Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

พระคูหาว่างเปล่า ข่าวดีจากทูตสวรรค์

28  1หลังจากวันสับบาโตaเช้าตรู่ของวันต้นสัปดาห์ มารีย์ชาวมักดาลาและมารีย์อีกผู้หนึ่งbไปดูพระคูหาc  2บัดนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าลงจากสวรรค์เข้าไปกลิ้งหินออกและนั่งบนหินนั้น  3ใบหน้าของทูตสวรรค์แจ่มจ้าเหมือนสายฟ้า อาภรณ์ขาวราวหิมะ  4ทหารยามตกใจกลัวทูตสวรรค์จนตัวสั่นหน้าซีดเหมือนคนตาย

5ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีทั้งสองคนว่า “อย่ากลัวเลย ข้าพเจ้ารู้ว่าท่านกำลังมองหาพระเยซู ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขน  6พระองค์มิได้ประทับอยู่ที่นี่ เพราะทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วตามที่ตรัสไว้ มาซิ มาดูที่ที่เขาวางพระองค์dไว้  7แล้วจงรีบไปบอกบรรดาศิษย์ว่า ‘พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายแล้ว พระองค์เสด็จล่วงหน้าท่านไปในแคว้นกาลิลี ท่านจะพบพระองค์ที่นั่น’ นี่คือข่าวดีที่ข้าพเจ้าแจ้งแก่ท่าน”

8สตรีทั้งสองคนมีทั้งความกลัวและความยินดีอย่างยิ่ง รีบออกจากพระคูหาeวิ่งไปแจ้งข่าวแก่บรรดาศิษย์ของพระองค์

พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่สตรีทั้งสองคน

9ทันใดนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาพบสตรีทั้งสองคน  ตรัสว่า “จงยินดีเถิด” ทั้งสองคนจึงเข้าไปใกล้ กอดพระบาทนมัสการพระองค์  10พระเยซูเจ้าตรัสว่า “อย่ากลัวเลย จงไปแจ้งข่าวแก่พี่น้องของเราให้ไปยังแคว้นกาลิลี เขาจะพบเราที่นั่น”f

ผู้นำชาวยิวป้องกันตน

11เมื่อสตรีทั้งสองคนเดินทางไป ทหารยามบางคนเข้าไปในเมือง แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่บรรดาหัวหน้าสมณะ  12บุคคลเหล่านี้จึงประชุมปรึกษากันกับบรรดาผู้อาวุโสแล้วตกลงจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้ทหาร  13สั่งว่า “ท่านทั้งหลายจงพูดว่า ‘บรรดาศิษย์ของเขามาขโมยศพไปในเวลากลางคืน ขณะที่เรากำลังหลับอยู่’ 14ถ้าเรื่องมาถึงหูของผู้ว่าราชการ เราจะชี้แจงแก่เขาทำให้ท่านพ้นโทษ”

15ทหารได้รับเงินและกระทำตามคำแนะนำ เรื่องนี้จึงเล่าลือกันในหมู่ชาวยิวจนกระทั่งทุกวันนี้

พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์ในแคว้นกาลิลี ทรงส่งบรรดาอัครสาวกไปทั่วโลก

16บรรดาศิษย์ทั้งสิบเอ็ดคนได้ไปยังแคว้นกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงกำหนดไว้  17เมื่อเขาเห็นพระองค์ ก็กราบนมัสการ แต่บางคนยังสงสัยอยู่g

18พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่าh“พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และบนแผ่นดินให้แก่เรา  19เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิตi  20จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน  แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”

28 a อย่าแปลว่า “เย็นวันสับบาโต” เหมือนในฉบับ vulgata ภาษาละติน

      วันสับบาโตเป็นวันหยุด วันทำงาน “วันแรกของสัปดาห์” ของชาวยิวจึงตรงกับวันอาทิตย์ของเรา (วว 1:10) วันอาทิตย์มีชื่อในภาษาละตินว่า dies dominica (วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า) เพื่อระลึกถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า (ดู กจ 20:7 เชิงอรรถ k; 1 คร 16:2)

b หมายถึงมารีย์ มารดาของยากอบ (มก 16:1; ลก 24:10; เทียบ มธ 27;56 และ 61)

c ในพระวรสาร มธ พระคูหามีตราประทับปิดอยู่และมีทหารยามเฝ้า ดังนั้นสตรีทั้งสองคนจึงไม่ได้มาเพื่อชโลมพระศพของพระเยซูเจ้าตามที่มีกล่าวใน มก และ ลก แต่มาเพื่อ ”ดู” พระคูหาที่ฝังพระศพเท่านั้น

d “พระองค์” สำเนาโบราณบางฉบับว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า”

e สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ได้รีบออกจากพระคูหา” (ดู มก 16:8)

f แม้ว่าพระวรสารทั้งสี่จะเล่าตรงกันว่าทูตสวรรค์องค์หนึ่ง (หรือหลายองค์) ได้ปรากฏองค์แก่บรรดาสตรี (28:5-7; มก 16:5-7; ลก 24:4-7; ยน 20:12-13) แต่ทั้งสี่ฉบับเล่าต่างกันเรื่องพระคริสตเจ้าทรงสำแดงพระองค์ ถ้าเราไม่คำนึงถึงการเล่าของ มก (ซึ่งการจบอย่างห้วน ๆ ของพระวรสารนี้มีปัญหาพิเศษ - ดู มก 16:8 เชิงอรรถ b - และการจบแบบยาวเป็นการรวบรวมรายละเอียดจากพระวรสารอื่น ๆ) พระวรสารอื่น ๆ ทั้งสามฉบับแยกแยะข้อมูลต่อไปนี้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านวรรณกรรมและในด้านคำสอนว่า 1. พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่บางคนเป็นการส่วนตัวเพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างแท้จริง คือทรงสำแดงพระองค์แก่มารีย์ชาวมักดาลาคนเดียว (ยน 20:14-17; เทียบ มก 16:9) หรือกับเพื่อน (มธ 28:9-10) ทรงสำแดงพระองค์แก่ศิษย์สองคนตามทางไปหมู่บ้านเอมมาอุส (ลก 24:13-32; (เทียบ มก 16:12) แก่ซีโมน (ลก 24:34) แก่โทมัส (ยน 20:26-29)  2. พระเยซูทรงสำแดงพระองค์แก่บรรดาศิษย์เป็นกลุ่มเพื่อมอบภารกิจธรรมทูต (28:16-20; ลก 24:36-49; ยน 20:19-23; ดู มก 16:14-18 ด้วย) นอกจากนั้นยังมีธรรมประเพณีสองสายเกี่ยวกับสถานที่ที่ทรงสำแดงพระองค์อีกด้วย คือ 1. ทรงสำแดงพระองค์ทุกครั้งในแคว้นกาลิลี (28:10,16-20; มก 16:7)  2. ทรงสำแดงพระองค์ทุกครั้งในแคว้นยูเดีย (ลก 24 และ ยน 20) ยน 21 มีลักษณะเป็นบทผนวกเพิ่มเรื่องการสำแดงพระองค์ในแคว้นกาลิลี  แม้ว่าการสำแดงพระองค์ครั้งนี้มีลักษณะเป็นการสำแดงพระองค์แก่บางคนเป็นส่วนตัว (แก่เปโตรและยอห์นโดยเฉพาะ) ถึงกระนั้น พระองค์ยังทรงมอบภารกิจธรรมทูตให้แก่เปโตรอีกด้วย คำเทศน์สอนของบรรดาอัครสาวกสมัยแรก ตามที่เปาโลบันทึกไว้ใน 1 คร 15:3-7 กล่าวถึงการสำแดงพระองค์ห้าครั้งด้วยกัน (ไม่นับการสำแดงพระองค์แก่เปาโลเอง) ซึ่งมีรายละเอียดไม่ตรงกับการเล่าในพระวรสาร โดยเฉพาะเปาโลกล่าวถึงการสำแดงพระองค์แก่ยากอบซึ่งมีเล่าอยู่ในพระวรสารนอกสารบบถึงชาวฮีบรูด้วย ความหลายหลากเช่นนี้แสดงว่าที่มาของธรรมประเพณีเหล่านี้คือคริสตชนกลุ่มต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถชี้เจาะจงได้ชัดเจน แต่ธรรมประเพณีที่แตกต่างกันหลายสายเช่นนี้เป็นพยานยืนยันว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพและได้สำแดงพระองค์ในโอกาสต่าง ๆ อย่างแท้จริงดีกว่าที่จะมีเพียงธรรมประเพณีสายเดียวที่เล่าโดยมีรายละเอียดเหมือนกันหมด

g อาจจะแปลได้อีกอย่างหนึ่ง แต่ไม่ถูกหลักไวยากรณ์นัก “คนที่ยังสงสัยกราบลงนมัสการ” การที่บางคนสงสัย (ดู มก 16:11,14; ลก 24:11,41; ยน 20:24-29)

h คำสั่งสอนสุดท้ายของพระเยซูเจ้า ซึ่งมีคำสัญญาตามด้วยนี้กำหนดภารกิจธรรมทูตของพระศาสนจักร พระคริสตเจ้าผู้ทรงสิริรุ่งโรจน์ทรงมีอำนาจบนแผ่นดินเช่นเดียวกับที่ทรงมีในสวรรค์ (6:10; เทียบ ยน 17:2; ฟป 2:10; วว 12:10) เป็นอำนาจไม่มีขอบเขต (มธ 7:29; 9:6; 21:23) เป็นอำนาจที่ทรงได้รับจากพระบิดา (ดู ยน 3:35 เชิงอรรถ t)

       ดังนั้น บรรดาศิษย์จึงมีอำนาจเดียวกันนี้ในพระนามของพระองค์เมื่อทำพิธีล้างบาปและอบรมคริสตชน

      ภารกิจของเขาเป็นภารกิจสากล เขาต้องประกาศความรอดพ้นให้แก่ประชากรอิสราเอลก่อน (10:5 เชิงอรรถ f; 15:24) ตามแผนการของพระเจ้าแล้วจึงประกาศความรอดพ้นให้แก่ชนทุกชาติ (8:11; 21:41,22:8-10; 24:14,30ฯ; 25:32; 26:13; ดู กจ 1:8 เชิงอรรถ i; 13:5 เชิงอรรถ e; รม 1:16 เชิงอรรถ h) พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพประทับอยู่และร่วมงานกับบรรดาศิษย์ของพระองค์ที่ต้องเทศน์สอนให้มนุษย์ทั้งมวลหันมาหาพระเจ้าอันเป็นงานที่ยาวนานและยาก

i สูตรนี้คงสะท้อนสูตรที่ใช้ในพิธีกรรมในภายหลัง กจ กล่าวถึงพิธีล้างบาป “ในพระนามของพระเยซูเจ้า” (ดู กจ 1:5 เชิงอรรถ f การที่ผู้รับพิธีล้างมีความสัมพันธ์กับพระบุคคลทั้งสามในพระตรีเอกภาพคงจะกล่าวถึงอย่างชัดเจนในสมัยหลังเท่านั้น กระนั้นก็ดี ความจริงที่อยู่เบื้องหลังสูตรนี้ก็เป็นอันเดียวกัน คือศีลล้างบาปทำให้ผู้รับเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าพระผู้ไถ่ แต่งานกอบกู้ทั้งหมดของพระองค์มาจากความรักของพระบิดาและสำเร็จบริบูรณ์เมื่อพระจิตเจ้าเสด็จลงมา