Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2015
สัปดาห์ที่สิบหก เทศกาลธรรมดา
มธ 13:18-23…
18“ดังนั้น จงฟังความหมายของอุปมาเรื่องผู้หว่านเถิด 19เมื่อคนหนึ่งฟังพระวาจาเรื่องพระอาณาจักรและไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาและถอนสิ่งที่หว่าน ลงในใจของเขาไปเสีย นั่นได้แก่ เมล็ดที่ตกริมทาง 20เมล็ดที่ตกบนหินคือผู้ฟังพระวาจาและมีความยินดีรับไว้ทันที 21แต่เขาไม่มีรากในตัว จึงไม่มั่นคง เมื่อเผชิญความยากลำบากหรือถูกเบียดเบียนเพราะพระวาจานั้น เขาก็ยอมแพ้ทันที 22เมล็ดที่ตกในพงหนามหมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจา แต่ความวุ่นวายในทางโลก ความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ เข้ามาบดบังพระวาจาไว้ จึงไม่เกิดผล 23ส่วนเมล็ดที่หว่านลงในดินดี หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจาและเข้าใจ จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• อุปมาเรื่องผู้หว่าน... พ่อคิดถึงการหว่านพระวาจาของพระเจ้าจริงๆครับ การเปิดใจพระพระวาจาหรือเมล็ดพันธุ์แห่งพระอาณาจักรสวรรค์ ควรเป็นเช่นไร ดินมีหลายรูปแบบ ถนน ดินปนหิน ดีที่มีกอหนาม ดินดี พ่อก็ได้ยินคำอธิบายนี้มาตั้งแต่เด็กจริงๆ พ่อยอมรับว่าเราก็อธิบายกันมาโดยตลอด การเทศน์ก็เทศน์กันมากมีหลายหลาก แต่ก็มาจบลงที่เราต้องเป็นดินดี เรื่องผู้หว่านนี้พระเยซูเจ้าก็อธิบายด้วยพระองค์เองแล้วพ่อจะอธิบายอะไรต่อไปได้อีกเล่าหนอ

• พระองค์อธิบายคำอุปมาถึงเมล็ดที่ตกลงไปในที่ต่างๆ ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร
o เมื่อคนหนึ่งฟังพระวาจาเรื่องพระอาณาจักรและไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาและถอนสิ่งที่หว่าน ลงในใจของเขาไปเสีย นั่นได้แก่ เมล็ดที่ตกริมทาง
o เมล็ดที่ตกบนหินคือผู้ฟังพระวาจาและมีความยินดีรับไว้ทันที แต่เขาไม่มีรากในตัว จึงไม่มั่นคง เมื่อเผชิญความยากลำบากหรือถูกเบียดเบียนเพราะพระวาจานั้น เขาก็ยอมแพ้ทันที
o เมล็ดที่ตกในพงหนามหมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจา แต่ความวุ่นวายในทางโลก ความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ เข้ามาบดบังพระวาจาไว้ จึงไม่เกิดผล
o ส่วนเมล็ดที่หว่านลงในดินดี หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจาและเข้าใจ จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

• พระเยซูเจ้าทรงอธิบายสภาพของการเปิดรับพระวาจาแห่งพระอาณาจักรหมดแล้ว แล้วพ่อจะอธิบายต่อได้อย่างไรเล่า จะอธิบายได้ดีกว่าพระองค์ได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้แน่นอน... พ่อคิดว่า สิ่งที่พ่อทำได้คือ “พิจารณาตนเองว่า พ่อเป็นดินชนิดใด พ่อเปิดรับพระวาจาในชีวิตของพ่ออย่างไรกันเล่า”

• พี่น้องที่รัก วันนี้พ่อคิดว่า บทเทศน์ที่ดีที่สุดคือเทศน์ถึงความจริงของตัวเราต่อพระวาจาของพระเจ้าที่หว่านลงมาแล้วในชีวิตของเรา โดยทางพระวาจาขอพระเจ้า โดยทางศีลล้างบาปที่เราได้รับ โดยทางการรับพระวาจาแห่งพระอาณาจักรสวรรค์ พ่อเอง พี่น้องเอง เราได้ตอบรับเมล็ดแห่งพระวาจาของพระเจ้ากันอย่างไรครับ

• พ่อต้องยอมรับตัวพ่อเองก่อนใคร พ่อเติบโตเพียงใดในพระวาจาของพระเจ้า พ่อตอบรับพระวาจาแห่งพระอาณาจักรสวรรค์เพียงใดกันหนอ แล้วถ้าพ่อเปิดรับพระวาจาแห่งพระอาณาจักรจริงๆ พ่อควรจะมีชีวิต มีบุคลิกอย่างไรหนอ สำหรับคนที่เป็น “ดินดี” พี่น้องที่รัก พี่น้องคิดว่า คนที่ได้รับพระวาจาแห่งพระอาณาจักรสวรรค์หรือ คนที่เป็น “ดินดี” ควรจะเป็นอย่างไร... นี่คือคำถามที่พ่อคิดว่าพ่อต้องตอบให้ได้ให้วันนี้จากการไตร่ตรองพระวาจา “เนื้อดินดี” จริงๆ แล้วก็ถ้าจะพาดพิงไปสักนิด “ดิน” ภาษาฮีบรู “อาดามาห์” รากของคำว่า “อาดัม” คือ “มนุษย์” ที่พระเจ้า สร้าง มนุษย์ดีๆ เนื้อดินดีแบบที่พระเจ้าทรงสร้างหรือทรงมีพระประสงค์นั้น ควรเป็นเช่นไรกันหนอ...

