มนุษย์ทุกคนกระทำผิด

         9เราอยู่ในสถานะที่ดีกว่าคนอื่นหรือe เปล่าเลย เราได้กล่าวโทษชาวยิวและคนต่างชาติว่าทุกคนล้วนถูกบาปครอบงำไว้เช่นเดียวกัน  10ดังที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า

        ไม่มีสักคนที่เที่ยงตรง ไม่มีแม้แต่คนเดียว11ไม่มีสักคนที่ฉลาด ไม่มีสักคนที่แสวงหาพระเจ้า 12ทุกคนหลงผิด ทุกคนไม่มีประโยชน์เหมือนกันหมด ไม่มีสักคนที่ทำความดี ไม่มีแม้แต่คนเดียว

         13ปากของเขาเป็นหลุมศพที่เปิดกว้าง ลิ้นของเขายั่วยวนให้ทำความชั่ว พิษงูร้ายอยู่หลังริมฝีปาก14คำพูดของเขามีแต่คำสาปแช่ง และนำมาแต่ความขมขื่น 15เท้าของเขามีความแคล่วคล่องว่องไวไปหลั่งเลือดผู้บริสุทธิ์ 16เขาไปไหนก็ทิ้งร่องรอยความเสียหายและซากปรักหักพัง  17เขาไม่รู้จักวิถีทางสันติภาพ 18ในจิตสำนึกของเขา ไม่มีความยำเกรงพระเจ้าอยู่เลย

        19เราตระหนักดีว่า ทุกสิ่งที่เขียนไว้ในธรรมบัญญัติf เขียนไว้สำหรับผู้ที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อทุกคนจะได้สงบปากคำและโลกทั้งโลกจะถูกนำมาให้พระเจ้าทรงพิพากษา  20เมื่อนั้น ไม่มีผู้ใดเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้โดยการปฎิบัติตามธรรมบัญญัติg สิ่งเดียวที่ธรรมบัญญัติทำได้ก็คือ บอกเราว่าอะไรเป็นบาป



e นี่เป็นคำแปลที่เป็นที่ถกเถียงกันมาก บางคนเลือกแปลว่า "มีข้อแก้ตัวอะไรที่เราจะเสนอได้

f "ธรรมบัญญัติ" ในที่นี้หมายถึงพันธสัญญาเดิมทุกเล่ม เทียบ 1 คร 14:34; ยน 10:34; ฯลฯ

g เนื่องจาก สดด 143 กล่าวว่า ไม่มีมนุษย์คนใดจะพ้นผิดหากพระเจ้าทรงพิพากษาแต่ละคนตามการกระทำของเขา เพราะฉะนั้น จะต้องมีอย่างอื่นที่จะเป็นมูลเหตุการบันดาลความชอบธรรมให้มนุษย์ และเปาโลพบว่าสิ่งนั้นคือ พระสัญญาของพระเจ้าที่จะช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้น นี่คือ "ความเที่ยงธรรมที่พระเจ้าทรงช่วยให้รอดพ้น" ซึ่งเป็นคำสัญญาที่จะประทานให้ในยุคของพระผู้ไถ่ และ อย่างที่เปาโลกล่าวไว้ในข้อ 22 พระสัญญานี้จะปรากฏมาในพระเยซูคริสต์ ส่วนธรรมบัญญัติซึ่งเพียงแต่ควบคุมความประพฤติ  พระเจ้าไม่ได้ประทานมาเพื่อลบล้างบาป แต่เพื่อทำให้คนบาปตระหนักถึงข้อเท็จจริง ดู ยน 1:16  เชิงอรรถ h; 7:7  เชิงอรรถ d