Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว”

9. พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเรียกคนบาป (มก 2:1-17)

1) พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนอัมพาต
                  2 1ต่อมาอีกสองสามวัน พระเยซูเจ้าเสด็จกลับมาที่เมืองคาเปอรนาอุม เมื่อเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ประทับอยู่ในบ้าน 2ประชาชนจำนวนมากจึงมาชุมนุมกันจนไม่มีที่ว่างแม้กระทั่งที่ประตู พระองค์ประทานพระโอวาทสอนประชาชนเหล่านั้น 3ชายสี่คนหามคนอัมพาตคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ 4แต่เขานำคนอัมพาตนั้นฝ่าฝูงชนเข้าไปถึงพระองค์ไม่ได้ เขาจึงเปิดหลังคาบ้านตรงที่พระองค์ประทับอยู่ แล้วหย่อนแคร่ที่คนอัมพาตนอนอยู่ลงมาทางช่องนั้น 5เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นความเชื่อของคนเหล่านี้จึงตรัสแก่คนอัมพาตว่า “ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว”
                    6ที่นั่นมีธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่ด้วย เขาคิดในใจว่า  7“ทำไมคนนี้จึงพูดเช่นนี้ เขากล่าวดูหมิ่นพระเจ้า ใครเล่าอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าเท่านั้น”  8ทันใดนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของเขาด้วยพระจิตของพระองค์ จึงตรัสว่า “ท่านทั้งหลายคิดเช่นนี้ในใจทำไม  9อย่างใดง่ายกว่ากัน การบอกคนอัมพาตว่า ‘บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว’  หรือบอกว่า ‘ลุกขึ้น แบกแคร่เดินไปเถิด’  10แต่เพื่อให้ท่านรู้ว่า บุตรแห่งมนุษย์มีอำนาจอภัยบาปได้บนแผ่นดินนี้” พระองค์ตรัสแก่คนอัมพาตว่า  11“เราสั่งท่าน จงลุกขึ้น แบกแคร่ กลับไปบ้านเถิด”  12เขาก็ลุกขึ้นแบกแคร่ออกเดินไปทันทีต่อหน้าคนทั้งปวง ทุกคนต่างประหลาดใจ ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าและพูดว่า “พวกเรายังไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย”

2) พระเยซูเจ้าทรงเรียกเลวี
                     13พระองค์เสด็จออกไปริมฝั่งทะเลสาบอีก ประชาชนต่างมาเฝ้าพระองค์ พระองค์จึงทรงสั่งสอนเขา 14ขณะที่ทรงพระดำเนินไป พระองค์ทรงเห็นชายคนหนึ่งชื่อเลวี บุตรของอัลเฟอัสกำลังนั่งอยู่ที่ด่านภาษี จึงตรัสสั่งเขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็ลุกขึ้นตามพระองค์ไป

3) พระเยซูเจ้าเสวยพระกระยาหารร่วมกับคนบาป
                    15ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารที่บ้านของเลวี คนเก็บภาษีและคนบาปหลายคนมาร่วมโต๊ะกับพระองค์และบรรดาศิษย์ เพราะมีหลายคนติดตามพระองค์มา 
                    16บรรดาธรรมาจารย์ที่เป็นฟาริสีเห็นพระองค์เสวยร่วมกับคนบาปและคนเก็บภาษี จึงถามศิษย์ของพระองค์ว่า “ทำไมอาจารย์ของท่านกินอาหารกับคนเก็บภาษีและคนบาป” 17พระเยซูเจ้าทรงได้ยินดังนั้นจึงตรัสตอบว่า “คนสบายดีไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป”

a) อธิบายความหมาย
                     ในบทที่ 1 นักบุญมาระโกได้เล่าศาสนบริการของพระเยซูเจ้าที่แคว้นกาลิลีว่า ประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะประชานมีความกระตือรือร้นตามหาพระองค์ ตั้งแต่บทที่ 2 จะเริ่มเสนอบุคคลที่ต่อต้านพระเยซูเจ้า ไม่ว่าจะเป็นธรรมาจารย์ ชาวฟาริสี และผู้นิยมกษัตริย์เฮโรด คนเหล่านี้ไม่ยอมรับกิจการของพระเยซูเจ้า เพราะเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดและการปฏิบัติของตน เขาจองหองและกลัวที่จะสูญเสียอำนาจที่มีเหนือประชาชน

                    ข้อความตั้งแต่ 2:1-3 :6 ได้รับชื่อว่า “การโต้เถียงกันในแคว้นกาลิลี” แตกต่างกับ “การโต้เถียงกันที่กรุงเยรูซาเล็ม” ดังที่เราจะพบในข้อความ 11:27 - 12:37 ทั้งสองข้อความรวม 5 กรณีที่มีการโต้เถียงกัน ในแต่ละเรื่องพระเยซูเจ้าตรัสคำสอนที่ตอบสนองการวิพากษ์วิจารณ์ของคู่อริ เขาไม่เข้าใจพระวาจาและการกระทำของพระเยซูเจ้าหรือของบรรดาศิษย์ ข้อความทั้ง 5 เรื่องนี้มีความสำคัญเพราะเน้นคำสอนสูงส่งของพระเยซูเจ้า อำนาจของพระองค์ในการตอบคำถามเชิงแก้คำกล่าวหา และแสดงพระธรรมล้ำลึกและภารกิจของพระองค์อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

                   ก่อนที่จะพิจารณาความแย้งสองกรณีแรกในข้อความ 2:1-17 ตามหัวข้อข้างต้น เราควรสรุปความรู้ที่ได้รับจากการอธิบายในบทที่ 1  เพื่อจะเข้าใจบริบทความขัดแย้งในเรื่องอำนาจการให้อภัยบาป บาปคือการเป็นกบฏกับพระเจ้า ปฏิบัติขัดต่อพระประสงค์ ละเมิดบทบัญญัติของพระองค์และแยกตัวออกจากพระเจ้า บาปเป็นตราประทับชีวิตของมนุษยชาติตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นต้นเหตุท้องฟ้าปิด มนุษย์อยู่ในสภาพต่ำต้อยและน่าสมเพช นักบุญยอห์นจึง “เทศน์สอนเรื่องพิธีล้าง ซึ่งแสดงการกลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป” (1:4) 

                  ผู้ที่รับพิธีล้างจากยอห์นที่แม่น้ำจอร์แดนก็สารภาพบาปของตน เขาแสดงความปรารถนาที่จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์เพื่อคืนดีกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นต้นกำเนิดของชีวิต  เมื่อพระเยซูเจ้าทรงปรากฏและทรงรับพิธีล้างก็แสดงความสมานฉันท์กับมนุษย์ผู้เป็นคนบาป และต่อจากนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือท้องฟ้าแหวกออก พระจิตเจ้าเสด็จลงมาและมีพระสุรเสียงของพระบิดาซึ่งแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า พระเยซูเจ้าจึงไม่ทรงเป็นคนบาป แต่ทรงอยู่ในความประสานกลมเกลียวอย่างสมบูรณ์กับพระบิดา ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าคือ พระบิดาพอพระทัยให้มนุษย์ได้รับการอภัยบาปและคืนดีกับพระองค์

                ตั้งแต่แรกพระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนโดยเชิญชวนประชาชนให้กลับใจ เหตุการณ์ 3 ประการของข้อความที่กำลังพิจารณานี้ แสดงว่าคำเทศน์สอนเรื่องการกลับใจของมนุษย์เป็นศูนย์กลางภารกิจและกิจการของพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ทรงขับไล่ปีศาจจากผู้ที่ถูกปีศาจสิงในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุมแล้ว ทรงรักษามารดาของภรรยาซีโมน ต่อมาผู้อาศัยในเมืองนั้นทุกคนนำผู้ป่วยและผู้ถูกปีศาจสิงมาให้พระองค์ทรงรักษา แม้คนโรคเรื้อนก็มาพบพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงสงสารเขา ทรงสัมผัสและทรงทำให้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่พระเยซูเจ้าทรงต้องเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกคือ แง่หนึ่งทรงเห็นความน่าสมเพชและความต้องการของผู้ป่วยหลายคน และทรงสำนึกในอำนาจของพระองค์ที่จะทรงรักษาเขาให้หาย อีกแง่หนึ่ง การรักษาเขาให้หายก็มีอันตราย เพราะประชาชนจะเข้าใจว่า อำนาจและภารกิจของพระองค์เป็นเพียงการรักษาโรคเท่านั้น