• พ่อจินตนาการ ถึง “ดินดี” “อาดัมดี” “คนดี” พ่อค่อยคิดจากพระวรสารเรื่องเล่านี้อุปมานี้พ่อพบว่า...
• “ดินดี คือดินที่ไม่ปะปนกับก้อนหินที่เมล็ดพันธุ์งอกไม่ได้”
o ก้อนหินที่ปะปนคือสิ่งที่แข็ง กระด้างเกินไป และถ้ามีมากเกินไป ชีวิตของพระเจ้า ชีวิตแห่งพระอาณาจักรสวรรค์ทีแสนดีและอ่อนโยน ความรักเมตตาที่มากที่สุดจะเติบโตในหัวที่แข็งกระด้างนั้นคงยากเต็มที แล้วอะไรคือดินที่ปนหิน...หินนั้นคืออะไร พี่น้องที่รัก พ่อคิดว่า มันปนๆกันแยกไม่ค่อยออก หินมันจมๆหมกตัวอยู่ในดิน หินมันหนักกว่าหรือแข็งกว่า มันจมอยู่ลึกในดินและทำให้ดินที่น่าจะดีกลายเป็นดินปนหิน ความดีแท้ไม่หยั่งรากลงไปได้ เพราะเจอความปะปน... ไม่ความดีแท้ไม่แข็งแรงจริง ไม่หยั่งรากจริง ทำให้ดินที่อยู่เดียงบางส่วนหรือเรียกว่า “ชีวิตผิวเผิน” หรือภาษาที่ปัจจุบันเขาเรียกว่า “เฟค” คือความผิวเผินไม่ใช่ของจริงที่หยั่งราก ไม่ยั่งยืน เปรียบเหมือนชีวิตเราคริสตชนที่ไม่หยั่งราก ผิวเผินเป็นกิจการกิจกรรมแต่เพียงภายนอก เป็นเรื่องหน้าตา... (อย่าว่าพ่อนะ การเมืองก็เป็นแบบนี้เยอะมาก ไม่เก่งเลยนักการเมืองทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น จำนวนมากไม่เก่งเลย โง่ลึกๆ จมปลัก แต่น้ำหนักเสียงและวาจาพวกพรรคสนับสนุน)
o ชีวิตที่เฟค ปะปน กระด้างแต่มืออ่อน... ต้องออกหน้า แต่งกายดี มาเปิดงาน เป็นคนสำคัญ แต่ไม่ได้เก่งเลยหลายๆคน และไม่ดีเอามากๆ เจ้าพ่อ มาเฟีย จอมกินที่กินหินกินทราย ยิ่งกินหินเข้าไปอีก ดินดีแห่งชีวิต “ดิน อาดามาห์ คือ อาดัม คือ มนุษย์” เรียกว่าความเป็นมนุษย์แทบไม่เหลือ มีแต่ความรุนแรงแฝงลึก โถๆ กี่คนแล้วนักการเมืองใหญ่น้อย (ตัวพ่อตัวลูก) ที่ต้องวิ่งหนีไปหลบอยู่ตามตะเข็บชายแดน หรือรวยมากหน่อยก็บินรัดฟ้าไปบัญชาการความชั่วร้ายอยู่แดนไกล เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเหมือนก้อนหินบินว่อนเพื่อหวังร่อนลงจอดในดินดี มาปนเปและทำให้ ดินดี ดินที่มีพลังแห่งความดีต้องเปื้อหมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า... โถๆๆๆ เจ้าหินร้ายแข็งกระด้างจนเมล็ดพันธุ์แห่งความดีหยั่งรากไม่ลงแล้ว... ชีวิตเราต้องขุดมันทิ้งแล้วข้วางไปไกลๆ(แผ่น)ดิน จะได้เกิดผลดีกันทั่วหน้าทั่วแผ่นดิน
o ดินดี ปนหิน ก็เกิดผลไม่ได้... หยั่งรากไม่ได้ ชีวิตสังคมเราต้องจัดการ เคลียร์คราดทิ้งก้อนหินเล็กๆใหญ่ แยกออก เอาไปหมกไว้ในปูนหรือถมทำฐานรากอย่าให้ได้เห็นหัวน่าจะมีประโยชน์
o พ่อหวังว่า ชีวิตสังคมพระศาสนจักรของเราก็จะไม่มีลักษณะเช่นดังกล่าว สภาอภิบาลวัด ชุมชนวัด สังคมสงฆ์ นักบวช และพวกเรากลุ่มองค์กรต่างๆของวัด...มท ต้องไม่ใช่เรื่องหน้าตา สังคม แต่เป็นเรื่องของคนดี ดินดีแท้ มีศรัทธา มนุษย์แท้ มารวมกันเพื่อร่วมแรงความดีแข็งขัน ไม่เฟค ไม่ปน ไม่ปลอมเช่นกัน

• ดินดีคือดีที่มีพลัง และมีโฆษณาตัวหนึ่งที่พ่อก็ดูแล้วก็เพลินดี “เราต้องเชื่อในดิน” พลังของแผ่นดิน เราต้องเชื่อ ต้องศรัทธาในชีวิตและความเป็นมนุษย์มากกว่าสิ่งใดๆ ดินคือมนุษย์ เพราะมนุษย์มากจากดิน (เทียบ ปฐก 2)

• อย่าปล่อยให้ต้นหนามขึ้นปกคลุมชีวิตเรา
o ความชั่วร้ายทั้งหายที่จ้องปกคลุมกลบลบความเป็นมนุษย์ของเรา อย่าปล่อยเด็ดขาดนะครับ ความมืดแห่งต้นหนามและกอหนาม เราต้องขจัดมันให้ถึงรากถอนรากถอนโคนเช่นกัน สิ่งเหล่านี้คืออะไรบ้าง พ่อคิดว่าเราทราบดี เราต้องช่วยกันมีมโนธรรมที่ดีและถูกต้องเพื่อทำลายสิ่งเหล่านี้ให้สิ้นซากไปให้จงได้นะครับ
o อย่าปล่อยให้หนามปกคลุมชีวิต จนชีวิตมีแต่หนามล้อม ทุกคนเข้าใกล้ไม่ได้ เจ็บทุกที พิษร้ายทิ่มแทงรอบข้าง ไม่เอาเช่นกัน... นามยอกอกคือความเจ็บปวด คำพูด ความคิด กิจการที่ทิ่มแทงทำร้ายกัน ไม่ดีจริงๆ ดินดีถูกกลบไว้หมด ขอให้เราคริสตชนช่วยกันเคลียร์ชีวิตใจกายกันสักทีนะครับ
o สำคัญมาก อย่ายอมแพ้ให้กับมัน อย่าให้อำนาจมืด ความชั่วร้าย เอาชนะเราเด็ดขาด รับรู้ และจัดการกับสิ่งที่เป็นเสี้ยนหนามของชีวิตคริสตชน สังคม ชุมชนวัด และครอบครัวของเรานะครับ... ระวังหน่อย จัดการกับมันเราก็เจ็บ แต่... จัดการขณะที่ต้นมันยังเล็ก หนามมันยังอ่อนนั้นง่ายมากครับ แต่ถ้าปล่อยให้มันโตจนเป็นกอหนาม หนามแหลมแข็งแรงและแหลมคม จะยากจริงๆนะครับ.... (เอาเป็นว่าถ้าจำเป็น...เผามันทั้งกอทิ้งเลยครับ ให้กอหนามไหม้เป็นถ่านกลายเป็นปุ๋ยให้ดินไปเลย ปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆนะครับ หนามเสียดเสี้ยนแทงชีวิตและความดีของพระเจ้าในตัวเรา)
o หนามร้าย บางทีมันก็เกินจากภายใน ความหลง โลภ อยาก และก็สร้างหนามขึ้นมาจากภายใน เราก็ต้องเผาตัวเรา ร้อนหน่อยนะดินเอ๋ย มนุษย์เอ๋ย อาดัมเอ๋ย... แต่การเผา ทำลาย ก็จะทำให้ความสามารถในการงอกของกอหนามหมดไปได้ การตัดสละ ตัดใจ ตัดโลภ โกรธ หลง อยาก นั้นเจ็บปวดด้วยนะครับ แต่ได้ผลดีแน่นอน สำหรับดินแห่งชีวิตของเรา..

• นกที่คอยมาจิกกิน นกในหลายความหมายในพระคัมภีร์มีทั้งบวกและลบ แต่นกที่มาฉก มาจิกกิน มาล่าเหยื่อยก็ปล่อยไม่ได้ เราต้องไล่มันไปอย่าให้นกที่ล่าไล่ฉวยฉกเข้ามายุ่งแย่งรบกวนเมล็ดพันธุ์ดีแห่งชีวิตของเรานะครับ นกตัวนี้ นกเหล่านี้คืออะไร... เราต้องพิจารณามโนธรรมของเรา และจัดการปกปักษ์รักษาชีวิต ความรักของพระเจ้า ความเป็นคริสตชนของเราให้เติบโต และปลอดภัยครับ

• ครับ พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมาก สอนอธิบายเป็นอุปมา... นี่พ่อเขียนมาเรื่อยก็เป็นอุปมาชีวิตที่จะช่วยให้เข้าใจอุปมาของพระเยซูเพื่อชีวิตประจำวันของเราหรือเปล่าก็ไม่ทราบ... อุปมาไปอุปมัยตาม ชีวิตก็แบบนี้ หลายอย่างพูดตรงๆ ก็ลำบาก แต่จัดการเบื้องต้นเสียก่อน ให้ดินดี ชีวิตดี มนุษย์ดี... ศาสนา ความเชื่อก็จะเด่นชัดเกิดผลแน่นอน ร้อยเท่า หกสิบเท่า สามสิบเท่า ตามศักยภาพของดินและพระพรครับ

• ขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นดินดี เป็นมนุษย์ที่แสนดีกันทุกคน...ครับ

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย