(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

เถาองุ่นแท้

15  1เราเป็นเถาองุ่นaแท้

และพระบิดาของเราทรงเป็นชาวสวน

2กิ่งก้านใดในเราที่ไม่เกิดผลb

พระองค์จะทรงตัดทิ้งเสีย

กิ่งก้านใดที่เกิดผล พระองค์จะทรงลิด

เพื่อให้เกิดผลมากขึ้น

3ท่านทั้งหลายก็สะอาดcอยู่แล้ว

เพราะวาจาที่เรากล่าวกับท่าน

4ท่านทั้งหลายจงดำรงอยู่ในเราเถิด ดังที่เราดำรงอยู่ในท่าน

กิ่งองุ่นเกิดผลด้วยตนเองไม่ได้

ถ้าไม่ติดอยู่กับเถาองุ่นฉันใด

ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ ถ้าไม่ดำรงอยู่ในเราฉันนั้น

5เราเป็นเถาองุ่น

ท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้าน

ผู้ที่ดำรงอยู่ในเรา และเราดำรงอยู่ในเขา

ก็ย่อมเกิดผลมาก

เพราะถ้าไม่มีเรา ท่านก็ทำอะไรไม่ได้เลย

6ถ้าผู้ใดไม่ดำรงอยู่ในเรา

ก็จะถูกโยนทิ้งไปข้างนอกเหมือนกิ่งก้าน

และจะเหี่ยวแห้งไป

กิ่งก้านเหล่านั้นจะถูกเก็บไปทิ้งในไฟและถูกเผา

7ถ้าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในเรา

และวาจาของเราดำรงอยู่ในท่าน

ท่านอยากได้สิ่งใด ก็จงขอเถิด

และท่านจะได้รับ

8พระบิดาของเราจะทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์

เมื่อท่านเกิดผลมาก และกลายเป็นศิษย์ของเราd

9พระบิดาของเราทรงรักเราอย่างไร

เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น

จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด

10ถ้าท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา

ท่านก็จะดำรงอยู่ในความรักของเรา

เหมือนกับที่เราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระบิดาของเรา

และดำรงอยู่ในความรักของพระองค์

11เราบอกเรื่องเหล่านี้แก่ท่านทั้งหลายแล้ว

เพื่อให้ความยินดีeของเราอยู่กับท่าน

และความยินดีของท่านจะสมบูรณ์

12นี่คือบทบัญญัติของเรา

ให้ท่านทั้งหลายรักกัน

เหมือนดังที่เรารักท่าน

13ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่

กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย

14ท่านทั้งหลายเป็นมิตรสหายของเรา

ถ้าท่านทำตามที่เราสั่งท่าน

15เราไม่เรียกท่านว่าเป็นผู้รับใช้อีกต่อไป

เพราะผู้รับใช้ไม่รู้ว่านายของตนทำอะไร

เราเรียกท่านเป็นมิตรสหาย

เพราะเราแจ้งให้ท่านรู้ทุกสิ่งที่เราได้ยินมาจากพระบิดาของเรา

16มิใช่ท่านทั้งหลายได้เลือกเรา

แต่เราได้เลือกท่าน

มอบภารกิจให้ท่านไปทำจนเกิดผล

และผลของท่านจะคงอยู่

เพื่อว่าท่านจะขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา

พระบิดาจะประทานแก่ท่าน

17เราสั่งท่านทั้งหลายดังนี้ว่า

ท่านทั้งหลายจงรักกัน

บรรดาศิษย์และโลกf

18ถ้าโลกเกลียดชังท่านทั้งหลาย

ก็จงรู้ไว้เถิดว่า โลกเกลียดชังเราก่อนแล้ว

19ถ้าท่านทั้งหลายเป็นฝ่ายโลก

โลกก็คงรักสิ่งที่เป็นของตน

แต่เพราะท่านมิได้เป็นฝ่ายโลก

และเราเลือกท่านออกมาจากโลก

โลกจึงเกลียดชังท่าน

20จงจำวาจาที่เราบอกแล้วเถิดว่า

ผู้รับใช้ย่อมไม่เป็นใหญ่กว่านายของตน

ถ้าเขาเบียดเบียนข่มเหงเรา

เขาก็จะเบียดเบียนข่มเหงท่านทั้งหลายด้วย

ถ้าเขาปฏิบัติตามวาจาของเรา

เขาก็จะปฏิบัติตามวาจาของท่านทั้งหลายด้วย

21แต่เขาจะทำทุกอย่างเช่นนี้แก่ท่าน ก็เพราะนามของเรา

เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา

22ถ้าเราไม่ได้มาสั่งสอนเขา

เขาจะไม่มีบาป

แต่บัดนี้ เขาไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับบาปของตน

23ผู้ใดเกลียดชังเรา ผู้นั้นเกลียดชังพระบิดาของเราด้วย

24ถ้าในหมู่พวกเขา เรามิได้กระทำกิจการที่ไม่เคยมีผู้อื่นกระทำเลย

เขาจะไม่มีบาป

แต่บัดนี้เขาเห็นกิจการเหล่านี้แล้ว

เขายังเกลียดชังทั้งเรา และพระบิดาของเรา

25ดังนี้พระวาจาที่เขียนไว้ในธรรมบัญญัติของเขาก็เป็นความจริง ที่ว่า

เขาทั้งหลายเกลียดชังเราโดยไม่มีเหตุผล

26เมื่อพระผู้ช่วยเหลือซึ่งเราจะส่งมาจากgพระบิดา จะเสด็จมา

คือพระจิตแห่งความจริง ผู้ทรงเนื่องมาจากพระบิดา

พระองค์จะทรงเป็นพยานให้เรา

27ท่านทั้งหลายก็จะเป็นพยานให้เราด้วย

เพราะท่านอยู่กับเรามาตั้งแต่แรกแล้ว

เรียนพระคัมภีร์กับคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร
พระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 15

15 a พันธสัญญาเดิมใช้เถาองุ่นเป็นสัญลักษณ์หมายถึงอิสราเอล (ดู อสย 5:1 เชิงอรรถ a; ยรม 2:21) ในพระวรสารสหทรรศน์ พระเยซูเจ้าทรงใช้เถาองุ่นเป็นสัญลักษณ์ของพระอาณาจักรของพระเจ้า (มธ 20:1-8; 21:28-31, 33-41//) “ผลของเถาองุ่น” หมายถึง ศีลมหาสนิทแห่งพันธสัญญาใหม่ (มธ 26:29 //) ในที่นี้ พระเยซูเจ้าทรงเรียกพระองค์เองเป็น “เถาองุ่นแท้” คืออิสราเอลแท้ ซึ่งจะเกิดผลดีไม่ทำให้พระเจ้าต้องผิดหวังอีก

b “ผล” หมายถึง การดำเนินชีวิตโดยนอบน้อมเชื่อฟังบทบัญญัติ โดยเฉพาะบทบัญญัติแห่งความรัก (ข้อ 12-17; เทียบ อสย 5:7; ยรม 2:21)

c แปลได้อีกว่า “ท่านถูกลิดแล้ว” เป็นการเล่นคำเพราะคำเดียวกันในภาษากรีกมีความหมายสองอย่าง หมายถึง “การลิด” และ “การทำให้สะอาด” (เทียบ 13:10)

d สำเนาโบราณบางฉบับว่า “และพิสูจน์ว่าเป็นศิษย์ของเรา” ดังนั้น พระบิดา “จะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในพระบุตร” 14:13; เทียบ 21:19

e หมายถึง ความสุขสมบูรณ์ของยุคพระเมสสิยาห์ ซึ่งพระบุตรของพระเจ้าทรงถ่ายทอดให้

f พระเยซูเจ้าทรงชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างความรักซึ่งกันและกัน ของบรรดาศิษย์กับความเกลียดชังของโลกต่อพวกเขา โลกจะกระทำต่อบรรดาศิษย์เช่นเดียวกับที่ได้กระทำต่อพระอาจารย์ และเมื่อโลกเบียดเบียนข่มเหงบรรดาศิษย์ก็เท่ากับเบียดเบียนข่มเหงพระเยซูเจ้าเอง (เทียบ กจ 9:5; คส 1:24)

g หมายถึงการส่งพระจิตเจ้ามาในโลก มากกว่าจะหมายถึง “การเนื่องมาจากพระบิดาภายในพระตรีเอกภาพ”