Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วัน จันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2015
สัปดาห์ที่สิบเก้า เทศกาลธรรมดา

(ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณะสักขี)
วันนี้ขอให้อ่านบทอ่านสองบทครับ
2คร 9:6-10…

6พึงจำไว้ว่าผู้ที่หว่านเมล็ดพืชเพียงเล็กน้อย ก็จะเก็บเกี่ยวได้เพียงเล็กน้อย ผู้ที่หว่านเมล็ดพืชมากก็จะเก็บเกี่ยวได้มาก 7แต่ละคนจงให้ตามที่ตั้งใจไว้ มิใช่ให้โดยนึกเสียดาย มิใช่ให้โดยฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี 8พระเจ้าประทานพระหรรษทานทุกประการแก่ท่านได้อย่างอุดม เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งเพียงพอ 9และยังมีเหลือเฟือสำหรับกิจการดีทุกประการอีกด้วย ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เขาเอื้อเฟื้อแจกจ่าย เขาให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่ตลอดนิรันดร”
10พระองค์ผู้ประทานเมล็ดพืชแก่ผู้หว่านและประทานอาหารเลี้ยงชีวิตจะทรงจัดหา และทรงทวีเมล็ดพืชที่ท่านหว่าน และจะทรงเพิ่มพูนผลแห่งความชอบธรรมของท่านด้วย


ยน 12:24-26…

24เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงในดินและตายไป
มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น
แต่ถ้ามันตาย
มันก็จะบังเกิดผลมากมาย
25ผู้ที่รักชีวิตของตนย่อมจะเสียชีวิตนั้น
ส่วนผู้ที่พร้อมจะสละชีวิตของตนในโลกนี้
ก็ย่อมจะรักษาชีวิตนั้นไว้สำหรับชีวิตนิรันดร
26ผู้ใดรับใช้เรา ผู้นั้นจงตามเรามา
เราอยู่ที่ใด ผู้รับใช้ของเราก็จะอยู่ที่นั่นด้วย
ผู้ใดรับใช้เรา พระบิดาจะประทานเกียรติแก่เขา


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
 
• ทำไมนักบุญลอเรนซ์ ต้องเป็นวันฉลองด้วย ไม่ใช่เพียงระลึกถึง แต่เป็นฉลองคือเป็นวันที่ถ้าไปมิสซานี้ เราต้องขับร้องพระสิริรุ่งโรจน์และมิสซาก็แตกต่างจากทุกวัน คือ เป็นมิสซาฉลองพิเศษ ทำไมนักบุญลอเรนซ์ต้องพิเศษด้วยหนอ วันนี้พ่ออยากเขียนบทเทศน์ถึงนักบุญองค์นี้ครับ


• นักบุญลอเร็นซ์ คือ นักบุญที่พ่อประทับใจมายาวนานตั้งแต่วัยเด็กของพ่อ 

o เวลาเข้าบ้านเณร ทุกๆ วันจะมีการอ่านประวัตินักบุญตลอดปีในห้องอาหาร... ทุกวันมิได้ขาด เราต้องฟังประวัตินักบุญหลังอาหารทุกวันวันละหนึ่งองค์เป็นประจำ เมื่อทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ เอหรือมื้อเที่ยงเริ่มจำไม่ได้แล้วสิ นานมาก สามสิบปีก่อนครับ... ไม่แน่ใจอาจจะเป็นมื้อเที่ยง แต่ไม่ใช่มื้อเช้าแน่นอน เพราะมื้อเช้าเราจะรับประทานในความเงียบ ห้ามคุย.. และจะมีคนอื่นข่าวประจำวันจากหนังสือพิมพ์ให้ฟัง ข่าวที่เป็นข่าวดีๆ นะครับ ต้องเลือก ข่าวร้ายๆ หรือข่าวติดๆ เรตติ้งจะไม่ได้อ่าน ไม่ได้ฟังด้วยในสมัยนั้น... แต่ที่แน่ๆ 

o ทุกวัน หลังอาหารมื้อหนึ่งจะมีการอ่านประวัตินักบุญหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ และเราต้องนั่งฟังในความสงบจนกว่าจะอ่านเสร็จแล้วจึงได้ยินกระดิ่งจากอธิการ หรือครูเณร เราจึงลุกขึ้นสวดภาวนา


• พ่อเล่าถึงท่านนักบุญในวันนี้ที่ฉลองท่านนักบุญ เป็นเพราะเพราะนักบุญลอเร็นซ์เป็นประวัตินักบุญที่พ่อจำได้ไม่เคยลืม คือ ตอนที่ท่านถูกประหารชีวิตที่กรุงโรมให้เป็นมรณะสักขีด้วยการย่างท่านบน เตาไฟ.. 


• พ่อจำความได้ว่า...ด้วยความโมโหและความเคียดแค้นของนายอำเภอศัตรูของ ท่าน.... ในวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 258 นายอำเภอได้สั่งฆ่าลอเรนส์อย่างช้าๆ โดยวิธีการที่โหดเหี้ยมมากคือ เขาได้เอาตะแกรงปิ้งเนื้อขนาดใหญ่ มารนไฟให้ร้อนจัดจนแดง มัดลอเรนส์ติดกับตะแกรง และปิ้งเขาจนถึงแก่ความตาย


• ในขณะที่ท่านรับทรมาน พ่อจำได้แม่นยำ 

o ท่านนักบุญลอเร็นซ์ยังได้บอกให้เพชฌฆาตให้พลิกตัวเขาไปปิ้งอีกข้างหนึ่ง เพราะเขาสุกเพียงข้างเดียว แล้วต่อมาเขาได้พูดว่า "ท่านปิ้งข้าพเจ้านานพอสมควรแล้ว เชิญรับประทานได้เลย" 

o ขณะกำลังหมดลมหายใจ ใบหน้าของเขาล้อมรอบไปด้วยแสงสว่างสวยงามยิ่งนัก เขาได้สิ้นใจ หลังจากสวดภาวนา "ขอให้กรุงโรมกลับใจมานับถือพระเยซูคริสตเจ้า และความเชื่อคาทอลิกเผยแพร่ไปทั่วโลก"

• และเมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมในภายหลังเมื่อพ่อโตแล้ว พ่อก็ศึกษาประวัติท่านอย่างละเอียดอีกนิด พ่อทราบว่าท่านนักบุญอัมโบรสได้บอกเราด้วยคำคมกล่าวถึงนักบุญลอเรนซ์ว่า

o “ไฟแห่งความรักต่อองค์พระเจ้าได้เผาไหม้ร่างกายของลอเรนส์ อย่างเจิดจ้า จนเขามีความอดทนต่อการทรมานอันทารุณโหดร้ายอย่างสงบ” นี่คือความทรงจำของพ่อเกี่ยวกับนักบุญลอเร็นซ์

• แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ท่านต้องโดนกระทำเช่นนี้ ใช่ครับตอนเด็กพ่อประทับใจเรื่องเล่าจำได้เฉพาะตอนที่ท่านถูกประหารด้วยการ ปิ้ง และมีฉากที่ดูขำแบบอัศจรรย์ที่ท่านทนและยังสนทนากับเพชฌฆาตแบบที่นั้น แต่ภายหลังพ่อค่อยๆเรียนรู้ถึงท่านนักบุญลอเร็นซ์มากขึ้นเป็นการส่วนตัว มุมชีวิตของท่านที่พ่อเคยประทับใจในวัยเด็กนั้น เปลี่ยนไปจากเดิม พ่อกลับชอบมุมนี้มากกว่าคือมุมที่เป็นเหตุให้ท่านต้องถูกประหารชีวิต... นั่นคือ 

o ในยุคเบียดเบียนพระศาสนจักร ท่านนักบุญเป็นสังฆานุกรรับใช้พระสันตะปาปาในเวลานั้น โคนิลัส เสคิวลาริส เจ้าหน้าที่โรมันตำแหน่งนายอำเภอ ผู้ซึ่งมั่นใจว่า พระศาสนจักรมีเงินทองทรัพย์สมบัติมากมาย จึงได้สั่งให้ลอเรนส์ส่งของมีค่าทั้งหมดให้เป็นของพระจักรพรรดิเพื่อนำเงิน นั้นบำรุงรักษากำลังทหารของพระองค์ 

o นายอำเภอฉลาดแกมโกงแบบแถๆ เหมือนนักการเมืองทั่วไปที่ชอบอ้างศาสนาเพื่อเข้าข้างตนว่าชอบธรรมและมี คุณธรรม นายอำเภอคนนั้นได้พูดโดยอ้างพระคัมภีร์ว่า "ข้าพเจ้าเข้าใจว่าตามคำสั่งสอนของท่าน ท่านจะต้องคืนซีซ่าร์ ของของซีซ่าร์ พระเป็นเจ้าของท่านไม่ได้นำเงินตราเข้ามาในโลกพร้อมกับพระองค์ สิ่งที่พระองค์ได้นำเข้ามา คือ พระวาจา ดังนั้น จงให้เงินตรากับเรา และท่านเก็บพระวาจาไว้" (โอ้โห นายอำเภอคนนี้ถ้าพ่ออยู่สมัยโรมันเวลานั้น จะตั้งให้เป็นอาจารย์พระคัมภีร์ได้เลยนะครับ ความรู้ยอด แต่คุณธรรมสอบตกเท่านั้น... เลย คงให้เป็นอาจารย์พระคัมภีร์ไม่ได้...ประชดและซดเข้าไปเต็มเพื่อสอนตัวพ่อ เอง)

o แต่นักบุญลอเร็นซ์กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวกว่ายิ่งนัก ท่านนักบุญลอเรนส์บอกนายอำเภอว่าขอเวลา 3 วันเพื่อรวบรวมเงินตราทั้งหมดของพระศาสนจักร ในระหว่างนั้นท่านได้ขายทรัพย์สินที่เหลือซึ่งท่านรับผิดชอบดูแลอยู่ และเรียกประชุม ชุมนุมด่วน...มอบให้ และแบ่งปันสรรให้หมดเลย ให้แก่บรรดาคนโรคเรื้อนเป็นพันๆ คนตาบอด คนป่วย คนหิวโหย แม่ม่าย เด็กกำพร้า และคนสูงอายุ และเมื่อครบสามวันลอเรนซ์ได้ยกฝูงชนนี้พากันมาให้นายอำเภอ และพูดจากระทบกระเทียบว่า "พระศาสนาจักรร่ำรวยจริงๆ ร่ำรวยยิ่งกว่าจักรพรรดิของท่าน" 

o ความหมายที่พ่อประทับใจ ประทับใจสุดๆ จริงๆ นั่นคือ ลอเรนซ์ได้ประกาศว่า “คนยากจนคือสมบัติของพระศาสนจักรไม่ใช่เงินทองแต่ประการใด”

• พี่น้องที่รัก พ่อเชื่อมั่นใจ ประทับใจที่สุด สมบัติที่ลอเรนซ์รวบรวมและนำมาแสดงแก่จักรวรรดิโรมันคือ “คนยากจนหรือคนด้อยโอกาส” 

o สำหรับพ่อนี่คือความน่าประทับใจมากๆ พ่อคิดว่า ณ ปัจจุบัน ความยากจนกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่พระศาสนจักรของเราคาทอลิกต้องคิดจริงๆ คำที่ว่า “รวยกระจุก จนกระจาย” (ปัจจุบันต้องเน้นเสียงให้เห็นภาพ... รวยกระจุ๊กกระจุก จนกระจ๊ายกระจายกระเจิดกระเจิง)

o เรื่องนี้เป็นความจริง และ ณ ปัจจุบัน... ความยากจนเกิดมีมากขึ้นเพราะความโลภของคนกลุ่มหนึ่งในทุกๆสังคม สังคมไทยของเรา และสังคมประเทศที่ด้อยการพัฒนาและการศึกษา... คนยากจนยังเป็นกลุ่มใหญ่ของโลกและสังคมจริงๆ 


• สำหรับพ่อ วันนี้พระศาสนจักรจะฉลองนักบุญลอเร็นซ์อย่างมีความสุขได้ 

o พ่อเชื่อว่าเราต้องเลือกที่จะรักคนยากจนเหมือนกับท่าน 

o เราต้องเห็นสมบัติล้ำค่าของพระศาสนจักรคือบรรดาคนยากจนที่แน่นอนส่วนใหญ่ก็ เป็นสมาชิกของพระศาสนจักรและส่วนใหญ่ก็เป็นมนุษย์ร่วมโลกของเรา 

o พ่อคิดว่า พระศาสนจักรต้องจริงจัง จริงใจ ใส่ใจ รักคนยากจน และ

o ที่สำคัญ พระศาสนจักรต้องแน่ใจว่าตนเองกำลังอยู่อย่างยากจนและเพื่อคนยากจนอย่าง แท้จริง ทำให้คนยากจนได้มีโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นเพื่ออยู่อย่างมีศักดิ์ศรี...

o พระศาสนจักรต้องอยู่เคียงข้างคนยากจนให้ได้จริงๆ ดังที่พระเยซูเจ้าได้กระทำ... พระสันตะปาปาฟรานซิสที่รักของเรา ณ ปัจจุบัน พระองค์ได้เคยเตือนบรรดาสมณทูตของพระศาสนจักรทั่วโลก ย้ำว่า “บรรดาสมณฑูตต้องไม่ทำตนเป็นคนชั้นสูงของสังคม.... งานของสมณทูตคือการรับใช้ พระสันตะปาปาย้ำชัดว่า ถ้าทำตนเป็นคนชั้นสูงของสังคม ความเป็นสมณทูตก็จบลงทันที” 

o พ่อคิดว่า เรามีแบบอย่างที่ดีมากพคือพระสันตะปาปาฟรานซิส.. เราต้องมองดู เราต้องหันหัวใจ และสร้างสายใยรักแท้จริงสำหรับพี่น้องรอบข้าง โดยเฉพาะบรรดาคนยากไร้เป็นสำคัญ....

• พี่น้องที่รัก... พระศาสนจักร พวกเรา พระสงฆ์ นักบวช คริสตชน เราคงต้องเข้าไปให้ถึงความรักในหัวใจของนักบุญลอเรนซ์ และใกล้ตัวกว่านั้นเข้าไปให้ถึงความรักในหัวใจของพระสันตะปาปาของเรา สมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ก็ได้เน้นเรื่องนี้จริงจัง... และแน่นอน ความรักทั้งหมดนี้คือความรักในดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ทรงเสด็จมาเพื่อคนยากจนและคนชายขอบสังคม...

• พ่อเชิญชวนครับ... 

o โอกาสนี้เราต้องกลับใจ หันหัวใจไปหาพี่น้องผู้ยากไร้ให้ชัดเจนและมากขึ้นเป็นพิเศษ ดูพระวาจาวันนี้สิครับ ช่างเหมาะเจาะจริงๆ จากคำสอนของท่านนักบุญเปาโล... กล่าวถึงการให้ด้วยความรักคือหัวใจของคริสตชนเลยทีเดียว “แต่ละคนจงให้ตามที่ตั้งใจไว้ มิใช่ให้โดยนึกเสียดาย มิใช่ให้โดยฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี” ท่านนักบุญเปาโลอ้างพระคัมภีร์ชัดเจนว่า “เขาเอื้อเฟื้อแจกจ่าย เขาให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่ตลอดนิรันดร” พ่อตีความตรงๆเลยว่า ความชอบธรรมคือความเอื้อเฟื้อแจกจ่ายให้แก่คนยากจนหรือพี่น้องที่ด้อย โอกาส...

o พระวรสารก็เรียกร้องให้เราต้องตกลงบนดีและยอมเปื่อยยุ่ยเพื่อเกิดผล ต้องยอมมอบชีวิตเช่นกัน... 

o เลียนแบบนักบุญลอเรนซ์และเราจะเห็นความจริงของคำว่า “พระศาสนจักร”

• พี่น้องที่รักครับ พ่อย้ำ เป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ตัวพ่อเองนี่แหละครับ 

o เราทุกคนจะเป็นคนชอบธรรมได้จริงๆ เราต้องเป็นคนใจดี ใจกว้าง แบ่งปันให้แก่คนยากจน... พระสงฆ์นักบวชต้องไม่ใช่คนชั้นสูงไฮโซในสังคม... แต่เราต้องอยู่เพื่อทุกคนแน่นอน แต่ต้องมุ่งที่จะแบ่งปันและรักคนยากจนเป็นพิเศษจริงๆ นั่นคือความสง่างามของชีวิตพระสงฆ์ นักบวช และคริสตชนฆราวาส... 

o พี่น้องครับ ใจดีมากๆนะครับ รักมากๆ พ่อสรุปว่า ความรักไม่เคยสร้างความเสียหายหรอกครับ... ขอพระเจ้าอวยพร ขอนักบุญลอเร็นซ์ภาวนาเพื่อเราทุกคนให้รัก และเป็นห่วงคนยากจนเหมือนกับท่านนะครับ... 

o ครับก่อนจบพ่อเชิญพวกเราให้คิดถึงพระสังฆราชลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิตร พระสังฆราชกิติคุณของสังฆมณฑลจันทบุรีด้วยนะครับ พระคุณเจ้ามีศาสนามลอเร็นซ์ และขอให้เราเลียนแบบท่านนักบุญกันจริงๆ ในความรักต่อคนยากจนเพิ่มขึ้นนะครับ