Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2015
สัปดาห์ที่ยี่สิบแปด เทศกาลธรรมดา

ลก 11:37-41…

37เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสจบแล้ว ชาวฟาริสีคนหนึ่งทูลเชิญพระองค์ไปเสวยพระกระยาหารที่บ้าน พระองค์จึงเสด็จเข้าไปประทับที่โต๊ะ 38ชาวฟาริสีคนนั้นประหลาดใจเมื่อเห็นว่าพระองค์ไม่ทรงล้างพระหัตถ์ตาม ธรรมเนียมก่อนเสวยพระกระยาหาร 39องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเขาว่า ‘ชาวฟาริสีเอ๋ย ท่านล้างถ้วยชามด้านนอก แต่ใจของท่านเต็มไปด้วยของที่ขโมยมาและความชั่วร้าย 40คนโง่เอ๋ย พระเจ้าผู้ทรงสร้างภายนอก มิได้ทรงสร้างภายในด้วยหรือ 41ถ้าจะให้ดีแล้ว จงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิด แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน



อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
 
• พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้สอนพ่อให้ไตร่ตรองหนักขึ้นจริงๆ สิ่งสำคัญมากๆ คือ การเปลี่ยนแปลง การกระทำอะไรกตามสำคัญมากต้องเป็น “การกระทำจากภายใน” พ่อคิดว่าคำสอนวันนี้มีคุณค่ามากและสอนพ่อ สอนชีวิต สอนสังคมเรามากมายจริงๆ เพราะสังคมของเรา สังคมที่เต็มไปด้วยเรื่อง “ภายนอก” มากเหลือเกิน สำหรับสังคมชาวยิวนั้น ชาวฟาริสีคือเจ้าแห่งธรรมเนียมประเพณีทางศาสนา มีธรรมเนียมปฏิบัติและกฎเกณฑ์มากมายเหลือเกิน และทำให้เราได้เห็นว่าพระเยซูเจ้าตำหนิชาวฟาริสี..

o ‘ชาวฟาริสีเอ๋ย ท่านล้างถ้วยชามด้านนอก แต่ใจของท่านเต็มไปด้วยของที่ขโมยมาและความชั่วร้าย

o คนโง่เอ๋ย พระเจ้าผู้ทรงสร้างภายนอก มิได้ทรงสร้างภายในด้วยหรือ

o ถ้าจะให้ดีแล้ว จงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิด แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน

• พ่อไม่รู้จะอธิบายให้ชัดได้อย่างไร ถ้าไม่เปรียบเทียบกับยุคสมัยของเรา... ซึ่งก็เป็นยุคสมัยที่เน้นสิ่งภายนอกต่างๆมากมายเช่นเดียวกัน จนพ่อเองก็ไม่ทราบว่าคนเราจะอะไรกันนักหนอ... ประสบการณ์ที่เรากระทำกันอยู่มากมายเสมอจนเคยชินมาก เราอาจไม่ได้ตระหนักหรือคิดกันสักนิดจริงๆเลยนะครับ

o การแต่งกายของคนเราในสังคม... พี่น้องเคยสังเกตไหมว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากๆ เช่นเวลาเราได้รับเชิญไปงานต่างๆ ที่เป็น “งานสังคม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เราเรียกว่า “งานกลางคืน” พ่ออยากร้อง “เฮ้อ” แรงๆออกมานิดหนึ่งครับ เพราะเวลาที่การไปงานกลางคืนโดยเฉพาะงานแต่งงาน 

o พ่อเห็นเรื่องการแต่งกายไปงานกลางคืนนั้นโอเป็นเรื่องใหญ่มาก มากจริงๆ พ่อเห็นคนเขาแต่งตัวกัน เสื้อผ้าหนาผม ชุด กระเป๋า รองเท้า ทรงผม ต้องไปร้านทำผมที่เลือกเฟ้นไว้แล้วกันเป็นครึ่งค่อนวัน 

o พ่อเห็นเขาไปงานกันคนเรามีสิ่งที่เรียกว่าเครื่องเรื่องราวภายนอกมากเหลือ เกิน แต่งตัวกันสุดๆ ชุดสุดๆ ก่อนออกจากบ้านกว่าไปจะไปได้ (ถ้าเป็นคาทอลิก บ่อยๆก็เป็นเช่นว่า... ไปมิสซางานงานแต่งงานไม่ค่อยมีคนไปมากหรอกครับ... ไปงานเลี้ยงกลางคืนมากกว่า ถ้าไปก็ไม่ค่อยทันหรอกครับ... และส่วนใหญ่จะไปเตรียมตัวไปงานกลางคืนมากกว่า)

o ไปงานแต่งตามโรงแรมหรูๆ ก่อนออกจากบ้าน แต่งตัวกันสวยมาตั้งแต่ภาคสาย... ก่อนออกก็เริ่มเซลฟี่ ถ่ายรูปกันมากมาย ถ่ายรูปเสร็จก็โพสต์ แชร์ ไลน์ กันกระจายครับ พร้อมคำถาม สวยไม๊ งามไม๊ ส่งกันไปส่งกันมา ตอบว่ “ไม่สวยก็ไม่ได้” ที่น่าคิดคือ “ความมั่นใจ” แต่งตัวแล้วถ้าไม่สวย ทรงผมทำมาผิดหวัง หรือทำหน้าไม่สวย ชุดดูไม่เข้าไม่สวยพอ หรืออาจจะเพราะน้ำหนักเยอะแต่อยากให้ดูผอม ตันไปหน่อยแต่งแล้วดูเป็นข้าวต้มมัดไปนิดก็ “ขาดความมั่นใจ” นี่ขนาดอดอาหารมาเป็นมาทิตย์เพื่อออกงานแล้วในที่สุด..บ่อยครั้ง ไม่มั่นใจว่าสวย ก็ล้มเลิกไปงานเลยก็มีนะครับ “อาการหนักจริง” 

o คำถามพ่อคือตกลงเราไปร่วมงานเพื่อยินดีกับคู่แต่งงาน หรือเราไปเพื่อจุดประสงค์ให้เราได้รับคำชมว่าสวยและดูดี พ่อเห็นไปงาน ก็ไม่ได้สนใจสิ่งที่พิธีกรพูด เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไม่ได้รับความสนใจนัก เพียงรีบไปรอคิวถ่ายรูปหน้างานให้รู้ว่ามาหน่อย มอบซองและรับของที่ระลึกนิด หรือเขียนอวยพรนิ๊ดนึง ปัจจุบันเขาเขียนบนจอที่มีรูปตัวเองกับคู่แต่งงาน เขียนบนจอทีวีที่มีรูปที่เพิ่งถ่ายมา ตอนเขียนก็มองแต่รูปตัวเอง... (ซองที่ใส่เงินช่วยงานนั้นไม่ต้องพูดถึง... มันคือเศษหนึ่งส่วนล้านหรือหนึ่งส่วนหลายล้านก็เป็นไปถ้าเป็นไฮนโซเศรษฐี.. เศษเล็กน้อยของเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ กระเป๋าถือที่ถือมาร่วมงานให้ตัวเองดูสวยดูดี) 

o ขณะที่ร่วมงานก็มีแต่เดินดูชุดดูกระเป๋า ดูทรงผม ดูหน้าที่โบ๊ะกันไว้ แล้วก็พูดถึงวิจารณ์กันไป... แล้วก็ถ่ายรูปชื่นชมกันไป ในงานไม่ได้มองเจ้าบ่าวเจ้าสาวเลย สนใจแต่ตัวเอง... บางคนไม่ทานอะไรเลยเพราะกลัวไม่สวย อยากกินจะตาย แต่กลัวอึดอัดเพราะชุดรัดมาเต็มที่แล้ว... เดินยิ้มเดินสวยเดินหล่อกันไป (ผู้ชายอาจจะน้อยหน่อย แต่หลังๆ ก็อาจมากขึ้นแล้ว) 

o ตกลงไม่ได้ทานอะไรเลย พอจบงานกลับบ้านต้องแวะทานข้าวต้มข้างทางแบบหมดสภาพและหิวโซ ถอดส้นสูงออกใส่แตะที่ทิ้งไว้ในรถ ลงไปทานข้าวต้มข้างทาง นั่งบิดนั่งปวดเท้าจะแย่ เพราะเดินเขย่งในงานให้ดูสูงเกินจริงนอกจากทำให้สวยเกินจริงแล้วเช่นกัน... ขอร้อง “เฮ้อ” กลับมาในโทรศัพท์ไม่มีรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวเลย มีแต่รูปตัวเอง... และก็กลับมานั่งดูตนเอง กลับมาถึงบ้านกว่าจะอาบน้ำก็ถ่ายรูปไว้อีกเยอะ เพราะอุตส่าห์ลงทุนแต่งตัวมาแล้ว... และบางทีชุดที่สวมใส่ก็ลงทุนไปเยอะและเพื่องานนี้งานเดียว

• พอแล้วครับ... พ่อเขียนบรรยายข้างต้น...จุดประสงค์เพื่อให้เราได้ทบทวนสิ่งที่บ่อยครั้งใน สังคมเราทำกันอยู่ ซึ่งดูน่าเหนื่อยครับ... พิจารณาดีๆว่าเราไปงานแบบนี้กัน เราทำกันไป เราทำเพื่อใคร เพื่ออะไรจริงๆ แน่นอนถ้าพ่อลั่นคำถามไปแบบนี้ คำตอบก็จะต้องออกมาว่า “เพื่อให้เกียรติแก่งาน แก่คู่บาวสาว และสังคม” แต่พ่อเขียนบรรยายละเอียดไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าให้อ่านเพลินนิดหน่อยและ ที่สุดขณะเพลินคิดไปพ่อจะได้ถามใจจริงๆว่าที่สุดแล้วนั้นสิ่งที่ทำ ธรรมเนียมทางสังคมที่ทำกันนั้น เพื่อใคร เพื่ออะไรจริงๆ ดูรูปที่ถ่ายออกก็มีแต่ตนเองเป็นส่วนใหญ่... นั่นคือประเด็นของพ่อครับ


• พระเยซูเจ้าตรัสย้ำชวนให้ชีวิตศาสนาของเรายิ่ง้องคิด... 

o “‘ชาวฟาริสีเอ๋ย ท่านล้างถ้วยชามด้านนอก แต่ใจของท่านเต็มไปด้วยของที่ขโมยมาและความชั่วร้าย คนโง่เอ๋ย พระเจ้าผู้ทรงสร้างภายนอก มิได้ทรงสร้างภายในด้วยหรือ ถ้าจะให้ดีแล้ว จงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิด แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน”

• พ่อสนใจพระวาจาประโยคสุดท้ายที่พระเยซูย้ำวันนี้... “ถ้าจะให้ดีแล้ว จงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิด แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน” พ่ออ่านประโยคนี้แล้วพ่อรู้สึกซึ้งใจยิ่งมากจริงๆ พ่ออยากบอกว่า “ถ้าจะให้ดีแล้ว... ถ้าจะให้ดีแล้ว”... พี่น้องที่รักครับ ถ้าจะให้ดีแล้ว ให้เราเน้นให้จิตใจของเรา ความรู้สึกนึกคิด จิตใจจากภายในของเราได้เปลี่ยนเป็นความใจดี ความเมตตา การให้ทานน้ำใจ คือความรักความใจดีความเมตตาเถิด แล้วทุกสิ่งจะสะอาดสำหรับท่าน ทุกสิ่งจะสวยที่สุดสำหรับท่าน จริงๆนะครับ

• พี่น้องคิดดูสิครับ ถ้าเราติดตัดแต่งเติมตุ้มห้อยเครื่องแต่งกายของเราให้พอประมาณ และให้หัวใจของเราไปอยู่กับเจ้าบ่าวเจ้าสาว คนอื่นๆรอบข้างญาติมิตร ร่วมงานด้วยใจยินดีที่สุดกับพวกเขา ครอบครัว ใส่ซองช่วยงานมากหน่อยเพื่อสนับสนุนน้ำใจให้เขาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวเรางาน แบบนี้มีค่าใช่จ่ายมาก เขียนข้อความอวยพรจากหัวใจเสริมกำลังใจ ภาวนาไปมิสซาภาวนาเพื่อพวกเขา.. ทุกอย่างที่จัดให้จัดไปมาจากใจที่ให้เป็นความรัก เน้นภายในหัวใจให้มาก ตกลงว่างานนั้นๆ จุดสำคัญหรือโฟกัสคือคนอื่นๆ พ่อว่านั่นคือจิตตารมณ์ของเราแบบที่พระเยซูเจ้าสอนครับ 


• ชีวิตศาสนาก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ... ทุกอย่างจะออกมาจากหัวใจ ย้ำ ย้ำ ย้ำ เพื่อพระเจ้า เพื่อนพี่น้องรอบข้างเลยครับ... บ่อยครั้ง งานพระเจ้าพวกเราก็อาการเดียวกัน บวชพระสงฆ์ งานพระ แต่ก็อาจมีอาการเสื้อผ้า (กาซูลาเฟ้นหนัก) หน้าผมก็บางทีก็มีอาการเหมือนกัน... สามเณรหลายคนใกล้วันบวชวันสำคัญก็มุ่งลดหุ่นกันหนักเหมือนกันนะ หวังว่าจะไม่มีไปทำหน้าขาว หน้าเด้งตามกระแสกับเขาไปด้วยนะครับ... มิฉะนั้นอีกหน่อยก่อนบวช มิต้องไปศัลยกรรมกันหรือครับ...

• พี่น้องที่รักงาม สวย รัก เมตตา ปลื้ม ให้เกียรติเพื่อนพี่น้อง หรือถวายเกียรติพระเจ้าจากหัวใจภายในครับ... ใจครับที่สำคัญที่สุด จากภายในคือความงดงาม และความรักเมตตาครับ เทใจให้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องทุกคนเสมอ

o สำหรับนักบวชพระสงฆ์ก็ทุ่มเทหัวใจชีวิตรับใช้พระเจ้า และรับใช้เพื่อนพี่น้องนะครับ เออๆๆ เรานักบวชพระสงฆ์คือผู้รับใช้ ทาสรับใช้เพื่อนพี่น้องนะครับ ไม่ต้องเน้นเลิศหรูหราตามกระแสจนเกินนายของเรา... คือพระเยซูเจ้าผู้ประทับอยู่ในบรรดาผู้ยากไร้อย่างพิเศษนะครับ... มิฉะนั้นเราก็จะเน้นเครื่องทรงต่างๆภายนอก ถ้าทางพิธีต่างๆเลิศเกินไปอีกเช่นกัน 

o สรุปว่า สำหรับพระสงฆ์ คนศาสนาทั้งหลาย...เน้นเรียบง่าย ใช้สิ่งที่มีอยู่ไม่ต้องเลิศหรูมากมายในเรื่องเครื่องทรงภายนอกในพิธีกรรม ต่างๆก็จะดีครับ และ... “ถ้าจะให้ดีแล้ว จงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิด แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน” 

o ขอพระเจ้าอวยพรครับ