Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2015
สัปดาห์ที่แปด เทศกาลธรรมดา
มก 10:32-45…

32บรรดาศิษย์กำลังเดินทางขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระเยซูเจ้าเสด็จนำเขาไป เขาต่างประหลาดใจ ผู้ติดตามต่างมีความกลัว พระองค์ทรงพาอัครสาวกสิบสองคนออกไปอีกครั้งหนึ่ง ทรงบอกเขาถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์ว่า 33”บัดนี้ พวกเรากำลังจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบให้บรรดามหาสมณะและบรรดาธรรมาจารย์ จะถูกตัดสินประหารชีวิต และถูกมอบให้คนต่างชาติ34สบประมาทเยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย แต่หลังจากนั้นสามวัน เขาจะกลับคืนชีพ”
35ยากอบและยอห์น บุตรของเศเบดี เข้ามาทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าทั้งสองปรารถนาให้พระองค์ทรงกระทำตามที่ข้าพเจ้าจะขอนี้” 36พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านปรารถนาให้เราทำสิ่งใด”

37ทั้งสองคนทูลตอบว่า “ขอโปรดให้ข้าพเจ้าคนหนึ่งนั่งข้างขวา อีกคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายของพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์เถิด” 38พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้ไหม หรือรับการล้างที่เราจะรับได้หรือไม่” 39ทั้งสองคนทูลว่า “ได้ พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ถ้วยที่เราจะดื่มนั้น ท่านจะได้ดื่ม และการล้างที่เราจะรับนั้น ท่านก็จะได้รับ 40แต่การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้”
41เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธยากอบและยอห์น 42พระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกเขาทั้งหมดมาพบ ตรัสว่า “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ 43แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น 44และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน 45เพราะบุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “บรรดาศิษย์กำลังเดินทาง....พระเยซูเจ้าเสด็จนำเขาไป” 

o สังเกตความชัดเจน และความเข้มข้นของการติดตามพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ติดตามพระองค์ไปเยรูซาเล็ม และท่านนักบุญมาระโกเน้นว่า พระองค์เสด็จนำเขาไป (ย้อนกลับไปพิจารณา การทำนายครั้งแรก และเปโตรปฏิเสธ “Satana”) ทำให้เห็นยิ่งขึ้นว่า ข้อสรุปที่ว่าเปโตรขวางทางพระองค์เป็นความจริง พระองค์จึงตรัสว่า “Get behind me, Satana”

o “ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาแล็ม” สังเกตว่า พระองค์เสด็จมาจากทางเหนือ จากกาลิลีไปเยรูซาเล็ม ความจริงที่นี่แสดงให้เห็นไม่ใช่ความหมายทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นเทววิทยาเกี่ยวกับเยรูซาแล็ม เพราะที่ตั้งพระวิหาร ดังนั้นเป็นที่ประทับของพระเจ้า “ภูเขาโมริยาห์” บริบทที่ใช้จึงแสดงออกซึ่งความเคารพเสมอและยกให้เป็นที่สูงเสมอไป

• “เขาต่างประหลาดใจ ผู้ติดตามต่างมีความกลัว” พ่ออธิบายแล้วว่า..ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ พวกเขากลัวเพราะกลุ่มคนตามพระองค์มากขึ้น และทิศทางของพระองค์นั้นเด่นชัดว่ากำลังไปเยรูซาเล็มจริงๆ อาจมีความเข้าใจแตกต่างกันสองระดับ

o พระเยซูเจ้า มุ่งไปสู่หนทางแห่งกางเขน พระคริสตเจ้าที่ต้องรับทรมาน

o ประชาชนและศิษย์ มุ่งไปเพื่อปราบดาภิเษก ถ้าเป็นเช่นนี้มีเหตุผลที่จะประหลาดใจและกลัว เพราะหมายถึงการกบฎต่อจักรวรรดิโรมัน (สังเกต ความหวาดกลัว และความประหลาดใจของบรรดาศิษย์ในพระวรสารนักบุญมาระโกนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการที่ต้องร่วมรหัสธรรมปัสกาของพระเยซูเจ้า)

• “ทรงพาอัครสาวกสิบสองคนออกไปตามลำพังอีกครั้งหนึ่ง” 

o ยืนยันคำสอนเรื่องลักษณะแท้ ๆ ของพระคริสตเจ้า พระคริสต์ที่ต้องรับทรมานนั้นเป็นคำสอนที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ และ

o เป็นเจตนาของพระเยซูเจ้าในพระวรสาร ที่จะอบรมศิษย์ของพระองค์ ให้รับสัจธรรมแห่งความรอดประการนี้ เพื่อ “Per Crucem ad Lucem” (ผ่านกางเขน สู่แสงสว่าง)


• “สบประมาท เยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย แต่หลังจากนั้นสามวัน พระองค์จะทรงกลับคืนชีพ” 

o ในการทำนายครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม พระองค์ได้ให้รายละเอียดมากที่สุด เป็นการทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดกับพระองค์ในวาระสุดท้ายที่เยรูซาเล็ม ซึ่งสิ่งที่ระบุมานี้ล้วนเป็นวิธีปฏิบัติต่อผู้ที่เป็นกบฎต่อจักรวรรดิ คือ การรวมตัวกันเป็นกลุ่มขึ้นไป และที่สำคัญในมาระโกบทที่ 11 เน้นว่า พระองค์ประทับบนหลังลา และทุกคนร้อง “โฮซานนาแด่โอรสดาวิด (หมายถึง กษัตริย์แห่งอิสราเอล) 

o แต่ข้อสังเกตคือ การทำนายถึงพระทรมานครั้งนี้ พระองค์บอกพวกเขาอย่างเปิดเผย และที่สำคัญ พระองค์จะทำนายถึงการกลับคืนพระชนมชีพหลังการสิ้นพระชนม์ด้วยเสมอ ซึ่งนั่นคือมิติที่สูงกว่า แต่บรรดาศิษย์ของพระองค์ไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมเข้าใจ แต่ที่แปลกคือทำไมไม่ถามพระองค์ในเรื่องนี้สักที

• เรื่องของการขออภิสิทธิ์นั่งข้างขวาและข้างซ้าย ยากอบและยอห์น... 

o ข้อสังเกตที่สำคัญที่สุด การขออภิสิทธิ์ของสองพี่น้องนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะทันที หลังจากที่พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงพระทรมานครั้งที่สาม ซึ่งพระองค์ทรงเน้นว่า “เรากำลังขึ้นไปกรุงเยรูซาแล็ม”

o นั่นหมายความว่า ศิษย์ของพระเยซูเจ้าเข้าใจการเข้าเยรูซาแล็มของพระองค์นั้นแตกต่างอย่างสิ้น เชิงกับที่พระเยซูเจ้าทรงเข้าใจ และที่พระองค์ทรงสอน

o การขอของพี่น้องสองคนนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และเลือกที่จะเข้าใจเฉพาะความรุ่งโรจน์ของพระองค์แบบที่พวกเขาต้องการ คือ การไปเป็นกษัตริย์ที่ล้มล้างอาณาจักรโรมัน แม้พระองค์ทรงสอนรหัสธรรมของพระองค์อย่างเปิดเผย แต่บรรดาศิษย์ดูเหมือนไม่เข้าใจเอาเสียเลย 

o โดยตลอดการเดินทาง... ดูเหมือนพวกเขายังคงไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เข้าใจ รหัสธรรมปัสกาของพระองค์ สำหรับมาระโก ศิษย์ของพระองค์ยังคงบอดมืดในความเข้าใจถึงพระองค์นั่นเอง 

o กุญแจสำคัญเริ่มชัดเจนว่า ทำไมทั้งสองช่วงของพระวรสารช่วงเดินทางจากกาลิลีสู่เยรูซาเล็ม มก 8:27-10:52 นี้จึง..
1. เริ่มขึ้นต้นด้วยเรื่องคนตาบอดที่เบธไซดา 8:22-26 และ
2. การเดินทางนี้จบลงด้วยเรื่องคนตาบอดที่ชื่อบาร์ทิอัสที่เยรีโค 10:46-52


• “ยากอบและยอห์น บุตรของเศเบดี” ทั้งสองคนอยู่ในลำดับแรกของลำดับรายชื่อของอัครสาวกทั้ง 12 ของพระเยซูเจ้า (1:16-20) และทั้งสองนี้จะอยู่ร่วมกับเปโตร (รวมเป็นสามคน) บ่อยๆ ในเหตุการณ์สำคัญ (5:37; 9:2; 14:33)
• “ขอโปรดให้ข้าพเจ้าคนหนึ่งนั่งข้างขวา อีกคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายของพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์เถิด” คำขอนี้ทำให้เห็นความเข้าใจของทั้งสองต่อการเสด็จเข้าเยรูซาแล็มของพระเยซู เจ้า และแสดงให้เห็นความโง่เขลา หรือความไม่รู้อย่างแท้จริงถึงความเป็นพระคริสต์ของพระเยซูเจ้า


• “ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้ไหม หรือรับการล้างที่เราจะรับได้หรือไม่” 

o เขาทั้งสองตอบรับ เพราะคิดว่า การนั่งข้างกษัตริย์นั้น ต้องดื่มถ้วยเดียวกับกษัตริย์และดื่มก่อน ล้างมือในน้ำเดียวกับที่กษัตริย์จะล้าง เพราะถ้วยและน้ำล้าง เป็นโอกาสวางยาพิษเพื่อโค่นกษัตริย์ และปกติคนที่นั่งข้างซ้ายข้างขวากษัตริย์ต้องดื่มหรือล้างก่อนเสมอ... เรียกว่าตายแทนกันได้ ทั้งสองจึงตอบรับว่ารับได้...

o แต่ในพระคัมภีร์... “ถ้วย” และ “การล้าง” เครื่องหมายทั้งสองประการนี้ ถือได้ว่าเป็นแสดงออกถึงเรื่องเดียวกันคือ พระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า “พระดาเข้าข้าโปรดให้ถ้วยนี้พ้นไปเถิด...” และ “การล้างคือการร่วมในความตายกับพระเยซูเจ้า” (เทียบ ลก 12:50; รม 6:3)
o ดังนั้น การเสนอถ้วยและการล้างสำรหับพระเยซูเจ้า... หมายถึงการที่พวกเขาจะได้มีส่วนในรหัสธรรมของพระเยซูเจ้า

• การขอของพี่น้องสองคน คือ ยากอบและยอห์นบุตรของเศเบดี ขอนั่งข้างซ้ายและข้างขวาในพระสิริของพระองค์นั้น ดูเหมือนจะเข้าใจผิด และเป็นการขอที่มากเกินไป เขาหวังจะนั่งในพระสิริรุ่งโรจน์... และคิดแบบกระแสโลก ขออำนาจตามกระแสโลก... แต่พระเยซูเจ้าทรงเรียกพวกเขามาพบ เพราะว่า ศิษย์อีกสิบคนไม่พอใจยากอบและยอห์น ซึ่งนี่ก็เป็นกระแสโลก อำนาจ และความอยากได้ตำแหน่งแห่งอำนาจนั่นเอง... และดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงเรียกพวกเขาทั้งหลายมาพบเพื่อสอนความจริงที่สำคัญมากๆ 

o “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ”

o “แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน”

• ข้อสังเกตสำคัญ ภาษาไทยแปล “รับใช้” เหมือนกัน แต่น่าสังเกตว่าภาษากรีกต้นฉบับคำกริยาที่ใช้ทั้งสองแห่งไม่เหมือนกัน ภาษาอังกฤษแปลตรงกับต้นฉบับภาษากรีกมากกว่า... 


• But it shall not be so among you; but whoever would be great among you must be your servant (diakonos), and whoever would be first among you must be slave of all (doulos). (RSV)
o ภาษากรีกใช้คำว่า “diakonos” (อ่านว่า ดีอาโกนอส) สำหรับคนที่อยากเป็นใหญ่ต้อง “รับใช้” การรับใช้แบบผู้รับใช้ที่โต๊ะ การบริการ เอาใจใส่ช่วยเหลือ การรับใช้แบบนี้เป็นลักษณะของความสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับโดยสภาพที้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นการรับใช้ด้วยหัวใจอิสระ

o ส่วนคนที่เป็นที่หนึ่ง... พระองค์เน้น ต้องรับใช้ โดยที่ภาษากรีกต้นฉบับใช้คำว่า“doulos” (อ่านดูลอส) คือ การรับใช้แบบ “ทาส” ขาดอิสระภาพ และเป็นการรับใช้ที่ไม่ใช่เพื่อค่าตอบแทน แต่เป็นการรับใช้ที่ติดมากับสภาพที่ไม่สามารถแยกออกจากสภาพของตนได้ ไม่สามารถทำตนเองให้เป็นอิสระจากหน้าที่นี้ คำตีความที่น่าจะดีที่สุดคือ “ศิษย์ของพระเยซูเจ้าที่ปรารถนาจะเป็นที่หนึ่งนั้นไม่สามารถเป็นโดยขาดซึ่ง การรับใช้ทุกคน เป็นพันธะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

• และพระองค์ได้ให้ตัวอย่างของพระองค์เอง... “เพราะบุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์” 
o หลักการของพระเยซูเจ้า พระองค์อ้างถึงซึ่งหมายถึงพระองค์เอง “บุตรแห่งมนุษย์” ซึ่งสอดคล้องกับคำทำนายของพระองค์ทั้งสามครั้ง

o และพันธกิจของพระองค์คือ เป็นทาสรับใช้ เพื่อเป็นสินไถ่คนจำนวนมาก

• พ่อสรุปแล้วครับ... เขียนมายาวเพราะพระวรสารนี้สำคัญมากๆ ในการติดตามพระเยซูเจ้า จากกาลิลีสู่เยรูซาเล็ม พ่อต่อเนื่องจากเมื่อว่าน


• ศิษย์พระเยซูเจ้าแท้จริงๆ การติดตามพระองค์ คือ การติดตามในหนทางเดียวกับพระองค์ “หนทางแห่งความรักจนยอมรับทรมานเพื่อรักจนถึงที่สุด”

• อำนาจแท้จริง ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง ความยิ่งใหญ่ อำนาจ การนั่งข้างซ้ายและข้างขวา แต่ต้องเป็นการรับใช้ตลอดไป รับใช้จนถึงที่สุดให้จงได้ ต้องอยู่บนบัลลังก์ข้างพระองค์ คือ “บนไม้กางเขน” เพราะกางเขนถือบัลลังก์แห่งความรักนิรันดรของพระองค์เสมอไป...
o พี่น้องที่รัก ความรัก คือการรับใช้ สำหรับพวกเราคริสตชนทุกคน ถ้าเป็นที่หนึ่ง เช่นพระสังฆราชในสังฆมณฑลฯ พระสงฆ์เจ้าอาวาสในวัดของตน นักบวชที่เป็นเจ้าคณะฯ อธิการบ้าน พ่อบ้านแม่บ้านในครอบครัว ผู้อำนวยการครูใหญ่ทั้งหลาย.. คือในที่ใดๆ ที่เราเป็นที่หนึ่ง... จำไว้...อย่าทำตามกระแสโลก แต่ต้องทำตามจิตตารมณ์พระเยซูเจ้าเท่านั้น คือ
o “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ

o แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน”

• พ่อเองและพี่น้องที่รัก จงจำไว้เสมอว่า ความยิ่งใหญ่ หรือเป็นใหญ่ ของเรา คือ “การรับใช้” เท่านั้น อย่าหลงใช้คนอื่นจนลืมว่าเราต้องรับใช้ดูแลจนถึงที่สุดครับ ถ้าไม่รับใช้ ก็ไม่ได้รักจริงๆนะครับ ถ้ามัวแต่ใช้ๆๆคนอื่น จะเรียกว่ารักได้อย่างไร ถ้าความรักคือการรับใช้ ขอพระเจ้าอวยพรครับ

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย