Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

พระเยซูเจ้าทรงถูกนำไปพิจารณาคดีต่อหน้าปีลาต

27  1ครั้นรุ่งเช้า บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนประชุมปรึกษาพร้อมกันทุกคน กล่าวโทษพระเยซูเจ้าเพื่อประหารชีวิตพระองค์  2เขามัดพระองค์แล้วนำไปมอบให้ปีลาตaผู้ว่าราชการ

ยูดาสฆ่าตัวตาย

3เมื่อยูดาสผู้ทรยศต่อพระเยซูเจ้าเห็นว่าพระองค์ทรงถูกตัดสินประหารชีวิต  ก็เสียใจ จึงนำเงินสามสิบเหรียญไปคืนให้หัวหน้าสมณะและผู้อาวุโส  4พูดว่า “ข้าพเจ้าทำบาปที่ได้ทรยศต่อผู้บริสุทธิ์”bเขาเหล่านั้นตอบว่า “ธุระอะไรของเราเล่า เป็นเรื่องของเจ้าต่างหาก”  5ยูดาสจึงโยนเงินทิ้งไว้ในพระวิหาร แล้วไปแขวนคอตาย  6บรรดาหัวหน้าสมณะจึงเก็บเงินนั้น กล่าวว่า “เป็นการไม่ถูกต้องที่จะเก็บเงินนี้ไว้ในคลังศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันเป็นค่าโลหิต”

7เขาทั้งหลายจึงปรึกษากัน แล้วนำเงินนั้นไปซื้อนาแปลงหนึ่งของช่างหม้อทำเป็นสุสานสำหรับคนต่างเมือง  8เพราะฉะนั้นนาแปลงนั้นจึงมีชื่อว่า “นาเลือด”c จนถึงวันนี้   9ดังนี้ พระดำรัสที่ตรัสไว้ทางประกาศกเยเรมีย์dจึงเป็นความจริงว่า “เขาทั้งหลายนำเงินสามสิบเหรียญอันเป็นราคาค่าตัวซึ่งลูกหลานอิสราเอลตีราคาเขาไว้ 10ไปซื้อนาของช่างหม้อ ตามที่พระเจ้าทรงบัญชาข้าพเจ้าe

พระเยซูเจ้าต่อหน้าปีลาต

11ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ” พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “ท่านพูดเองนะ”f

12แต่เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสกล่าวหาพระองค์ พระองค์มิได้ทรงตอบ

13ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า “ท่านไม่ได้ยินหรือว่าเขากล่าวหาท่านหลายประการ”  14แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบประการใด ทำให้ผู้ว่าราชการประหลาดใจมาก

15มีประเพณีที่ผู้ว่าราชการต้องปล่อยนักโทษคนหนึ่งตามคำขอร้องของประชาชนในวันฉลอง  16เวลานั้น มีนักโทษอุกฉกรรจ์คนหนึ่งชื่อ บารับบัสg  17ดังนั้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกัน ปีลาตจึงถามว่า “ท่านทั้งหลายต้องการให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใด ปล่อยบารับบัส หรือเยซู ที่เรียกว่าพระคริสต์”  18ปีลาตรู้อยู่แล้วว่า เขาจับพระองค์มามอบให้เพราะความอิจฉา

19ขณะที่ปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์ศาลนั้น ภรรยาของเขาส่งคนมาบอกว่า “อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชอบธรรมคนนี้เลย เพราะวันนี้ ฉันฝันถึงเรื่องของคนคนนี้ จึงไม่สบายใจมาก”

20แต่บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสเสี้ยมสอนยุยงประชาชนเพื่อขอให้ปล่อยบารับบัส และประหารพระเยซูเจ้า  21ผู้ว่าราชการจึงถามว่า “ในสองคนนี้ ท่านอยากให้ข้าพเจ้าปล่อยคนไหน” พวกเขาตอบว่า “บารับบัส”

22ปีลาตจึงถามว่า “ถ้าเช่นนั้น จะให้ข้าพเจ้าทำอะไรกับเยซู ซึ่งมีชื่อว่า พระคริสต์” ทุกคนตอบว่า “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”  23ปีลาตถามอีกว่า “เขาทำผิดอะไร” แต่ประชาชนร้องตะโกนดังยิ่งขึ้นว่า “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”

24เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะวุ่นวายยิ่งขึ้น จึงนำน้ำมาล้างมือhต่อหน้าประชาชน กล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ขอเกี่ยวข้องกับโลหิตiของผู้นี้ เรื่องนี้เป็นธุระของท่าน”  25ประชาชนทุกคนตอบว่า “ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเราและเหนือลูกหลานของเราเถิด”j  26แล้วปีลาตสั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้าkแล้วมอบพระองค์ให้เขานำไปตรึงบนไม้กางเขน

พระเยซูเจ้าทรงถูกสวมมงกุฎหนาม

27บรรดาทหารของผู้ว่าราชการนำพระเยซูเจ้าเข้าไปในจวนlและเรียกทหารทั้งกองมาพร้อมกัน  28เขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก นำเสื้อคลุมสีม่วงแดงมาคลุมให้m 29นำหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียร ให้พระองค์ถือไม้อ้อในพระหัตถ์ขวา แล้วคุกเข่าลงเฉพาะพระพักตร์ เยาะเย้ยพระองค์ว่า “ข้าแต่กษัตริย์ของชาวยิว ขอทรงพระเจริญเทอญ”n  30เขาถ่มน้ำลายรดพระองค์ ฉวยไม้อ้อฟาดพระเศียร  31เมื่อเยาะเย้ยพระองค์แล้ว เขาก็ถอดเสื้อคลุมของพระองค์ออก นำฉลองพระองค์สวมให้ดังเดิม  แล้วจึงนำพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขน

พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน

32ขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์ออกไปนั้น เขาพบชายชาวไซรีนคนหนึ่งชื่อ ซีโมน จึงเกณฑ์ให้แบกไม้กางเขนของพระองค์  33เมื่อมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธาo แปลว่า เนินหัวกะโหลก  34ทหารนำเหล้าองุ่นผสมดีpมาให้พระองค์ดื่ม  พระองค์ทรงชิมแล้ว ไม่ยอมดื่ม  35เมื่อตรึงพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว เขานำฉลองพระองค์มาแบ่งกันโดยจับฉลากq  36และนั่งเฝ้าดูพระองค์อยู่ที่นั่น

37เขาติดป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์ เขียนข้อกล่าวหาพระองค์ไว้ว่า ‘นี่คือเยซูกษัตริย์ของชาวยิว’  38เขายังตรึงโจรสองคนพร้อมกับพระองค์ด้วย  คนหนึ่งอยู่ข้างขวา อีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย

พระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน ทรงถูกเยาะเย้ย

39ผู้คนที่ผ่านไปมา ต่างสบประมาทพระองค์ สั่นศีรษะเยาะเย้ยว่า 40“ท่านผู้ทำลายพระวิหารและสร้างขึ้นใหม่ได้ภายในสามวัน จงช่วยตนเองให้รอดพ้น ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากไม้กางเขนซิ”  41บรรดาหัวหน้าสมณะพร้อมกับธรรมาจารย์และผู้อาวุโสต่างเยาะเย้ยพระองค์เช่นเดียวกันว่า  42“เขาช่วยคนอื่นให้รอดพ้นได้ แต่ช่วยตนเองไม่ได้ เขาเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล จงลงมาจากไม้กางเขนเดี๋ยวนี้ แล้วเราจะเชื่อ  43เขาไว้วางใจในพระเจ้า หากพระองค์พอพระทัยเขา ขอให้พระองค์ทรงช่วยเขาบัดนี้เถิดเพราะเขาเคยพูดว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า’”  44โจรที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนพร้อมกับพระองค์ก็เยาะเย้ยพระองค์ด้วย

พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์

45ตั้งแต่เวลาเที่ยง ทั่วแผ่นดินก็มืดจนถึงเวลาบ่ายสามโมงr  46ครั้นถึงเวลาบ่ายสามโมง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบัคทานี ซึ่งแปลว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่าs  47บางคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินจึงพูดว่า “เขากำลังร้องเรียกเอลียาห์”t

48ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวuเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย  49แต่คนอื่นพูดว่า “อย่าเพิ่ง คอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาช่วยเขาไหม”  50แต่พระเยซูเจ้าทรงเปล่งเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แล้วสิ้นพระชนม์

51ทันใดนั้น ม่านในพระวิหารvก็ฉีกขาดเป็นสองส่วนตั้งแต่ด้านบนลงมาถึงด้านล่าง แผ่นดินสั่นสะเทือน ก้อนหินแตกw  52คูหาที่ฝังศพเปิดออก ร่างของผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายร่างที่ล่วงหลับไปแล้วกลับคืนชีพ  53และออกมาจากหลุมศพหลังจากที่พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ เข้าไปในนครศักดิ์สิทธิ์แล้วแสดงตนแก่ผู้คนจำนวนมากx  54นายร้อยและบรรดาทหารที่เฝ้าพระเยซูเจ้า เมื่อเห็นแผ่นดินไหวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ตกใจกลัวยิ่งนัก กล่าวว่า “ชายคนนี้เป็นบุตรของพระเจ้าแน่ทีเดียว”

55ที่นั่น สตรีหลายคนมองดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ สตรีเหล่านี้ติดตามพระเยซูเจ้ามาจากแคว้นกาลิลี เพื่อรับใช้พระองค์  56ในจำนวนนี้มีมารีย์ชาวมักดาลาและมารีย์มารดาของยากอบและของโยเซฟและมารดาของบุตรเศเบดี

การฝังพระศพของพระเยซูเจ้า

57ครั้นถึงเวลาเย็น คนมั่งมีชาวอาริมาเธียคนหนึ่งชื่อโยเซฟมาที่นั่น เขาเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าด้วย  58เขาไปพบปีลาตเพื่อขอพระศพของพระเยซูเจ้า ปีลาตจึงสั่งให้มอบพระศพแก่เขา  59โยเซฟเชิญพระศพลงมา ห่อด้วยผ้าป่านสะอาด  60วางพระศพในคูหาหินเป็นคูหาใหม่ที่เขาขุดไว้สำหรับตนเองyกลิ้งก้อนใหญ่ปิดทางเข้าคูหา แล้วจึงกลับไป  61มารีย์ชาวมักดาลา และมารีย์อีกคนหนึ่งอยู่ที่นั่นนั่งอยู่หน้าคูหา              

ทหารยามเฝ้าพระคูหา

62วันรุ่งขึ้น เป็นวันสับบาโตzบรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีไปพบปีลาตพร้อมกัน  63กล่าวว่า “ท่านขอรับ เราจำได้ว่าคนลวงโลกผู้นี้เมื่อยังมีชีวิตอยู่เคยพูดว่า  “ฉันจะกลับคืนชีพหลังจากสามวัน”  64ท่านจงสั่งให้มีคนเฝ้าคูหาจนถึงวันที่สาม เพื่อมิให้บรรดาศิษย์ของเขาขโมยศพไปแล้วประกาศแก่ประชาชนว่า “เขากลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตายแล้ว” การหลอกลวงครั้งนี้จะร้ายแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน”

65ปีลาตจึงบอกเขาว่า “ท่านจงจัดทหารยามaaไปเฝ้าตามใจชอบเถิด”  66บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีจัดการเฝ้าพระคูหาอย่างเข้มงวดโดยประทับตราที่หินปิดทางเข้าและวางยามไว้

27 a สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ปอนทิอัส ปีลาต” (ดู ลก 3:1 เชิงอรรถ b) ในแคว้นยูเดียเช่นเดียวกับในทุกแคว้นแห่งจักรวรรดิโรมัน รัฐบาลโรมันสงวนอำนาจประหารชีวิตไว้ให้แก่ผู้ว่าราชการเท่านั้น ชาวยิวจึงต้องเข้าหาผู้ว่าราชการโรมันเพื่อรับอนุมัติให้คำตัดสินประหารชีวิตของตนถูกต้องตามกฎหมาย ชาวยิวไม่มีอำนาจที่จะตัดสินประหารชีวิตใครได้

b สำเนาโบราณบางฉบับว่า “โลหิตของผู้ชอบธรรม” (เทียบ 23:25)

c ภาษาอาราเมอิกว่า hakeldama (เทียบ กจ 1:19) ธรรมประเพณีโบราณบอกว่านาแปลงนี้อยู่ในหุบเขาเกฮินโนม

d สำเนาโบราณบางฉบับละ “เยเรมีย์” อันที่จริงข้อความนี้เป็นการอ้างอิงข้อความจากประกาศก ศคย 11:12-13 อย่างกว้าง ๆ  โดยรวมกับข้อความคิดเรื่องการซื้อนาจาก ยรม 32:6-15 ยิ่งกว่านั้นเยเรมีย์ยังกล่าวถึงช่างหม้อ (ยรม 18:2ฯ) ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณ Hakeldama (ยรม 19:17) เพราะเหตุนี้ ข้อความที่อ้างทั้งหมดจึงถูกเหมาว่าเป็นคำของเยเรมีย์

e พระยาห์เวห์ทรงใช้ประกาศกเศคาริยาห์กล่าวตัดพ้อว่าพระองค์ได้รับการประมาทจากชาวอิสราเอล เพราะทรงถูกตีราคาเพียงเท่ากับทาสคนหนึ่ง มธ คิดว่าการที่พระเยซูเจ้าทรงถูกขายด้วยราคาเล็กน้อยเช่นนี้ ทำให้ถ้อยคำของประกาศกเศคาริยาห์สำเร็จไป

f “ท่านพูดเองนะ” แม้ว่าพระเยซูเจ้ามิได้ตรัสตรง ๆ ว่าทรงเป็นกษัตริย์ แต่ด้วยคำพูดประโยคนี้ พระองค์ทรงยอมรับว่า ปีลาตคิดถูกแล้ว (ดู 26:25,64 และ(เทียบ ยน 18:33-37)

g ตรงนี้และในข้อ 17 สำเนาโบราณบางฉบับว่า “เยซู บารับบัส” ซึ่งอาจทำให้คำถามของปีลาตมีความหมายมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าชื่อเยซู บารับบัสนี้มีที่มาจากพระวรสารนอกสารบบ

h ชาวยิวคงเข้าใจความหมายของการล้างมือเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี (ดู ฉธบ 21:6ฯ; สดด 26:6; 73:13)

i สำเนาโบราณบางฉบับว่า “โลหิตของผู้ชอบธรรมคนนี้”

j การขอให้โลหิตตกเหนือผู้หนึ่งเป็นสำนวนที่นิยมใช้ในพันธสัญญาเดิม (2 ซมอ 1:16; 3:28 เทียบ กจ 18:6) หมายความว่าชาวยิวยอมรับผิดชอบในความตายของผู้ที่เขาขอให้ประหารชีวิต

k การโบยตีเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวโรมัน ก่อนนำตัวนักโทษไปตรึงบนไม้กางเขน

l “จวนของผู้ว่าราชการ” อาจเป็นราชวังเดิมของกษัตริย์เฮโรดมหาราช ผู้ว่าราชการมักใช้เป็นที่พำนักทุกครั้งที่ไปกรุงเยรูซาเล็ม (ตามปรกติผู้ว่าราชการพำนักอยู่ที่เมืองซีซารียา) ราชวังเดิมนี้ตั้งอยู่ในเขตตะวันตกของเมือง ไม่ใช่ที่พำนักของราชวงศ์ฮัสโมเนียน ซึ่งอยู่ใกล้พระวิหาร และเป็นสถานที่ที่กษัตริย์เฮโรดอันทิปาสอาจได้ต้อนรับพระเยซูเจ้าเมื่อปีลาตส่งพระองค์ไปให้ (ลก 23:7-12) ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์บางคนคิดว่าจวนของผู้ว่าราชการนี้อยู่ในป้อมอันโตเนีย ทางด้านเหนือของพระวิหาร แต่เป็นไปไม่ได้ เพราะขัดกับธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ว่าราชการตามที่เราทราบจากเอกสารโบราณ จวนนี้ นอกจากเป็นที่พักของผู้ว่าราชการแล้ว ยังรวมถึงจวนที่ตั้งบัลลังก์พิจารณาคดีและค่ายทหารด้วย

m เสื้อคลุมของทหารโรมัน (sagum) มีสีแดง คล้ายกับสีม่วงแดงของพระจักรพรรดิ พวกทหารจึงใช้เพื่อเยาะเย้ยพระเยซูเจ้า

n ชาวยิวได้เยาะเย้ยพระเยซูเจ้าว่าเป็น “ประกาศก” (26:68ฯ) ส่วนชาวโรมันเยาะเย้ยพระองค์ว่า “เป็นกษัตริย์” เหตุการณ์ทั้งสองนี้สะท้อนลักษณะสองประการของการพิจารณาคดีของพระเยซูเจ้าทั้งด้านศาสนาและด้านการเมือง

o “กลโกธา” เป็นการเขียนตามสำเนียงอาราเมอิกว่า “gulgotha” “เนินหัวกะโหลก” ในภาษาละตินว่า Calvaria (เป็นที่มาของคำว่า Calvary  กาลหว่าร์)

p “ดี” เป็นยาบรรเทาปวดที่หญิงชาวยิวใจเมตตามักให้แก่ผู้ถูกประหารเพื่อบรรเทาความทรมาน คนโบราณมักจะผสมเหล้าองุ่นกับ “มดยอบ”  มากกว่าจะผสมกับ “ดี” เพื่อใช้เป็นยาบรรเทาปวด (เทียบ มก 15:23) คำว่า “ดี” ใน มธ อาจมาจาก สดด 69:21 พระเยซูเจ้าทรงปฏิเสธที่จะดื่มยาบรรเทาปวดนี้

q สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่ม “เพื่อให้พระดำรัสโดยทางประกาศกเป็นความจริงว่า พวกเขาเอาเสื้อผ้าของเรามาแบ่งกัน ส่วนเสื้อยาวของเรานั้น เขาจับสลากกัน” (สดด 22:18) เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมที่ผู้คัดลอกได้ยกมาจาก ยน 19:23

r ตามตัวอักษรว่า “จากโมงที่หกถึงโมงที่เก้า”

s ถ้อยคำนี้เป็นเสียงร้องแสดงความทุกข์ทรมาน มิใช่ความสิ้นหวัง คำร้องนี้ที่พระเยซูเจ้านำมาจากพระคัมภีร์ (สดด 22) เป็นบทภาวนาอ้อนวอนพระเจ้า และในตอนสุดท้ายของบทสดุดีนี้แสดงความไว้ใจและความยินดีในชัยชนะ

t เป็นการเล่นคำโดยมีเจตนาร้าย เพราะชาวยิวกำลังรอคอยประกาศกเอลียาห์มาเป็นผู้นำหน้าพระเมสสิยาห์ (ดู 17:10-13 เชิงอรรถ e) หรือเพราะความเชื่อของชาวยิวที่ว่าประกาสกเอลียาห์จะมาช่วยผู้ชอบธรรมเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ

u เหล้าองุ่นเปรี้ยวเป็นเครื่องดื่มรสเปรี้ยวของทหารโรมัน การส่งเหล้าองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าอาจแสดงว่าทหารผู้นั้นมีความสงสารพระเยซูเจ้า คำจาก สดด 69:21 เล่าถึงเหตุการณ์นี้

v “ม่านในพระวิหาร” อาจเป็นม่านซึ่งแขวนกั้นอยู่ส่วนหน้าของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรืออาจเป็นไปได้มากกว่าคือเป็นม่านซึ่งกั้นแบ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด (ดู อพย 26:31ฯ) คริสตชนเข้าใจตาม ฮบ 9:12; 10:20 ว่าการที่ม่านได้ฉีกขาดหมายถึงการยกเลิกคารวกิจแบบดั้งเดิมของโมเสส พระคริสตเจ้าได้เปิดหนทางใหม่เข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระเมสสิยาห์แล้ว

w ผู้เขียนพระวรสารจงใจใช้ภาพที่ประกาศกใช้บรรยายเหตุการณ์ใน “วันของพระยาห์เวห์” มาบรรยายเหตุการณ์เมื่อพระคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์ (ดู อมส 8:9 เชิงอรรถ h)

x ตามความคิดในพันธสัญญาเดิม การกลับคืนชีพของผู้ชอบธรรมเป็นเครื่องหมายของยุคสุดท้าย (อสย 26:19; อสค 37; ดนล 12:2) การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าได้ปลดปล่อยผู้ชอบธรรมออกมาจากแดนผู้ตายให้เป็นอิสระ (ดู มธ 16:18 เชิงอรรถ h) พวกเขาจึงรอคอยการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ เพื่อจะได้เข้าสู่นครศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับพระองค์ นั่นคือเข้าในนครเยรูซาเล็มแห่งสวรรค์ (วว 21:2,10; 22:19) บรรดาปิตาจารย์สมัยแรกได้เข้าใจเช่นนี้ ข้อความนี้เป็นการแสดงความเชื่อเป็นครั้งแรกว่าพระคริสตเจ้าเสด็จลงใต้บาดาล เพื่อปลดปล่อยบรรดาผู้ตาย (ดู 1 ปต 3:19 เชิงอรรถ h)

y การที่ผ้าห่อพระศพ “สะอาด” และคูหาที่ฝังพระศพยัง “ใหม่” อยู่ แสดงว่าการฝังศพเป็นเมตตากิจอย่างหนึ่ง ชาวยิวคิดว่าศพของนักโทษมีมลทิน ไม่อาจฝังในหลุมศพที่ใช้แล้วได้เพราะจะทำให้ศพของผู้ชอบธรรมที่ฝังอยู่เป็นมลทิน ปกติศพของนักโทษมักจะฝังไว้รวมกันต่างหาก โยเซฟแสดงความเคารพต่อพระศพของพระเยซูเจ้าโดยนำมาฝังในคูหาใหม่ของตน

z แปลตามตัวอักษร “วันหลังวันเตรียม” วันเตรียมคือวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันเตรียมวันสับบาโต ดังนั้น “วันหลังวันเตรียม” ก็คือวันสับบาโตนั่นเอง

aa แปลตามตัวอักษร “ท่านมีทหารยาม” ซึ่งอาจหมายความว่า “จงใช้ยามของท่านเอง” (ดู ลก 22:4 เชิงอรรถ c) หรือ  “ฉันจัดทหารยามให้ท่านแล้ว” (เทียบ ยน 18:3)

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย