Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืนหรือกลางวัน
เมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโต”

20. อุปมาเรื่องพืชที่งอกงามขึ้นเอง(มก 4:26-29)
      426พระองค์ยังตรัสอีกว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ายังเปรียบเสมือนคนที่นำเมล็ดพืชไปหว่านในดิน 27เขาจะหลับหรือตื่นกลางคืนหรือกลางวันเมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโตเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเขาไม่รู้ 28ดินนั้นมีพลังให้เกิดผลในตนเองครั้งแรกก็เป็นลำต้นแล้วก็ออกรวงต่อมาก็มีเมล็ดเต็มรวง 29เมื่อข้าวสุกเกิดผลแล้วเขาก็ใช้คนไปเก็บเกี่ยวทันทีเพราะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว”


a) อธิบายความหมาย
             อุปมาเรื่องพืชที่งอกงามขึ้นเองเป็นเรื่องที่เราพบในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโกเท่านั้น  ต่อเนื่องจากอุปมาเรื่องผู้หว่าน(4:13-20)เพราะกล่าวถึงเมล็ดพืชที่หว่านลงในดิน งอกงามขึ้น และเกี่ยวเก็บ อย่างไรก็ตาม อุปมาเรื่องที่สองนี้ทำให้อุปมาเรื่องผู้หว่านสมบูรณ์ขึ้น และดึงดูดความสนใจของผู้อ่านในรายละเอียดพิเศษที่ได้มองข้ามในอุปมาเรื่องผู้หว่านคือ เน้นขบวนการเจริญเติบโตของเมล็ดตั้งแต่เริ่มหว่านจนถึงการเก็บเกี่ยว 

             อุปมาเรื่องพืชที่งอกงามขึ้นเองบรรยายภาพเกษตรกรรม แต่นักบุญมาระโกเล่าเรื่องนี้โดยใช้เหตุการณ์ที่เกินสายตาของมนุษย์ที่จะผู้สังเกตคือต้องการเน้นเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า

- พระองค์ยังตรัสอีกว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ายังเปรียบเสมือน..." นักบุญมาระโกเคยบันทึกว่าเนื้อหาสำคัญของข่าวดีที่พระเยซูเจ้าทรงประกาศคือ  "พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว" (1:15)พระเจ้าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและกษัตริย์ทรงปกครองโลก แต่ผู้ฟังข่าวดีอาจค้านว่า เราจะรู้ความจริงนี้จนเกิดผลในชีวิตได้อย่างไร เพราะในโลกปัจจุบันมีเจ้านายปกครองหลายคน ในเวลาเดียวกันมนุษย์ก็ต้องเผชิญความยากลำบาก ความทุกข์ทรมาน ความยากจน เขาจึงพูดตัดพ้อว่า พระเจ้าสถิตที่ไหน ทำไมจึงไม่ทรงเข้าแทรกแซงในชีวิตมนุษย์ทำไมจึงทรงอนุญาตให้มีความทุกข์ทรมาน ความอยุติธรรม ความลำบากยากเข็ญ พระเยซูเจ้าทรงแก้ไขความคิดผิดนี้ โดยเล่าอุปมาเรื่องพืชที่งอกงามขึ้นเอง

- เสมือนคนที่นำเมล็ดพืชไปหว่านในดิน การหว่านเกิดขึ้นแล้ว เมล็ดที่ได้หว่านเป็นทั้งเมล็ดพันธุ์ดีและดินดี หมายความว่าพระเยซูเจ้าทรงหว่านเมล็ดแห่งพระวาจาของพระเจ้า และพระองค์เองทรงเป็นเมล็ดพันธุ์ของพระวาจาที่พระเจ้าทรงหว่านในลงดินคือในชีวิตของมนุษย์

- เขาจะหลับหรือตื่นกลางคืนหรือกลางวัน  น่าสังเกตว่า ชาวยิวสมัยโบราณเริ่มนับกาลเวลาจากกลางคืนไปถึงกลางวันเป็นหนึ่งวัน คือคำนวณตั้งแต่เวลาเย็นของวันหนึ่งไปถึงเวลาเย็นของอีกวันหนึ่งโดยแท้จริงแล้วเช่นเดียวกับผู้หว่านในอุปมา เมื่อชาวยิวหว่านเมล็ดพืชในเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมแล้ว เขาก็ไปทำงานอื่นหรือพักผ่อนได้จนถึงเวลาเก็บเกี่ยวคือปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม

- เมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโตเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเขาไม่รู้  ข้อความนี้ต้องการเน้นว่า คนโบราณรู้ว่าเมล็ดงอกงามขึ้นด้วยพลังในตนเองและจากการกระทำของธาตุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความชื้น ความร้อน ทั้ง ๆ ที่มนุษย์ไม่ได้ลงทำอะไรเลย แต่ไม่เข้าใจว่าขบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างไร

- ดินนั้นมีพลังให้เกิดผลในตนเอง  น่าสังเกตความแตกต่างระหว่างบทบาทของดินกับบทบาทของมนุษย์ คือระหว่างผู้กระทำกับผู้ไม่ได้กระทำอะไรเลยอย่างไรก็ตาม  ชาวนาไม่อยู่นิ่งเฉยหรือไม่สนใจ แต่จำเป็นต้องปล่อยให้ขบวนการที่เริ่มต้นเจริญเติบโตงอกงามขึ้นโดยพลังในตนเองแบบอัตโนมัติจนถึงเวลาเก็บเกี่ยว

- ครั้งแรกก็เป็นลำต้นแล้วก็ออกรวงต่อมาก็มีเมล็ดเต็มรวง  ผู้เขียนเล่าขั้นตอนขบวนการเจริญเติบโตเหมือนกับการชมภาพยนตร์ช้า ๆ สิ่งที่ต้องการเน้นในเรื่องนี้คือชาวนาต้องรอคอย เป็นการรอคอยและเตรียมตัวเพื่อจะได้เก็บเกี่ยว

- เมื่อข้าวสุกเกิดผลแล้วเขาก็ใช้คนไปเก็บเกี่ยวทันทีเพราะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว” ข้อความนี้เป็นการอ้างถึงข้อความจากหนังสือประกาศกโยเอลที่กล่าวถึงการพิพากษานานาชาติในวาระสุดท้ายของประวัติศาสตร์โลก จึงชวนเราให้เข้าใจว่าผู้หว่านในอุปมาหมายถึงพระเจ้าตามความคิดของประกาศกโยเอลที่ว่า"จงใช้เคียวเกี่ยวเถิดเพราะข้าวที่จะต้องเกี่ยวสุกแล้ว" (ยนล 4:13)แต่ตามความคิดของนักบุญมาระโกผู้หว่านอาจหมายถึงพระเยซูเจ้าผู้จะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย เพื่อจะทรงรวบรวมผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร ดังที่เราอ่านในมก 13:26-27

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย