Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

ข.  กาลอวสาน และการเสด็จมาครั้งที่สองa

บทนำ

24  1ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงออกจากพระวิหาร บรรดาศิษย์เข้ามาใกล้ ชี้ให้พระองค์ทอดพระเนตรอาคารต่าง ๆ ของพระวิหาร  2พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ท่านทั้งหลายเห็นสิ่งเหล่านี้ไหม เราบอกความจริงแก่ท่านว่า จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย ทุกสิ่งจะถูกทำลาย”  3เมื่อพระองค์ประทับบนภูเขามะกอกเทศ บรรดาศิษย์เข้ามาเฝ้า ทูลถามเป็นการส่วนตัวว่า “โปรดบอกเราเถิดว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด และจะมีเครื่องหมายใดบอกให้รู้ถึงการเสด็จมาของพระองค์bและการสิ้นพิภพ”

ความทุกข์เริ่มต้น

4พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ใครหลอกลวงท่านได้  5หลายคนจะอ้างนามของเรา กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นพระคริสต์’c และจะหลอกลวงคนจำนวนมากให้หลงผิด  6ท่านทั้งหลายจะได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามทั้งใกล้และไกล จงระมัดระวัง อย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย  7ชนชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชนชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง  ความอดอยากdและแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นหลายแห่งe  8ทั้งหมดนี้จะเปรียบเหมือนความทุกข์ที่เริ่มต้นในการคลอดบุตรf

9“ต่อจากนั้น ท่านจะถูกจับไปทรมานและถูกประหาร ชนทุกชาติจะเกลียดชังท่านเพราะนามของเรา  10ในเวลานั้น หลายคนจะละทิ้งความเชื่อ จะทรยศและเกลียดชังกัน  11ประกาศกเทียมจำนวนมากจะต้องเกิด และจะหลอกลวงคนมากมาย 12เพราะความอธรรมจะเพิ่มมากขึ้น ความรักของคนจำนวนมากจะเย็นลง  13แต่ผู้ใดยืนหยัดอยู่จนถึงวาระสุดท้าย ผู้นั้นก็จะรอดพ้น

14“ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกgเพื่อเป็นพยานสำหรับนานาชาติ เมื่อนั้น วาระสุดท้ายhจะมาถึง

ความทุกขเวทนาอย่างใหญ่หลวงของกรุงเยรูซาเล็ม

15“เมื่อใดที่ท่านทั้งหลายเห็นผู้ทำลายที่น่ารังเกียจยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามที่ประกาศกดาเนียลได้กล่าวไว้i  16เมื่อนั้น ผู้ที่อยู่ในแคว้นยูเดียจงหนีไปยังภูเขา 17ผู้ที่อยู่บนดาดฟ้าก็อย่าลงมาเก็บข้าวของในบ้าน  18ผู้ที่อยู่ในทุ่งนาจงอย่ากลับไปเอาเสื้อคลุมที่บ้าน  19น่าสงสารหญิงมีครรภ์และหญิงแม่ลูกอ่อนในวันนั้น  20จงอธิษฐานภาวนาอย่าให้ท่านต้องหนีในฤดูหนาว หรือในวันสับบาโต  21เพราะในเวลานั้น จะมีทุกขเวทนาใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างโลกจนบัดนี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลยj  22ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นสั้นลง เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้k

23“เวลานั้น ถ้าผู้ใดบอกท่านว่า “พระคริสต์อยู่ที่นี่” หรือ “พระคริสต์อยู่ที่นั่น” จงอย่าเชื่อ  24เพราะจะมีพระคริสต์เทียม และประกาศกเทียมหลายคนเกิดขึ้น จะทำเครื่องหมายและปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ ถ้าเป็นไปได้จะหลอกลวงแม้แต่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้   25ท่านทั้งหลายจงฟังเถิด เราได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ให้ฟังไว้ก่อนแล้ว

การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์

26“เพราะฉะนั้น ถ้าใครบอกท่านว่า ‘ดูซิ พระคริสต์อยู่ในถิ่นทุรกันดาร’ ท่านอย่าไปที่นั่น ถ้าผู้ใดบอกว่า ‘ดูซิ พระคริสต์ซ่อนอยู่ที่นี่’ ท่านก็อย่าเชื่อ  27สายฟ้าแลบจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกฉันใดlบุตรแห่งมนุษย์ก็จะเสด็จมาฉันนั้น  28ที่ใดมีซากศพ ที่นั่นบรรดาแร้งกาก็จะมาชุมนุมกันm

การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์มีความหมายสำหรับทุกคน

29“เมื่อความทุกขเวทนาในวันเหล่านั้นผ่านพ้นไปแล้วnดวงอาทิตย์จะมืดทันที ดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือนo  30เวลานั้น เครื่องหมายของบุตรแห่งมนุษย์จะปรากฏบนท้องฟ้าpมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์บนแผ่นดินจะข้อนอก และจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในเมฆบนท้องฟ้า  ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่q  31พระองค์จะทรงใช้บรรดาทูตสวรรค์ให้เป่าแตรเสียงดังrรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรรจากทั้งสี่ทิศ จากปลายหนึ่งจนถึงอีกปลายหนึ่งของท้องฟ้าs

เวลาแห่งการเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์

32“จงเรียนอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด เมื่อต้นมะเดื่อเทศแตกกิ่งอ่อนและผลิใบ ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า ฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว  33เช่นเดียวกัน เมื่อท่านเห็นสิ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงเข้ามาใกล้tจนถึงประตูแล้ว  34เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงพ้นไป ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นu  35ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย

36“ส่วนเรื่องวันและเวลานั้นไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาทูตสวรรค์และแม้แต่พระบุตรvนอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

จงมีความระมัดระวังและเตรียมพร้อม

37“สมัยของโนอาห์เป็นเช่นไร เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้น 38ในสมัยก่อนน้ำวินาศนั้น ผู้คนกิน ดื่ม แต่งงานกันจนถึงวันที่โนอาห์เข้าไปในเรือ  39ไม่มีใครนึกระแวงว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกระทั่งน้ำวินาศมากวาดพวกเขาไปหมดสิ้น เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย  40เวลานั้น คนสองคนอยู่ในทุ่งนา คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้  41หญิงสองคนที่กำลังโม่แป้งอยู่ คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้

42“จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะมาเมื่อไร  43พึงรู้ไว้เถิด  ถ้าเจ้าบ้านรู้ว่าขโมยจะมาในยามใด เขาคงจะตื่นเฝ้าไม่ปล่อยให้ขโมยงัดแงะบ้านของตนได้  44ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย

อุปมาเรื่องผู้รับใช้ที่รับผิดชอบw

45“ใครเล่าเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์และรอบคอบซึ่งนายแต่งตั้งให้ดูแลผู้รับใช้  เพื่อแจกจ่ายอาหารให้ตามเวลาที่กำหนด  46ผู้รับใช้นั้นย่อมเป็นสุข เมื่อนายกลับมาพบเขากำลังทำเช่นนี้  47เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายจะแต่งตั้งเขาให้ดูแลทรัพย์สินทั้งปวงของตน  48แต่ถ้าผู้รับใช้นั้นคิดว่า ‘นายจะมาช้า’  49แล้วเขาก็เริ่มตบตีเพื่อนผู้รับใช้ กินดื่มกับพวกขี้เมา  50นายของผู้รับใช้นั้นจะกลับมาในวันที่เขามิได้คาดหมาย ในเวลาที่เขาไม่รู้  51นายก็จะแยกเขาออกxให้ไปอยู่กับพวกหน้าซื่อใจคด  ที่นั่นจะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง

24 a ตามความคิดของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ คำปราศรัยเรื่องอวสานกาลใน มธ บทนี้รวมคำปราศรัยเรื่องการทำลายกรุงเยรูซาเล็มเข้ากับคำปราศรัยเรื่องสิ้นพิภพ ดังนั้น คำปราศรัยใน มก ซึ่งกล่าวถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็มเท่านั้นได้รับการเสริมเพิ่มเติมสามวิธีด้วยกัน คือ 1. เพิ่มข้อ 26-28,40-41 ซึ่งนำมาจากคำปราศรัยเรื่อง “วันของบุตรแห่งมนุษย์” ที่ ลก ก็ใช้ด้วย (ลก 17:22-37)  2. มีการดัดแปลงถ้อยคำของ มก เพื่อเป็นการเกริ่นเรื่องการเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ (parousia) ข้อ 3,27,37,39 ซึ่งไม่ปรากฏในพระวรสารอื่นเลย (ดู 24:3 เชิงอรรถ b; 1 คร 15:23 เชิงอรรถ n) และเกริ่นเรื่อง “วันสิ้นพิภพ” (ข้อ 30  3) โดยเพิ่มอุปมาหลายเรื่องในตอนสุดท้ายของคำปราศรัยเพื่อเตือนให้ระวังตัวรอคอยเตรียมพร้อม (24:42-25:30) ไว้รับเสด็จพระคริสตเจ้า และสำหรับการพิพากษาสุดท้าย (25:31-46) การผสมผสานเช่นนี้แสดงความจริงด้านเทววิทยา คือเหตุการณ์ทั้งสองนี้ แม้จะต่างเวลากัน แต่แยกจากกันได้เพราะการทำลายกรุงเยรูซาเล็มมาก่อน และเป็นรูปแบบของการเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระคริสตเจ้า การทำลายกรุงเยรูซาเล็มเป็นจุดจบแห่งพันธสัญญาเดิม พระคริสตเจ้าได้เสด็จมาแล้วอย่างเปิดเผยเพื่อเริ่มการปกครองเป็นกษัตริย์ของพระองค์ จะไม่มีเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้นที่มีความสำคัญเช่นนี้เกิดขึ้นอีกจนกว่าจะสิ้นพิภพ เมื่อพระเจ้าจะทรงพิพากษามนุษยชาติทั้งสิ้น ซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ในองค์พระคริสตเจ้า ดังที่พระองค์ได้ทรงพิพากษาลงโทษกรุงเยรูซาเล็มในปี ค.ศ. 70

b “การเสด็จมา” คำกรีกคือ parousia หมายความว่า “การปรากฏองค์” เป็นคำที่ชาวกรีกและโรมันใช้ เพื่อหมายถึงการที่พระจักรพรรดิหรือกษัตริย์เสด็จมาเยือนอย่างเป็นทางการ คริสตชนใช้คำนี้ในความหมายเฉพาะ หมายถึงการเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระคริสตเจ้า (ดู 1 คร 15:23 เชิงอรรถ n) “การเสด็จมา” นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการเสด็จมาในวันสุดท้าย อาจจะหมายถึงพระอานุภาพที่พระองค์ทรงแสดงเมื่อมาสถาปนาพระอาณาจักรแห่งพระเมสสิยาห์ (หรือพระศาสนจักร - ดู 16:27-28) ในข้อความนี้มัทธิวรวมความคิดทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน

c ก่อนปี ค.ศ.70 หลายคนอ้างตนเป็นพระเมสสิยาห์ มาหลอกลวงประชาชน

d สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “โรคระบาด” (เทียบ ลก 21:11)

e เทียบ 2 พศด 15:6; อสย 8:21ฯ; 13:13; 19:2; ยรม 21:9; 34:17; อสค 5:12; อมส 4:6-11

f เทียบ อสย 13:8; 26:17; 66:7; ยรม 6:24; 13:21; ฮชย 13:13; มคา 4:9-10 วรรณกรรมของชาวยิวใช้ภาพเปรียบเทียบนี้แสดงว่าอาณาจักรแห่งพระเมสสิยาห์กำลังจะมาถึง

g “โลก” ภาษากรีก oikoumene หมายถึงดินแดนซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่ ได้แก่ดินแดนที่อารยธรรมกรีก โรมันแผ่ไปถึง ชาวยิวทุกคนในจักรวรรดิโรมันจะต้องได้ยินข่าวดีก่อนที่อิสราเอลจะถูกลงโทษ (ดู รม 10:18) การที่มนุษย์ทุกคนได้ยินข่าวดีที่มีผู้ประกาศนี้แสดงว่าชาวยิวบางคนไม่ยอมเชื่อจึงต้องรับโทษ (เทียบ 10:18) ก่อนปี ค.ศ.70 คริสตชนได้ประกาศข่าวดีเข้าไปถึงจักรวรรดิโรมันส่วนใหญ่แล้ว (เทียบ รม 1:5,8 คส 1:6,23; 1 ธส 1:8)

h “วาระสุดท้าย” หมายถึงกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย

i ประกาศกดาเนียลกล่าวถึง “ผู้ทำลายที่น่ารังเกียจ” ซึ่งอาจหมายถึงรูปปั้นของเทพซุสที่กษัตริย์อันทิโอคัส เอปีฟาเนสได้ตั้งขึ้นในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มในปี 167 ก.ค.ศ. (ดู  1 มคบ 1:54 เชิงอรรถ r) ข้อความนี้นำมาใช้กล่าวถึงการที่กองทัพโรมันมาล้อมและยึดกรุงเยรูซาเล็ม (เทียบ ลก 21:20)

j เทียบ อพย 10:14; 11:6; 1มคบ 9:27; ยรม 30:7; บรค 2:2; ดนล 12:1; วว 16:18

k “ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้” หมายถึงชาวยิวที่ได้รับเรียกให้เข้าพระอาณาจักรของพระเจ้า คือ “ชนที่เหลือรอดชีวิตอยู่” (ดู อสย 4:3 เชิงอรรถ c; รม 11:5-7)

l การเสด็จมาของพระเมสสิยาห์จะชัดเจนเหมือนสายฟ้าแลบ พระคัมภีร์ใช้สายฟ้าแลบเป็นเครื่องหมายกล่าวถึงการที่พระเจ้าเสด็จมาพิพากษา (ดู สดด 97:4; อสย 29:6; 30:30; ศคย 9:14)

m สุภาษิตนี้หมายถึงเหตุการณ์แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะมองไม่เห็น เช่น เมื่อเห็นฝูงแร้งบินวนเหนือทะเลทราย เราก็แน่ใจว่าที่นั่นมีซากศพทั้ง ๆ ที่ยังมองไม่เห็น

n ข้อ 29 ต่อจากข้อ 25 ข้อ 26-28 เป็นข้อความที่แทรกเข้ามา

o เทียบ ยรม 4:23-26; อสค 32:7ฯ; ยอล 2:10; 3:4; 4:15; อมส 8:9; มคา 1:3-4 โดยเฉพาะ อสย 13:9-10; 34:4 ข้อความนี้ซ้ำถ้อยคำของ อสย        “อานุภาพบนท้องฟ้า” หมายถึง ดวงดาวและพลังอื่น ๆ ทั้งหลายในท้องฟ้า

p พระคริสตเจ้าทรงใช้ภาษาของวรรณกรรมแบบวิวรณ์ เพื่อสอนว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงอย่างแน่นอน แม้จะมีการเบียดเบียนและอุปสรรคมากมาย เราจึงไม่ต้องคิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นตรงตามรายละเอียดที่บรรยายไว้

q ดาเนียลใช้ถ้อยคำเช่นนี้กล่าวถึงการสถาปนาพระอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ในฐานะที่ทรงเป็นบุตรแห่งมนุษย์ที่จะเสด็จมาบนเมฆ       ทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เมฆเป็นสัญลักษณ์ของการที่พระเจ้าทรงสำแดงองค์ (อพย 13:22 เชิงอรรถ h; 34:5; ลนต 16:2; 1 พกษ 8:10-11; 2 มคบ 2:8;

สดด 18:11; 97:2; 104:3; อสย 19:1; ยรม 4:13; อสค 1:4; 10:3ฯ; ในพันธสัญญาใหม่ ดู มธ 17:5; กจ 1:9,11; 1ธส 4:17; วว 1:7; 14:14)

r แปลตามตัวอักษร “พร้อมกับแตรใหญ่” สำนวนโบราณบางฉบับว่า “พร้อมกับแตรและเสียงใหญ่”

s ข้อความนี้นำมาจาก ฉธบ 30:4 กับ ศคย 2:10 ซึ่งกล่าวถึงการรวบรวมชาวอิสราเอลที่กระจัดกระจายไป (เทียบ นหม 1:9 และ อสค 37:9 - ดู อสย 27:13) ดังนั้น ในที่นี้ เช่นเดียวกับในข้อ 22  และ 24 “ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร” นั้นคือชาวยิว ที่พระยาห์เวห์จะทรงช่วยให้รอดพ้นจากความพินาศของประเทศชาติเพื่อต้อนรับพวกเขาเข้าในพระอาณาจักรของพระองค์พร้อมกับคนต่างศาสนา (ข้อ 30)

t หมายถึงบุตรแห่งมนุษย์ซึ่งเสด็จมาสถาปนาพระอาณาจักรของพระองค์

u “เหตุการณ์ทั้งหมดนี้” หมายถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็ม ไม่ใช่การสิ้นพิภพ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเทศนาสั่งสอน พระองค์คงได้ทรงแยกสองเรื่องนี้ให้เห็นชัดเจนกว่านี้ (ดู 16:28 เชิงอรรถ n และ 24:1 เชิงอรรถ a)

v สำเนาโบราณหลายฉบับละ “และแม้แต่พระบุตร” เพราะผู้คัดลอกคิดว่าพระเยซูเจ้าในฐานะที่เป็นพระบุตรทรงทราบทุกอย่างแล้ว แต่อันที่จริงในฐานะที่ทรงเป็นมนุษย์ พระเยซูเจ้าไม่ทรงทราบถึงเหตุการณ์ในอนาคตอย่างละเอียด ผู้นิพนธ์พระวรสารมักเล่าถึงเหตุการณ์ในพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าว่าทรงมีลักษณะอันรุ่งโรจน์ในฐานะที่เป็นพระเจ้า ซึ่งบรรดาสาวกได้เรียนรู้หลังจากที่ได้รับพระจิตเจ้าแล้ว (ดู ยน 1:48 เชิงอรรถ dd; มธ 8:20 เชิงอรรถ h; 16:16 เชิงอรรถ d) แนวโน้มเช่นนี้แสดงให้เห็นในการเพิ่มรายละเอียดแก่คำทำนายถึงอนาคตของพระเยซูเจ้าให้ชัดเจนขึ้น เช่น ในการทำนายอย่างละเอียดทั้งสามครั้งถึงการรับทรมานและการกลับคืนพระชนมชีพ (มก 8:31; 9:31-32; 10:32-34//) ถ้าพระองค์ทรงทำนายล่วงหน้าชัดเจนเช่นนี้จริงแล้ว ทำไมบรรดาศิษย์จึงไม่เข้าใจและละทิ้งพระองค์ไป เมื่อทรงอยู่ในสวนเกธเสมานี (มก 17:33//; มก 14:50//; มธ 26:31 เชิงอรรถ l) ความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ของพระเยซูเจ้า (ฟป 2:7 เชิงอรรถ g) เรียกร้องให้พระองค์ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ (ลก 2:52) และบางครั้งพระองค์ก็ไม่ทราบบางเรื่องด้วย (เทียบ 26:39 เชิงอรรถ o)

w หลังจากพระเยซูเจ้าทรงกล่าวล่วงหน้าถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็มและพระอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ซึ่งจะมาถึงอย่างเปิดเผย มัทธิวเล่าอุปมา 3 เรื่องเกี่ยวกับชะตากรรมสุดท้ายของมนุษย์แต่ละคน เรื่องแรกกล่าวถึงผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจให้ทำเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวก เขาก็จะถูกตัดสินตามการปฏิบัติหน้าที่ของเขา

x “แยกออก” เป็นคำที่มีความหมายไม่ชัดเจน อาจแปลว่า “ผ่าเป็นสองซีก” หรืออาจจะใช้อย่างเปรียบ(เทียบในความหมายว่า “แยกออกจากหมู่คณะ” คือ “ถูกขับไล่” (เทียบ 18:17)

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย