Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด”

5. พระเยซูเจ้าทรงเริ่มประกาศข่าวดี (3)

ง)    คำตักเตือนของพระเยซูเจ้า
            พระเยซูเจ้าตรัสสั่งประชาชนผู้ฟังพระองค์ว่า “จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด” มนุษย์ต้องตอบสนองสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแก่เขาโดยอาศัยการกลับใจและความเชื่อ นักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้างเคยตักเตือนประชาชนให้กลับใจ พิธีล้างที่เขาทำได้รับการบรรยายว่าเป็น “พิธีล้างอันแสดงถึงการกลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป” (1:4) พระเจ้าทรงส่งบรรดาประกาศกในอดีตมาชี้แนะความผิดที่เขาได้กระทำต่อพระเจ้า และความบกพร่องในชีวิตสังคม เพื่อนำเขาให้กลับมานมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้ และให้รู้จักประพฤติตนอย่างถูกต้องต่อเพื่อนพี่น้องชายหญิง

           การกลับใจหมายถึง การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรม ผู้ได้รับพิธีล้างในแม่น้ำจอร์แดนเพราะได้ฟังคำเทศน์สอนของนักบุญยอห์น ยอมรับและสารภาพว่าตนได้ทำบาป และตั้งใจแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจว่า เขาจะรับฟังข่าวดีของพระเจ้าและดำเนินชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้เลย ข่าวดีเรียกร้องการให้เปลี่ยนทิศทางชีวิตมุ่งที่จะยอมรับอย่างสมบูรณ์ด้วยใจจริงถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแล้ว กิจการของพระเจ้าจำเป็นและสำคัญมาก แต่ไม่บังคับมนุษย์ให้เป็นฝ่ายรับอย่างเดียวโดยไม่ออกแรงให้ความร่วมมือ ตรงกันข้าม กิจการของพระเจ้าให้สมรรถภาพแก่มนุษย์ให้ตอบสนองการเรียกของพระเจ้าอย่างถูกต้อง

              การตอบสนองพื้นฐานที่จำเป็นคือความเชื่อในพระจ้า ก้าวแรกมนุษย์ต้องยอมรับข่าวดี ต้องเชื่อว่าข่าวดีนี้เป็นเรื่องจริง เพราะพระเจ้าประทานเวลาเหมาะสมแก่มนุษย์ และทรงตัดสินพระทัยที่จะครองราชย์เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ก้าวต่อมามนุษย์ต้องมีความเชื่อแท้จริงในพระเจ้า คือต้องมีความวางใจในพระเจ้า เป็นความวางใจที่ปราศจากขอบเขตและเงื่อนไข เพราะมนุษย์ต้องสำนึกว่า พระเจ้าทรงมีพลานุภาพและความเมตตากรุณาอย่างไร้ขอบเขต ทรงงานในตัวเราตลอดเวลาอย่างแท้จริง

             ความเชื่อในพระเจ้าเปิดขอบฟ้าใหม่ให้แก่ชีวิตมนุษย์ มนุษย์ไม่อยู่ในโลกที่ปิดอีกแล้ว ไม่อยู่ใต้อำนาจของพลังต่าง ๆ ที่ทำลายเขาและธรรมชาติอีกต่อไป ไม่เป็นทาสของความตายอีกแล้ว ในเวลาเดียวกัน ยังมีพลังที่ต่อสู้กับมนุษย์ ข่มเหงทำให้มนุษย์มีความหวาดกลัว แต่ข่าวดีของพระเจ้าแสดงว่า พระองค์ทรงมีพละกำลังมากกว่า พระองค์ทรงตัดสินพระทัยโดยไม่กลับคืนคำสัญญาว่า จะทรงลบล้างพลังมืดมิดทั้งหมดที่เป็นศัตรูของมนุษย์ และจะประทานชีวิตสมบูรณ์แก่ประชากรของพระองค์

             ความเชื่อในพระองค์เปิดประตูรับแสงสว่าง ทำให้มนุษย์ได้รับการปลดปล่อยจากพลังกดขี่ข่มเหง ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อพื้นฐาน เพราะช่วยมนุษย์ให้พ้นจากการติดใจกับสิ่งต่าง ๆ ทางโลกซึ่งห้อมล้อมและครอบงำจิตใจ นี่คือการกลับใจที่สำคัญที่สุดคือ การไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งของทางโลกกับเสน่ห์และความกลัวของสิ่งเหล่านี้ มนุษย์ต้องเปิดใจรับพระเจ้า ต้องยอมรับว่าพระเจ้าทรงพระอานุภาพมากกว่าสิ่งเหล่านี้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งและทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น