Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2015
สัปดาห์ที่สิบเอ็ด เทศกาลธรรมดา
มธ 6:1-6;16-18…

1“จงระวัง อย่าปฏิบัติศาสนกิจของท่านต่อหน้ามนุษย์เพื่ออวดคนอื่น มิฉะนั้น ท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ 2ดังนั้น เมื่อท่านให้ทาน จงอย่าเป่าแตรข้างหน้าท่านเหมือนที่บรรดาคนหน้าซื่อใจคด มักทำในศาลาธรรมและตามถนนเพื่อจะได้รับคำสรรเสริญจากมนุษย์ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว 3ส่วนท่าน เมื่อให้ทาน อย่าให้มือซ้ายของท่านรู้ว่ามือขวากำลังทำสิ่งใด เพื่อทานของท่านจะได้เป็นทานที่ไม่เปิดเผย

4แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง จะประทานบำเหน็จให้ท่าน
5“เมื่อท่านอธิษฐานภาวนา จงอย่าเป็นเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาชอบยืนอธิษฐานภาวนาในศาลาธรรม และตามมุมลานเพื่อให้ใครๆ เห็น เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว 6ส่วนท่าน เมื่ออธิษฐานภาวนา จงเข้าไปในห้องส่วนตัว ปิดประตู อธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่ง แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งจะประทานบำเหน็จให้ท่าน
16“เมื่อท่านทั้งหลายจำศีลอดอาหาร จงอย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาทำหน้าหมองคล้ำ เพื่อแสดงให้ผู้คนรู้ว่าเขากำลังจำศีลอดอาหาร เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว 17ส่วนท่าน เมื่อจำศีลอดอาหาร จงล้างหน้า ใช้น้ำมันหอมใส่ศีรษะ 18เพื่อไม่แสดงให้ผู้คนรู้ว่าท่านกำลังจำศีล อดอาหาร แต่ให้พระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่งทรงทราบ และพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง ก็จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• การปฏิบัติศาสนกิจ... พระเยซูเจ้าสอนอย่างไรเราทราบดี และสภาพจริงของชีวิตคนไทยของเราเป็นอย่างไร... เราน่าศึกษาเปรียบเทียบกันหน่อยครับ 


• เคยมีการศึกษาทางวิชาการ การทำวิจัย และพ่อได้ยินวิจัยและวิจารณ์จากคนต่างๆชาติ ชาวญี่ปุ่นเองทำงานคร่ำหวอดกับคนไทยก็ได้วิเคราะห์นิสัยคนไทยได้ชัดเจน แต่มันบาดเจ็บกระแทกจิตวิญญาณสักหน่อยครับ... พ่ออ่านพระคัมภีร์แล้วพ่ออ่านคำตำหนิของพระเยซูเจ้าต่อพวกฟาริสีและการ ปฏิบัติของพวกเขาพ่อว่ามีหลายอย่างที่สอนเรา “เราคนไทยนิสัยไทย” ได้มากทีเดียว


• คำสอนพระเยซู เรื่องการทำทาน 

o “เมื่อท่านให้ทาน จงอย่าเป่าแตรข้างหน้าท่านเหมือนที่บรรดาคนหน้าซื่อใจคด มักทำในศาลาธรรมและตามถนนเพื่อจะได้รับคำสรรเสริญจากมนุษย์... เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว 

o ส่วนท่าน เมื่อให้ทาน อย่าให้มือซ้ายของท่านรู้ว่ามือขวากำลังทำสิ่งใด เพื่อทานของท่านจะได้เป็นทานที่ไม่เปิดเผย แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

• สิ่งที่เราพบได้ในการทำทานของคนไทย... 

