Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ก. พระเจ้าทรงลงโทษคนต่างชาติและชาวยิวl

การลงโทษคนต่างชาติ

        18พระเจ้าจากสวรรค์ทรงแสดงให้มนุษย์เห็นการลงโทษm ความไม่เคารพนับถือพระเจ้า และความอธรรมทุกชนิดของพวกเขาที่ปิดบังความจริงในความอธรรมของตน  19ทั้ง ๆ ที่พระเจ้าทรงทำให้สิ่งที่รู้ได้เกี่ยวกับพระองค์ปรากฏชัดอยู่แล้ว      20กล่าวคือ ตั้งแต่เมื่อทรงสร้างโลก คุณลักษณะที่ไม่อาจแลเห็นได้ของพระเจ้า คือพระอานุภาพนิรันดรและเทวภาพของพระองค์ปรากฏอย่างชัดเจนแก่ปัญญามนุษย์ในสิ่งที่ทรงสร้าง ดังนั้น คนเหล่านี้จึงไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ  21พวกเขารู้จักพระเจ้าn แต่ไม่ได้เคารพบูชาพระองค์เป็นพระเจ้าหรือขอบพระคุณพระองค์ ความคิดหาเหตุผลของพวกเขากลับใช้การไม่ได้ และจิตใจที่ไม่ยอมเข้าใจกลับมืดบอดลง  22พวกเขาคิดว่าตนเป็นคนฉลาด แต่ในความเป็นจริง พวกเขากลับโง่จนถึงกับ  23นำพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าผู้เป็นอมตะมาแลกกับภาพเลียนแบบ คือภาพมนุษย์ที่ไม่เป็นอมตะ ภาพสัตว์ปีก ภาพสัตว์สี่เท้า หรือภาพสัตว์เลื้อยคลาน

         24ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงทอดทิ้งพวกเขาoให้ตกอยู่ในความปรารถนาฝ่ายต่ำที่จะประพฤติชั่ว ล่วงเกินร่างกายของกันและกัน  25เนื่องจากพวกเขาแลกความจริงของพระเจ้ากับความเท็จ หันไปนมัสการสิ่งสร้างแทนพระผู้สร้างผู้สมควรได้รับการถวายพระพรตลอดนิรันดร อาเมนp

         26ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงทอดทิ้งพวกเขาให้จมลงในราคะตัณหาที่เสื่อมทราม      27พวกผู้หญิงแทนที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ กลับมีเพศสัมพันธ์ที่ผิดธรรมชาติ พวกผู้ชายก็เช่นกัน เลิกมีเพศสัมพันธ์ตามปกติกับผู้หญิง กลับเผาผลาญตนเองด้วยความใคร่กับผู้ชายด้วยกัน ผู้ชายทำอนาจารกับผู้ชาย และได้รับผลกรรมชั่วที่สาสมกับความวิปริตของตน

         28ในทำนองเดียวกัน เนื่องจากพวกเขาไม่ยอมรับรู้พระเจ้า พระองค์จึงทรงทอดทิ้งพวกเขาให้หลงผิดและประพฤติชั่ว  29ดังนั้น พวกเขาจึงจมอยู่ในความอธรรมทุกชนิดq ความเลวทราม ความโลภและความชั่วr มีแต่ความอิจฉาริษยา การฆาตกรรม การทะเลาะวิวาท การทรยศและการอาฆาต  30การใส่ร้าย การนินทา การเป็นศัตรูกับพระเจ้าs การเป็นคนหยาบคาย ความหยิ่งยโสและโอหัง การทำความชั่วอยู่เสมอ การไม่เชื่อฟังบิดามารดา  31ความไม่มีสติ ไม่มีเกียรติ ไม่มีความรักt ไม่มีความสงสาร  32พวกเขาต่างรู้ตัวดีถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ว่า ผู้ประพฤติตนเช่นนี้สมควรจะต้องตาย พวกเขาไม่เพียงแต่จะประพฤติตนเช่นนี้เท่านั้น ยังยกย่องคนที่ทำเช่นเดียวกันอีกด้วยu



l เปาโลพักบรรยายถึงข่าวดีที่พระเจ้าทรงแสดงความเที่ยงธรรมที่ช่วยให้รอดพ้นเพื่อพิจารณาถึงสภาพของมนุษยชาติ ให้เห็นหลักการความจริงทั้งสองด้าน 1:16-20   (และต่อไปใน 3:21ฯ) เพื่อพิจารณาถึงสภาพของมนุษยชาติก่อนที่จะได้รับฟังข่าวดี ในข้อความตอนนี้ ทั้งคนต่างชาติ 1:18-32 และชาวยิว 2:1-3:20 ต่างก็ถูกพระเจ้าลงโทษทั้งสิ้น การลงโทษนี้ได้แสดงออกครั้งแรกเมื่อบาปทวีขึ้น และจะขยายตัวจนถึงขั้นสูงสุดในการพิพากษาสุดท้าย 2:6 เชิงอรรถ b; มธ 3:7 เชิงอรรถ h

m แปลตามตัวอักษรได้ว่า "พระพิโรธ" ในพันธสัญญาเดิม แม้ประกาศกหรือผู้ประพันธ์เพลงสดุดีจะภาวนาเพื่อ
"พระพิโรธของพระเจ้า" (กดว 11:1 เชิงอรรถ a)  จะได้คลายลง แต่เป็นที่รู้กันว่าพระพิโรธนี้เกิดขึ้นเพราะบาป สดด 85:5-12; มคา 7:9 ในที่นี้ก็เช่นเดียวกัน (2:5-8; 4:15; 9:22 เชิงอรรถ h; อฟ 5:6; คส 3:6 เทียบ          ยน 3:36; 1 ธส 2:16) มนุษย์รอดพ้นจาก "การลงโทษ" ได้ อาศัยความเชื่อในพระคริสตเจ้า ความเชื่อนี้เองช่วยให้รอดพ้นจากบาป รม 5:9; เทียบ 1 ธส 1:10; 5:9

n การรู้ว่ามีพระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เดียว หมายถึง การรู้ว่าจะต้องภาวนาต่อพระองค์และนมัสการพระองค์

o วิธีการพูดของพระคัมภีร์ที่ว่า "พระเจ้าได้ทรงทอดทิ้งพวกเขา" ถึงสามครั้ง (ข้อ 24,26,28) เน้นให้เห็นว่า ความผิดพลาดทางศาสนาได้นำความเสื่อมทางศีลธรรมและสังคมเข้ามาพร้อมกันด้วย บาปก่อให้เกิดผลตามมาและการลงโทษในตัวเอง (เทียบ ปชญ 11:15-16; 12:23-27; อสย 64:6; อสค 23:28-29) แต่ถึงเปาโลจะพิพากษาและกล่าวโทษสังคมของคนต่างชาติ ก็ไม่เป็นการกล่าวโทษบุคคล (ซึ่งเจตนาความตั้งใจของพวกเขานั้น มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ตัดสินได้ 2:16; 1 คร 4:5; 5:12-13) เนื่องจากเปาโลคิดเอาไว้ก่อนแล้วว่า    รม 2 มีคนที่ไม่ใช่ชาวยิวที่ปฏิบัติตามกฎธรรมชาติที่มีเขียนไว้ในดวงใจของพวกเขา 2:14-15; แต่กระนั้นก็ดีมนุษย์ทุกคนจะต้องยอมรับว่าตนเป็นคนบาป

p คำว่า "อาเมน" เป็นภาษาฮีบรู ดู สดด 41:13 เชิงอรรถ f; และได้ผ่านเข้ามาใช้ในภาษาของชาวคริสต์ 9:5; 11:36; 1 คร 14:16; วว 1:6-7; 22:20-21;  และพระเยซูเจ้าทรงใช้คำนี้เพื่อเป็นการเน้น (ภาษาอังกฤษจะแปลว่า  truly หรือ in truth ซึ่งในภาษาไทยบางครั้งจะได้ยินว่า "แท้จริง" หรือ "เราขอบอกกับท่านเป็นความสัตย์ว่า . "..) ต่อมาคำนี้ถูกนำมาใช้เป็นชื่อเฉพาะของพระเยซูเจ้า (2 คร 1:20; วว 3:14) เพราะพระองค์ทรงเป็นพยานแท้จริงของพระสัญญาของพระเจ้า

q ในที่นี้และในที่อื่น ๆ เปาโลได้ใช้รายชื่อบาปจากวรรณกรรมของชาวกรีกในสมัยนั้นและโดยเฉพาะจากวรรณกรรมของชาวยิว 13:13; 1 คร 5:10-11; 6:9-10; 2 คร 12:20; กท 5:19-21; อฟ 4:31; 5:3-5; คส 3:5-8;
1 ทธ 1:9-10; 6:4; 2 ทธ 3:2-5; ทต 3:3  (ดู มธ 15:19//: 1 ปต 4:3; วว 21:8; 22:15)

r บางฉบับเสริมว่า "การผิดประเวณี"

s บางคนแปลว่า "เป็นที่เกลียดชังของพระเจ้า" แต่เทียบ 5:10; 8:7

t บางฉบับเสริมว่า "ความจงรักภักดี" ดู 2 ทธ 3:3

u ตามฉบับภาษาละตินที่ยึดถือกันมาแต่เดิมจะอ่านว่า "พวกเขารู้ว่า พระเจ้านั้นเที่ยงธรรม ถึงกระนั้น พวกเขาไม่ได้เข้าใจว่า ผู้ที่ประพฤติตนเช่นนี้สมควรจะต้องตาย และไม่เพียงแต่ผู้ที่ประพฤติตนเช่นนี้เท่านั้น แต่รวมถึงทุกคนที่สนับสนุนพวกเขาด้วย"