Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2015
สัปดาห์ที่สิบสาม เทศกาลธรรมดา
มธ 8:28-34…

28พระเยซูเจ้าเสด็จข้ามฟากมาถึงดินแดนของชาวกาดารา ผู้ถูกปีศาจสิงสองคน ออกจากบริเวณหลุมศพมาเฝ้าพระองค์ ทั้งสองคนดุร้ายมากจนไม่มีใครเดินผ่านทางนั้นได้ 29ทันใดนั้น ทั้งสองคนร้องตะโกนว่า “ข้าแต่บุตรของพระเจ้า ท่านมายุ่งกับเราทำไม ท่านมาที่นี่เพื่อทรมานเราก่อนเวลาหรือ” 30ไม่ไกลจากที่นั่นมีหมูฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่
31พวกปีศาจจึงอ้อนวอนพระองค์ว่า “ถ้าท่านขับไล่พวกเรา ขอได้ส่งเราเข้าไปในหมูฝูงนั้นเถิด” 32พระองค์ตรัสกับมันว่า “จงไปเถิด” พวกปีศาจจึงออกไปสิงในหมู หมูทั้งฝูงต่างวิ่งกระโจนจากหน้าผาลงไปในทะเลสาบ จมน้ำตาย 33คนเลี้ยงหมูหนีเข้าไปในเมืองเล่าเรื่องทั้งหมดนี้และเรื่องผู้ถูกปีศาจสิง ด้วย 34คนทั้งเมืองต่างออกมาเฝ้าพระเยซูเจ้า เมื่อเห็นพระองค์ ก็ทูลขอพระองค์ให้เสด็จออกไปจากเขตแดนของเขา


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• ชาวกาดารา ไม่ต้องการให้พระองค์อยู่กับพวกเขา เพราะพระองค์ขับไล่ปีศาจออกไปจากคนสองคน แต่พวกเขาต้องเสียหมูไปมากมายกระนั้นหรือ... พ่อก็นั่งลงไตร่ตรองครับ เมืองกาดารา เมื่องนี้อยู่ทางตะวันออกของทะเลสาบกาลิลี ห่างไปประมาณหกไมล์ทางตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน เมืองนี้ชื่อ Um-Deis เป็นหนึ่งในทศบุรีที่แบ่งโดยชาวโรมมัน อยู่ทางใต้ของแม่น้ำที่ชื่อว่า Hieromax เป็นเมืองที่ทอดยาวอยู่ในประเทศจอร์แดน ต่อจากกาลิลี บางทีเรียกว่า เกราซา 


• พระวรสารบันทึกถึงคนถูกปีศาจสิงสองคนที่อาศัยอยู่บริเวณหลุมฝังศพ และเจ้าคนปีศาจสิงสองคนนี้ดูดุร้าย และปรารถนาจะอยู่ในสภาพนั้นเมื่อได้พบพระเยซูเจ้า มันร้องถามพระองค์ว่า “จะมาขับไล่มันไปก่อนเวลาหรือ” และมันขอร้องว่า “ให้มันไปสิงในหมูเถิด” ความจริงนี่คงเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกชิงชังหมูสำหรับชาวยิว เพราะการเลี้ยงหมูเป็นสิ่งที่คนต่างชาติทำ และคนต่างชาติก็คงยอมรับว่าหมูคือสิ่งที่มีค่า (มีค่ากว่าคนสองคนที่ถูกปีศาจสิงด้วยกระมัง) ดังนั้น นี่คงเป็นเหตุให้ชาวยิวไม่กินหมู และโลกมุสลิมก็ไม่ยอมรับหมูเช่นกัน... นอกจากเหตุผลทางการศึกษาที่พวกเขาเชื่อว่าหมูเป็นสัตว์ที่มีมลทิน มีเชื้อโรคมากมายสำหรับพวกเขา และนี่คือสาเหตุที่พวกเขาปฏิเสธ... พระวรสารยังบอกว่าเราว่า ปีศาจขอไปสิงในสหมูและก็ทำให้หมูกระโดดจากหน้าผาลงน้ำตายสิ้น... ที่เมืองกาดาราตามภูมิศาสตร์ก็มีหน้าผา และการขุดค้นพบทางโบราณคดีก็มีหลุมศพจำนวนมาก... จึงสนับสนุนว่า คนถูกปีศาจสิงก็คงอาศัยอยู่ตามหลุมศพนั้นเอง

• แต่ประเด็นที่พ่อไตร่ตรองคือ คนที่ผีสิงสองคนที่ได้หายเป็นปกติ กับหมูของชาวบ้านที่กระโดดน้ำตาย.... ที่สุด เราพบจากพระวรสารว่า... “คนเลี้ยงหมูหนีเข้าไปในเมืองเล่าเรื่องทั้งหมดนี้และเรื่องผู้ถูกปีศาจสิง ด้วย คนทั้งเมืองต่างออกมาเฝ้าพระเยซูเจ้า เมื่อเห็นพระองค์ ก็ทูลขอพระองค์ให้เสด็จออกไปจากเขตแดนของเขา”

o พวกเขาเลือกที่จะออกมาและเชิญให้พระองค์เสด็จออกไปจากเขตแดนของเขา 

o พ่อหาเหตุผลไม่เจอมากนักจากพระวาจาตอนนี้ว่าเพราะอะไร ทำไมพวกเขาไม่ต้อนรับพระเยซูเจ้า ทำไมต้องขอให้พระองค์เสด็จออกไปจากแผ่นดินของเขาเพราะพวกเขาเสียหมูไป กระนั้นหรือ??

o นี่คือประเด็นคำถามของพ่อจริงๆ... แต่แน่นอนพ่อคงไม่ค้นคว้าไปไกลกว่านี้ นอกจากที่นี่คือดินแดนคนต่างชาติ พวกเขาไม่มีความเชื่อในพระเยซูเจ้า และพวกเขาก็หวงแหนหมูของพวกเขากระมัง หรือว่าพวกเขาคิดว่าหมูของพวกเขามีค่ามากกว่าคนที่ถูกผีสิงแล้วหายแล้ว หรือว่า พวกเขาไม่ต้องการต้อนรับพระเยซูเพราะทรงเป็นชาวยิว พ่อหาเหตุผลต่อไปคงจบปริญญาเอกเรื่องหมูกระโดดหน้าผานี้กระมังครับ

• แต่ประเด็นที่พ่อสนใจและไตร่ตรองคือ เรื่อง “คนผีสิงสองคนที่ผีออกไปและเขาสองคนได้รอดจากอำนาจปีศาจ และเรื่องที่หมูจำนวนมากกระโดดหน้าผาเพราะผีเข้าไปสิงพวกมัน” 


• พอดีเมื่อเช้านี้พ่อนั่งรับประทานอาหารเช้าที่บ้านพ่ออาวุโสที่บ้านอับราฮัม เราคุยกันเรื่อง “หมา” (สุนัข ภาษาสูงหน่อย จริงๆก็คือหมานั่นแหละ) เราคุยกันขำๆว่า ปัจจุบันกฎหมายทรมานสัตว์ ใครทำร้ายสุนัข โทษหนักมาก (บ้านเรา) โทษหนักว่าต่อย ตบ ตี มีเรื่องกับเพื่อนมนุษย์อีก จริงๆ นะครับ กฎหมายใหม่เรื่องหมานี้ทำให้พ่อคิด... ปัจจุบันคนเรานี่แปลกจริงๆ หมาได้รับเกียรติและการดูแลดีมาก มีเกียรติมากๆ มีคลีนิก มีโรงพยาบาล มีสปา ร้านตัดขน อาบน้ำ ทำสปา เกินหน้าคนไปเยอะเหมือนกัน

o คนปัจจุบันนิยมเรียก “หมา” ว่า “น้องหมา” เรียกหมาธรรมดาดูเหมือนไม่ได้แล้ว ต้อง “น้อง” เราเริ่มผูกเชื่อมสายวางระบบเครือญาติกับหมากันเข้าไปเต็มๆ เมื่อก่อนถ้าด่ากันว่า “หมา” โกรธกันตาย แต่ปัจจุบัน “หมากลายเป็นน้องเป็นนุ่งกันไปแล้ว” 

o แต่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นั่งรถมาด้วยกันแท้ๆ นั่งคู่กันมาแท้ๆ บังเอิญเพื่อนคนขับเกือบชนหมา... เพื่อนที่นั่งมาด้วยกัน มนุษย์ด้วยกันแท้ๆ บางทีก็เป็นพี่น้องคลานตามกันมาจากแม่ “คน” คนเดียวกัน แต่เสียงอุทานร้องลั่นรถว่า “ไอ้...ระวังน้องหมาสิวะ...ไอ้...(ตัวหางยาวๆว่ายน้ำกินปลาอยู่ในบ่อน่ะ ครับ)” 

o คนเราหนอคนเรา ปัจจุบันเจอหน้ากัน คุยกัน ภาษาคนกรุงแท้ๆ พ่อได้ยินบ่อยๆ จริงๆ “ไอ้...ไอ้...” ไม่น่าเชื่อ คนเราปัจจุบันนับถือหมาเป็นน้องและเครือญาติแล้ว แต่กลับเห็นพี่น้องเป็นอย่างอื่นไปเสียนี่ ไม่น่ารักเลยครับ

o มนุษย์เรามีศักดิ์ศรีมากนะครับ... ““พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ พระองค์ทรงสร้างเขาตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง” (ปฐก. 1:27) มนุษย์ทุกคนจึงมีคุณค่าและศักดิ์ศรีในฐานะลูกของพระเจ้า เราตระหนักว่าพันธกิจรักและรับใช้ด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ได้รับการ เคารพตั้งแต่การปฏิสนธิ์และสิ้นสุดเมื่อความตายตามธรรมชาติมาถึง พระศาสนจักรมีพันธกิจที่จะต้องปกป้องชีวิต ส่งเสริมชีวิต มุ่งพัฒนาชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์แบบองค์รวม โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้โลกเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง”

• แต่มนุษย์ปัจจุบัน ก็กลับให้คุณค่ากับสัตว์เลี้ยงหลายชนิดมาก บ่อยครั้งดูจะมากกว่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน... เกินไป เกินไป บางคนเลี้ยงหมาโดยให้คนรับใช้เลี้ยง เกินไป ตกค่ำหมาไร้วิญญาณและความคิดต้องประคบประหงมไปนอนในห้องแอร์... แต่คนรับใช้คือเพื่อนมนุษย์มีจิตวิญญาณและภาพลักษณ์ของพระเจ้ากลับต้องไปนอน ในห้องแถวซอมซ่ออย่างยากไร้... เกินไป เข้าใจผิดเกินไปจริงๆนะครับ... พ่อไม่ได้พูดเล่น และไม่ต่อรองอะไร เพียงให้คิด

• ชาวกาดารา เห็นแก่หมูมากกว่ามนุษย์ เพราะพวกเขาเป็นคนต่างชาติ ต่างศาสนา นับถือพระเท็จเทียมและได้รู้จักคุณค่าของพระเจ้า พวกเขาก็เลยไม่ได้เห็นคุณค่าของพี่น้องเพื่อนมนุษย์...

o ถ้าเราคริสตชนไม่ได้ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ แต่ไปให้ราคาและดูเหมือนให้เกียรติสัตว์เลี้ยงแล้วไซร้ เราก็ไม่ต่างจากชาวกาดาราในสมัยพระเยซู เราเหมือนคนต่างชาติ คนนับถือพระเท็จเทียม แต่ไม่ได้ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ของเรา จบกันเลย

o ตรงข้าม ถ้าเรามีพระเจ้าจริง ถ้าเรารักพระเจ้าจริงๆ มีความเชื่อจริงๆเราจะเห็นคุณค่าของทุกสิ่ง รักสุนัขด้วย แต่ไม่มีวันเหนือกว่าเพื่อนมนุษย์ เพราะเรารู้จักแยกแยะคุณค่า ด้วยสิ่งสร้างที่พระเจ้าทรงสร้างมาให้เรา เราจะรักเพื่อนมนุษย์มากๆ เห็นใจมากๆ และเมื่อเราจะต้องดูแลโลกและสรรพสัตว์เราก็จะดูแลด้วยความรักเช่นกัน

o พ่อคิดว่าเราเพียงเริ่มให้ถูกที่ และชี้ให้ถูกประเด็น พระเจ้า เพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ทุกอย่างล้วนดีและมีค่า แต่เหนือสิ่งอื่นใด มนุษย์เรามีค่าสูงสุด เพราะเราเหมือนพระเจ้าครับ...

• ขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นคุณค่าและความรักของพระองค์ ในเพื่อนพี่น้อง ในสิ่งสร้างสรรพสัตว์สรรพสิ่ง และเคารพทุกชีวิตด้วยความรักต่อพระเจ้าพระผู้สร้างนะครับ

• ข้อเสนอสมัชชาฯ ข้อที่ 24 รักษ์สิ่งสร้าง

o พระเจ้าทรงมอบหมายให้มนุษย์มีหน้าที่ดูแลโลกและสรรพสิ่ง (เทียบ ปฐก. 1) ดังนั้น มนุษย์จึงต้องทำงานร่วมกับพระผู้สร้าง สานต่อกิจการสร้างโลกโดยทำให้สิ่งสร้างสมบูรณ์ มั่นคง และเติบโตอยู่เสมอ เราจึงมีหน้าที่ต้องเคารพและสำนึกรู้คุณต่อพระผู้สร้าง โดยไม่ละเมิดหรือทำลายระบบนิเวศและความงดงามของโลก มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม โดยเอาใจใส่ทำนุบำรุงดูแลสภาพแวดล้อมด้วยโลกทัศน์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อ ให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน

o เป็นหน้าที่สำคัญของพระศาสนจักรที่จะต้องเอาใจใส่ดูแล และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงพันธกิจแห่งการคุ้มครองรักษาโลก ใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างคุ้มค่าโดยคำนึงถึงความดีงามส่วนรวมทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

• ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ... รักพี่น้องรอบข้างก่อน และเราจะรู้จักรักสรรพสัตว์และสรรพสิ่งครับ... กลัวอย่างเดียว รักสรรพสัตว์แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ หมดกันเลยครับ...

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย