Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 3 กันยายน 2014 
สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

(นักบุญเกรโกรี มหาราช)
1คร 3:1-9

1พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจพูดกับท่านเหมือนพูดกับผู้ที่ดำเนินชีวิตอาศัยพระจิตเจ้า แต่พูดเหมือนกับคนที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ เหมือนพูดกับทารกในพระคริสตเจ้า 2ข้าพเจ้าใช้น้ำนมเลี้ยงท่าน ไม่ให้อาหารแข็ง เพราะขณะนั้นท่านยังรับไม่ได้ และแม้เวลานี้ท่านก็ยังรับไม่ได้ 3เพราะท่านยังเป็นผู้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ ในเมื่อท่านยังอิจฉาริษยาและทะเลาะวิวาทกัน ท่านก็ยังดำรงชีวิตตามธรรมชาติ และดำเนินชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไป มิใช่หรือ 4เพราะเมื่อคนหนึ่งพูดว่า "ฉันเป็นพวกของเปาโล” และอีกคนหนึ่งพูดว่า “ฉันเป็นพวกของอปอลโล” ท่านก็มิได้เป็นเพียงมนุษย์ทั่ว ๆ ไปเท่านั้นดอกหรือ
5อปอลโลเป็นใคร เปาโลเป็นใคร ทั้งสองคนเป็นผู้รับใช้ที่นำความเชื่อมาให้ท่าน ต่างก็ทำตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดให้ทำเท่านั้น 6ข้าพเจ้าเป็นผู้ปลูก อปอลโลเป็นผู้รดน้ำ แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้บันดาลให้เติบโตขึ้น 7เพราะฉะนั้น ทั้งผู้ปลูกและผู้รดน้ำก็ไม่สำคัญ แต่ผู้มีความสำคัญแท้จริงคือพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้เติบโตขึ้น 8ผู้ปลูกและผู้รดน้ำมีความสำคัญเท่ากัน แต่
ละคนจะได้รับค่าจ้างของตนตามส่วนของงานที่กระทำ 9เพราะเราเป็นผู้ร่วมงานกับพระเจ้า ท่านทั้งหลายเป็นไร่นาของพระเจ้า เป็นอาคารของพระเจ้า


 
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “ตกลงเป็นลูกของพระเจ้าไหม.... ตกลงเราเป็นคนได้ที่รับพระจิตเจ้าไหม ถึงเวลาที่พวกเราต้องมีวุฒิภาวะในความเชื่อได้แล้ว”

• พ่อเคยได้ยินคำพูดของอาจารย์ผู้ทรงคุณภาพท่านหนึ่งของพ่อ แน่นอนพ่อผู้สอนพระคัมภีร์ผู้แปลพระคัมภีร์ ท่านกล่าวว่า “คริสตชนคาทอลิกของเราส่วนใหญ่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อ ความรู้ความเข้าใจศาสนายังเหมือนเด็กประถมอยู่เลย... พวกเขาต้องรู้จักพระคัมภีร์มากๆ เพื่อรู้จักพระเจ้ามากๆ และเจริญชีวิตเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อ คือรับผิดชอบในการเจริญชีวิตคริสตชนอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย”

• คำพูดนี้สำหรับพ่อ เมื่อได้ฟังและได้ไตร่ตรองมานาน... พ่อว่าเรื่องนี้ คำพูดนี้เป็นความจริง เพราะเหตุว่า โดยปกติ คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว หรือบรรลุวุฒิภาวะแล้ว มักจะต้องเป็นคนที่สามารถอ่านออกเขียนได้ ต้องมีความรู้พอและพัฒนาได้ ปฏิบัติได้...

• พ่อคิดและพ่อเชื่อว่า ความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงของพวก เรา (รวมทั้งพ่อด้วย) ในพระวาจาของพระเจ้า ในความหมายของศีลศักดิ์สิทธิ์ และการเข้าใจพระเจ้า การเข้าถึงพระเจ้า (แม้เรารักพระเจ้าเหลือเกินพ่อเชื่อ) แต่ในความเป็นจริงนั้น พวกเราคริสตชน พี่น้องที่รักของพ่อครับ พ่อคิดว่าพวกเรายังพยายามแสวงหาความรู้จักพระองค์ในพระวาจาในพระคัมภีร์ยังน้อยเหลือเกิน

• พระศาสนจักรก็สะท้อนความจริงเช่นนี้ พระศาสนจักรคาทอลิกได้พยายามเน้นให้พวกเราได้เติบโตในความเชื่อ เป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อ...
o ถ้าเราตระหนักว่าเราเป็นลูกพระจริง
o เราต้องรู้จักพระองค์ดีเหลือเกิน
o เราต้องเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อ...

• แผนอภิบาลของสภาพระสังฆราชคาทอลิกไทย ค.ศ. 2010-2015 ก็เรียกร้องให้พยายามให้คริสตชนเป็นผู้บรรลุวุฒิภาวะในความเชื่อเหมือนกัน

 

• วันนี้พ่อยากจะเน้นบทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวโครินท์ต่อไป เพราะพระวาจาของพระเจ้าวันนี้มีคำตอบที่ง่ายๆ จากนักบุญเปโล ท่านเองเคยมีประสบการณ์ พ่ออยากยกประสบการณ์ของท่านนักบุญเปาโล “ก่อนและหลัง” คือก่อนที่ท่านจะกลับใจมาเป็นคริสตชน.. เปาโลเป็นคนอย่างไรหรอ และหลังจากที่ท่านได้กลับใจแล้ว... เรามาดูกันจากคำบอกเล่าของหนังสือกิจการอัครสาวกสักหน่อยนะครับ...

 

o Before (ก่อนรับศีลล้างบาป ท่านเป็นคนที่เบียดเบียนคริสตชนอย่างนัก ท่านเล่าเองดังนี้) ”ข้าพเจ้าเป็นชาวยิว เกิดที่เมืองทาร์ซัสในแคว้นซิลีเซีย แต่เติบโตในเมืองนี้ กามาลิเอลเป็นอาจารย์สอนข้าพเจ้าให้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของบรรพบุรุษอย่างเคร่งครัด ข้าพเจ้ารับใช้พระเจ้าด้วยความกระตือรือร้นอยู่เสมอเช่นเดียวกับที่ท่านทั้งหลายปฏิบัติอยู่ในวันนี้ ข้าพเจ้าเบียดเบียนถึงตายผู้ที่ดำเนินตามวิถีทางนี้ ข้าพเจ้าจับกุมทั้งชายและหญิงจองจำไว้ในคุก ดังที่มหาสมณะและสภาผู้อาวุโสทุกคนเป็นพยานยืนยันได้ เพราะเขามอบจดหมายให้ข้าพเจ้านำไปให้แก่บรรดาพี่น้องชาวยิวที่เมืองดามัสกัส ข้าพเจ้าจึงออกเดินทางเพื่อไปจับกุมบรรดาคริสตชนซึ่งอยู่ที่นั่น นำกลับมายังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อลงโทษ เวลาประมาณเที่ยงวัน ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินทางใกล้จะถึงเมืองดามัสกัส ทันใดนั้นมีแสงสว่างจ้าจากท้องฟ้าล้อมรอบตัวข้าพเจ้าไว้ ข้าพเจ้าล้มลงที่พื้นดินและได้ยินเสียงพูดกับข้าพเจ้าว่า “เซาโล เซาโล เจ้าเบียดเบียนเราทำไม” ก่อนรู้จักพระเยซูเจ้าจริงชีวิตขอเปาโลเป็นฟาริสีตัวยง เคร่งครัดและเอาให้ตายใครก็ตามที่เชื่อพระเยซูเจ้า

 

o After (หลังจากรู้จักพระเยซูเจ้า) หนังสือกิจการอัครสาวกบอกกับเรามามายถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปของท่าน และในจดหมายทั้ง 13 ฉบับของเปาโลยืนยันว่า ท่านยอมตายเพื่อพระคริสตเจ้า ยอมทุกทุกอย่างเพื่อพระคริสตเจ้า คำสอนของท่านคือคริสตวิทยาที่ลึกซึ้งในการอภิบาลให้รู้จักพระเยซูเจ้า ให้รักพระเยซูเจ้า และให้เจริญชีวิตเพื่อพระเยซูเจ้า “บัดนี้ไม่ใช่ข้าพเจ้าที่มีชีวิต แต่เป็นพระคริสต์ผู้มีชีวิตในข้าพเจ้า”... “ข้าพเจ้ายอมถูกจองจำเพื่อพระคริสตเจ้า และเพื่อข่าวดีของพระองค์... เปาโลคนเดิมแต่นิสัยใหม่หมดเมื่อรู้จักพระเยซูเจ้า ทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อพระเยซูเจ้า...

 

• พี่น้องที่รัก วันนี้จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินท์ที่เราอ่าน จะสะท้อนชีวิตที่เปาโลสอน
o ถ้าชีวิตของเราได้รู้จัก ได้รับศีลล้างบาป และได้มีความเชื่อในพระคริสตเจ้าจริงๆ
o ถ้าชีวิตของเราได้รับการเจิมด้วยพระจิตเจ้าจริงๆ แล้ว
1. เราต้องเจริญชีวิตเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อ
2. เราต้องมีชีวิตใหม่จริงๆ ดีจริงๆ
3. เลิกอิจฉาริษยาและทะเลาะวิวาทกัน...
4. ดำเนินชีวิตใหม่ตามพระจิตเจ้า
5. ไม่ใช่ตามเนื้อหนังมากจนเกินไป
o อ่านคำสอนของเปาโลวันนี้ดีๆนะครับ ข้อเขียนของท่านวันนี้ชัดมากๆ ไม่ต้องอธิบายมาก ขอเพียงแต่ ขอเพียงแต่...ชัดๆ นะครับ คือ “ขอให้เราผู้ได้รับศีลล้างบาป ได้เป็นผู้ใหญ่ในการเจริญชีวิตนะครับ”

 

• ถ้าจะสรุปการไม่เป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อ เราก็พบได้จากเปาโลในวันนี้ครับ
o เพราะท่านยังเป็นผู้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ ในเมื่อท่านยังอิจฉาริษยาและทะเลาะวิวาทกัน ท่านก็ยังดำรงชีวิตตามธรรมชาติ และดำเนินชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไปมิใช่หรือ
o เพราะเมื่อคนหนึ่งพูดว่า "ฉันเป็นพวกของเปาโล” และอีกคนหนึ่งพูดว่า “ฉันเป็นพวกของอปอลโล” ท่านก็มิได้เป็นเพียงมนุษย์ทั่ว ๆ ไปเท่านั้นดอกหรือ

 

• พ่อขอสรุปวันนี้ด้วยคำสอนเตือนใจของพระสันตะปาปาฟรังซิส.. พระสันตะปาปาฟรังซิสสอนเตือนเรา ยุคของเราจริงๆ ที่เราคริสตชนควรลดละเลิกการทะเลาะเบาะแว้งกัน... (EG)
o “มีสงครามเกิดขึ้นมากมายภายในประชากรของพระเจ้า และในชุมชนต่าง ๆ ในย่านถิ่นที่ทำงาน มีสงครามอันเกิดจากความอิจฉาริษยา และในระหว่างคริสตชนด้วยเช่นกัน จิตตารมณ์ทางโลกในคริสตชนบางคน ก่อให้เกิดสงครามกับคริสตชนอื่น ๆ.... ยิ่งกว่านั้น บางคนยังเลิกดำเนินชีวิตการเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร หล่อเลี้ยงจิตตารมณ์การต่อต้าน แทนที่จะเป็นสมาชิกของพระศาสนจักรทั้งมวล ที่มีความหลากหลาย เขากลับเป็นสมาชิกของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกว่าตนเองแตกต่างหรือพิเศษกว่าคนอื่น” (EG 98)
o “ให้เราวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อให้เราเข้าใจพระบัญญัติแห่งความรัก เป็นการดีที่เรามีพระบัญญัตินี้ เหนือสิ่งอื่นใด เรารู้สึกดีที่จะรักกันและกัน ใช่แล้ว เหนือสิ่งอื่นใด คำเชื้อเชิญของนักบุญเปาโลมีไว้สำหรับ เราแต่ละคน “อย่าให้ความชั่วเอาชนะท่าน แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี” (รม 12:21) และ “อย่าท้อแท้ในการทำความดี เพราะถ้าเราไม่หยุดทำความดี เราก็จะได้เก็บเกี่ยวเมื่อถึงเวลา” (กท 6:9) เราทุกคนมีความรู้สึกทั้งเห็นอกเห็นใจ และเกลียดชัง แม้ในเวลาที่เราโกรธใครบางคน ให้เรากล่าวกับพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าโกรธคนนั้น ข้าพเจ้าวอนขอพระองค์สำหรับเขาด้วย” การภาวนาเพื่อบุคคลที่เรารู้สึกโกรธเป็นก้าวอันงดงามสู่ความรัก และเป็นการกระทำที่ประกาศพระวรสาร ให้เราเริ่มกระทำในวันนี้ เราจงอย่าปล่อยให้อุดมคติแห่งความรักฉันพี่น้องถูกขโมยไป” (EG 101)
• สรุปว่า เราคริสตชน ได้รับชีวิตพระเจ้า แล้วเราควรเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อมากๆ คือ
o ชุมชนพระศาสนจักร คือ พวกเราอย่าได้ตกเป็นเหยื่อของความอิจฉาริษยา เพราะ มีการทะเลาะเบาะแว้งกันมากเหลือเกินในหมู่ประชากรของพระเจ้า มีการไม่ลงรอยและทะเลาะกันมากเหลือเกินชุมชนวัด ในครอบครัว ในระหว่างตระกูล
o บ่อยๆ พวกเราเจริญชีวิตชุมชนที่ดูดีที่วัด แต่ในครอบครัว ในหมู่บ้าน เรากลับแตกแยกและเกลียดชัง ทำร้ายกันด้วยวาจา ด้วยสื่อต่างๆ
o บ่อยครั้ง เราดูดี ณ ที่บูชาขอบพระคุณ ช่วยงานวัด อ่านบทอ่าน รับใช้ใกล้ชิดพระแทน ไปโบสถ์ด้วยกัน.... แต่ แต่ แต่ในการใช้สื่อสารเฟสบุค ฯลฯ เราก็หยาบคายต่อกันเหลือเกิน... ไม่น่ารักเลย กลายเป็นอาการไบโพลาร์ของชีวิตศาสนาและชีวิตจริง หรือ เป็นฟาริสีแบบปัจจุบันที่ไม่น่ารัก... ก่อให้เกิดความแตกแยกในชุมชนวัด ในชีวิตสังคมอย่างมากๆ
o พอเถอะครับ... แล้วเราจะไปประกาศกับใครได้ถ้าพวกเราคริสตชนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้???
o ครับ สรุปว่า ขอให้น่ารัก ขอให้แสนดี และเป็นคริสตชนที่น่ารักกันมากๆ นะครับ เป็นครอบครัว ชุมชน ที่อบอุ่น และเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อกันทั่วหน้านะครับ.. พระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ....

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6 (การอบรมพระคัมภีร์เพื่อสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์)

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย