Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ความรอดพ้นโดยอาศัยความเชื่อ

I. การบันดาลให้เป็นผู้ชอบธรรม

เนื้อเรื่องของจดหมาย

        16ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องละอายต่อข่าวดี เพราะนี่คืออานุภาพของพระเจ้าซึ่งนำความรอดพ้นให้แก่ทุกคนh ที่มีความเชื่อ ให้แก่ชาวยิวก่อนi และให้แก่คนต่างชาติด้วยเช่นกัน  17เพราะความเที่ยงธรรมที่พระเจ้าช่วยให้รอดพ้นถูกเปิดเผยในข่าวดีนี้ ความเที่ยงธรรมjดังกล่าวขึ้นอยู่กับความเชื่อk และนำไปสู่ความเชื่อดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ผู้ชอบธรรมจะมีชีวิตโดยอาศัยความเชื่อ



h ความเชื่อคือการตอบของมนุษย์ต่อพระเจ้า ในฐานะที่เป็นองค์ความจริงและความดี ดังนั้น จึงเป็นแหล่งที่มาของความรอดพ้น ความเชื่อเป็นการวางใจต่อความจริงของพระสัญญาของพระเจ้าและต่อความซื่อสัตย์ที่พระเจ้าทรงมีต่อพวกเขา (3:3ฯ; 1 ธส 5:24; 2 ทธ 2:13 ฮบ 10:23; 11:11) และต่ออำนาจของพระองค์ในการทำตามพระสัญญา (รม 4:17-21; ฮบ 11:19) หลังจากช่วงเตรียมการอันยาวนานของพันธสัญญาเดิม (ฮบ 11) พระเจ้าได้ตรัสโดยทางพระบุตรของพระองค์ (ฮบ 1:1) เราจะต้องเชื่อพระบุตร (ดู มธ 8:10 เชิงอรรถ b;       ยน 3:11ฯ; 11 เชิงอรรถ e;) และเชื่อคำประกาศ (Kerygma) (รม 10:8-17; 1 คร 1:21; 15:11,14 ดู กจ 2:22 เชิงอรรถ n) ซึ่งเป็นข่าวดี (รม 1:16; 1 คร 15:1-2; อฟ 1:13; ฟป 1:27) ที่บรรดาอัครสาวกประกาศ (รม 1:5; 1 คร 3:5; ดู ยน 17:20) คำประกาศ (Kerygma) มีสาระใจความว่า พระเจ้าทรงยกพระเยซูขึ้นมาจากบรรดาผู้ตาย และแต่งตั้งให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (4:24ฯ; 10:9; กจ 17:31; 1 ปต 1:21 เทียบ 1 คร 15:14,17) และทรงมอบชีวิตแก่ทุกคนที่เชื่อในพระคริสตเจ้า (รม 6:8-11; 2 คร 4:13ฯ; อฟ 1:19ฯ; คส 2:12; 1 ธส 4:14) ความเชื่อในพระนามหรือพระบุคคลของพระเยซูเจ้า (3:26; 10:13 เทียบ ยน 1:12; กจ 3:16; 1 ยน 3:23) ซึ่งเป็นพระผู้ไถ่  (กท 2:16 เทียบ กจ 24:24; 1 ยน 5:1) เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (รม 10:9; 1 คร 12:3; ฟป 2:11 เทียบ กจ 16:31) และบุตรของพระเจ้า (กท 2:20 เทียบ ยน 20:31; กจ 9:20; 1 ยน 5:5) จึงเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับความรอดพ้น (รม 10:9-13; 1 คร 1:21; กท 3:22 ดู อสย 7:9 เชิงอรรถ e; ยน 3:15-18; กจ 4:12; 16:31; ฮบ 11:6) ความเชื่อไม่เป็นเพียงการยอมรับของปัญญาแต่ยังเป็นความไว้วางใจและเชื่อฟัง (6:17; 10:16; 16:26 เทียบ กจ 6:7) ต่อความจริงที่ให้ชีวิต (2 ธส 2:12ฯ) ดังนั้น ความเชื่อซึ่งทำให้บุคคลเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า (2 คร 13:5; กท 2:16,20; อฟ 3:17) ยังประทานพระจิตเจ้าให้กับเขาอีกด้วย (กท 3:2,5,14 เทียบ ยน 7:38ฯ; กจ 11:17) เป็นพระจิตของบุตรของพระเจ้า (กท 3:26 เทียบ ยน 1:12) ความเชื่อเป็นการพึ่งพระเจ้า และไม่ใช่การพึ่งตนเอง (3:27;  อฟ 2:9) ดังนั้น จึงแตกต่างไปจากระบอบเก่าของ  ธรรมบัญญัติ (รม 7:7 เชิงอรรถ d) ซึ่งไม่ได้ช่วยมนุษย์ให้แสวงหา (รม 10:3-4; ฟป 3:9) ความศักดิ์สิทธิ์อาศัยการกระทำของตน (รม 3:20,28; 9:31ฯ;         กท 2:16; 3:11ฯ) ความเชื่อเท่านั้นก่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเองที่ช่วยให้รอดพ้น (รม 1:17 เชิงอรรถ j; 3:21-26)เป็นของประทานที่เราได้รับจากพระองค์เปล่า ๆ (รม 3:24; 4:16; 5:17; อฟ 2:8 เทียบ กจ 15:11) ความเชื่อยังทำให้มีความสัมพันธ์กับพระสัญญาที่พระเจ้าประทานให้แก่อับราฮัม (4; กท 3:6-18) จึงทำให้ความรอดพ้นเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ รวมทั้งคนที่ไม่ใช่ชาวยิวด้วย         (รม 1:5,16; 3:29ฯ; 9:30; 10:11ฯ; 16:26; กท 3:8) ความเชื่อคู่กับศีลล้างบาป (6:4 เชิงอรรถ a) และเรียกร้องให้ประกาศยืนยันอย่างเปิดเผย (10:10; 1 ทธ 6:12) และแสดงออกมาในความรัก (กท 5:6 ดู ยก 2:14 เชิงอรรถ f) ความเชื่อไม่สามารถจะได้รับการสนับสนุนจากประสาทสัมผัสหรือข้อพิสูจน์ใด ๆ (2 คร 5:7;      ฮบ 11:1 เทียบ ยน 20:29) และรวมเอาความหวังควบคู่กันมาด้วย (รม 5:2 เชิงอรรถ c) ความเชื่อจะต้องเจริญขึ้น (2 คร 10:15; 1 ธส 3:10; 2 ธส 1:3) ท่ามกลางการต่อสู้และการทรมาน (อฟ 6:16; ฟป 1:29; 1 ธส 3:2-8; 2 ธส 1:4; ฮบ 12:2; 1 ปต 5:9) ความเชื่อเรียกร้องให้มีความเข้มแข็ง (1 คร 16:13; คส 1:23; 2:5,7) และความมั่นคง (2 ทธ 4:7 เทียบ 1:14; 1 ทธ 6:20)  จนกระทั่งบรรลุถึงการเห็นพระเจ้าและได้พระองค์เป็นกรรมสิทธิ์ (1 คร 13:12 เทียบ 1 ยน 3:2)

i ในขั้นตอนของประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น ชาวยิวมาก่อนเป็นพวกแรก ที่จะได้รับทั้งสิริรุ่งโรจน์หรือการลงโทษ "ความรอดพ้นมาจากชาวยิว" (ยน 4:22) ดู 2:9-10; มธ 10:5ฯ; 15:24; มก 7:27; กจ 13:5 เชิงอรรถ e

j ไม่หมายถึงความเที่ยงธรรมในแง่ของความยุติธรรมที่ให้ตามการกระทำ แต่หมายถึงความเที่ยงธรรมที่ พระเจ้าทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น (เทียบ อสย 56:1)  ดู รม 3:26 ซึ่งทำให้พระสัญญาว่า "จะทรงช่วยให้รอดพ้น" กลับเป็นความจริงโดยทางพระหรรษทาน รม 4:25 เชิงอรรถ j

k ความเชื่อเป็นเงื่อนไขจำเป็น และเงื่อนไขเดียวสำหรับการเผยแสดงนี้