมหาสมณะและพี่น้องทั้งหลาย จงฟังข้าพเจ้าเถิด พระเจ้าผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ได้แสดงพระองค์แก่อับราฮัมบรรพบุรุษของเรา ขณะที่เขายังอยู่ในแคว้นเมโสโปเตเมียก่อนที่จะไปอยู่ที่แผ่นดินฮารานb  3พระองค์ตรัสกับเขาว่า “จงละทิ้งแผ่นดินของท่านและญาติพี่น้องของท่านไปยังแผ่นดินที่เราจะแสดงแก่ท่าน  4อับราฮัมจึงออกจากแผ่นดินของชาวเคลเดียไปอยู่ที่ฮาราน หลังจากบิดาของอับราฮัมตาย พระเจ้าทรงย้ายเขาให้มาอยู่ในแผ่นดินนี้ที่ท่านทั้งหลายอยู่จนถึงบัดนี้  5พระเจ้ามิได้ให้อับราฮัมมีสมบัติใด ๆ เป็นมรดกในแผ่นดินนี้แม้แต่แผ่นดินกว้างเท่าฝ่าเท้า แต่พระองค์ทรงสัญญาจะประทานแผ่นดินนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่เขาและแก่เชื้อสายของเขาในภายหลัง แม้ว่าเวลานั้นอับราฮัมยังไม่มีบุตร  6พระเจ้าตรัสว่า “เชื้อสายของอับราฮัมจะไปอาศัยในแผ่นดินของคนต่างชาติ จะตกเป็นทาสและถูกกดขี่เป็นเวลาสี่ร้อยปี  7”แต่เราจะตัดสินลงโทษชนชาติที่ทำให้เขาเป็นทาส” พระเจ้าตรัส “หลังจากนี้เขาจะออกจากแผ่นดินนั้นและถวายคารกิจแก่เรา ณ สถานที่นี้”c  8พระเจ้าประทานพันธสัญญาซึ่งมีพิธีสุหนัตเป็นเครื่องหมายให้อับราฮัม อับราฮัมให้กำเนิดอิสอัคและทำพิธีสุหนัตให้อิสอัคในวันที่แปด อิสอัคให้กำเนิดยาโคบและยาโคบให้กำเนิดบรรพบุรุษทั้งสิบสองคนของเรา

              9บรรดาบรรพบุรุษของเราอิจฉาโยเซฟจึงขายโยเซฟเป็นทาสให้ถูกนำตัวไปยังประเทศอียิปต์ แต่พระเจ้าสถิตอยู่กับเขา  10และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความทุกข์ยากทุกประการ พระองค์ประทานปรีชาญาณให้ เขาจึงเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์ฟาโรห์แห่งประเทศอียิปต์ กษัตริย์ฟาโรห์ทรงแต่งตั้งโยเซฟให้ปกครองประเทศอียิปต์และเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดของพระองค์  11เมื่อเกิดกันดารอาหารทั่วแผ่นดินอียิปต์และคานาอัน ก็มีความทุกข์ยากอย่างใหญ่หลวง บรรดาบรรพบุรุษของเราไม่มีอาหารเลี้ยงชีวิต  12เมื่อยาโคบได้ยินว่ามีข้าวขายในประเทศอียิปต์ จึงส่งบรรดาบรรพบุรุษของเราไปที่นั่นเป็นครั้งแรก  13ในครั้งที่สองโยเซฟแสดงตนให้พี่น้องรู้ว่าตนเป็นใคร กษัตริย์ฟาโรห์จึงทรงทราบถึงวงศ์ตระกูลของโยเซฟด้วย   14หลังจากนั้นโยเซฟส่งคนไปรับยาโคบผู้บิดาและญาติพี่น้องทุกคนเป็นจำนวนเจ็ดสิบห้าคน  15ยาโคบลงไปยังประเทศอียิปต์ เขาและบรรดาบรรพบุรุษของเราสิ้นชีวิตที่นั่น  16ศพของเขาทั้งหลายถูกย้ายมาอยู่ที่เมืองเชเคมและถูกฝังไว้ในสุสานซึ่งอับราฮัมซื้อไว้ด้วยเงินจากบุตรของฮาโมร์ บิดาของเชเคมd

            17เมื่อจวนถึงเวลาที่พระเจ้าจะทรงกระทำให้พันธสัญญาที่ประทานแก่อับราฮัมเป็นจริง จำนวนประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศอียิปต์  18ต่อมากษัตริย์องค์ใหม่ทรงขึ้นปกครองประเทศอียิปต์ พระองค์ไม่ทรงรู้จักโยเซฟเลย  19จึงทรงใช้อุบายมาทำร้ายชาติของเรา โดยทรงบังคับให้บรรพบุรุษของเรานำทารกไปทิ้งให้ตาย  20โมเสสเกิดมาในเวลานั้นเอง เขาเป็นเด็กน่ารักมาก ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในบ้านบิดาของเขาเป็นเวลาสามเดือน  21เมื่อเขาถูกนำไปทิ้ง พระธิดาของกษัตริย์ฟาโรห์ทรงเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม  22ดังนั้น โมเสสจึงได้เรียนรู้วิชาความรู้ทุกอย่างของชาวอียิปต์ และเป็นคนสำคัญเพราะคำพูดและการกระทำของเขา

             23เมื่อโมเสสอายุสี่สิบปีe เขาต้องการไปเยี่ยมพี่น้องชาวอิสราเอลทั้งหลาย  24เมื่อเห็นชาวอิสราเอลคนหนึ่งถูกทำร้าย เขาจึงเข้าไปป้องกันและฆ่าชาวอียิปต์ที่ข่มเหงเป็นการแก้แค้น  25โมเสสคิดว่าพี่น้องคงเข้าใจว่าพระเจ้ากำลังทรงใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยชาวอิสราเอลให้รอดพ้น แต่ชาวอิสราเอลไม่เข้าใจเช่นนั้น  26วันรุ่งขึ้น โมเสสพบชาวอิสราเอลสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ เขาพยายามไกล่เกลี่ยทั้งสองคนให้คืนดีกัน กล่าวว่า “เพื่อนเอ๋ย ท่านเป็นพี่น้องกัน ทำไมท่านจึงทำร้ายกันเล่า  27แต่คนที่ทำร้ายเพื่อนบ้านผลักเขาออกไป ถามว่า “ใครแต่งตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าและผู้พิพากษาของพวกเราf  28ท่านต้องการฆ่าข้าพเจ้าอย่างที่ท่านฆ่าชาวอียิปต์เมื่อวานนี้หรือ”  29เมื่อได้ยินเช่นนี้g โมเสสจึงหนีไปอยู่ในแผ่นดินมีเดียน ที่นั่นเขาให้กำเนิดบุตรชายสองคน

             30เวลาผ่านไปสี่สิบปี ทูตสวรรค์องค์หนึ่งปรากฏให้โมเสสเห็นในเปลวไฟของพุ่มไม้ที่กำลังลุกไหม้ในถิ่นทุรกันดารแห่งภูเขาซีนาย  31โมเสสรู้สึกประหลาดใจในสิ่งที่ตนเห็น และขณะที่เข้าไปดูใกล้ ๆ นั้น เขาได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า ตรัสว่า  32”เราเป็นพระเจ้าของบรรดาบรรพบุรุษของท่าน พระเจ้าของอับราฮัม ของอิสอัคและของยาโคบ” โมเสสกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง  33แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงถอดรองเท้าออก เพราะที่ที่ท่านยืนอยู่นี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์  34เราเห็นประชากรของเราถูกกดขี่ข่มเหงในประเทศอียิปต์แล้ว เราได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของเขา เราจึงลงมาเพื่อช่วยเขาให้เป็นอิสระ ถึงเวลาแล้ว มาเถิด เรากำลังจะส่งท่านกลับไปยังประเทศอียิปต์”

             35โมเสสผู้นี้ถูกชาวอิสราเอลปฏิเสธhด้วยคำพูดที่ว่า “ใครแต่งตั้งให้ท่านเป็นหัวหน้าและผู้พิพากษาของเรา” แต่พระเจ้าทรงส่งเขาไปเป็นหัวหน้าและผู้ไถ่กู้ โดยทางทูตสวรรค์ที่ปรากฏมาในพุ่มไม้  36เขานำชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ โดยทำปาฏิหาริย์และเครื่องหมายอัศจรรย์ต่าง ๆ ในแผ่นดินนั้น ที่ทะเลแดงและในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบปี  37ผู้นี้คือโมเสสที่กล่าวกับบรรดาบุตรของอิสราเอลว่า “พระเจ้าจะทรงบันดาลให้ประกาศกคนหนึ่งเหมือนข้าพเจ้าเกิดขึ้นเพื่อท่านจากกลุ่มพี่น้องของท่าน”I  38ผู้นี้อยู่ในที่ชุมนุมjในถิ่นทุรกันดาร เป็นคนกลางระหว่างทูตสวรรค์ที่ตรัสบนภูเขาซีนายkกับบรรพบุรุษของเรา เขาได้รับพระวาจาทรงชีวิตlมามอบให้เรา  39บรรพบุรุษของเราไม่ยอมเชื่อฟังเขา ยิ่งกว่านั้นได้ปฏิเสธไม่ยอมรับเขา ต้องการmจะกลับไปประเทศอียิปต์อีก  40บรรพบุรุษของเราได้กล่าวกับอาโรนว่า “จงสร้างรูปพระซึ่งจะนำหน้าเราให้เราเถิด เพราะเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแก่โมเสสผู้นี้ซึ่งนำเราออกมาจากประเทศอียิปต์”  41ในโอกาสนั้น เขาทั้งหลายปั้นรูปลูกโคตัวหนึ่ง แล้วถวายเครื่องบูชาแก่รูปเคารพนั้น และชื่นชมผลงานจากมือของตน  42แต่พระเจ้าทรงเบือนพระพักตร์ไปจากเขา ทรงปล่อยเขาให้กราบไหว้ดวงดาวในท้องฟ้าn ดังที่มีเขียนไว้ในหนังสือของบรรดาประกาศกว่า

“พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย   ท่านทั้งหลายนำเครื่องบูชาและของถวายมาให้เราในถิ่นทุรกันดารตลอดเวลาสี่สิบปีหรือ

43เปล่าเลย ท่านแบกกระโจมของพระโมลอค

และดาวของพระเรฟาน

ซึ่งเป็นรูปเคารพที่เจ้าปั้นขึ้นเพื่อนมัสการ

ดังนั้น เราจะเนรเทศท่านให้ไปไกลกว่าบาบิโลนอีก

44บรรพบุรุษของเรามีกระโจมนัดพบในถิ่นทุรกันดารดังที่พระเจ้าตรัสบัญชาให้โมเสสสร้างขึ้นตามแบบที่เขาเห็น  45บรรพบุรุษของเราได้รับกระโจมนั้น และสมัยของโยชูวาเขาเหล่านั้นนำกระโจมเข้ามาในแผ่นดินของชนต่างศาสนาที่พระเจ้าทรงขับไล่ออกไปต่อหน้าบรรพบุรุษของเรา กระโจมนี้คงอยู่จนถึงสมัยกษัตริย์ดาวิด  46กษัตริย์ดาวิดทรงเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า และทรงขอสร้างที่พำนักสำหรับพระเจ้าของยาโคบo  47แต่กษัตริย์ที่ทรงสร้างที่พำนักถวายแด่พระเจ้าคือกษัตริย์ซาโลมอน  48แม้กระนั้น องค์พระผู้สูงสุดก็มิได้ทรงพำนักอยู่ในสิ่งก่อสร้างจากมือมนุษย์ ดังที่ประกาศกกล่าวไว้ว่า

49”สวรรค์เป็นบัลลังก์ของเรา

แผ่นดินเป็นที่วางเท้าของเรา

ท่านทั้งหลายจะสร้างบ้านชนิดใดให้เรา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส

หรือสถานที่ใดจะเป็นที่พักผ่อนของเรา

50มิใช่มือของเราที่สร้างสิ่งทั้งมวลเหล่านี้หรือ

51”ท่านผู้ดื้อรั้น ใจกระด้างและหูตึงทั้งหลายเอ๋ย ท่านต่อต้านพระจิตเจ้าpอยู่เสมอ บรรพบุรุษของท่านเคยทำเช่นไร ท่านก็ทำเช่นนั้น  52มีประกาศกคนใดบ้างที่บรรพบุรุษของท่านมิได้เบียดเบียน เขาฆ่าผู้ที่ประกาศล่วงหน้าถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงชอบธรรม และบัดนี้ท่านทั้งหลายก็ทรยศและฆ่าพระองค์ด้วย  53ท่านทั้งหลายได้รับธรรมบัญญัติผ่านทางทูตสวรรค์ แต่ก็หาได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัตินั้นไม่”

54เมื่อได้ฟังดังนั้น ทุกคนรู้สึกขุ่นเคืองเจ็บใจ ขบฟันคำรามเข้าใส่สเทเฟน

สเทเฟนถูกหินขว้าง เซาโลผู้เบียดเบียน

           55สเทเฟนเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า เพ่งมองท้องฟ้า มองเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และเห็นพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่qเบื้องขวาของพระเจ้าr  56จึงพูดว่า “ดูซิ ข้าพเจ้าเห็นท้องฟ้าเปิดออก และเห็นบุตรแห่งมนุษย์ทรงยืนอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า”  57ทุกคนจึงร้องเสียงดัง เอามืออุดหู วิ่งกรูกันเข้าใส่สเทเฟน  58ฉุดลากเขาออกไปนอกเมืองแล้วเริ่มเอาหินขว้างเขาs บรรดาพยานtนำเสื้อคลุมของตนมาวางไว้ที่เท้าของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “เซาโล”u  59ขณะที่คนทั้งหลายกำลังเอาหินขว้างสเทเฟน สเทเฟนอธิษฐานภาวนาว่าv “ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดรับวิญญาณของข้าพเจ้าด้วย”  60เขาคุกเข่าลงและร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดอย่าทรงลงโทษพวกเขาเพราะบาปนี้เลย” เมื่อกล่าวดังนี้แล้ว เขาก็สิ้นใจ

7 a คำปราศรัยเริ่มด้วยการสรุปเรื่องอับราฮัมและโยเซฟ (ข้อ 2-16) ต่อด้วยเรื่องราวของโมเสส (ข้อ 17-43) (ดูคำกล่าวหาโจมตีสเทเฟนด้วย 6:11) สเทเฟนได้แสดงท่าทีของอิสราเอลซึ่งต่อต้านแผนการแห่งความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่โมเสส อันได้แก่ การปฏิเสธไม่ยอมรับ การไม่เชื่อฟัง ความไม่ซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นความคิดที่พบบ่อย ๆ ในพันธสัญญาเดิม (ดู ฉธบ) แต่ในที่นี้ถูกนำมากล่าวอย่างละเอียดโดยคำนึงถึงเหตุการณ์ในพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า เมื่อสเทเฟนกล่าวถึงโมเสส เขาคิดถึงพระคริสตเจ้าซึ่งมีโมเสสเป็นรูปแบบ ชาวยิวในเวลานี้มีปฏิกิริยาโต้ตอบเช่นเดียวกับชาวอิสราเอลในอดีต ในการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอล สเทเฟนเน้นเป็นพิเศษรายละเอียดที่ชี้ให้เห็นว่าไม่ต้องผูกพันกับประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ (ข้อ 2-6) ไม่ต้องให้ความสัมพันธ์แก่การถวายสัตว์เป็นสักการบูชาเช่นที่ชาวยิวกระทำ (ข้อ 39-43) หรือให้ความสำคัญแก่พระวิหารที่เป็นวัตถุ (ข้อ 44-50) ดูข้อกล่าวหาใน 6:13, ในคำปราศรัยของ     สเทเฟนเราพบความคิดของชาวยิวพูดภาษากรีกที่อาศัยนอกปาเลสไตน์ได้อย่างชัดเจน

b สเทเฟนไม่เล่าเรื่องตามธรรมประเพณีของพระคัมภีร์ใน ปฐก 11:31 ที่ว่าการปรากฏพระองค์เกิดขึ้นที่ฮาราน

c “สถานที่นี้” ใน อพย 3:12 หมายถึงภูเขาโฮเรบ (หรือซีนาย) แต่สเทเฟน หมายถึง พระวิหาร

d วลี “บิดาของเชเคม” คัดมาจาก ปฐก 33:19 สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ฮาโมร์บุตรของเชเคม” “บุตรของฮาโมร์ที่เชเคม” ข้อ 16 เน้นรายละเอียดที่ไม่พบในพระคัมภีร์ตอนอื่น

e ตามธรรมประเพณีของชาวยิว

f พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งพระเยซูเจ้าให้เป็น “หัวหน้า” (เทียบ 5:31) และ “ผู้พิพากษา” (เทียบ 10:42; 17:31) เมื่อทรงบันดาลให้พระองค์ท่านกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย

g ใน อพย 2:15 โมเสสได้หนีไปเพราะกลัวกษัตริย์ฟาโรห์ แต่ในข้อนี้เขาหนีไปเพราะเพื่อนร่วมชาติปฏิเสธไม่ยอมรับเขา

h พระคัมภีร์มิได้ใช้คำกริยา “ปฏิเสธ (ไม่ยอมรับ)” กับโมเสส แต่ใน 3:13-14 ลก ใช้คำนี้กับพระเยซูเจ้าและพระคัมภีร์ก็ไม่เคยเรียกโมเสสว่า “ผู้ไถ่กู้” เลย แต่เนื่องด้วยโมเสสเป็นรูปแบบของพระคริสตเจ้า ลก จึงใช้ลักษณะบางประการของพระเยซูเจ้ากับโมเสสด้วย

I ข้อความกล่าวถึงพระเมสสิยาห์นี้เราได้พบแล้วใน 3:22 พระเมสสิยาห์ซึ่งเป็นโมเสสอีกคนหนึ่ง จะมีบทบาทเป็นประกาศกเช่นเดียวกัน (มธ 16:14 เชิงอรรถ c; ยน 1:21 เชิงอรรถ t)

j คำนี้ยังหมายถึง “พระศาสนจักร” ด้วย (ดู 5:11 เชิงอรรถ b; มธ 16:18 เชิงอรรถ g) ใน ฉธบ 4:10 คำนี้หมายถึงประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรมาชุมนุมกันในถิ่นทุรกันดาร (เทียบ “การประชุมศักดิ์สิทธิ์” ใน อพย 12:16; ลนต 23:3; กดว 29:1) พระศาสนจักร คือประชากรใหม่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (9:13 เชิงอรรถ g) เป็นผู้สืบตำแหน่งประชากรเดิมของพระเจ้า

k โมเสสได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่าง “ทูตสวรรค์” และประชาชน “ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์” ในหนังสือแรก ๆ ของพระคัมภีร์หมายถึง “พระยาห์เวห์ผู้สำแดงพระองค์” (ปฐก 16:7 เชิงอรรถ c, ดู มธ 1:20 เชิงอรรถ g) ต่อมาภายหลัง ได้มีการแยกแยะระหว่าง “พระยาห์เวห์” กับ “ทูตสวรรค์ของพระองค์” เพื่อที่จะเน้นอุตรภาพของพระเจ้า ดังนั้น พระคัมภีร์จึงกล่าวถึงโมเสสว่าเขาได้สัมผัสมิใช่กับพระเจ้าโดยตรง แต่กับทูตสวรรค์องค์หนึ่งหรือหลายองค์ เรายังพบร่องรอยของความคิดนี้ ใน กท 3:19; ฮบ 2:2,

l การปฏิบัติตามธรรมบัญญัติคือการมีชีวิต (ลนต 18:5; ฉธบ 4:1; 8:1,3; 30:15-16,19-20; 32:46-47) อ้างถึงใน รม 10:5; กท 3:12; เพราะฉะนั้น ธรรมบัญญัติจึงถูกเรียกว่าเป็น “กฎเกณฑ์แห่งชีวิต” (บรค 3:9; อสค 33:15) สำหรับคริสตชน การประกาศข่าวดีคือ “พระวาจาแห่งชีวิต” (ฟป 2:16; เทียบ กจ 5:20) คือ “พระวาจาแห่งความรอดพ้น” (กจ 13:26) เนื่องด้วยชีวิตเกิดจากพระวาจาของพระเจ้า พระวาจานี้จึง “ทรงชีวิต” ด้วย (เทียบ ฮบ 4:12; 1 ปต 1:23) และพระเยซูเจ้าก็คือ “พระวาจาทรงชีวิต” (1 ยน 1:1)

m ดู อพย 16:3; กดว 14:3, และดู อสค 20:8-14 ด้วย

n แปลตามตัวอักษรว่า “กองทัพสวรรค์” หมายถึง ดวงดาวต่าง ๆ ซึ่งคนโบราณมักจะกราบไหว้เป็นเทพเจ้า ดู ฉธบ 4:19; 17:3; 2 พกษ 21:3-5; ยรม 8:2; 19:13; ศฟย 1:5,

o สำเนาโบราณบางฉบับว่า “สำหรับบ้าน (พงศ์พันธุ์) ของยาโคบ”

p พระจิตเจ้าตรัสทางโมเสสและบรรดาประกาศก

q พระเยซูเจ้า “ทรงยืน” มากกว่า “ประทับ” (ดังที่พบใน ลก 22:69ฯ) เพื่อแสดงว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพยานในการเป็นมรณสักขีของสเทเฟน

r ภาพนิมิตที่สเทเฟนเห็น ทำให้ใบหน้าของเขามีแสงรุ่งโรจน์ (ดู 6:15 เชิงอรรถ k)

s การที่สเทเฟนถูกเอาหินทุ่มไม่ใช่เป็นการจบขั้นตอนการพิจารณาคดีในศาล แต่เป็นการกระทำแบบศาลเตี้ย ลก เล่าเหตุการณ์นี้เหมือนกับว่าเป็นการพิจารณาคดีในศาล เพื่อเปรียบเทียบกับการพิจารณาคดีของพระเยซูเจ้า

t ”พยาน” นี้หมายถึง พยานเท็จที่กล่าวไว้ใน 6:13-14 พยานปรักปรำจะต้องเป็นคนแรกที่เอาหินทุ่มจำเลย ฉธบ 17:7

u ”เซาโล” ผู้นี้คือเปาโล อัครสาวกในอนาคต 13:9 เชิงอรรถ f

v คำอธิษฐานภาวนานี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของ “การเรียกขานพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (2:21 เชิงอรรถ m) ลูกาเน้นลักษณะสองประการ (ข้อ 59-60) ที่คล้ายกันระหว่างความตายของสเทเฟนและพระทรมานของพระเยซูเจ้า

ค้นหาข้อความภาษาไทย

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย