Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

. ความเชื่อและการพิพากษาของพระเจ้า

การเปิดเผยถึงการพิพากษาของพระเจ้า

         21แต่บัดนี้ ความเที่ยงธรรมที่พระเจ้าทรงช่วยให้รอดพ้นตามที่หนังสือ       ธรรมบัญญัติและประกาศกเป็นพยานถึงนั้น ปรากฏให้เห็นแล้วนอกเหนือธรรมบัญญัติ 22ความเที่ยงธรรมที่พระเจ้าทรงช่วยให้รอดพ้นซึ่งพระองค์ประทานให้ทุกคนที่มีความเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า   23ไม่มีความแตกต่างใด ๆ อีก ทุกคนกระทำบาปและขาดพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าh  24แล้วทุกคนก็ได้รับความชอบธรรมเป็นของประทานโดยทางพระหรรษทานiอาศัยการไถ่กู้เราให้เป็นอิสระjในพระคริสตเยซู  25พระเจ้าทรงสถาปนาพระเยซูเจ้าเป็นเครื่องบูชาชดเชยบาปโดยอาศัยความเชื่อkและโดยอาศัยการหลั่งโลหิต เพื่อจะได้สำแดงความเที่ยงธรรมของพระองค์ โดยอดกลั้นไม่ลงโทษบาปในอดีตl  26ในเวลาแห่งความพากเพียรของพระองค์ พระองค์ทรงสำแดงความเที่ยงธรรมในปัจจุบันmเพื่อทรงเป็นผู้ที่เที่ยงธรรมn และเพื่อทรงบันดาลให้ผู้มีความเชื่อใน      พระเยซูเจ้ากลับเป็นผู้ชอบธรรม



h "สิริรุ่งโรจน์" ในที่นี้ใช้ตามความหมายของพันธสัญญาเดิม อพย 24:16 เชิงอรรถ f; นั่นคือ พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ตรงหน้ามนุษย์ และทรงแสดงพระองค์แก่พวกเขายิ่งทียิ่งมากขึ้น เป็นกระบวนการที่จะบรรลุถึงจุดสุดยอดในยุคของพระผู้ไถ่เท่านั้น เทียบ สดด 84:9; อสย 40:5

i คำว่า "พระหรรษทาน" แปลคำว่า charis คำคำนี้ เมื่อใช้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน อาจหมายถึงคุณสมบัติซึ่งทำให้คนหนึ่งอยู่ในความสนใจของผู้อื่น (เสน่ห์) (กจ 2:47) หรืออาจหมายถึงการขอบคุณสำหรับของที่ได้รับ (ลก 6:32-34; 17:9) หรือสิ่งที่ให้เปล่า และไม่ใช่สิ่งที่หามาได้หรือได้เป็นค่าตอบแทน       (1 คร 16:3; 2 คร 8:6-7,19) ในความหมายสุดท้ายนี้ พันธสัญญาใหม่ โดยเฉพาะเปาโลมักจะใช้ในบทเขียนของตน (ยอห์นจะใช้คำว่า agape) เปาโลใช้คำนี้เพื่อบรรยายวิธีที่พระเจ้าทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นโดยทาง      พระเยซูเจ้า กล่าวคือ ความรอดพ้นเป็นผลของความรักโดยเสรี ซึ่งไม่มีใครอาจอ้างสิทธิว่าตนควรจะได้รับ    ดังนั้น จึงเป็นการกระทำที่เนื่องมาจาก "พระหรรษทาน" (ความดี ความโปรดปราน ผู้แปล) ที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลก (ยน 1:14,17; 2 คร 8:9; ทต 2:11)  และได้สิ้นพระชนม์( ฮบ 2:9) เป็น "พระหรรษทาน" ของ      พระบิดาอีกเช่นกันที่ทรงมอบพระบุตรให้เป็นของประทานสำหรับเรา ของประทานที่รวมพระพรทุกประการของพระเจ้า (รม 8:32; เทียบ 1 คร 2:12; อฟ 1:6ฯ) อันได้แก่ การบันดาลให้เป็นผู้ชอบธรรม ความรอดพ้น และสิทธิที่จะได้รับมรดกโดยการมีความเชื่อในพระองค์ และไม่ใช่เพราะได้ปฏิบัติข้อกำหนดของธรรมบัญญัติ     (รม 3:24; 4:4ฯ; อฟ 2:5,8; ทต 3:7; เทียบ กจ 15:11) และเป็นการกระทำอันเนื่องมาจาก "พระหรรษทาน" อีกเช่นกันที่พระคริสตเจ้าจะเสด็จมาอีกในวันสุดท้ายของโลก และที่เราจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์นิรันดร 2 ธส 1:12; 1 ปต 1:13; เป็นเพราะพระหรรษทานที่อับราฮัมได้รับพระสัญญา (4:16; กท 3:18) และที่ชาวอิสราเอลน้อยคนได้รับเลือกให้รอดชีวิต (รม 11:5ฯ) เนื่องจาก "พระหรรษทาน" เป็นความรักของพระเจ้าสำหรับเรา จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเหือดแห้งไป (อฟ 1:7; 2:7; เทียบ 2 คร  4:15; 9:8,14; 1 ทธ 1:14)  และชนะบาป (รม 5:15,17,20-21) คำว่า "พระหรรษทาน" คำเดียวจึงเป็นคำที่มีความหมายมากจนใช้บรรยายยุคพระผู้ไถ่ได้ทั้งหมดทีเดียว     (รม 5:21) ซึ่งเป็นยุคที่ตามมาหลังจากยุคของธรรมบัญญัติ (6:14; กท 2:21; 5:4) เป็นยุคพระผู้ไถ่เดียวกันกับที่ครั้งหนึ่งประกาศกได้ประกาศไว้ (1 ปต 1:10) และบัดนี้ได้ประกาศเป็นข่าวดี (พระวรสาร) (คส 1:6; เทียบ    กจ 14:3; 20:24,32) คำคำนี้สรุปรวมพระคุณของพระเจ้าได้ดีจนว่าเปาโลจะเริ่มและจบจดหมายด้วยการอวยพรให้ "พระหรรษทาน" ของพระเจ้าสถิตอยู่กับผู้อ่านทุกคน (1 ทธ 1:1; 5:28; ฯลฯ ; ดู 1 ปต 1:2; 5:10,12;        2 ปต 1:2; 3:18; 2 ยน 3; วว 1:4; 22:21) เป็นเพราะ "พระหรรษทาน" อีกเช่นกันที่ "พระเจ้าแห่งพระ      หรรษทาน" ทุกประการ (1 ปต 5:10) ทรงเรียกประชากรให้มารับความรอดพ้น (กท 1:6; 2 ทธ 1:9; 1 ปต 3:7) ทรงหลั่งพระพรฝ่ายจิตทุกประการให้แก่พวกเขา (1 คร 1:4-7 ดู กจ 6:8; 2 ธส 2:16) ทำให้เปาโลเป็น      อัครสาวกของชนต่างชาติ (รม 1:5; 15:15ฯ; 1 คร 3:10; กท 1:15ฯ; 2:7-9; อฟ 3:1-2,7,8; ฟป 1:7) และกำหนดให้คริสตชนแต่ละคนมีบทบาทในชีวิตของพระศาสนจักร (รม 12:6; 1 คร 12:1 เชิงอรรถ a; 2 คร 8:1; อฟ 4:7; 1 ปต 4:10) ในทำนองเดียวกันเป็นเพราะ "พระหรรษทาน" อีกเช่นกันอีกที่คริสตชนจะรับทรมานเพื่อพระคริสตเจ้าได้ (ฟป 1:29; 1 ปต 2:19-20) พระนางมารีย์ "เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน" ก็หมายความว่า พระนางเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า (ลก 1:30 เทียบ กจ 7:46) พระเยซูเจ้าเองทรงได้รับ "พระหรรษทาน" ที่ได้รับพระนามยิ่งใหญ่กว่านามใด ๆ ( ฟป 2:9 เทียบ ลก 2:40) มนุษย์จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้ขึ้นอยู่กับการริเริ่มของพระเจ้าเป็นอันดับแรก และขึ้นกับการตอบสนองของเขาต่อพระองค์เป็นอันดับสอง เป็นไปได้ที่จะได้รับพระหรรษทานอย่างไร้ประโยชน์ (2 คร 6:1) ที่จะพลาดไปจากพระหรรษทาน (กท 5:4) ที่จะสูญเสีย   พระหรรษทาน (ฮบ 12:15) ซึ่งเป็นการสบประมาทพระจิตเจ้าแห่งพระหรรษทาน (ฮบ 10:29) พระหรรษทานที่ได้รับจึงต้องได้รับการดูแลรักษาไว้ด้วยความเอาใจใส่ (5:2; ฮบ 12:28; 1 ปต 5:12) และนำมาใช้อย่างฉลาด  (1 ปต 4:10) ไม่เพียงพอที่จะคงอยู่ในพระหรรษทาน (กจ 13:43 เทียบ 14:26; 15:40) แต่พระหรรษทานจะต้องทวีขึ้น (2 ปต 3:18) เพื่อเสริมเราให้เข้มแข็ง (2 ทธ 2:1) และช่วยเราให้ยืนหยัดมั่นคงอยู่ในความตั้งใจดี        (ฮบ 13:9) พระเจ้าจะประทานความช่วยเหลือนี้ให้แก่ผู้ที่ถ่อมตน (ยก 4:6; 1 ปต 5:5 ) ที่อธิษฐานภาวนา เนื่องจากการภาวนาเป็นการเข้าใกล้ "บัลลังก์แห่งพระหรรษทาน" ได้ด้วยความมั่นใจ (ฮบ 4:16) พระเจ้าจะประทานพระหรรษทานอย่างเพียงพอให้แต่ละคน พระหรรษทานเป็นอำนาจของพระคริสตเจ้าที่ทำงานอยู่ในมนุษย์ที่อ่อนแอ (2 คร 12:8-9 เทียบ 1 คร 15:10) และพระหรรษทานของพระคริสตเจ้านี้พิชิตปรีชาญาณฝ่ายโลกทุกชนิด (2 คร 1:12) แต่คำว่า "charis" เดียวกันนี้ยังใช้ในความหมายของ "การขอบพระคุณ" (6:17; 7:25;         1 คร 10:30; 15:57; 2 คร 2:14; 8:16; 9:15; คส 3:16; 1 ทธ 1:12; 2 ทธ 1:3 และลองเปรียบเทียบกับคำกริยา eucharistein ดู ) ทั้งนี้เนื่องจากว่าความรู้คุณต่อพระเจ้าเป็นท่าทีพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อจะได้รับพระหรรษทานนั่นเอง จากความหมายหลายหลากที่แตกต่างกันเล็กน้อยเหล่านี้จึงปรากฏชัดว่า คำว่า "charis" (ที่เราแปลว่า       "พระหรรษทาน" ) ถูกนำมาใช้เพื่อเน้นว่าพระคุณที่ได้รับเป็นสิ่งได้รับมาเปล่า ๆ  แต่บางครั้งเพื่อเน้นอำนาจและลักษณะของพระหรรษทานว่าเป็นเรื่องภายใน เปาโลยังใช้คำว่า pneuma (ซึ่งเราแปลว่า จิต) ด้วยเช่นกัน (ดู รม 5:5 เชิงอรรถ e) ให้ดูเชิงอรรถ h ของบทที่ 1;  และเน้นถึงความศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นของประทานที่ได้รับจากพระเจ้าโดยไม่เสียอะไรเลย

j พระยาห์เวห์ได้ทรง "ไถ่กู้" อิสราเอลโดยนำออกมาจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์เพื่อให้เป็นประชากรเป็น "สมบัติ" ของพระองค์ (ฉธบ 7:6 เชิงอรรถ b) เมื่อบรรดาประกาศกพูดถึง "การไถ่กู้" จากบาบิโลน (อสย 41:14 เชิงอรรถ g) เขาได้บ่งไว้เป็นนัยถึงการปลดปล่อยที่ลึกซึ้งมากกว่าและกว้างกว่า อันได้แก่การอภัยโทษซึ่งเป็นการปลดปล่อยให้พ้นจากบาป (อสย 44:22 เทียบ สดด 130:8) การไถ่กู้ของพระผู้ไถ่นี้สำเร็จเป็นจริงไปในพระคริสตเจ้า 1 คร 1:30; เทียบ ลก 1:68; 2:38;  พระบิดาเจ้า โดยทางพระคริสตเจ้าและจริง ๆ แล้ว คือพระคริสตเจ้าเอง ได้ "ช่วย" อิสราเอลใหม่ให้พ้นจากการเป็นทาสของธรรมบัญญัติ กท 3:13; 4:5; และการเป็นทาสของบาป อฟ 1:7; คส 1:14; ฮบ 9:15 โดย "ได้ตัวอิสราเอลใหม่" กจ 20:28 ให้เป็นของพระองค์ ทต 2:14 "โดยซื้อตัวมา " 1 คร 6:20; 7:23 เทียบ กท 3:13; 4:5 เทียบ 2 ปต 2:1; ราคาค่าตัวนั้นคือพระโลหิตของพระคริสตเจ้า กจ 20:28; อฟ 1:7; ฮบ 9:12; 1 ปต 1:18ฯ; วว 1:5; 5:9 การไถ่กู้นี้เริ่มต้นที่ภูเขากัลวาริโอและมีพระพรปัจจุบันของพระจิตเจ้าเป็นประกัน อฟ 1:14; 4:30 จะสำเร็จสมบูรณ์เมื่อพระองค์เสด็จมาอย่างรุ่งเรืองในวันสุดท้าย (parousia) ลก 21:28 เมื่อการกลับคืนชีพของร่างกายจะรับรองว่า มนุษย์รอดพ้นจากความตายแล้ว รม 8:23

k แปลตามตัวอักษรได้ว่า "ซึ่งพระเจ้าตั้งให้เป็นที่ไถ่บาปโดยทางความเชื่ออาศัยพระโลหิตของพระองค์" เกี่ยวกับ " ที่ไถ่บาป" หรือ "บัลลังก์แห่งพระกรุณา" ดู อพย 25:17 เชิงอรรถ h; และเปรียบเทียบกับ ฮบ 9:5; ในวันชดเชยบาป ลนต 16:1 เชิงอรรถ a มหาสมณะเอาเลือดสัตว์มาพรมที่บัลลังก์นี้ ลนต 16:15; พระโลหิตของพระคริสตเจ้าได้กระทำสิ่งที่จารีตพิธีดั้งเดิมเป็นได้เพียงแต่สัญลักษณ์นั้นคือการชำระล้างให้พ้นจากบาป ลองเปรียบเทียบความคิดนี้กับความคิดเกี่ยวกับเลือดของพันธสัญญา อพย 24:8 เชิงอรรถ c; มธ 26:28 เชิงอรรถ h

l พระเจ้าไม่ทรงเอาผิด (paresis แปลว่า "การไม่เอาผิด" หรือ "การมองข้าม") การ "ไม่เอาผิด" เป็นกระบวนการที่ไม่มีความหมายหากไม่มีการอภัยโทษตามมา นั่นคือ การทำลายบาปลงอย่างสิ้นเชิงด้วยการบันดาลความชอบธรรม บางคนแปลว่า "ด้วยความตั้งใจที่จะอภัยบาป"

m "ในปัจจุบันนี้" ในแผนการความรอดของพระเจ้าเป็น "เวลาที่กำหนด" กจ 1:7 เชิงอรรถ i; เพื่องานไถ่กู้ของพระคริสตเจ้า รม 5:6; 11:30; 1 ทธ 2:6; ทต 1:3 ซึ่งจะมาถึงตามเวลาที่กำหนดไว้ กท 4:4 เชิงอรรถ c ครั้งเดียวแต่มีผลตลอดไป ฮบ 7:27 เชิงอรรถ g และ เริ่มยุคสุดท้าย เทียบ มธ 4:17//; 16:3//; ลก 4:13; 19:44; 21:8; ยน 7:6,8

n นั่นคือ พระเจ้าทรงใช้ความเที่ยงธรรมที่ทรงช่วยให้รอดพ้น ดู 1:17 เชิงอรรถ j ตามที่ได้ทรงสัญญาไว้โดยบันดาลให้มนุษย์กลับเป็นผู้ชอบธรรม