Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 8 เมษายน 2015
อัฐมวารปัสกา

ลก 24:13-35…
13วันนั้น ศิษย์สองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร 14ทั้งสองคนสนทนากันถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น 15ขณะที่กำลังสนทนาและถกเถียงกันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย 16แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้เหมือนดวงตาถูกปิดบัง 17พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมอง


18ศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวที่แวะมาในกรุงเยรูซาเล็มหรือ ซึ่งไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่นเมื่อสองสามวันมานี้” 19พระองค์ตรัสถามว่า “เรื่องอะไรกัน” เขาตอบว่า “ก็เรื่องพระเยซู ชาวนาซาเร็ธประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าประชาชนทั้งปวง 20บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน 21เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลดปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 22สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้งแต่เช้าตรู่ 23เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของทูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ 24บางคนในกลุ่มของเราไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์”

25พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ 26พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” 27แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสสจนถึงบรรดาประกาศก

28เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินพร้อมกับศิษย์ทั้งสองคนใกล้จะถึงหมู่บ้านที่เขาตั้งใจจะไป พระองค์ทรงทำท่าว่าจะทรงพระดำเนินเลยไป 29แต่เขาทั้งสองคนรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว” พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักกับเขา 30ขณะประทับที่โต๊ะกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา 31เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้ แต่พระองค์หายไปจากสายตาของเขา 32ศิษย์ทั้งสองคนจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”

33เขาทั้งสองคนจึงรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น พบบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคนกำลังชุมนุมกันอยู่กับศิษย์คนอื่นๆ 34เขาเหล่านี้บอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” 35ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• หลังจากวันฉลองสมโภชปัสกาแล้ว บทอ่านบทหนึ่งที่พ่อรอคอยจะได้อ่านทุกปี จะได้ไตร่ตรองทุกปี พ่อเฝ้ารอและทุกครั้งที่จะได้ให้อรรถาธิบายหรือเทศน์เรื่องราวของพระวรสารนักบุญลูกา คือเรื่องการเดินทางของศิษย์สองคนกลับไปหมู่บ้านเอมมาอูส... พ่ออยากบรรยายแบบเล่าบรรยากาศ เล่าเรื่องให้ฟังครับ
o หลังพระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน... พ่ออยากให้เราจินตนาการหน่อยครับ เพราะว่า พระองค์มีศิษย์มากมายที่ติดตามพระองค์ คนจำนวนมาเดินตามพระองค์ตลอดเวลา และปรารถนาจะให้พระองค์เป็นกษัตริย์กอบกู้อิสราเอล เพราะกษัตริย์ตามพระสัญญาหรือพระแมสซียาห์นั้นจะต้องมาจากอับราฮัม มาจากดาวิด และพระองค์ก็เป็นเช่นนั้น
o พระเยซูเจ้าผู้เสด็จมาต้องเป็นผู้ที่มาตามคำทำนายของประกาศก สามารถทำให้คนมีความสุข มีความหวัง
o พระเยซูเจ้าต้องเป็นผู้ที่นำการปลดปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสของชาวโรมันผู้กดขี่อิสราเอลอยู่
o ดังนั้น... เราจึงเห็นในพระวรสาร เมื่อเวลาที่เราเห็นพระองค์แห่เข้ากรุงเยรูซาเล็ม มีบรรดาศิษย์และประชาชนจำนวนมากติดตาม... คนต่างต้อนรับ หวังในพระองค์ ต้อนรับพระองค์แบบกษัตริย์ พวกเขาโบกกิ่งมะกอก ใบลาน ร้อง “โฮซานนาแด่โอรสของดาวิด ขอถวายพระพรแด่ผู้เสด็จมาในพระนามพระเจ้า” จำประโยคนี้ได้นะครับ

• สรุปว่า บรรดาศิษย์ที่ติดตามพระเยซูเจ้าทุกคน “หวัง” ครับ เชื่อและหวังในพระเยซูเจ้าสรุปว่า บรรดาศิษย์ที่ติดตามพระเยซูเจ้าทุกคน “หวัง” ครับ เชื่อและหวังในพระเยซูเจ้าจริง ก่อนอื่นเราดูคำตอบของศิษย์ที่เดินทางไปเอมมาอูสเมื่อเขาระเบิดคำตอบออกมาบนถนนที่ทั้งสองเดินกลับ ไป เคลโอปัสตอบว่า
o “ก็เรื่องพระเยซู ชาวนาซาเร็ธประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าประชาชนทั้งปวง บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลดปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น”
o นี่คือกล่าวของเคลโอปัสเมื่อได้ยินพระเยซูที่เดินไปกับเขา แม้ยังจำไม่ได้ แต่พามอเขาว่า “เรื่องอะไร” เขาก็ระเบิดคำตอบออกมา
o แต่คำตอบที่ระเบิดออกมานี้ เป็น คำสารภาพความเชื่อหรือคำประกาศความเชื่อ เป็นความเชื่อของเราคริสตชนจริงๆ ที่ต้องเชื่อ และต้องหวังในพระคริสตเจ้า ดูอีกทีนะคับ
1. พระเยซู ชาวนาซาเร็ธประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูด
2. บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน
3. เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลดปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ
o สิ่งที่เราเห็น คือ แก่ของความเชื่อและความหวังในพระเยซูเจ้าเลยครับ

• พ่อชี้ให้เห็นแล้วถึงความเชื่อและความหวังของเรา ศิษย์พระเยซูในพระศาสนจักรครับ
• พ่อขอกล่าวต่อไปถึงเรื่องการเดินทางไปเอมมาอูส...ด้วยประเด็นต่างๆครับ
o พ่อเห็นหนทางเดินกลับเอมมาอูสของศิษย์สองคน... เขาอยากเห็นพระองค์เป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล.. แต่พระองค์กลับมาตายบนไม้กางเขนเช่นนั้น ผลเกิดมาก็คือ “ผิดหวังและกลับบ้าน กลับเอมมาอูส เดินกลับไปกันอย่างที่เรียกว่า “คอตก” และคุยกันไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระองค์ เป็นได้อย่างไรกัน พระองค์ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทำไมมาสิ้นพระชนม์แบบนี้ และที่สำคัญมาก... กล่าวกันว่า พระองค์กลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ไม่ได้อยู่ในพระคูหาแล้ว...
o แต่ก็ยังไม่ได้เห็นพระองค์ ได้ยินว่า พระองค์กลับคืนชีพ... “สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของทูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ บางคนในกลุ่มของเราไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์””
o สิ่งสำคัญคือ “พวกเขายังไม่ได้เห็นพระองค์”

• สองคนเดินไป สนทนากันไป... ผิดหวัง คุยกัน...เราพบกว่า พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามา “ร่วมเดินทางกับเขา” พ่อชอบมาก เขาไม่ได้เดินเดียวดาย ไม่ได้สิ้นหวังในพระองค์อย่างไม่มีทางออก แต่ “พระเยซูผู้ทรงกลับคืนพระชนม์เสด็จมาร่วมเดินทางกับเขา” งดงามมากๆ

• แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้ เหมือนดวงตาถูกปิด มีความหมายครับ...มากๆด้วยสำหรับลูกกา
o หมายความว่า พระองค์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองค์เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม เพราะทรงกลับคืนชีพแล้ว....
o หรือเพราะว่า พวกเขายึดติดกับความปรารถนาจะเห็นพระองค์ สงสัยในการสิ้นพระชนม์อย่างไม่น่าเชื่อของพระองค์ เขาสองคนสลวนอยู่กับความคิดของตนเท่านั้น จนลืมไปที่จะเชื่อพระคัมภีร์ที่เน้นว่าพระองค์จะต้องกลับคืนพระชนม์
o บางทีพวกเขายึดติดกับการสิ้นพระชนม์ขอพระองค์ จนลืมกรกลับคืนชีพของพระองค์

• “พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมองศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวที่แวะมาในกรุงเยรูซาเล็มหรือ ซึ่งไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่นเมื่อสองสามวันมานี้”” พ่อชอบตรงนี้มากๆ มีความหมายงดงามจริงๆ
o พระองค์เข้ามาเดินกับเขา “ร่วมเดินทาง” และสนทนากับเขา พ่อคิดว่า เป็นความอ่อนโยนมาก พระเยซูผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เสด็จเข้ามาร่วมเดินทางกับศิษย์ของพระองค์
o พ่อมั่นใจครับ มั่นใจและอยากให้พี่น้องมีความสุขกับความจริงที่ว่า “พระเยซูเดินเคียงข้างเราครับ พระองค์ผู้ทรงกลับคืนชีพจะทรงเดินกับเราเสมอไป และพร้อมจะสนทนากับเรา
o เรื่องการกลับคืนชีพ เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า ทุกคนที่เยรูซาเล็มต้องรู้ทุกคน นั่นเป็นการบอกกับเราว่า “ความตายบนไม้กางเขน เรื่องราวที่ทุกคนต้องรู้จริงๆ” พ่อถามพี่น้องตรงๆก่อนเลยว่า เรารู้ เข้าใจ จริงๆไหมครับ

• พระเยซูเจ้าเน้นเชิงตำหนิเขาทั้งสอง... ““เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสสจนถึงบรรดาประกาศก”
o การไม่เข้าใจ ไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับพระคริสตเจ้าแท้ๆนั้น คือความเขลา สำหรับคำสอนของพระเยซู... ใช่แล้วครับ..และจริงๆที่พวกศิษย์ได้ติดตามพระองค์ แต่พวกเขาไม่เคยรู้ความจริงเกี่ยวกับพระองค์นั้นเลย
o ภาพที่สุดยอด และยอดที่สุด เพื่อให้ใจของเขาเปิด.... คือ ฟังพระเยซูเจ้าอธิบายพระคัมภีร์ให้พวกเขาฟังตั้งแต่โมเสส จนถึงบรรดาประกาศก... เรื่องนี้พ่อยอมรับว่า สุดยอดจริงๆ เพราะการเดินทางกลับไปเอมมาอูสอย่างสิ้นหวังนี้..พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาอธิบายพระคัมภีร์เกี่ยวกับพระองค์ให้สองคนนั้นฟัง.. เรียกว่า อธิบายพระคัมภีร์อย่างยอดเยี่ยม และจิตใจของเขาสองคนก็ได้รับการตอบรับจากหัวใจของศิษย์ของบรรดาศิษย์ เขาสองคนรู้สึกแบบนี้เลย... “ศิษย์ทั้งสองคนจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”
o พ่อมาถึงบางอ้อจริงๆ ใช่ครับ...ใจเราจะเล่าร้อนไปเป็นไฟอยู่ภายในได้จริงๆในการเป็นคริสตชน คือ การได้ฟังการอธิบายพระคัมภีร์ พ่อชอบตอนนี้ พ่อทำได้ไม่มากหรอก แต่การอ่านพระคัมภีร์ การฟังเทศน์ดีๆจริงๆ
o เชื่อพ่อสิครับ... เราจะสามารถเป็นคริสตชนที่ร้อนรนได้จริง เราอาจเป็นคริสตชนมานาน แต่เราอาจจะรู้จักและได้ฟังการอธิบายพระคัมภีร์จริงๆ ลึกๆ น้อยเกินไป... นั่นคือสิ่งที่พ่อพยายามจากมุมเล็กที่พ่อสามารถทำได้ในการเขียนบทเทศน์แบบนี้ นิดหนึ่งก็ขอทำเผื่อผู้อ่านจะร้อนลุกเป็นไฟในความรักต่อพระเยซูเจ้า...
o พวกเขาคงฟังเพลินและร้อนรนมาก จน เวลาผ่านไป และพระองค์ก็จะเสด็จผ่านไปเมื่อถึงเอมมาอูส จนสองคนร้องขอว่า “แต่เขาทั้งสองคนรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว” ภาษาร้องขอนี่น่ารักจริงๆ น่าอบอุ่นจริงๆ ได้เดินไป ฟังพระองค์อธิบายพระคัมภีร์ จนอดไม่ได้ที่จะเชิญพระองค์เข้ามาพักกับพวกตน... พ่ออยากให้เป็นเช่น พี่น้องอ่านพระคัมภีร์ ฟังพระวาจาบ่อยๆ พี่น้องจะรู้ว่า เราจะอดไม่ได้ที่จะเชิญพระองค์เข้ามาในบ้านของเรา เข้ามา “พักกับเรา”

• “พวกเขาจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง” พ่อยอมรับว่าตอนนี้สุดยอด.. พระองค์เทศนาสอนเขาเรื่องพระคัมภีร์ เหมือนไฟเผาอยู่ภายในจิตใจตลอดการเดินทาง...ไปเอมมาอูส ใช่ไฟแห่งความเชื่อเผาเขาอยู่ภายใน แต่เขาจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง... มีความหมายมากเหลือเกิน
o บูชาขอบพระคุณ การบิขนมปัง ทำให้พวกเขาจำพระองค์ได้จริงๆ พ่อเชื่อว่าหมายถึงมิสซานั้น ทำให้เราจำพระองค์ได้... แต่ มากไปกว่านั้น
o พ่อเชื่อว่า “การบิและการแบ่ง ดังเช่นพระองค์เท่านั้น” จะทำให้ทุกคนจำพระองค์ได้แน่นอน พ่อเชื่อว่า ทันทีพระองค์หายไป เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องเห็นพระองค์อีกแล้ว เพราะ...ทุกคนจะเห็นพระองค์ได้ทุกครั้งที่มีการบิขนมปัง...
o พี่น้องที่รักครับ...คงไม่ใช่เพียงมิสซา แต่ทว่าเป็นการบิ และการแบ่งปันชีวิตของเราแต่ละคน เพราะพระองค์เดินอยู่กับเรา เดินกับเราเสมอไป

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย