Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)
กิจการอัครสาวก

อารัมภบท

         1  1เธโอฟิลัสที่รัก ในหนังสือเล่มแรกaข้าพเจ้าเล่าถึงทุกสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำและทรงสั่งสอน เริ่มตั้งแต่ต้น  2จนกระทั่งถึงวันที่พระองค์ทรงได้รับการยกขึ้นสวรรค์cหลังจากที่ทรงแนะนำสั่งสอนบรรดาอัครสาวกที่ทรงเลือกสรรโดยทางพระจิตเจ้าb  3พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์แก่อัครสาวกเหล่านั้น และทรงพิสูจน์ด้วยวิธีการต่าง ๆ ว่าหลังจากทรงรับทุกข์ทรมานแล้ว พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่  ตลอดเวลาสี่สิบวันที่พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่เขาทั้งหลาย ทรงกล่าวถึงพระอาณาจักรของพระเจ้าd  4ขณะที่ทรงร่วมโต๊ะกับเขา พระองค์ทรงกำชับว่า “อย่าออกจากกรุงเยรูซาเล็มeแต่จงคอยรับพระพรที่พระบิดาทรงสัญญาไว้ ดังที่ท่านได้ยินจากเรา  5ยอห์นทำพิธีล้างด้วยน้ำ แต่ภายในไม่กี่วัน ท่านจะได้รับพิธีล้างเดชะพระจิตเจ้าf

พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสู่สวรรค์

           6ผู้ที่มาชุมนุมgกับพระเยซูเจ้า ทูลถามพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า พระองค์จะทรงสถาปนาอาณาจักรอิสราเอลอีกครั้งหนึ่งในเวลานี้หรือ”h  7พระองค์ตรัสตอบว่า “ไม่ใช่ธุระของท่านที่จะรู้วันเวลาiที่พระบิดาทรงกำหนดไว้โดยอำนาจของพระองค์  8แต่พระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่านjและท่านจะรับอานุภาพเพื่อจะเป็นพยานkถึงเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรียจนถึงสุดปลายแผ่นดินl

9เมื่อตรัสดังนี้แล้ว พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ต่อหน้าเขาทั้งหลาย เมฆmบังพระองค์จากสายตาของเขา  10เขายังคงจ้องมองท้องฟ้าขณะที่พระองค์ทรงจากไป ทันใดนั้นมีชายสองคนสวมเสื้อขาวปรากฏกับเขา  11กล่าวว่า “ชาวกาลิลีเอ๋ย ท่านทั้งหลายยืนแหงนมองท้องฟ้าอยู่ทำไม พระเยซูเจ้าพระองค์นี้nที่ทรงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ จะเสด็จกลับมาเช่นเดียวoกับที่ท่านทั้งหลายเห็นพระองค์ทรงจากไปสู่สวรรค์”

l. พระศาสนจักรที่กรุงเยรูซาเล็ม

บรรดาอัครสาวก

          12บรรดาอัครสาวกเดินทางจากภูเขาที่เรียกว่า “ภูเขามะกอกเทศ” กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ภูเขานี้อยู่ใกล้กรุงเยรูซาเล็มเป็นระยะทางที่เดินได้ในวันสับบาโต  13เมื่อเข้าไปในเมืองแล้ว เขาขึ้นไปยังห้องชั้นบนซึ่งเคยเป็นที่พักของเขา อัครสาวกเหล่านั้นคือเปโตร ยอห์น ยากอบ อันดรูว์ ฟิลิป โธมัส บาร์โธโลมิว มัทธิว ยากอบบุตรของอัลเฟอัส ซีโมนผู้เป็นชาตินิยมและยูดาสบุตรของยากอบp  14ทุกคนร่วมอธิษฐานภาวนาqสม่ำเสมอเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมกับบรรดาสตรี รวมทั้งมารีย์พระมารดาของพระเยซูเจ้าและพี่น้องของพระองค์r

ผู้ได้รับเลือกแทนยูดาส

        15ในระหว่างนั้น เปโตรยืนขึ้นในหมู่พี่น้องsที่ชุมนุมกันอยู่ประมาณ 120 คน กล่าวว่า  16”พี่น้องทั้งหลาย จำเป็นที่พระคัมภีร์จะต้องเป็นจริงตามที่พระจิตเจ้าทรงใช้พระโอษฐ์ของกษัตริย์ดาวิดตรัสล่วงหน้าถึงยูดาส ผู้นำคนมาจับกุมพระเยซูเจ้า  17ยูดาสผู้นี้เคยเป็นคนหนึ่งในคณะของเราและร่วมภารกิจกับเรา

18ยูดาสผู้นี้นำเงินที่ได้มาจากการประกอบอาชญากรรมไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง เขาล้มคว่ำลงที่นั่น ท้องแตกไส้ทะลัก  19ผู้อาศัยในกรุงเยรูซาเล็มทุกคนรู้เรื่องนี้ดี จึงเรียกที่ดินแปลงนั้นตามภาษาของเขาว่า “ฮาเคลดามา”t (hakeldama) แปลว่า “นาเลือด”  20เพราะมีเขียนไว้ในหนังสือเพลงสดุดีว่า

“ขอให้ที่อยู่ของเขาถูกทิ้งร้าง

อย่าให้มีผู้ใดอาศัยอยู่เลย

และอีกตอนหนึ่งว่า

“ขอให้ผู้อื่นรับหน้าที่แทนเขา”

21 ดังนั้น ในบรรดาคนทั้งหลายซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลาที่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงดำเนินชีวิตอยู่กับเรา  22เริ่มตั้งแต่พิธีล้างของยอห์นจนถึงวันที่พระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์นั้น จำเป็นที่คนหนึ่งจะต้องเป็นพยานร่วมกับเราถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์”

23ผู้ที่มาชุมนุมกันเสนอชื่อชายสองคน คือโยเซฟที่เรียกว่าบาร์ซับบัสหรือยุสทัส และอีกคนหนึ่งชื่อมัทธีอัส  24เขาทั้งหลายอธิษฐานภาวนาuว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบจิตใจของมนุษย์ทุกคน ขอทรงแสดงให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้ว่า พระองค์ทรงเลือกคนใดในสองคนนี้  25ให้รับหน้าที่รับใช้เป็นอัครสาวกแทนยูดาสที่ละทิ้งหน้าที่นี้เพื่อไปตามวิถีทางของตน”  26เขาจึงจับสลากvระหว่างสองคนนี้ และจับสลากได้มัทธีอัส มัทธีอัสจึงได้เข้าร่วมคณะกับอัครสาวกสิบเอ็ดคนw

1a “หนังสือเล่มแรก” นี้หมายถึงพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา

c สำเนาโบราณบางฉบับที่เรียกว่า Western Text ไม่กล่าวถึงการเสด็จขึ้นสวรรค์ที่นี่

b ลูกาเน้นบทบาทของพระจิตเจ้าในงานธรรมทูตแรก ๆ ของบรรดาอัครสาวก (ข้อ 5,8 และบทที่ 2) เช่นเดียวกับที่ทรงมีบทบาทในภารกิจเริ่มแรกของพระคริสตเจ้า (ลก 4:1,14,18)

d พระอาณาจักรของพระเจ้า (มธ 4:17 เชิงอรรถ f) เป็นเนื้อหาสำคัญที่บรรดาอัครสาวกต้องประกาศ (ดู กจ 8:12; 19:8; 20:25; 28:23,31) ดังที่เป็นคำสอนหลักของพระคริสตเจ้า (ดู มธ 3:2 เชิงอรรถ d)

e สำหรับลูกา กรุงเยรูซาเล็มถูกกำหนดไว้เป็นศูนย์กลางของงานไถ่กู้ของพระเจ้าโดยทางพระคริสตเจ้า (ลก 2:22 เชิงอรรถ h, 38 เชิงอรรถ o) เป็นสถานที่ที่ภารกิจของพระเยซูเจ้าในโลกนี้สำเร็จบริบูรณ์ และยังเป็นจุดเริ่มภารกิจสากลของบรรดาอัครสาวกด้วย (1:8)

f “พิธีล้างเดชะพระจิตเจ้า” ที่ยอห์นผู้ทำพิธีล้างได้กล่าวล่วงหน้าไว้ ใน มธ 3:13 // และที่พระเยซูเจ้าทรงสัญญาไว้ในข้อนี้จะเริ่มต้นเมื่อพระจิตเจ้าเสด็จลงมาในวันเปนเตกอสเต (กจ 2:1-4) ในภายหลังบรรดาอัครสาวกที่เชื่อฟังคำสั่งของพระคริสตเจ้า (มธ 28:19) จะใช้น้ำประกอบพิธีล้างต่อไป (กจ 2:41; 8:12,38; 9:18; 10:48; 16:15,33; 18:8; 19:5) เป็นพิธีรับสมาชิกใหม่เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ (ดู มธ 3:6 เชิงอรรถ e) แต่พิธีล้างเช่นนี้จะประกอบ “ในพระนามของพระเยซูเจ้า” (กจ 2:38 เชิงอรรถ y) อาศัยความเชื่อในพระคริสตเจ้าในฐานะพระผู้ไถ่กู้ (ดู รม 6:4 เชิงอรรถ a) บรรดาอัครสาวกจะสามารถอภัยบาปและประทานพระจิตเจ้าได้ (กจ 2:38) พร้อมกับพิธีล้างด้วยน้ำแบบคริสตชนนี้ ยังมีพิธีปกมือควบคู่กันด้วย (1 ทธ 4:14 เชิงอรรถ e) จุดประสงค์ของพิธีนี้คือประทานพระพรของพระจิตเจ้าอย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับที่บรรดาอัครสาวกได้รับในวันเปนเตกอสเต (กจ 8:16-19; 9:17-18; 19:5-6 เทียบ 10:44-48) พิธีปกมือนี้เป็นต้นกำเนิดของศีลกำลัง คริสตชนบางกลุ่มที่มีความรู้น้อยในสมัยแรก ๆ ยังคงประกอบพิธีล้างของยอห์นควบคู่กับศีลศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสตเจ้าอยู่ระยะหนึ่ง (19:3)

g ตั้งแต่ 1:6 นี้ ลูกาเล่าเรื่องต่อไปจากที่ค้างไว้ใน ลก 24:49

h บรรดาอัครสาวกยังรอคอยพระอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ ในรูปแบบของการที่ราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิดกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีก (ดู มธ 4:17 เชิงอรรถ f)

i ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เป็นการเปิดเผยงานกอบกู้ของพระเจ้าซึ่งค่อย ๆ พัฒนาไปตาม “วันเวลา” (ดู ดนล 2:21; 1 ธส 5:1) พระเจ้าทรงกล่าวล่วงหน้าอยู่เสมอถึง “วันเวลา” นี้ (รม 16:25 เชิงอรรถ l; 1 คร 2:7; อฟ 1:4;3:9,11; คส 1:26; 2ทธ 1:9; เทียบ มธ 25:34) ขั้นตอนแรกคือเวลาเตรียม (ฮบ 1:2; 9:9; 1 ปต 1:11) และเวลาแห่งการเพียรทนของพระเจ้า (กจ 17:30; รม 3:26) ขั้นตอนที่สอง คือ เวลาที่กำหนด (กท 4:4 เชิงอรรถc) หมายถึงเวลาที่พระเมสสิยาห์เสด็จมาตามที่พระเจ้าทรงกล่าวไว้ล่วงหน้าและเริ่มยุคแห่งความรอดพ้น (รม 3:26 เชิงอรรถ m) ขั้นตอนที่สามคือ ระยะเวลาก่อนการเสด็จมาครั้งสุดท้าย (2 คร 6:2 เชิงอรรถ a) ขั้นตอนสุดท้ายคือ “วันสุดท้าย” อันยิ่งใหญ่ (1 คร 1:8 เชิงอรรถ e) (ซึ่งยังจะมีช่วงเวลาหนึ่งนำหน้า 1 ทธ 4:1 เชิงอรรถ a) ได้แก่การพิพากษาประมวลพร้อม (รม 2:6 เชิงอรรถ b) อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาคริสตศตวรรษแรก การรอคอยการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้าซึ่งสืบเนื่องมาจากความคิดในวรรณกรรมแบบวิวรณ์ของชาวยิวค่อย ๆ จางหายไป ไม่ต้องรออนาคตเพราะพระพรแห่งยุคสุดท้ายนั้นได้รับในปัจจุบันอยู่แล้ว (ดู 1 คร 1:8 เชิงอรรถ e)

j บทบาทของพระจิตเจ้าเป็นเรื่องที่ลูกาชอบเป็นพิเศษ (ลก 4:1 เชิงอรรถ b); โดยทั่วไปลูกากล่าวถึงพระจิตเจ้าว่าเป็น “พระอานุภาพ” (1:8; 10:38; ลก 1:35; 24:49; รม 15:13,19; 1 คร 2:4,5; 1 ธส 1:5; ฮบ 2:4) ที่พระเจ้าทรงส่งมาโดยทางพระคริสตเจ้า (กจ 2:33) เพื่อประกาศข่าวดี

1. พระจิตเจ้าประทานพระพรหลายประการ (1 คร 12:4ฯ) ซึ่งเป็นประกันว่าข่าวสารที่ประกาศนั้นมาจากพระเจ้า พระพรเช่นนี้ได้แก่ การพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ (กจ 2:1 เชิงอรรถ a,4) การทำอัศจรรย์, 10:38 การกล่าวทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า (11:27 เชิงอรรถ m; 20:23; 21:11) ปรีชาญาณ (6:3,5,10)

2. พระจิตเจ้าประทานพละกำลังให้ประกาศว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระเมสสิยาห์โดยไม่หวั่นเกรงต่อการเบียดเบียน (4:8,31; 5:32; 6:10; เทียบ ฟป 1:19) ให้เป็นพยานยืนยันถึงพระองค์ (1:8; มธ 10:20 //; ยน 15:26; 2 ทธ 1:7ฯ ดูเชิงอรรถด้วย)

3. พระจิตเจ้าทรงนำพระศาสนจักรในการตัดสินใจครั้งสำคัญ ๆ เช่น การรับชนต่างชาติเข้าพระศาสนจักร (8:29,40; 10:19,44-47; 11:12-16; 15:8) โดยไม่บังคับให้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ (15:28) ภารกิจของเปาโลท่ามกลางคนต่างศาสนา (13:2ฯ; 16:6-7; 19:1) (ดู มธ 3:16 เชิงอรรถ n) หนังสือกิจการอัครสาวกยังกล่าวถึงการรับพระจิตเจ้าในศีลล้างบาปเพื่อรับการอภัยบาปอีกด้วย (กจ 2:38; ดู รม 5:5 เชิงอรรถ e)

k หน้าที่ประการแรกของบรรดาอัครสาวก คือ การเป็นพยานยืนยันไม่เพียงถึงเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้าเท่านั้น (2:32; 3:15; 4:33; 5:32; 13:31; 22:15; ลก 24:48) แต่ยังรวมถึงชีวิตเปิดเผยทั้งหมดของพระองค์ด้วย (1:21; 10:39ฯ; ลก 1:2; ยน 15:27)

l ไม่มีสิ่งใดสามารถจำกัดขอบเขตภารกิจของบรรดาอัครสาวกได้ (อสย 45:14 เชิงอรรถ h) การขยายตัวของข่าวดีดำเนินไปตามแผนทางภูมิศาสตร์ของหนังสือกิจการฯ ที่ให้กรุงเยรูซาเล็มรับข่าวดี เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับเผยแผ่ข่าวดีออกไป (ดู ลก 2:38 เชิงอรรถ o)

m เมฆเป็นรายละเอียดประการหนึ่งที่มักจะใช้เมื่อกล่าวถึงการแสดงองค์ของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม (อพย 13:22 เชิงอรรถ h) และในพันธสัญญาใหม่ (ลก 9:34-35 //) โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ดนล 7:13 ซึ่งเป็นเครื่องหมายแจ้งการเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ ข้อ 11; (มธ 24:30 เชิงอรรถ q; เทียบ 1 ธส 4:17; วว 1:7;14:14-16)

n สำเนาโบราณบางฉบับละ “ขึ้นสู่สวรรค์”

o พระคริสตเจ้าจะเสด็จมาในพระสิริรุ่งโรจน์ ในวันสุดท้าย (ดูเชิงอรรถใน มธ 24 และ ลก 17:22-37; 21:5-33)

p อัครสาวกยูดาไม่ใช่ยูดา “น้อง” ของพระเยซูเจ้า (ดู มธ 13:55; มก 6:3) หรือน้องของยากอบ (ยูดา 1) อัครสาวกยากอบบุตรของอัลเฟอัสก็ไม่ใช่น้องของพระเยซูเจ้า (“องค์พระผู้เป็นเจ้า”) 12:17; 15:13: ฯลฯ

q มีตัวอย่างมากมายในหนังสือกิจการอัครสาวกเรื่องการอธิษฐานภาวนาอย่างร้อนรนที่พระเยซูเจ้าทรงกำชับ (มธ 6:5 เชิงอรรถ c) และทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่าง (มธ 14:23 เชิงอรรถ f) การอธิษฐานภาวนาร่วมกันโดยมีบรรดาอัครสาวกเป็นผู้นำ เป็นส่วนสำคัญของพิธีหักปัง (พิธีมิสซา) (กจ 2:42,46; 20:7-11) กจ กล่าวถึงการอธิษฐานภาวนาในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ทุกครั้ง เช่น การเลือกตั้ง การรับศีลบวช และการประกาศกฎเกณฑ์ต่าง ๆ (1:24; 6:6; 13:3 14:23) การประทานพระจิตเจ้าแก่ชาวสะมาเรีย (8:15) ในโอกาสที่ถูกเบียดเบียน (4:24-31; 12:5,12) กจ ยังกล่าวถึงบุคคลที่อธิษฐานภาวนาด้วย เช่น สเทเฟนอธิษฐานภาวนาเพื่อตนเองและเพชฌฆาต (7:59-60) เปาโลภาวนาหลังจากได้เห็นภาพนิมิตของพระคริสตเจ้า (9:11) เปโตรและเปาโลภาวนาก่อนกระทำอัศจรรย์ต่าง ๆ (9:40; 28:8) เปโตรภาวนาเมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้ไปพบโครเนลีอัส (10:9; 11:5) โครเนลิอัสเองเป็นผู้อธิษฐานภาวนาด้วย (10:2,4,30-31) เปาโลและสิลาสภาวนาในคุก (16:25) เปาโลภาวนาเมื่อร่ำลาเพื่อนพี่น้องที่เมืองมิเลทัส (20:36) และที่เมืองไทระ (21:5) โดยทั่วไปการอธิษฐานภาวนามีจุดประสงค์เพื่ออ้อนวอนขอ เพื่อรับอภัยบาป (8:22-24) เพื่อสรรเสริญ (16:25) เพื่อขอบพระคุณ (28:15) และสุดท้ายเพื่อเป็นพยานยืนยันความเชื่อ “การเรียกขานพระนามของพระเยซูเจ้า” เป็นลักษณะพิเศษของคริสตชน (2:21, 38; 9:14,21; 22:16)

r “พี่น้อง” หมายถึง ญาติสนิทของพระเยซูเจ้า (ดู มธ 12:46 เชิงอรรถ o)

s คำว่า “พี่น้อง ในพระคัมภีร์ยังใช้ในความหมายกว้างอีกด้วย โดยหมายถึงญาติห่าง ๆ หรือใกล้ชิดก็ได้ (ปฐก 9:25; 13:8) อาจหมายถึงเพื่อนร่วมชาติ (ปฐก 16:12; อพย 2:11; ฉธบ 2:4; 15:2; สดด 22:22) นอกจากนี้คำนี้ยังหมายถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งเพราะร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธสัญญา ในพันธสัญญาใหม่คำว่า “พี่น้อง” บ่อย ๆ หมายถึงบรรดา    คริสตชนหรือบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้า (6:3; 9:30; 11:1; 12:17; มธ 28:10; ยน 20:17; รม 1:13) เพราะบรรดาศิษย์ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าเช่นเดียวกับพระคริสตเจ้า (มธ 12:50//) เขาจึงเป็นบุตรของพระบิดาโดยมีพระคริสตเจ้าทรงเป็นบุตรคนแรก (มธ 25:40; รม 8:29; ฮบ 2:11,17) และรักกันฉันพี่น้อง (รม 12:10; 1 ธส 4:9; 1 ปต 1:22; 1 ยน 3:14)

t สาเหตุของความตายของยูดาสที่นี่แตกต่างจากที่กล่าวใน มธ 27:3-10 ยูดาสมิได้แขวนคอตายเหมือนกับอาฮิโทเฟล (2 ซมอ 17:23) แต่ตายตามแบบคนชั่วใน ปชญ 4:19, เรื่องไส้ทะลักออกมาเป็นรายละเอียดที่พบบ่อย ๆ ในนิยายชาวบ้านเมื่อกล่าวถึงความตายของคนชั่ว “เลือด” ในคำ ”นาเลือด” มิได้หมายถึงเลือดของพระเยซูเจ้า แต่หมายถึงเลือดของยูดาส ทั้ง มธ และ กจ กล่าวตรงกันว่ายูดาสผู้ทรยศพบจุดจบอย่างกระทันหันและน่าอัปยศ และนำเอาเรื่องนี้มาเกี่ยวข้องกับชื่อ “ฮาเคลดามา” (Hakeldama) ชื่ออัปมงคลของสถานที่ซึ่งรู้จักกันดีในกรุงเยรูซาเล็ม

u สำเนาโบราณบางฉบับใช้กริยาในข้อ 23 และข้อ 24 เป็นเอกพจน์ เพื่อเน้นบทบาทของเปโตร

v การจับสลากเป็นวิธีเลือกบุคคลแบบโบราณ (อพย 33:7 เชิงอรรถ e; 1 ซมอ 14:41 เชิงอรรถ r; ลก 1:9) ต่อมาไม่นานคริสตชนจะใช้วิธีอื่นที่พิจารณาคุณสมบัติของบุคคลมากขึ้น ดู 6 :3-6; 13:2-3

w สำเนาโบราณบางฉบับว่า “อัครสาวกสิบสองคน” ดู มก 3:14 เชิงอรรถ c

ค้นหาข้อความภาษาไทย

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย