Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

19  1ปีลาตสั่งให้นำพระเยซูเจ้าไปเฆี่ยนa  2บรรดาทหารนำหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียร ให้พระองค์ทรงเสื้อคลุมสีม่วงแดง  3ทหารเข้ามาหาพระองค์และพูดว่า “กษัตริย์ของชาวยิว ขอทรงพระเจริญ” แล้วตบพระพักตร์พระองค์

4ปีลาตออกมาข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง พูดกับคนเหล่านั้นว่า “ดูเถิด เรานำชายผู้นี้ออกมา ให้ท่านรู้ว่าเราไม่พบว่าเขามีความผิดประการใด”  5แล้วพระเยซูเจ้าเสด็จออกมาข้างนอก ทรงมงกุฎหนามและเสื้อคลุมสีแดง ปีลาตพูดกับประชาชนว่า “นี่คือ คนคนนั้น”  6เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและยามรักษาพระวิหารเห็นพระองค์ก็ตะโกนว่า “เอาไปตรึงกางเขน เอาไปตรึงกางเขน” ปีลาตสั่งว่า “ท่านทั้งหลาย จงนำเขาไปตรึงกางเขนกันเองเถิด เพราะเราไม่พบว่าเขามีความผิดประการใด  7ชาวยิวตอบว่า “พวกเรามีกฎหมาย และตามกฎหมายนั้น เขาต้องตาย เพราะตั้งตนเป็นบุตรของพระเจ้า”

8เมื่อปีลาตได้ยินถ้อยคำนี้ ก็มีความกลัวมากขึ้น  9จึงเข้าไปในจวนอีก ถามพระเยซูเจ้าว่า “ท่านมาจากไหน”b พระเยซูเจ้าไม่ตรัสตอบแต่ประการใด  10ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า “ท่านไม่อยากพูดกับเราหรือ ท่านไม่รู้หรือว่า เรามีอำนาจจะปล่อยท่านก็ได้ จะตรึงกางเขนท่านก็ได้  11พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านไม่มีอำนาจใดเหนือเราเลย ถ้าท่านมิได้รับอำนาจนั้นมาจากเบื้องบน  ดังนั้น ผู้ที่มอบเราให้ท่านก็มีบาปมากกว่าท่าน”c

พระเยซูเจ้าทรงถูกตัดสินประหารชีวิต

12นับตั้งแต่นั้น ปีลาตพยายามหาทางปล่อยพระองค์ ชาวยิวตะโกนว่า “ถ้าท่านปล่อยผู้นี้ไป ท่านก็ไม่เป็นมิตรของพระจักรพรรดิ ผู้ใดตั้งตนเป็นกษัตริย์ ก็เป็นศัตรูของพระจักรพรรดิ”  13เมื่อปีลาตได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ จึงสั่งให้นำพระเยซูเจ้าออกมาข้างนอก ให้นั่งบนบัลลังก์พิพากษาในสถานที่ที่เรียกว่า “ลานศิลา” ภาษาฮีบรูว่า กับบาธาd  14วันนั้นเป็นวันเตรียมฉลองปัสกาeเวลาประมาณเที่ยงวันf ปีลาตบอกชาวยิวว่า “นี่คือกษัตริย์ของท่านทั้งหลาย”  15เขาเหล่านั้นตะโกนว่าg “เอาตัวไป เอาตัวไปตรึงกางเขน” ปีลาตถามเขาว่า “จะให้เราตรึงกางเขนกษัตริย์ของท่านหรือ” บรรดาหัวหน้าสมณะตอบว่า “พวกเราไม่มีกษัตริย์อื่น นอกจากพระจักรพรรดิ”  16ปีลาตจึงมอบพระองค์ให้เขาเหล่านั้นนำไปตรึงกางเขน

พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน

บรรดาทหารนำพระเยซูเจ้าไปประหารh  17พระองค์ทรงแบกไม้กางเขน เสด็จออกไปยังสถานที่ที่เรียกว่า “เนินหัวกระโหลก” ภาษาฮีบรูว่า “กลโกธา”  18เขาตรึงพระองค์บนไม้กางเขนที่นั่นพร้อมกับนักโทษอีกสองคน อยู่คนละข้าง พระเยซูเจ้าทรงอยู่ตรงกลาง  19ปีลาตเขียนป้ายประกาศติดไว้บนไม้กางเขนเป็นข้อความว่า “เยซู ชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของชาวยิว”  20ชาวยิวจำนวนมากได้อ่านป้ายประกาศนี้เพราะสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงนั้นอยู่ใกล้กรุงและป้ายประกาศนั้นเขียนไว้เป็นภาษาฮีบรู ละติน และกรีก  21บรรดาหัวหน้าสมณะของชาวยิวกล่าวกับปีลาตว่า ‘อย่าเขียนว่า กษัตริย์ของชาวยิว’ แต่จงเขียนว่าคนนี้ได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ของชาวยิว’  22ปีลาตตอบว่า “เขียนแล้ว ก็แล้วไปเถอะ”

ทหารแบ่งฉลองพระองค์

23เมื่อบรรดาทหารตรึงพระเยซูเจ้าแล้ว ก็นำฉลองพระองค์มาแบ่งออกเป็นสี่ส่วน นำไปคนละส่วน ส่วนเสื้อยาวของพระองค์นั้นไม่มีตะเข็บi ทอเป็นผืนเดียวตลอดตั้งแต่คอจนถึงชายเสื้อ  24เขาจึงพูดกันว่า “เราอย่าแบ่งเสื้อตัวนี้เลย เราจับสลากกันเถิด ดูว่าใครจะได้” ดังนี้ ก็เป็นจริงตามพระคัมภีร์ ที่ว่า

พวกเขานำเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาแบ่งกัน

และจับสลากเสื้อยาวของข้าพเจ้า

บรรดาทหารก็ทำเช่นนี้

พระเยซูเจ้ากับพระมารดา

25พระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงjยืนอยู่ข้างไม้กางเขนของพระองค์พร้อมกับน้องสาวของพระนางk มารีย์ภรรยาของเคลโอปัส และมารีย์ชาวมักดาลา  26เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นพระมารดาและศิษย์ที่รักยืนอยู่ใกล้ ๆ จึงตรัสกับพระมารดาว่า “แม่ นี่คือลูกของแม่”  27แล้วตรัสกับศิษย์ผู้นั้นว่า “นี่คือแม่ของท่าน”l นับตั้งแต่นั้น ศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางเป็นมารดาของตน

พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์

28หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว จึงตรัสว่า “เรากระหาย

พระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นจริงด้วย

29ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบm ยื่นถึงพระโอษฐ์  30พระเยซูเจ้าทรงจิบน้ำองุ่นเปรี้ยวแล้ว ตรัสว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว”n พระองค์ทรงเอนพระเศียร สิ้นพระชนม์o

ทหารแทงด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้า

31วันนั้นเป็นวันเตรียมฉลอง ชาวยิวไม่ต้องการให้ศพค้างอยู่บนไม้กางเขนในวันสับบาโต เพราะวันสับบาโตวันนั้นเป็นวันฉลองยิ่งใหญ่  เขาจึงขออนุญาตปีลาตให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงpและนำศพไป  32บรรดาทหารทุบขาคนทั้งสองคนซึ่งถูกตรึงพร้อมกับพระองค์  33เมื่อทหารมาถึงพระเยซูเจ้าก็เห็นqว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงมิได้ทุบขาของพระองค์ 34แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายของพระองค์ โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาrทันที  35ผู้ที่ได้เห็นsก็เป็นพยาน คำพยานของเขาน่าเชื่อถือ เขาtรู้ว่าเขาพูดความจริง เพื่อท่านทั้งหลายจะเชื่อด้วย  36เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อข้อความในพระคัมภีร์เป็นจริงว่า

กระดูกของเขาจะไม่หักแม้เพียงชิ้นเดียวu

37และข้อความอีกตอนหนึ่งว่า

เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาแทงv

การฝังพระศพ

38หลังจากนั้น โยเซฟชาวอาริมาเธีย ซึ่งเป็นศิษย์ลับ ๆ คนหนึ่งของพระเยซูเจ้าเพราะกลัวชาวยิว ขออนุญาตปีลาตอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าลง ปีลาตก็อนุญาต เขาwจึงมาอัญเชิญพระศพลง  39นิโคเดมัสซึ่งก่อนนั้นเคยมาเฝ้าพระองค์เวลากลางคืนก็มาด้วย เขานำเครื่องหอมที่ผสมด้วยมดยอบและว่านหางจระเข้ หนักประมาณหนึ่งร้อยปอนด์  40ทั้งสองคนอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้า ใช้ผ้าพันพระศพพร้อมกับใส่เครื่องหอมตามประเพณีฝังศพของชาวยิว  41สถานที่ที่พระองค์ทรงถูกตรึงนั้นมีสวนแห่งหนึ่ง สวนนี้มีคูหาขุดใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ฝังผู้ใดเลย  42เขาจึงอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าบรรจุไว้ที่นั่น เพราะวันนั้นเป็นวันเตรียมฉลองของชาวยิว และคูหาอยู่ใกล้

เรียนพระคัมภีร์กับคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร
พระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 18-19


19 a มธ และ มก เล่าเรื่องที่ทหารเยาะเย้ยและเฆี่ยนพระเยซูเจ้าไว้หลังการตัดสินประหารชีวิต แต่ ยน เล่าเหตุการณ์ทั้งสองนี้ก่อนการตัดสิน การเฆี่ยนนักโทษเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่นักโทษจะถูกตรึงกางเขน ตามปกติจึงเฆี่ยนนักโทษหลังจากถูกตัดสินแล้ว เป็นไปได้ว่า พวกทหารได้เยาะเย้ยพระเยซูเจ้าแล้วตั้งแต่ตอนกลางคืน เพื่อฆ่าเวลามากกว่าที่จะเยาะเย้ยพระองค์หลังจากที่ทรงถูกตัดสิน ก่อนที่จะถูกนำไปตรึงบนไม้กางเขน

b “ท่านมาจากไหน” มิได้หมายความว่า “ท่านมาจากตำบลใด” แต่หมายถึงความลึกลับเกี่ยวกับต้นกำเนิดของพระองค์ คือ “ท่านเป็นใคร” คำถามนี้พบแล้วหลายครั้ง เช่น ที่หมู่บ้านคานา (2:9) หญิงชาวสะมาเรีย (4:11) บรรดาอัครสาวกและประชาชน (6:5) หัวหน้าชาวยิว (7:27ฯ; 8:14; 9:29ฯ) และปีลาต ในที่สุดทุกคนต่างเผชิญกับธรรมล้ำลึกของพระเยซูเจ้าด้วยกันทั้งนั้น (16:28; 17:25) สาระของพระวรสารทั้งหมดต้องการตอบคำถามนี้ (1:13)

c ได้แก่บรรดาผู้นำชาวยิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคายาฟาส (11:51ฯ; 18:14) รวมทั้งยูดาส ผู้ทรยศซึ่งได้มอบพระองค์ให้บรรดาผู้นำชาวยิวด้วย (6:71; 13:2,11,21; 18:2,5)

d “กับบาธา” อาจหมายความถึง “ที่สูง หรือ “เนิน”

e วันเตรียมฉลองปัสกา” ในช่วงวันนี้การเตรียมสำหรับงานเลี้ยงปัสกา จะต้องทำให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน การเลี้ยงจะทำกันหลังดวงอาทิตย์ตกแล้ว (ดู อพย 12:6 เชิงอรรถ c) เนื่องจากในปีนั้น วันปัสกาตกในวันสับบาโตด้วย การเตรียมจึงต้องทำให้เสร็จตอนเย็นวันศุกร์เพื่อจะไม่ละเมิดกฎหมายหยุดงานวันสับบาโต

f “เวลาประมาณเที่ยงวัน” คือเวลาที่ชาวยิวจะต้องเก็บเชื้อแป้งในบ้านออกไปทิ้งให้หมด ระหว่างเทศกาลปัสกาจะต้องรับประทานแต่ขนมปังไร้เชื้อเท่านั้น (ดู อพย 12:15ฯ)

g สำเนาโบราณบางฉบับว่า “กล่าวว่า”

h สำเนาโบราณบางฉบับว่า “รับพระเยซูเจ้าและนำพระองค์ไป” ในข้อความตอนนี้ ยน เน้นการเป็นกษัตริย์ของพระเยซูเจ้า ดังที่เขียนไว้ในป้ายประกาศที่ปีลาตไม่ยอมแก้ไขตามคำขอร้องของหัวหน้าชาวยิว ยน เน้นการเป็นกษัตริย์ของพระเยซูเจ้าตลอดการเล่าเรื่องพระมหาทรมาน พระเยซูเจ้าทรงสามารถควบคุมสถานการณ์เมื่อทรงถูกจับกุม (18:4-11) ระหว่างการไต่สวนทั้งพระเยซูเจ้าทั้งปีลาตได้ยืนยันถึงการเป็นกษัตริย์ของพระองค์ (18:28 เชิงอรรถ d) พระองค์ทรงแบกไม้กางเขนประดุจเป็นธงประจำพระองค์ (19:17) การรับทรมานจึงเป็นช่วงเวลาที่ทรงได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง (3:35 เชิงอรรถ t; 12:32 เชิงอรรถ j)

i รายละเอียดประการนี้อาจพาดพิงถึงตำแหน่งสมณะของพระเยซูเจ้า เพราะอาภรณ์ของมหาสมณะนั้นทอโดยไม่มีตะเข็บ

j ยน เท่านั้นเล่าว่าพระมารดาทรงยืนอยู่ที่นั่นด้วย (ดู 2:1 เชิงอรรถ b)

k บางคนอธิบายว่า “น้องสาวของพระนาง” คือนางซาโลเม มารดาของบุตรเศเบดี (ดู มธ 27:56//) หรือหมายถึงมารีย์ ภรรยาของเคลโอปัส ในกรณีนี้หญิงที่ยืนใกล้ไม้กางเขนของพระเยซูเจ้าคงมี 3 คน แต่ลักษณะประโยคในภาษากรีกชวนให้คิดว่ามี 4 คน

l การอ้างถึงพันธสัญญาเดิมในข้อ 24,28,36,37 และการที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกพระมารดาโดยใช้คำ “หญิงเอ๋ย” (ที่เราแปลว่า “คุณแม่”) ทำให้เข้าใจว่าด้วยพระวาจานี้พระเยซูเจ้าไม่เพียงแต่ทรงฝากฝังพระมารดาไว้กับศิษย์ที่ทรงรักเท่านั้น แต่ทรงประกาศว่า พระนางมารีย์ทรงเป็นนางเอวาคนใหม่ และทรงเป็นมารดาในด้านจิตใจของทุกคนที่มีความเชื่อ ซึ่งศิษย์ที่ทรงรักเป็นรูปแบบและตัวแทน (เทียบ 15:10-15)

m ไม้หุสบเป็นไม้เลื้อย ชาวยิวใช้กิ่งของมันในการประพรม (ลนต 14:4; สดด 51:9) บางคนคิดว่าไม้นี้ไม่แข็งพอที่จะส่งฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าได้ จึงแก้คำนี้เป็น “หอก” (เทียบ มธ 27:48)

n หมายถึงภารกิจที่พระบิดาทรงมอบให้พระเยซูเจ้าทรงกระทำ คือการถวายตนเป็นบูชาเพื่อช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้น ยน ไม่ได้กล่าวถึงการเรียกหาพระบิดาด้วยเหมือนกับใน มธ 27:46 และ มก 15:34 แต่เน้นถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าอย่างราบคาบ (เทียบ ลก 23:46; ยน 12:27 เชิงอรรถ f)

o แปลตามตัวอักษร “พระองค์ทรงส่งจิตของพระองค์ออกไป” สำหรับ ยน การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเป็นการ “ส่งพระจิตเจ้า” ให้แก่มนุษยชาติ (1:33 เชิงอรรถ x; 20:22)

p เพื่อเร่งให้นักโทษสิ้นใจเร็วขึ้น

q สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ก็พบว่า”

r สำเนาโบราณบางฉบับว่า “น้ำและโลหิต” ความหมายของเหตุการณ์นี้ได้มาจากพระคัมภีร์สองตอนที่ ยน ได้อ้างถึง (ในข้อ 36,37) พระโลหิตแสดงให้เห็นว่า ลูกแกะได้ถูกประหารเป็นบูชาแล้วจริง ๆ  สำหรับความรอดพ้นของโลก (6:51) น้ำเป็นสัญลักษณ์หมายถึงพระจิตเจ้า แสดงว่า การถวายบูชาของพระเยซูเจ้านั้นเป็นบ่อเกิดพระหรรษทานอันอุดม บรรดาปิตาจารย์หลายท่านได้อธิบายว่า น้ำและพระโลหิตเป็นสัญลักษณ์ของศีลล้างบาป และศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนี้ ยังหมายถึงพระศาสนจักร ในฐานะนางเอวาคนที่สอง เกิดจากสีข้างของอาดัมคนใหม่ (เทียบ อฟ 5:23-32)

s “ผู้ที่ได้เห็น” ในที่นี้หมายถึงศิษย์ ในข้อ 26 ซึ่งอาจเป็น ยน เองก็ได้

t “เขา” ในที่นี้หมายถึง “ผู้ที่ได้เห็น” หรืออาจหมายถึงพระเจ้า (หรือพระคริสตเจ้า) ซึ่ง “ผู้ที่ได้เห็น” เรียกมาเป็นพยาน

u ข้อความนี้เป็นการรวมความคิดในพันธสัญญาเดิม 2 ประการเข้าด้วยกัน ความคิดแรกมาจาก สดด 34:20 ซึ่งกล่าวว่า พระเจ้าทรงป้องกันผู้ชอบธรรมที่ถูกเบียดเบียน (เทียบ ปชญ 2:18-20) ดังที่เห็นตัวอย่างใน “ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์” (อสย 53) ความคิดที่สองมาจาก อพย 12:46 เป็นกฎสำหรับการเตรียมลูกแกะปัสกา (ดู ยน 1:29 เชิงอรรถ v และ 1 คร 5:7)

v “เขาทั้งหลายจะมองดู” สำหรับ ยน “การมองดู” หมายถึง “การมองดูและเข้าใจ” ทหารโรมันเป็นสัญลักษณ์ของคนต่างศาสนาซึ่งจะกลับใจ (ดู 12:20-21,32 และเชิงอรรถ เทียบ มธ 27:54; มก 15:39 เชิงอรรถ j ดู มธ 24:30; ลก 23:47, 48; วว 1:7)

w สำเนาโบราณบางฉบับว่า “เขาทั้งหลาย”

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย