Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก

I. เหตุการณ์ก่อนที่พระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศนาสั่งสอน

          การประกาศของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง

          1 1การเริ่มต้นข่าวดี aเรื่องพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าb 2มีเขียนไว้ในหนังสือประกาศกอิสยาห์ว่า

          ดูซิ เราส่งผู้นำสารของเราไปข้างหน้าท่าน

          เพื่อเตรียมทางสำหรับท่าน

          3คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า

          จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า

          จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด

4เพื่อให้ข้อความนี้เป็นจริง ยอห์นจึงทำพิธีล้างในถิ่นทุรกันดาร เทศน์สอนเรื่องพิธีล้าง ซึ่งแสดงการกลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป  5ประชาชนจากทั่วแคว้นยูเดีย  และชาวกรุงเยรูซาเล็มทั้งหลายไปพบเขา รับพิธีล้างจากเขาในแม่น้ำจอร์แดนโดยสารภาพบาปของตน  6ยอห์นแต่งกายด้วยผ้าขนอูฐ ใช้หนังสัตว์คาดสะเอวcกินตั๊กแตนและน้ำผึ้งป่า  7และประกาศว่า “มีอีกผู้หนึ่งกำลังมาภายหลังข้าพเจ้า ทรงอำนาจยิ่งกว่าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะก้มลงแก้สายรัดรองเท้าของเขา  8ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่เขาจะทำพิธีล้างให้ท่าน เดชะพระจิตเจ้า” 

          พระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          9ครั้งนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จจากเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี และทรงรับพิธีล้างจากยอห์นในแม่น้ำจอร์แดน  10ทันทีที่พระองค์เสด็จขึ้นจากน้ำ ก็ทรงเห็นท้องฟ้าถูกแหวกออก พระจิตเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์ดุจนกพิราบ  11และมีเสียงมาจากฟากฟ้าว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”

          พระเยซูเจ้าทรงถูกทดลองในถิ่นทุรกันดารd

          12ทันใดนั้น พระจิตเจ้าทรงดลให้พระองค์เสด็จเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร  13พระองค์ประทับอยู่ที่นั่นสี่สิบวัน ทรงถูกซาตานประจญ พระองค์ทรงอยู่กับสัตว์ป่า บรรดาทูตสวรรค์ปรนนิบัติรับใช้พระองค์

  1. พระเยซูเจ้าทรงประกอบพระภารกิจในแคว้นกาลิลี

          พระเยซูเจ้าทรงเริ่มประกาศข่าวดี

          14หลังจากที่ยอห์นถูกจองจำ พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังแคว้นกาลิลี ทรงประกาศเทศนาข่าวดีของพระเจ้า ตรัสว่า  15“เวลาที่กำหนดไว้มาถึงแล้วeพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด”

          พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สี่คนแรก

          16ขณะที่ทรงพระดำเนินไปตามชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี พระองค์ทอดพระเนตรเห็นซีโมนกับอันดรูว์น้องชายกำลังทอดแห เขาเป็นชาวประมง  17พระเยซูเจ้าตรัสสั่งว่า   “จงตามเรามาเถิดfเราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์”  18ซีโมนกับอันดรูว์ก็ทิ้งแหไว้ แล้วตามพระองค์ไปทันที

          19เมื่อทรงพระดำเนินไปอีกเล็กน้อย พระองค์ทอดพระเนตรเห็นยากอบบุตรของเศเบดี และยอห์นน้องชายกำลังซ่อมแหอยู่ในเรือ  20พระองค์ทรงเรียกเขาทั้งสองคนก็ละทิ้งเศเบดีบิดาของตนไว้ในเรือกับลูกจ้าง แล้วตามพระองค์ไปทันที

          พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนที่เมืองคาเปอรนาอุม ทรงรักษาคนถูกปีศาจสิง

          21พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองคาเปอรนาอุมพร้อมกับบรรดาศิษย์ เมื่อถึงวันสับบาโต พระองค์เสด็จเข้าไปในศาลาธรรม และทรงเริ่มสั่งสอน  22คำสั่งสอนของพระองค์ทำให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจอย่างมาก เพราะทรงสอนเขาอย่างทรงอำนาจไม่เหมือนกับบรรดาธรรมาจารย์

          23ขณะนั้น ในศาลาธรรมชายคนหนึ่งซึ่งปีศาจสิงอยู่gร้องตะโกนว่า  24 “ท่านมายุ่งกับเราทำไมh เยซู ชาวนาซาเร็ธ ท่านมาiทำลายเราใช่ไหม เรารู้ว่าท่านเป็นใคร  ท่านคือองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า”j  25พระเยซูเจ้าทรงดุปีศาจและตรัสสั่งว่า “จงเงียบ  ออกไปจากผู้นี้”  26เมื่อปีศาจทำให้ชายผู้นั้นชักและร้องเสียงดังแล้ว มันก็ออกไปจากเขา  27ทุกคนต่างประหลาดใจจึงถามกันว่า “นี่มันเรื่องอะไร เป็นคำสั่งสอนแบบใหม่ที่มีอำนาจ เขาสั่งแม้กระทั่งปีศาจkและมันก็เชื่อฟัง”  28แล้วกิตติศัพท์ของพระองค์ก็เลื่องลือไปทุกแห่งตลอดทั่วแคว้นกาลิลีทันที

          พระเยซูเจ้าทรงรักษามารดาของภรรยาซีโมน

          29ทันทีที่ออกจากศาลาธรรม พระองค์เสด็จlเข้าไปในบ้านของซีโมนและอันดรูว์พร้อมกับยากอบและยอห์น  30มารดาของภรรยาซีโมนกำลังนอนป่วยเป็นไข้อยู่ เขาจึงทูลพระองค์ให้ทรงทราบทันที  31พระองค์เสด็จเข้าไปจับมือนาง พยุงให้ลุกขึ้น นางก็หายไข้ นางจึงรับใช้ทุกคน

          พระเยซูเจ้าทรงรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก

          32เย็นวันนั้น เมื่อดวงอาทิตย์ตกแล้ว มีผู้นำคนป่วยและคนถูกปีศาจสิงมาเฝ้าพระองค์  33คนทั้งเมืองมารวมกันที่ประตู  34พระองค์ทรงรักษาหลายคนที่เป็นโรคต่าง ๆ ให้หาย ทรงขับไล่ปีศาจออกไป แต่ไม่ทรงอนุญาตให้มันพูด เพราะมันรู้จักพระองค์m

          พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากเมืองคาเปอรนาอุม และทรงพระดำเนินทั่วแคว้นกาลิลี

          35วันต่อมา พระองค์ทรงลุกขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เสด็จออกจากบ้านไปยังที่สงัดและทรงอธิษฐานภาวนาที่นั่น  36ซีโมนและผู้ที่อยู่กับเขาตามหาพระองค์  37เมื่อพบแล้ว  จึงทูลพระองค์ว่า “ทุกคนกำลังแสวงหาพระองค์”  38พระองค์ตรัสตอบว่า “เราไปที่อื่นกันเถิด ไปตามตำบลใกล้เคียง เพื่อจะได้เทศน์สอนที่นั่นด้วย เพราะเรามาnด้วยจุดประสงค์นี้”  39พระองค์จึงเสด็จไปเทศน์สอนตามศาลาธรรมทั่วแคว้นกาลิลี ทรงขับไล่ปีศาจด้วย

          พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนเป็นโรคเรื้อน

          40ผู้เป็นโรคเรื้อนคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ คุกเข่าอ้อนวอนว่า “ถ้าพระองค์พอพระทัย พระองค์ย่อมทรงรักษาข้าพเจ้าให้หายได้”  41พระเยซูเจ้าทรงสงสาร ตื้นตันพระทัย จึงทรงยื่นพระหัตถ์สัมผัสเขา ตรัสว่า “เราพอใจ จงหายเถิด  42ทันใดนั้น โรคเรื้อนก็หาย เขากลับเป็นปกติ  43พระเยซูเจ้าทรงให้เขาไปทันที ทรงกำชับอย่างแข็งขันว่า  44“ระวัง อย่าบอกอะไรให้ใครรู้เลย แต่จงไปแสดงตนแก่สมณะ และถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานแก่คนทั้งหลายว่าท่านหายจากโรคแล้ว”  45แต่เมื่อชายผู้นั้นจากไป เขาก็ป่าวประกาศกระจายข่าวไปทั่ว จนพระองค์ไม่อาจเสด็จเข้าไปในเมืองได้อย่างเปิดเผยอีกต่อไป พระองค์จึงประทับอยู่นอกเมืองในที่เปลี่ยว  แม้กระนั้น ประชาชนจากทุกทิศก็ยังมาเฝ้าพระองค์

1 a “ข่าวดี” หรือ “พระวรสาร” แปลจากภาษากรีก euaggelion เป็นเรื่องการสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า (ดู มธ 4:17 เชิงอรรถ f) พันธสัญญาเดิมได้กล่าวถึงข่าวดีนี้บ้างแล้ว (อสย 40:9; 52:7; 61:1) แต่พระเยซูเจ้าได้ทรงกล่าวถึงข่าวดีนี้อย่างชัดเจนโดยทรงประกาศอย่างเปิดเผย (1:14//; มธ 4:23; 9:35; ลก 4:43; 8:1; เทียบ มก 16:15) ทรงเชิญชวนมนุษย์ทุกคนให้มีความเชื่อ (มก 1:15 ดู มธ 8:10 เชิงอรรถ b; รม 1:16 เชิงอรรถ h) พระอาณาจักรของพระเจ้าได้มาถึงในองค์พระเยซูเจ้า (มธ 11:5ฯ; ลก 4:18,21) บรรดาศิษย์จะนำข่าวดีนี้ไปประกาศให้มนุษย์ทั่วโลกได้ทราบต่อจากพระองค์ (16:15; มธ 24:14ฯ; 26:13ฯ; กจ 5:42 เชิงอรรถ q; กท 2:7) ข่าวดีนี้ในขั้นแรกได้รับการประกาศด้วยปากเปล่าแล้วจึงค่อย ๆ บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรจนกระทั่งกำหนดไว้ตายตัวในหนังสือพระวรสารทั้งสี่ที่เรามี

b สำเนาโบราณบางฉบับละ “พระบุตรของพระเจ้า”

c สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ยอห์นใช้หนังอูฐแต่งกาย” (เทียบ มธ 3:4)

d มาระโกเว้นหรือไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการประจญสามครั้งซึ่งมัทธิวและลูกาได้มาจากแหล่งอื่น การกล่าวถึงสัตว์ป่าทำให้ระลึกถึงอุดมการณ์แห่งยุคพระเมสสิยาห์ตามที่ประกาศกได้กล่าวไว้ เมื่อโลกจะมีสันติเช่นในสวรรค์ (ดู อสย 11:6-9, 6 เชิงอรรถ p) การที่ทูตสวรรค์มารับใช้พระเยซูเจ้า แสดงว่าพระเจ้าทรงคุ้มครองพระองค์ (เทียบ สดด 91:11-13; มธ 4:6// ก็ยกข้อความนี้มาอ้างด้วย)

e แผนการของพระเจ้าสำเร็จไปโดยมีขั้นตอนต่อเนื่อง (1 พกษ 8:24; ปชญ 8:8; กจ 1:7 เชิงอรรถ i) เมื่อขั้นตอนสุดท้ายเริ่มขึ้น (รม 3:26 เชิงอรรถ m; ฮบ 1:2 เชิงอรรถ a) เวลา “ที่กำหนดก็มาถึงแล้ว” (กท 4:4 เชิงอรรถ c; เทียบ 1 คร 10:11) พระเจ้าไม่เพียงแต่ทรงทำให้พระคัมภีร์ (มธ 1:22 เชิงอรรถ j) หรือธรรมบัญญัติ (มธ 5:17 เชิงอรรถ h) สำเร็จไป แต่ยังทรงทำให้จุดมุ่งหมายของพันธสัญญาเดิมทั้งหมดสำเร็จไปด้วย (มธ 9:17; 26:28 เชิงอรรถ h; รม 10:4; 2 คร 3:14-15; ฮบ 10:1,14) ตอนปลายของประวัติศาสตร์ยุคสุดท้าย (1 คร 10:11; 1 ทธ 4:1; 1 ปต 1:5,20; 1 ยน 2:18) ซึ่งเป็น “จุดจบของยุคสุดท้าย” (ฮบ 9:26) จะถึงจุดจบอีกวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันสิ้นพิภพ (มธ 13:40,49; 24:3; 28:20) นี่ก็คือ “วันยิ่งใหญ่นั้น” (1 คร 15:23 เชิงอรรถ n) เป็นวันที่พระเจ้าจะทรงแสดงพระองค์ (1 คร 1:7 เชิงอรรถ c) เป็น “วันพิพากษา” (รม 2:6 เชิงอรรถ b)

f ผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกให้ติดตามพระองค์ (1:20; 2:14ฯ; มธ 19:21 เชิงอรรถ p, 27-28; ลก 9:57-62; ดู ฉธบ 13:3,5; 1 พกษ 14:8; 19:20) เพื่อจะได้ร่วมชีวิตกับพระองค์จะต้องละทิ้งทุกสิ่ง (มก 10:21, 28//; เทียบ ยน 12:24-26) สำหรับบรรดาศิษย์ซึ่งไม่รู้จักพระเยซูเจ้าเมื่อทรงพระชนม์อยู่ในโลกนี้ จะต้องติดตามพระองค์โดย “ชิดสนิท” กับพระองค์ (ฟป 3:10; 1 ยน 1:3 เชิงอรรถ b) หรือโดยปฏิบัติตามแบบฉบับของพระองค์ (2 ธส 3:7)

g “ปีศาจ” แปลตามตัวอักษรว่า “จิตโสโครก” เป็นชื่อที่ศาสนายูดาห์ใช้กับปีศาจ (ดู ศคย 13:2) เพราะมันมีมลทินไม่สมควรอย่างยิ่งจะร่วมศาสนพิธีเพราะความประพฤติชั่วช้า (ดู 3:11,30; มธ 10:1; 12:43; ลก 4:33,36)

h แปลตามตัวอักษรได้ว่า “มีอะไรระหว่างเรากับท่านด้วย” (ดู ยน 2:4 เชิงอรรถ d)

i บางฉบับไม่เป็นคำถาม

j พระเจ้าแต่พระองค์เดียวทรงเป็น “ผู้ศักดิ์สิทธิ์” และทุกสิ่งที่เป็นของพระองค์ก็ศักดิ์สิทธิ์ (ลนต 17:1 เชิงอรรถ a, 44 เชิงอรรถ f; 19:2; อสย 6:3) ความคิดนี้เป็นจริงอย่างที่สุดในกรณีของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นพระบุตรของพระเจ้า และพระเมสสิยาห์ที่ทรงเลือกสรร (มก 1:10ฯ) และทรงแต่งตั้งเป็นหัวหน้า “ประชากรศักดิ์สิทธิ์” (ดนล 7:18 เชิงอรรถ m) ซึ่งหมายถึงบรรดาผู้เลือกสรร คือกลุ่มคริสตชน (กจ 9:13 เชิงอรรถ g; เทียบ ลก 1:35; 4:34; ยน 6:69 เชิงอรรถ u; กจ 2:27; 3:14 เชิงอรรถ u; 4:17,30; วว 3:7)

k หรือแบ่งวรรคตอนอีกแบบหนึ่งได้ดังนี้ “เป็นคำสั่งสอนใหม่ เขามีอำนาจสั่งได้แม้กระทั่งปีศาจ”

l สำเนาโบราณบางฉบับว่า “พวกเขาได้ไป”

m พระเยซูเจ้าทรงห้ามไม่ให้ปีศาจกระจายข่าวว่าพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ (1:25,34; 3:12) ทรงห้ามผู้ที่พระองค์ทรงรักษาให้หายจากโรค (1:44; 5:43; 7:36; 8:26) แม้กระทั่งบรรดาอัครสาวก (8:30; 9:9) ทุกคนต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจนกว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพแล้ว (มธ 10:27 เชิงอรรถ j) ประชาชนในสมัยนั้นมีความคิดเรื่องพระเมสสิยาห์ไปในทางชาตินิยมและใช้ความรุนแรง ซึ่งตรงข้ามกับอุดมการณ์ของพระองค์อย่างสิ้นเชิง พระเยซูเจ้าจึงทรงระมัดระวังพระองค์อย่างน้อยในดินแดนอิสราเอล (ดู 5:19) เพื่อหลีกเลี่ยงการให้ภาพลักษณ์ที่ผิดและมีอันตรายเกี่ยวกับภารกิจของพระองค์ (ดู มธ 13:13 เชิงอรรถ e; ยน 6:15) บางคนคิดว่า คำสั่งให้เงียบนี้ที่เรียกกันว่า “ความลับเรื่องพระเมสสิยาห์” เป็นวิธีเขียนของมาระโกเท่านั้น แต่เป็นไปได้ว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงห้ามเช่นนี้จริง ๆ และมาระโกให้ความสำคัญพิเศษกับการห้ามนี้ ทั้ง มธ และ ลก บันทึกการห้ามนี้เฉพาะในข้อความที่ยกมาจาก มก เท่านั้น และบางครั้งยังละเว้นการห้ามเสียด้วย มธ 9:30 เท่านั้นมีการห้ามที่ไม่ได้ยกมาจาก มก

n แปลตามตัวอักษรได้ว่า “เราออกมา” นั่นคือจากเมืองคาเปอรนาอุม (ข้อ 35) นี่เป็นความหมายแรก แต่เป็นไปได้ว่ายังมีอีกความหมายหนึ่งอยู่เบื้องหลัง คือการที่พระเยซูเจ้า “เสด็จออก” มาจากพระเจ้า (ยน 8:42; 13:3; 16:27ฯ,30; เทียบ ลก 4:43)

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย