Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

VII  พระทรมาน และการกลับคืนพระชนมชีพ

การวางแผนกำจัดพระเยซูเจ้า

26  1เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสพระวาจาเหล่านี้แล้ว พระองค์ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า 2“ท่านทั้งหลายรู้แล้วว่า อีกสองวันจะถึงวันปัสกา และบุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบให้ศัตรูนำไปตรึงกางเขน”

3เวลานั้น บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนมาชุมนุมกันในสำนักของมหาสมณะชื่อ คายาฟาส  4และคิดหาอุบายเพื่อจับกุมพระเยซูเจ้า จะได้ฆ่าเสีย  5เขาพูดกันว่า “อย่าทำการนี้ในวันฉลองเลย เพราะประชาชนจะก่อการจลาจล”

การเจิมที่หมู่บ้านเบธานีa

6ขณะที่พระเยซูเจ้าประทับอยู่ที่หมู่บ้านเบธานีในบ้านของซีโมนที่เคยเป็นโรคเรื้อน  7หญิงคนหนึ่งถือขวดหินขาวบรรจุน้ำมันหอมราคาแพงเข้ามา และเทน้ำมันหอมลงบนพระเศียรขณะที่พระองค์กำลังประทับที่โต๊ะอาหาร  8บรรดาศิษย์เห็นดังนั้น จึงไม่พอใจกล่าวว่า “ทำไมทำให้น้ำมันหอมเสียไปเปล่า ๆ  9น้ำมันหอมนี้อาจจะขายได้เงินมาก แล้วเอาไปแจกให้คนยากจน”  10พระเยซูเจ้าทรงทราบ จึงตรัสว่า “ท่านทำให้นางยุ่งยากใจทำไม นางได้ทำกิจการดีต่อเราb  11ท่านจะมีคนยากจนอยู่กับท่านเสมอ แต่ท่านจะไม่มีเราอยู่กับท่านเสมอไป  12นางเทน้ำมันหอมนี้ชโลมกายของเราเป็นการเตรียมไว้สำหรับฝังศพ  13เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ที่ใดในโลกที่มีการประกาศข่าวดี จะมีการกล่าวถึงสิ่งที่นางได้ทำเพื่อเป็นการระลึกถึงนาง”

ยูดาสทรยศต่อพระเยซูเจ้า

14คนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ชื่อ ยูดาส อิสคาริโอท ไปพบบรรดาหัวหน้าสมณะ ถามว่า  15“ถ้าข้าพเจ้ามอบเขาให้ท่าน ท่านจะให้อะไรแก่ข้าพเจ้า”  บรรดาหัวหน้าสมณะจ่ายเงินสามสิบเหรียญcให้แก่ยูดาส  16ตั้งแต่นั้นมา ยูดาสก็หาโอกาสที่จะมอบพระองค์

การเตรียมงานเลี้ยงปัสกา

17วันแรกของเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อdบรรดาศิษย์เข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์มีพระประสงค์ให้เราจัดเตรียมการเลี้ยงปัสกาที่ไหน”  18พระองค์ตรัสว่า  “จงเข้าไปในกรุง ไปพบชายคนหนึ่ง บอกเขาว่า “พระอาจารย์บอกว่าเวลากำหนดของเราใกล้เข้ามาแล้ว เราจะกินปัสกากับศิษย์ของเราที่บ้านของท่าน”

19บรรดาศิษย์ก็กระทำตามที่พระเยซูเจ้าทรงบัญชา และจัดเตรียมปัสกา

พระเยซูเจ้าทรงกล่าวถึงการทรยศของยูดาส

20ครั้นถึงเวลาค่ำ พระองค์ประทับร่วมโต๊ะกับศิษย์ทั้งสิบสองคน  21ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารพร้อมกับพระเยซูเจ้าอยู่นั้นeพระองค์ตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนหนึ่งในที่นี้จะทรยศต่อเรา”  22บรรดาอัครสาวกรู้สึกสลดใจและทูลถามพระองค์ทีละคนว่า “เป็นข้าพเจ้าหรือ พระเจ้าข้า”  23พระองค์ตรัสตอบว่า “คนที่จิ้มอาหารในชามเดียวกันกับเรานี่แหละ จะทรยศต่อเรา  24บุตรแห่งมนุษย์จะจากไปตามที่มีเขียนเกี่ยวกับพระองค์ในพระคัมภีร์ วิบัติจงเกิดแก่คนที่ทรยศต่อบุตรแห่งมนุษย์  ถ้าเขาไม่ได้เกิดมาก็จะดีกว่า”  25ยูดาสผู้ทรยศต่อพระองค์ ทูลถามว่า “เป็นข้าพเจ้าหรือ พระอาจารย์” พระองค์ตรัสตอบว่า “ใช่แล้ว”

พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท

26ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้นfพระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร ทรงบิขนมปังประทานให้บรรดาศิษย์ ตรัสว่า “จงรับไปกินเถิด นี่เป็นกายของเรา”  27แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสขอบพระคุณgประทานให้เขาเหล่านั้น ตรัสว่า  “ทุกท่านจงดื่มจากถ้วยนี้เถิด  28นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาhที่หลั่งออกมาเพื่ออภัยบาปสำหรับคนจำนวนมากi  29เราบอกท่านทั้งหลายว่า แต่นี้ไปเราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นอีก จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่กับท่านในพระอาณาจักรของพระบิดาของเรา”j

พระเยซูเจ้าทรงทำนายว่าเปโตรจะปฏิเสธพระองค์

30เมื่อขับร้องเพลงสดุดีแล้วkทุกคนออกจากห้องเพื่อไปยังภูเขามะกอกเทศ  31แล้วพระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ทุกท่านจะทอดทิ้งเราในคืนนี้lเพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า เราจะตีผู้เลี้ยงแกะ และแกะจะกระจัดกระจายไป  32แต่เมื่อเรากลับคืนชีพแล้ว เราจะไปยังแคว้นกาลิลีก่อนหน้าท่าน”  33เปโตร ทูลตอบว่า “แม้ทุกคนจะทอดทิ้งพระองค์ ข้าพเจ้าก็จะไม่ทอดทิ้งพระองค์เลย”  34พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ในคืนนี้เอง ก่อนไก่ขัน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง”  35เปโตรทูลว่า “ถึงแม้ข้าพเจ้าจะต้องตายพร้อมกับพระองค์ ข้าพเจ้าก็จะไม่ปฏิเสธพระองค์เลย”  ศิษย์ทุกคนต่างกล่าวเช่นเดียวกัน

ภายในสวนเกทเสมนี

36เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาพร้อมกับบรรดาศิษย์ถึงสถานที่แห่งหนึ่งชื่อเกทเสมนีmพระองค์ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า “จงนั่งอยู่ที่นี่ ขณะที่เราไปอธิษฐานภาวนาที่โน่น”  37แล้วทรงพาเปโตรและบุตรทั้งสองของเศเบดีไปด้วย พระองค์ทรงรู้สึกเศร้าและสลดพระทัยอย่างยิ่ง  38จึงตรัสแก่เขาทั้งสามคนว่า “ใจเราเป็นทุกข์แทบสิ้นชีวิตnจงอยู่ที่นี่และตื่นเฝ้ากับเราเถิด”  39แล้วพระองค์ทรงพระดำเนินไปข้างหน้าอีกเล็กน้อย ทรงซบพระพักตร์ลงกับพื้นดิน อธิษฐานภาวนาว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ถ้วยนี้พ้นข้าพเจ้าไปเถิด ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็ขออย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า แต่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด”o  40พระองค์เสด็จกลับมาพบบรรดาศิษย์ ทรงพบเขาเหล่านั้นกำลังหลับอยู่ จึงตรัสกับเปโตรว่า “ท่านตื่นเฝ้าอยู่กับเราสักหนึ่งชั่วโมงไม่ได้หรือ  41จงตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเพื่อจะได้ไม่เข้าสู่การทดลอง จิตใจพร้อมแล้วก็จริง แต่เนื้อหนังอ่อนกำลัง”  42พระองค์เสด็จไปอีกครั้งหนึ่ง ทรงอธิษฐานภาวนาว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าข้าพเจ้าต้องดื่มจากถ้วยนี้โดยหลีกเลี่ยงมิได้แล้ว ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด”

43ครั้นเสด็จกลับมาก็ทรงพบเขาหลับอยู่อีก เพราะนัยน์ตาลืมไม่ขึ้น  44พระองค์จึงเสด็จจากเขาทั้งสามคน ไปอธิษฐานภาวนาอย่างเดียวกันเป็นครั้งที่สาม  45แล้วเสด็จกลับมาพบเขา ตรัสว่า “เดี๋ยวนี้ ท่านหลับต่อไปและพักผ่อนได้pเวลาที่บุตรแห่งมนุษย์จะต้องถูกมอบในเงื้อมมือของคนบาปมาถึงแล้ว  46จงลุกขึ้น ไปกันเถิด ผู้ทรยศต่อเราอยู่ที่นี่แล้ว”

พระเยซูเจ้าทรงถูกจับกุม

47ขณะที่พระองค์กำลังตรัสอยู่นั้น ยูดาสซึ่งเป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคนมาถึงพร้อมกับคนจำนวนมาก ถือดาบและไม้ตะบองเป็นอาวุธ บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนส่งพวกนี้มา  48ผู้ทรยศต่อพระองค์ให้สัญญาณแก่คนเหล่านี้ว่า “ข้าพเจ้าจูบผู้ใด ก็เป็นผู้นั้นแหละ จับกุมเขาไว้เถิด”

49ทันใดนั้น ยูดาสก็เข้ามาหาพระเยซูเจ้า ทูลว่า “สวัสดี พระอาจารย์” แล้วจูบพระองค์  50พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “เพื่อนเอ๋ย จงทำอย่างที่ตั้งใจจะทำเถิด”qเวลานั้น คนเหล่านั้นต่างกรูกันเข้ากับกุมพระองค์  51ขณะนั้น คนหนึ่งซึ่งอยู่กับพระเยซูเจ้าก็ชักดาบฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาสมณะ ใบหูขาด  52พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เอาดาบใส่ฝักเสีย เพราะทุกคนที่ใช้ดาบ ก็จะต้องพินาศด้วยดาบ  53ท่านคิดว่า เราจะอ้อนวอนพระบิดาเจ้าให้ส่งทูตสวรรค์มากกว่าสิบสองกองพลมาช่วยเราบัดนี้มิได้หรือ  54แล้วพระคัมภีร์ที่เขียนว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ จะเป็นความจริงได้อย่างไรเล่า”  55ขณะนั้น  พระเยซูเจ้าตรัสแก่ประชาชนว่า  “เราเป็นโจรหรือ  ท่านทั้งหลายจึงถือดาบ  ถือไม้ตะบองมาจับกุมเรา เรานั่งสอนในพระวิหารทุกวัน ท่านก็มิได้จับกุมเรา”

56เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ข้อเขียนของบรรดาประกาศกเป็นความจริง หลังจากนั้นศิษย์ทุกคนละทิ้งพระองค์และหนีไป

พระเยซูเจ้าทรงถูกพิจารณาคดีในสภาสูงของชาวยิวr

57บรรดาผู้ที่จับกุมพระเยซูเจ้านำพระองค์ไปยังบ้านของคายาฟาสมหาสมณะ บรรดาธรรมาจารย์และผู้อาวุโสชุมนุมกันที่นั่น  58ส่วนเปโตรติดตามพระองค์ไปห่าง ๆ  จนเข้าถึงภายในลานบ้านของมหาสมณะ นั่งอยู่กับบรรดาผู้รับใช้ คอยดูว่าเหตุการณ์จะจบลงอย่างไร

59บรรดาหัวหน้าสมณะและสมาชิกสภาสูงทุกคนพยายามหาพยานเท็จมา

กล่าวหาพระเยซูเจ้า เพื่อจะประหารชีวิตพระองค์ให้ได้  60แต่เขาหาหลักฐานไม่ได้ แม้ว่าจะมีพยานเท็จหลายคน ในที่สุด มีคนสองคนมาให้การว่า  61“คนคนนี้ได้พูดว่า ‘ฉันมีอำนาจจะทำลายพระวิหารของพระเจ้า และสร้างขึ้นใหม่ได้ภายในสามวัน’” s  62มหาสมณะจึงลุกขึ้นถามพระองค์ว่า “ท่านไม่ตอบอะไรหรือ พยานเหล่านี้ตั้งข้อ

กล่าวหาอะไรปรักปรำท่าน”t  63แต่พระเยซูเจ้าทรงนิ่ง มหาสมณะจึงพูดกับพระองค์ว่า “เราสั่งให้ท่านสาบานโดยอ้างพระเจ้าผู้ทรงชีวิต จงตอบเราว่าท่านเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิตหรือ”  64พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ใช่แล้ว แต่ยังมีมากกว่านั้นอีก  เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ตั้งแต่บัดนี้ไปท่านจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์ประทับ เบื้องขวาของพระผู้ทรงอานุภาพuและจะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆบนท้องฟ้า  65มหาสมณะจึงฉีกเสื้อของตนแล้วกล่าวว่า “เขาพูดดูหมิ่นพระเจ้าvเราจะต้องการพยานอะไรอีกเล่า ท่านทั้งหลายต่างได้ยินเขาพูดดูหมิ่นพระเจ้าแล้ว  66ท่านคิดอย่างไร” ทุกคนตอบว่า “เขาสมควรต้องตาย”

67แล้วพวกนั้นก็พากันถ่มน้ำลายรดพระพักตร์ของพระองค์ ชกต่อยพระองค์ บางคนตบตีพระองค์ กล่าวว่า  68“พระคริสต์จงทำนายซิว่า ใครตบหน้าเจ้า”w

เปโตรปฏิเสธพระเยซูเจ้า

69ขณะที่เปโตรนั่งอยู่ที่ลานข้างนอก หญิงรับใช้คนหนึ่งเข้ามาพูดว่า “ท่านก็เคยอยู่กับเยซู ชาวกาลิลีด้วย”  70แต่เปโตรปฏิเสธต่อหน้าคนทั้งหลายว่า “ฉันไม่รู้ว่าท่านพูดเรื่องอะไร”  71เมื่อเปโตรออกไปที่ประตู หญิงรับใช้อีกคนหนึ่งเห็นเข้าจึงพูดกับคนที่อยู่ที่นั่นว่า “คนนี้เคยอยู่กับเยซู ชาวนาซาเร็ธด้วย”x  72เปโตรปฏิเสธอีก ทั้งสาบานว่า “ฉันไม่เคยรู้จักคนนั้นเลย”  73ต่อมาไม่นาน คนที่อยู่ที่นั่นเข้ามาพูดกับเปโตรว่า  “ท่านเป็นคนหนึ่งในพวกนั้นแน่ ๆ ฟังสำเนียงyก็รู้แล้ว”  74แต่เปโตรเริ่มสาบานอย่างแข็งขันว่า “ฉันไม่รู้จักคนนั้น” ทันใดไก่ก็ขัน  75เปโตรจึงระลึกถึงคำที่พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า “ก่อนไก่จะขัน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง” เขาจึงออกไปข้างนอก ร้องไห้อย่างขมขื่น

26 a ใน ยน หญิงในเหตุการณ์นี้มีชื่อว่ามารีย์เป็นน้องสาวของลาซารัส เรื่องที่กล่าวถึงใน ลก 7:36-50 เป็นคนละเหตุการณ์กัน

b ชาวยิวแบ่งกิจการดีเป็นสองประเภทคือการให้ทานและกิจการแสดงเมตตาจิตอื่น ๆ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่า เช่นการฝังศพผู้ตาย ดังนั้น หญิงนี้ที่ได้ชโลมพระกายล่วงหน้าเพื่อเตรียมการฝังพระศพ จึงได้ทำกิจการดีที่มีค่ามากกว่าการให้ทาน

c “เหรียญ” ในที่นี้เป็นเหรียญเงินน้ำหนัก 1 เชเขล (ประมาณ 1 บาท) เงินสามสิบเชเขล เป็นราคาชีวิตทาสคนหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในธรรมบัญญัติ (อพย 21:32)

d “วันแรก”ของสัปดาห์ที่ชาวยิวกินขนมปังไร้เชื้อ (ดู  อพย 12:1 เชิงอรรถ a; 23:14 เชิงอรรถ d) โดยปกติเป็นวันหลังฉลองปัสกาและตรงกับวันที่ 15 เดือนนิสาน แต่สำหรับผู้นิพนธ์พระวรสารสหทรรศน์ “วันแรกของสัปดาห์”นี้หมายถึงวันปัสกาเอง แต่ถ้าเราใช้รายละเอียดจากเรื่องพระทรมานใน ยน 18:28 ดูเหมือนว่าในปีนั้นงานเลี้ยงปัสกาตรงกับเย็นวันศุกร์ (วันศุกร์นั้นคือ”วันเตรียมฉลอง” 27:62; ดู ยน 19:14,31,42) พระวรสารสหทรรศน์กล่าวถึงอาหารค่ำมื่อสุดท้ายของพระเยซูเจ้าในวันก่อน คือเย็นวันพฤหัสบดีซึ่งอาจอธิบายได้โดยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งในสองเหตุผลนี้ คือ 1. ชาวยิวส่วนหนึ่งกินเลี้ยงปัสกาล่วงหน้าหนึ่งวัน หรือ 2. พระเยซูเจ้าเองทรงเลือกทำเช่นนั้นด้วยพระองค์เอง เพราะทรงทราบว่าพระองค์ไม่สามารถกินเลี้ยงปัสกาได้ในเย็นวันศุกร์ (อันที่จริงพระองค์ทรงฉลองปัสกาโดยถวายพระองค์เองเป็นบูชาบนไม้กางเขน ยน 19:36 เชิงอรรถ u; 1 คร 5:7) – คำอธิบายประการหลังนี้น่าจะถูกต้องกว่า วันที่ 14 เดือนนิสาน (วันกินเลี้ยงปัสกา) ตรงกับวันศุกร์ในปี ค.ศ.30 และ 33 นักวิชาการคิดว่าพระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์ในปีใดปีหนึ่งในสองปีนี้ แล้วแต่ว่าพระองค์ทรงรับพิธีล้างในปี ค.ศ.28 หรือ 29 และคำนวณเช่นกันว่า การเทศนาสั่งสอนของพระองค์จะยาวหรือสั้น

e การเลี้ยงปัสกามีรายการอาหารหลายอย่างกำหนดไว้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะรับประทานอาหารอย่างแรก เป็นเหมือน “ออร์เดอฟ”

f หลัง “ออร์เดอฟ” ก็ถึงอาหารหลักของการเลี้ยง มีข้อกำหนดชัดเจนให้ประธานถวายพรพระเจ้าเมื่อหยิบขนมปังและถ้วยเหล้าองุ่น พระเยซูเจ้าทรงใช้พิธีกรรมนี้ในการตั้งศีลมหาสนิท

g “ขอบพระคุณ” คำภาษากรีก eucharisto พิธีศีลมหาสนิทจึงเรียกว่า “Eucharist” (การขอบพระคุณ)

h สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “ใหม่” (เทียบ ลก 22:20; 1 คร 11:25)

i ที่ภูเขาซีนาย เลือดของสัตว์ที่ถวายเป็นบูชา เป็นการรับรองพันธสัญญาระหว่างพระยาห์เวห์กับประชากรของพระองค์ฉันใด (อพย 24:4-8 เชิงอรรถ c) บนไม้กางเขน พระโลหิตของพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์จะรับรองพันธสัญญาใหม่ (เทียบ ลก 22:20) ระหว่างพระเจ้าและมนุษยชาติฉันนั้น บรรดาประกาศกได้กล่าวล่วงหน้าถึงพันธสัญญาใหม่นี้แล้ว (ยรม 31:31 เชิงอรรถ l) พระเยซูเจ้าทรงรับภารกิจเป็นผู้ไถ่มนุษยชาติตามที่ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์” จะกระทำการนี้ (อสย 42:6; 49:6; 53:12 ดู 41:8 เชิงอรรถ f เทียบ ฮบ 8:8; 9:15; 12:24) ความคิดเรื่องพันธสัญญาใหม่พบได้เช่นกันในจดหมายของเปาโลหลายตอนนอกเหนือจากใน 1 คร 11:25 เช่นใน 2 คร 3:4-6; กท 3:15-20; 4:24 ซึ่งแสดงว่าความคิดเรื่องพันธสัญญาใหม่นี้เป็นเรื่องสำคัญ

j เป็นการกล่าวถึงงานเลี้ยงในยุคสุดท้าย (เทียบ 8:11; 22:1ฯ) พระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์จะไม่ร่วมโต๊ะกินอาหารในโลกนี้อีก

k เพลงสดุดีที่ขับร้องเป็นการปิดการเลี้ยงปัสกา คือ สดด 113-118 เพลงสดุดีชุดนี้เรียกว่า “Hallel”

l “ทอดทิ้ง” แปลตามตัวอักษรว่า “จะสะดุดล้ม” การที่บรรดาศิษย์พบว่าผู้ที่เขาเชื่อว่าเป็นพระเมสสิยาห์ (16:16) ซึ่งกำลังจะได้รับชัยชนะตามที่เขาคาดหมายไว้ (20:21ฯ) กลับยอมแพ้ศัตรูโดยไม่ขัดขืน นับว่าเป็นอุปสรรคต่อความเชื่อของเขาทีเดียว เหตุการณ์นี้จะทำให้เขาหมดกำลังใจเกือบจะเสียความเชื่อไปชั่วระยะหนึ่งทีเดียว (เทียบ ลก 22:31-32)

m “เกทเสมนี” แปลว่า “เครื่องหีบน้ำมัน” ตั้งอยู่ในหุบเขาขิดโรน เชิงเขามะกอกเทศ

n สำนวนนี้ทำให้คิดถึงข้อความใน สดด 42:5 และ ยนา 4:9

o พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกกลัวความตายตามธรรมชาติมนุษย์ และโดยสัญชาตญาณทรงต้องการจะหนีให้พ้นจึงแสดงความรู้สึกนี้ออกมา แต่หลังจากนั้นทรงระงับได้และทรงยอมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า (ดู 4:1 เชิงอรรถ a)

p เป็นการตำหนิโดยประชดประชันเล็กน้อย เวลาที่ท่านน่าจะตื่นเฝ้าอยู่กับเราได้ผ่านไปแล้ว ขณะนี้เป็นเวลาแห่งการทดลองสำหรับพระองค์แต่ผู้เดียว ส่วนบรรดาศิษย์จะหลับต่อไปก็ได้ตามใจ

q แปลตามตัวอักษรว่า “เพื่อนเอ๋ย สำหรับสิ่งที่ท่านอยู่ที่นี่” ไม่ใช่คำถามว่า “มาที่นี่ทำไม” ไม่ใช่คำตำหนิ “ท่านมาที่นี่เพื่ออะไรกัน” แต่เป็นสำนวนที่นิยมใช้กับความหมายว่า “จงทำสิ่งที่ตั้งใจจะทำเถิด” “จัดการเลย” พระเยซูเจ้าทรงตัดบทคำทักทายที่ไม่จริงใจนั้น บอกให้ลงมือทำเสีย (เทียบ ยน 13:27)

r การเล่าของ ลก และ ยน  ทำให้เราแยกเหตุการณ์ได้เป็น 2 ระยะ 1. การพิจารณาคดีเวลากลางคืนที่สำนักของอันนาส และ 2. การพิจารณาคดีในสภาสูงตอนเช้าวันรุ่งขึ้น (27:1) มธ และ มก กล่าวถึงการพิจารณาคดีในตอนกลางคืน เหมือนกับเป็นการพิพากษาคดีในสภาสูงตอนเช้า เพราะการพิจารณาคดีตอนเช้าเท่านั้นตัดสินชะตากรรมของพระเยซูเจ้า

s การที่พระเยซูเจ้าเคยตรัสว่าพระองค์ทรงสามารถสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ภายในสามวันนั้น พระองค์มีพระประสงค์ที่จะสอนว่าคารวกิจของชาวยิวที่เคยปฏิบัติกันมาจะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่จะต้องพัฒนาให้สมบูรณ์อาศัยพันธสัญญาใหม่ที่พระองค์จะทรงสถาปนาขึ้น เราเข้าใจความหมายของพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสนี้ได้ชัดเจนหลังจากที่พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วเท่านั้น (ดู  ยน 2:22 เชิงอรรถ i) พระวิหารหลังใหม่จะต้องมาแทนที่พระวิหารหลังเก่า และพระวิหารหลังใหม่นี้ก่อนอื่นคือพระวรกายอันรุ่งเรืองของพระองค์ ซึ่งจะคืนพระชนมชีพภายในสามวัน (มธ 16:21; 17:23; 20:19; ยน 2:19-22) และหลังจากนั้น พระวิหารใหม่นี้คือพระศาสนจักรนั่นเอง (มธ 16:18)

t คำแปลบางสำนวนรวมสองคำถามนี้เป็นคำถามเดียวว่า “ท่านไม่ตอบข้อกล่าวหาที่คนเหล่านี้ปรักปรำท่านหรือ”

u “ผู้ทรงอานุภาพ” มีความหมายเท่ากับ “พระเจ้า” (ดู 3:2 เชิงอรรถ d) พระวรสารแสดงว่าในเวลาวิกฤตินี้พระเยซูเจ้าทรงเลิกปกปิดความเป็นพระเมสสิยาห์ (ดู มก 1:34 เชิงอรรถ m) และทรงยอมรับสมญาว่าเป็นพระเมสสิยาห์อย่างเปิดเผย แต่ทรงแสดงว่าเป็นพระเมสสิยาห์มิใช่ความหมายที่ชาวยิวทั่วไปมักเข้าใจคือเป็นผู้กอบกู้อิสรภาพทางการเมือง แต่ในความหมายของผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ที่ดาเนียลได้เห็นในนิมิต (ดนล 7:13 เชิงอรรถ k) ข้อความในข้อนี้นอกจากจะท้าวความถึง ดนล แล้ว ยังท้าวความถึง สดด 110:1 “ประทับเบื้องขวา” อีกด้วย (ดู กจ 2:33 เชิงอรรถ t) ข้อความจาก สดด 110:1 นี้ บรรดาอัครสาวกใช้บ่อย ๆ ในคำเทศน์สอน การที่พระเยซูเจ้าทรงใช้วลี “บุตรแห่งมนุษย์” แทนพระองค์เอง (ดู 8:20 เชิงอรรถ h)

v ไม่ปรากฏชัดว่าพระเยซูเจ้าทรงพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าอย่างไร ไม่ใช่เพราะทรงประกาศว่าเป็นพระเมสสิยาห์แน่ ๆ แต่อาจเป็นเพราะว่าได้ทรงอ้างว่าทรงเป็นบุตรของพระเจ้าทั้ง ๆ ที่ทรงถูกจับกุมอยู่

w การเรียบเรียงของ มธ ตรงนี้ไม่ค่อยสมเหตุสมผล พระเยซูเจ้ามิได้ทรงถูกปิดตาเหมือนใน ลก 22:63 พระองค์ย่อมบอกได้โดยง่ายว่าใครตีพระองค์ จุดสำคัญก็คือว่าพระองค์ทรงถูกเยาะเย้ยในฐานะเป็น “ประกาศก” เพราะคำพูดของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องพระวิหาร หรือที่ถูกว่านั้น ในฐานะที่ทรงเป็น “ประกาศก พระเมสสิยาห์” นั่นคือ เป็นผู้อ้างว่าเป็นมหาสมณะในยุคสุดท้ายผู้เสนอให้สร้างพระวิหารใหม่

x “ชาวนาซาเร็ธ” ต้นฉบับโบราณใช้คำเป็นสองแบบ คือบางฉบับใช้  Nazoraios บางฉบับใช้  Nazarenos

y เป็นสำเนียงเพี้ยนแบบชาวกาลิลี

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย