Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว”

24. พระเยซูเจ้าทรงรักษาหญิงตกเลือด ทรงปลุกบุตรหญิงของไยรัสให้คืนชีพ (2 )
 - ประชาชนกลุ่มใหญ่ติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์ ไยรัสปรากฏอยู่ในเรื่องเมื่อประชาชนชุมนุมกันเนืองแน่นรอบพระองค์ฉันใด หญิงตกเลือดก็มาใกล้พระองค์ขณะที่เสด็จไปยังบ้านของไยรัสโดยมีประชาชนติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์ฉันนั้น 


- ขณะนั้น หญิงคนหนึ่งตกเลือดมาสิบสองปีแล้ว สภาพของหญิงผู้นี้คงจะทนทุกข์ทรมานเกือบจะไม่ไหวแล้วเพราะป่วยมาสิบสองปี ธรรมบัญญัติของชาวยิวกำหนดว่า การตกเลือดไม่ว่าจะเป็นประจำเดือนหรือเพราะความเจ็บป่วย ทำให้ผู้นั้นเป็นมลทินเขาจะร่วมพิธีกรรมไม่ได้ จนกระทั่งได้ชำระตนให้พ้นมลทิน โดยปฏิบัติกิจกรรมที่สลับซับซ้อน ยิ่งกว่านั้น หญิงที่เป็นมลทินจะทำให้ทุกอย่างที่นางสัมผัสไม่ว่าบุคคลหรือสิ่งของเป็นมลทินอีกด้วย

- ได้รับความทรมานมากจากการรักษาของแพทย์หลายคน เสียทรัพย์จนหมดสิ้น โรคก็มิได้บรรเทา ตรงกันข้ามกลับทรุดหนัก เพราะได้รับการทรมานมาก นางจึงหาทุกวิถีทางเพื่อรักษาตนให้หายป่วย นางได้ปรึกษากับแพทย์หลายคน แต่วิธีรักษาที่เขาใช้ไม่เกิดผล ตรงกันข้ามกลับทำให้นางต้องรับทรมานมากยิ่งขึ้น สูญเสียทรัพย์สมบัติจนหมดสิ้น อีกทั้งโรคก็ทรุดหนักกว่าเดิม วิธีเขียนของนักบุญมาระโกทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามที่ว่า แล้วพระเยซูเจ้าจะทรงรักษาหญิงคนนี้ได้หรือไม่ นางเชื่อว่าได้ เพราะ

- นางได้ยินเขาพูดกันถึงเรื่องพระเยซูเจ้า ความเชื่อมาจากการเห็นและได้ฟังสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำและตรัสไว้ ถ้าคนหนึ่งไม่เคยได้ยินคำประกาศถึงพระเยซูเจ้าก็จะพบพระองค์ไม่ได้ นางเคยได้ยินเขาพูดกันถึงเรื่องพระเยซูเจ้า และต้องการพบกับพระองค์ แต่ไม่กล้าทำอย่างเปิดเผยเพราะรู้ว่าตนเป็นมลทิน

- จึงเดินปะปนกับประชาชนเข้ามาเบื้องหลัง และสัมผัสฉลองพระองค์ นางจึงเดินตามหลังพระเยซูเจ้าไม่กล้าให้พระองค์ทรงเห็นใบหน้าของเขา เพราะนางรู้ว่าธรรมบัญญัติห้ามตนให้สัมผัสพระองค์ 

- นางคิดว่า ”ถ้าฉันเพียงได้สัมผัสฉลองพระองค์เท่านั้น ฉันก็จะหายจากโรค” นางคิดเช่นเดียวกับชาวบ้านทั่วไปที่เชื่อว่า ผู้รักษาโรคมีอำนาจลึกลับหรือพลังจิตที่ทำให้ผู้ป่วยทุกคนที่สัมผัสเขา ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อมจะได้รับการรักษาให้หาย
- ทันใดนั้น เลือดก็หยุด นางรู้สึกว่าร่างกายหายจากโรคแล้ว แม้ดูเหมือนว่านางพยายามที่จะ "ขโมย" อัศจรรย์จากพระเยซูเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นการแสดงความเชื่อแบบหนึ่งของนาง เพราะมีความมั่นใจว่าพระเยซูเจ้าทรงมีอำนาจในการรักษาโรคที่ไม่มีผู้ใดรักษาให้หายได้ นักบุญมาระโกต้องการเน้นว่านางรู้ตัวที่ได้หายจากโรคทันที

- ขณะเดียวกัน พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกว่ามีอิทธิฤทธิ์ออกจากพระองค์ไป นักบุญมาระโกเล่าเรื่องแบบชาวบ้านเพื่อชี้แจงอำนาจเหนือธรรมชาติในการกระทำอัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า ฤทธิ์นี้ดูเหมือนจะเป็นพลังที่ออกจากพระวรกายของพระเยซูเจ้ามารักษาโรคโดยการสัมผัส (เทียบ มก 1:41; 3:10; 6:56; 8:22) พระเยซูเจ้าทรงมีจิตสำนึกว่าได้ทรงกระทำอัศจรรย์ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงใช้ภาษาที่หญิงคนนั้นได้ใช้เพื่ออธิบายแก่นางว่า ไม่ใช่การสัมผัสทางร่างกายเป็นเหตุทำให้นางได้รับการรักษาให้หาย แต่เพราะความเชื่อของนาง ซึ่งเป็นพลังหนึ่งเดียวที่ทำให้มนุษย์ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า

- จึงทรงหันมายังกลุ่มชน ตรัสว่า “ใครสัมผัสเสื้อของเรา พระวาจานี้ดูเหมือนเป็นคำตำหนิ โดยแท้จริงแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสเช่นนี้เพื่อบังคับหญิงตกเลือดให้แสดงตน พระองค์จะได้ทรงแก้ไขความคิดและทรงบันดาลให้ความเชื่อของนางเข้มแข็งยิ่งขึ้น 

- บรรดาศิษย์ทูลว่า “พระองค์ทรงเห็นแล้วว่าผู้คนเบียดเสียดกันเช่นนี้ แล้วยังทรงถามอีกหรือว่า “ใครสัมผัสเรา” ประชาชนห้อมล้อม "เบียดเสียด" พระองค์ แต่มีเพียงผู้เดียวได้ "สัมผัส" ฉลองของพระองค์  พระเยซูเจ้าทรงต้องการแยกแยะท่าทีของผู้ที่สัมผัสพระองค์เพียงทางร่างกายแต่ไม่มีความเชื่อกับหญิงคนนั้นที่สัมผัสพระองค์และมีความเชื่อ

- พระองค์ทรงหันไปรอบๆ เพื่อทอดพระเนตรผู้ที่ทำเช่นนั้น พระเยซูเจ้าทรงพระประสงค์ให้นางเป็นอิสระจากความกลัวและความคิดที่ว่า นางได้ทำสิ่งที่ธรรมบัญญัติของชาวยิวห้ามไว้ จึงทรงเรียกนางให้ปรากฏตัวเพื่อให้กำลังใจแก่นาง 

- หญิงคนนั้นรู้สึกกลัวจนตัวสั่น เพราะรู้ดีว่าได้เกิดอะไรขึ้นแก่ตน จึงกราบลงเฉพาะพระพักตร์และทูลให้ทรงทราบความจริงทุกประการ บางทีความกลัวของหญิงคนนั้นไม่เพียงมาจากการกระทำผิดต่อธรรมบัญญัติเท่านั้น  แต่มาจากการที่ได้สัมผัสพระองค์อย่างลับ ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อนางรู้ดีว่าได้เกิดอะไรขึ้นแก่ตน นางมีความรู้บุญคุณต่อพระเยซูเจ้า จึงมีชัยชนะเหนือความกลัว และยืนยันความจริงทุกประการที่เกิดขึ้นกับตน 

- พระองค์จึงตรัสว่า “ลูกเอ๋ย” การเรียกเช่นนี้แสดงทั้งความสุภาพอ่อนโยนและทัศนคติของพระเยซูเจ้า หญิงคนนั้นไม่เป็นเพียงผู้ป่วยที่หายจากโรคเท่านั้น  แต่ยังเป็นสมาชิกของครอบครัวใหม่ คือชุมชนของผู้ที่มีความเชื่อและได้รับความรอดพ้นจากพระเยซูเจ้า

- ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว เป็นสำนวนที่พระเยซูเจ้าทรงใช้กับบารทิเมอัส คนขอทานตาบอด (เทียบ มก 10:52)