o ประธาน เจ้าภาพ มีอยู่เสมอ เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องของชื่อเสียงหน้าตา เรื่องของบริษัท ร้านค้า ทุกอย่างก็ต้องมีการระบุชื่อเสียงเรียงนาม เพื่อเป็นเกียรติ เวลามีการทำบุญทอดกระถินผ้าป่า... มีการแจกซองเพื่อเป็นเจ้าภาพ เยอะมาก รายการทำบุญก็จะมี “รายชื่อ หรือพ่อเขียนว่า ลายชื่อก็ได้ เพราะเป็นรายชื่อเจ้าภาพที่ทำให้ดูแล้วตาลาย เพราะเรียงเป็นร้อย เป็นพัน บนซองจะพิมพ์ตัว “จิ๊วจิ๋วแว่นขยายแทบมองไม่เห็น อีกหน่อยคงต้องใช้แว่นจุลทรรศน์” ครับ ก็เพื่อคำว่า “เจ้าภาพ” เรื่อง “หน้าตา” จริงๆนะครับ

o ตลอดเวลาที่พ่อภาวนาเพื่อจา 5 วันในงานภาวนาเพื่อผู้ล่วงลับก่อนพิธีมิสซาฝังศพ... ก็มีเสียงขอพ่อเหมือนกัน ขอเป็นเจ้าภาพ จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็รับเป็นเจ้าภาพ คือ ระบุชื่อบริษัทหรือห้างร้าน หรือท่านนั่นท่านนี่ และก็มีเงินทำบุญจำนวนหนึ่ง พ่อไม่ทราบว่า การเป็นเจ้าภาพเขาต้องใช้เงินกันเท่าไร... ไม่ทราบจริงๆครับ แต่เท่าที่พ่อรู้บางทีก็ไม่มากนัก เป็นการให้เกีรยติ เป็นการประกาศความรัก ความรู้คุณ หรือความสัมพันธ์... (แต่งานจาพ่อไม่ขอให้มีการระบุเจ้าภาพเลย เพราะความรักจากคนมากมายร่วมกันเป็นเจ้าภาพให้จาของพอเท่านั้น... น่าดีใจออก บนกระดานเขียนชื่อผู้ล่วงลับ มีชื่อผู้ล่วงลับคนเดียว ไม่มีชื่อคนอื่น หรือบริษัทอื่นเขียนบนกระดานผู้ล่วงลับไปด้วย)

o แต่การทำบุญให้ทานของเราคนไทยก็นะ... ทำบุญไม่ได้เป่าแตรไปข้างหน้า แต่เดินนำหน้า ขบวนรถแห่กองเงิน พุ่มไม้เงินทำบุญ แห่กันไป มีใบแบงค์ติดเต็มต้น หรือการทุญก็ต้อง... (พ่อไม่ชอบเลย... เวลารับของมอบของ..ต้องมีการถ่ายรูป ยืนสองข้าง ซองอยู่ตรงกลาง ซอง เช็ค ปลอม ระบุจำนวนต้องทำให้ขนาดใหญ่เท่าสนามบาสมั้ง และยืนจับชักคะเย่อกันสักพักจนกว่าจะถ่ายรูปเสร็จ... หรือส่งไปแล้ว ยังถ่ายภาพไม่เสร็จ ต้องขอให้จับดึงๆกันอีกสักพัก... แบบนี้พ่อก็เจอบ่อย เขิน... ไม่ใช้รับทุนนะครับ แต่เวลาพ่อไปบรรยายให้ที่ต่างๆ ก็เยอะอยู่ บ่อยอยู่ แล้ว เวลามอบของที่ระลึก ก็ต้องท่านี้เลย.. พ่อจะมองหน้าคนให้ ยิ้มก้มศีรษะขอบคุณ แต่ตากล้องหรือพวกอีเวนออร์กำไนเซอร์จำเป็นจะกำหนดให้พ่อต้องมองกล้องหัน หน้ามา ตาอย่ามองหน้าคนมอบ แต่ให้มองกล้อง... เออ ครั้งหน้าถ่ายเสร็จขอกล้องตัวนั้นๆเลยละกัน เพราะกล้องมันมีพระคุณซะแล้ว ใจอยากก้มศีรษะลง ขอบคุณครับ พี่ ขอบคุณครับท่าน แต่เขาขอร้องให้พ่อหันไป และเหมือนกับจะบอกว่า “ขอบคุณครับพี่เลนส์ พี่นิคอน พี่แคนนอนและป้าโซนี่ หรือคุณพ่อโอลิมปัส” เฮ้อ...)

• สรุปว่า ถ้าจะทำทาน.. พระเยซูเจ้าสอนเราตรงข้ามจริงๆ “ส่วนท่าน เมื่อให้ทาน อย่าให้มือซ้ายของท่านรู้ว่ามือขวากำลังทำสิ่งใด เพื่อทานของท่านจะได้เป็นทานที่ไม่เปิดเผย 4แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

o มีพี่น้องคริสตชนลูกของพระเจ้าที่แสนน่ารักหลายคนแอบทำบุญกับพ่อ เพื่อคนยากไร้

o บางท่านอยากประกาศข่าวดี โดยขอร่วมซื้อพระคัมภีร์มากมายให้พ่อแจกคนที่ต้องการใช้จริงๆแต่สู้ราคาเล่ม ละ 1200 ไม่ไหว (ก็จริงละ พันสองถ้ายากจนจริงๆ ราคานี้ก็บาดเจ็บกันทั้งครอบครัวแน่ๆ ทั้งๆที่พระวาจาปกติบาดใจให้เปลี่ยนแปลง) ความใจดีเมตตารักแบบนี้คือสิ่งที่พระเยซูสอนมิใช่หรือ

o ตอนเด็กๆ พ่อเองนะ ที่วัดเจ้าเจ็ดเราร้องเพลง “เมื่อท่านทำบุญให้ทาน จงอย่าให้มือซ้ายรู้ว่ามือขวาทำอะไร” (พ่อเวลาใส่ถุงทานที่วัด บาทหนึ่ง มาตรฐานเด็กบ้านนอก พ่อจะใส่ถุงทานมือขวากำเหรียญแน่นไม่ให้ใครเห็น... มือซ้ายก็ซ่อนไว้ข้างหลัง (ไม่ได้กำเงินที่เหลือไว้นะจาให้มาบาทเดียว) แต่ซ่อนมือไว้ เพราะเพลงพระวาจาสอนว่า “จงอย่าให้มือซ้ายรู้ว่ามือขวาทำอะไร” ทำแบบเด็กนะครับ)

• ในเรื่องการภาวนาพระองค์ก็สอนเช่นกัน

o จงอย่าเป็นเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาชอบยืนอธิษฐานภาวนาในศาลาธรรม และตามมุมลานเพื่อให้ใครๆ เห็น เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว 

o ส่วนท่าน เมื่ออธิษฐานภาวนา จงเข้าไปในห้องส่วนตัว ปิดประตู อธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่ง แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งจะประทานบำเหน็จให้ท่าน

o จิตตารมณ์เดียวกันเลยครับ.. การภาวนาของเราคริสตชน การภาวนาส่วนตัวด้วยความเชื่อในพระเจ้า เรา “พูดกับพระเจ้า” ไม่ต้องมีอะไรพิเศษมากมายใหญ่โต... สายประคำของพ่อที่ใช้เสมอ และเส้นที่พ่อมอบให้จาไปกับร่างกายเมื่อจาพ่อจากไป ก็เป็นเพียงสายประคำไม้มะกอกเส้นที่พ่อใช้อยู่ สายเป็นเชือกธรรมดา เส้นละหนึ่งเหรียญ คือ สามสิบบาท... พ่อก็ใช้แบบนี้... สายประคำไม่ใช่ทองคำ หรือคริสตัลแพงๆหรือแม้แต่เพชรพลอย... สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุที่ไม่ได้เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับความหมายของ พระเจ้าเลย แต่ตรงกันข้าม ถ้าไม่ระวังเราจะยึดติดและแย่เลย... สายประคำศักดิ์สิทธิ์ต้องเป็นทองคำ พระศักดิ์สิทธิ์ต้องทองคำหรือเพชรพลอยหยกโมราห์... ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้ครับ... ทำชีวิตเราให้เป็นทองคำเพชรพลอยแห่งความดีงามของพระเจ้าเถอะครับ ชีวิตที่รักเมตตาจนล้ำค่าตามพระวาจาของพระเจ้านะครับ...

• เรื่องการจำศีลอดอาหารพระองค์ก็สอนเช่นกัน... พี่น้องตามอ่านพระคัมภีร์ดีๆ การที่เราอด ไม่ใช่เพื่อมีเหลือไว้มากกว่าเดิม แต่เราอดเพื่อสำนึกบังคับตน และแบ่งปันอาหารให้แก่คนที่หิวโหยนะครับ เรื่องการอดเนื้อก็เป็นผู้ใหญ่กันเสียที อดเนื้อที่แท้จริง คือ การอดขอแพงๆเกินจำเป็น เพื่อจะได้มีแบ่งปันแก่คนที่อดทุกอย่างเพราะยากจนนะครับ บ่อยครั้ง รู้สึกผิดบาปเหลือเกินแก้บาป ชอบนัก “ลืมอดเนื้อวันศุกร์ กินเนื้อวันศุกร์” พ่อนั่งคิด บาปตรงไหนลูก... ลืมไม่มีหรอกมีแต่ไม่ใส่ใจ ใส่ใจ ก็ไม่ลืม... ก็เท่านั้น...

• ตัวอย่าง.. ถ้าแม่บ้านไม่ทราบ หรือพลาด จัดอาหารเป็นเนื้อมาในวันศุกร... พ่อจะทำอย่างไร...จงตอบคำถามต่อไปนี้... คือ ก.เรียกแม่บ้านมาตำหนิและปรับเงินเสียให้เข็ด ข.ไล่ไปทำมาใหม่ ค.ดุนิดๆและบอกว่าวันศุกร์ไม่ทาน หนูเอาไปทานเถอะ ง.สั่งแม่บ้านห้ามกินด้วยและให้เอาไปให้สุนัขกิน จ.ไม่ถูกสักข้อ (ฮ่าๆๆ) ตอบที่ถูกเองโดยบรรยาย........อ่านคำสอนพระเยซูคู่กันไป......แล้วจะเข้าใจ

• สุดท้ายพ่อคิดว่า อ่านคำสอนพระเยซูเจ้าดีๆ อ่านดีๆ เราคริสตชนจะภาวนาอย่างไร จะจำศีลอย่างไรเพื่ออะไร ทำทำบุญอย่างไร... ชีวิตที่มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าเป็นเรื่องเรียบง่ายมาก เรียบง่ายจริงๆ มีความสุขจริงๆ ไม่เหนื่อยกับการปั้นหน้าปั้นตาโพสต์ท่าต่างๆเพื่อการทำบุญ ฯลฯ เป็นคริสตชนคนดีไม่ยาก ไม่เฟค ไม่บิวต์ ไม่ต้องปั้นแต่งเสแสร้งปั้นล่ำอยู่ร่ำไป

• พี่น้องที่รัก เป็นคริสตชนน่ารัก มีสามสิ่งที่ชาวยิวเองก็พึงกระทำ... ให้ทาน ภาวนา และจำศีล นั่นสำหรับชาวยิว แต่สำหรับเรา ก็เช่นกัน ภวานา และสำคัญมากๆ รักเมตตาแบ่งปันและให้ทานด้วยความรักต่อคนลำบาก และอดบ้าง มัธยัสบ้างเพื่อสอนตนเอง ชีวิตคริสตชนไม่ยากครับ เพียงแต่ทำเหมือนพระเยซู ไม่เลือกคนเอง ไม่ทำเพื่อตนเอง แต่เพราะ “รักเรา” และเราก็เจริญชีวิตเพื่อ “รักพระองค์และรักเพื่อนพี่น้อง” อย่าฉวยไปเอาความรักพระองค์ รักเพื่อนพี่น้อง มาทำเพื่อรักตนเองและให้คนอื่นรักและสนใจเรา... ก็เท่านั้นครับ ยอดเยี่ยมแล้วครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย