Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับนิโคเดมัส

1ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชาวฟาริสีชื่อ นิโคเดมัส เป็นหัวหน้าคนหนึ่งของชาวยิว  2เขามาเฝ้าพระเยซูเจ้าตอนกลางคืน ทูลว่า “รับบี พวกเรารู้ว่า ท่านเป็นอาจารย์ที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีใครทำเครื่องหมายอัศจรรย์อย่างที่ท่านทำได้ นอกจากพระเจ้าจะสถิตกับเขา”  3พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า  “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเห็นพระอาณาจักรของพระเจ้าaถ้าเขาไม่ได้เกิดใหม่b4นิโคเดมัสทูลถามว่า “คนชราแล้วจะเกิดใหม่ได้อย่างไรกัน เขาจะเข้าไปในครรภ์มารดาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเกิดใหม่ได้หรือ”  5พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

ถ้าเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้าc 6สิ่งใดที่เกิดจากเนื้อหนังย่อมเป็นเนื้อหนัง

สิ่งใดที่เกิดจากพระจิตเจ้า ย่อมเป็นจิต 7อย่าประหลาดใจถ้าเราบอกท่านว่า

ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดใหม่จากเบื้องบน8ลมdย่อมพัดไปในที่ลมต้องการ

ท่านได้ยินเสียงลมพัดแต่ไม่รู้ว่า ลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหนทุกคนที่เกิดจาก

พระจิตเจ้าก็เป็นเช่นนี้” 9นิโคเดมัสทูลถามพระองค์ว่า “เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร”  10พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านเป็นอาจารย์ของชาวอิสราเอล ท่านไม่รู้เรื่องเหล่านี้หรือ” 11”เราบอกความจริงแก่ท่านว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องที่เรารู้eและเป็นพยานถึงเรื่องที่เราเห็น

แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมรับคำยืนยันของเราf 12ถ้าท่านทั้งหลายไม่เชื่อเมื่อเราพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับโลกนี้ท่านจะเชื่อได้อย่างไรเมื่อเราจะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับสวรรค์g

13ไม่มีใครเคยขึ้นไปบนสวรรค์hนอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรแห่งมนุษย์เท่านั้น

14โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใดบุตรแห่งมนุษย์iก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น

15เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์jจะมีชีวิตนิรันดร16พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร17เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลกแต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น18ผู้ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่ถูกตัดสินลงโทษแต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อก็ถูกตัดสินลงโทษอยู่แล้วเพราะเขามิได้มีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้าk 19ประเด็นของการตัดสินลงโทษก็คือความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้วแต่มนุษย์รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง

เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย20ทุกคนที่ทำความชั่วย่อมเกลียดความสว่าง

และไม่เข้าใกล้ความสว่างเกรงว่าการกระทำของตนจะปรากฏชัดแจ้ง21แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความจริงlย่อมเข้าใกล้ความสว่างเพื่อให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาทำได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า”

            พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนในแคว้นยูเดีย

            ยอห์นเป็นพยานครั้งสุดท้าย

22หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จพร้อมกับบรรดาศิษย์เข้าไปในแคว้นยูเดีย พระองค์ประทับอยู่กับเขาที่นั่นและทรงทำพิธีล้างm  23ส่วนยอห์นก็ทำพิธีล้างอยู่ที่ไอโนนn ใกล้ตำบลซาลิม เพราะที่นั่นมีน้ำบริบูรณ์ ประชาชนต่างมารับพิธีล้าง  24เวลานั้น ยอห์นยังไม่ถูกจำคุก

25ชาวยิวคนหนึ่งเริ่มโต้เถียงกับศิษย์บางคนของยอห์นเรื่องการชำระล้างo  26คนเหล่านั้นจึงไปหายอห์น พูดว่า “รับบี ขณะนี้ผู้ที่เคยอยู่กับท่านที่แม่น้ำจอร์แดนฟากโน้น และท่านเป็นพยานถึงเขากำลังทำพิธีล้างอยู่ และทุกคนก็ไปหาเขา”

  27ยอห์นตอบว่า“มนุษย์มีสิ่งใดไม่ได้นอกจากสิ่งที่ได้รับจากสวรรค์” 28‘ท่านทั้งหลายก็เป็นพยานได้ที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้แล้ว “ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสตเจ้า แต่ข้าพเจ้าถูกส่งมาก่อนพระองค์”

 29ผู้ที่มีเจ้าสาวคือเจ้าบ่าวp

แต่เพื่อนเจ้าบ่าวที่ยืนฟังอยู่

ย่อมยินดีเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าบ่าว

ข้าพเจ้ามีความยินดีเช่นนี้ และความยินดีของข้าพเจ้าก็สมบูรณ์

30พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น

ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง

31ผู้ที่มาจากเบื้องบนย่อมอยู่เหนือทุกคนq

ผู้ที่มาจากแผ่นดินนี้

ย่อมเป็นของแผ่นดินนี้ และพูดอย่างคนของแผ่นดินนี้

ผู้ที่มาจากสวรรค์ย่อมอยู่เหนือทุกคนr

32เขาเป็นพยานถึงสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน

แต่ไม่มีใครยอมรับคำยืนยันของเขา

33ผู้ที่รับคำพยานยืนยันของเขา

ก็รับรองว่าพระเจ้าทรงสัตย์จริง

34ผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมานั้นย่อมกล่าวพระวาจาของพระเจ้า

เพราะพระเจ้าประทานพระจิตเจ้าให้เขาอย่างไม่จำกัดs

35พระบิดาทรงรักพระบุตร

และทรงมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระบุตรt

36ผู้ใดมีความเชื่อในพระบุตรย่อมมีชีวิตนิรันดร

ผู้ที่ไม่ยอมเชื่อฟังพระบุตร จะไม่พบชีวิตนั้น

การลงโทษของพระเจ้ากำลังอยู่เหนือเขาแล้ว’

เรียนพระคัมภีร์กับคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร
พระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 3



3 a “พระอาณาจักรของพระเจ้า” เป็นวลีที่ใช้บ่อย ๆ ในพระวรสารสหทรรศน์ (มธ 4:17 เชิงอรรถ f) แต่พบใน ยน เพียงที่นี่ และข้อ 5 เท่านั้น ยน มักจะใช้คำว่า “ชีวิต” หรือ “ชีวิตนิรันดร” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน

b คำกรีก “another” มีความหมายทั้ง “อีกครั้งหนึ่ง” และ “จากเบื้องบน” เราเลือกใช้ความหมายแรกในข้อนี้ เพราะคำถามของนิโคเดมัสในข้อ 4 แสดงว่าเขาไม่เข้าใจความหมายที่สอง

c เป็นการกล่าวพาดพิงถึงศีลล้างบาป ที่เราจำเป็นต้องรับ (ดู รม 6:4 เชิงอรรถ a)

d ทั้งในภาษากรีก และภาษาฮีบรู คำเดียวกันหมายถึงทั้ง “ลม” และ “จิต” รวมทั้ง “พระจิตเจ้า” ด้วย

e พระเยซูเจ้าไม่ได้ตรัสด้วยการริเริ่มของพระองค์เอง (7:17-18) แต่ทรงประกาศยืนยันถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเห็น “ร่วมกับพระบิดา” (1:18; 3:11; 8:38; ดู 8:24 เชิงอรรถ g) พระองค์ทรงถ่ายทอดพระวาจาและคำสอนของพระบิดาให้แก่เรา (3:34; 8:28; 12:49,50; 14:24; 17:8,14) พระองค์เองเป็นพระวาจาหรือพระวจนาตถ์ (1:1,14)

 พระวจนาตถ์ไม่ทรงอยู่เฉย ๆ แต่ทรงสร้างทุกสิ่งขึ้นมาจากความเปล่า (1:1 เชิงอรรถ a) ทรงปลุกคนตายให้กลับคืนชีพ (5:28-29; 11:43,44) ประทานชีวิตแก่วิญญาณ (5:24; 6:63; 8:51) ประทานพระจิตเจ้าผู้ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตอมตะ (1:33 เชิงอรรถ x; 20:22) ดังนั้น พระวจนาตถ์จึงทรงบันดาลให้มนุษย์เป็นบุตรของพระเจ้า (1:12; 10:35) โดยมีเงื่อนไขว่า มนุษย์ต้องมีความเชื่อในพระวจนาตถ์ (1:12) ต้อง “ดำรงอยู่ในพระองค์” (ดู 8:31) “ต้องรักษาพระวาจาของพระองค์” (8:51,55; 12:47; 14:23; 15:20; 17:6) ต้องเชื่อฟังบทบัญญัติของพระองค์ คือบทบัญญัติแห่งความรัก (13:34 เชิงอรรถ u) อย่างไรก็ตาม พระวจนาตถ์คงเป็นปริศนา (2:19 เชิงอรรถ g) ที่เข้าใจยาก (ดู 6:60; 7:36) ทรงเข้าในดวงใจที่ถ่อมตนเท่านั้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่ฟังพระวจนาตถ์หรือพระวาจาจึงตอบสนองแตกต่างกัน (7:43; 10:19) บางคนเชื่อ (4:41 7:40ฯ,46; 8:30) บางคนละทิ้งพระองค์ไปด้วยความผิดหวัง (6:66) แม้ได้เห็น “เครื่องหมายต่าง ๆ” แล้ว (2:11 เชิงอรรถ f) พระวจนาตถ์หรือพระวาจาที่ถูกปฏิเสธนี้จะพิพากษามนุษย์ทุกคนในวันสุดท้าย (12:48)

f พระวรสารของ ยน มีลักษณะการพิจารณาคดีที่ฟังพยานหลายปากด้วยกัน (ดู 5:22 เชิงอรรถ i) พยานเหล่านี้ได้แก่ ยอห์นผู้ทำพิธีล้าง (1:7-8, 15, 19; 3:26; 5:33; 10:41) พระเยซูเจ้าเองทรงเป็นพยานถึงความจริง (18:37) ทรงปรักปรำโลก (7:7) ทรงเป็นพยานถึงพระบิดา และถึงพระองค์เองในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำสารของพระบิดา (3:11,31-32; 5:26; 10:25 เทียบ 1 ทธ 6:13; วว 1:5; 3:14) จุดยอดของการพิจารณาคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อพระเยซูเจ้าถูกนำมาพิจารณาคดีต่อหน้าปีลาต (ดู 18:28 เชิงอรรถ d) พระบิดาทรงเป็นพยานถึงพระบุตร (5:31-37; 8:18) และพระจิตเจ้าก็ทรงเป็นพยานเช่นเดียวกัน (15:26 ดู 14:26; รม 8:16; 1 ยน 5:6-12) นอกจากพยานที่กล่าวมาแล้วนี้บรรดาอัครสาวก (ดู 17:20) จะร่วมเป็นพยานด้วย (15:27; 19:35; กจ 1:8 เชิงอรรถ k)

g “การเชื่อ” (ดู มธ 8:10 เชิงอรรถ b; รม 1:16 เชิงอรรถ h) ประกอบด้วย “การยอมรับพระเยซูเจ้า” (1:12; 5:43) “การรู้จักพระองค์” และพระบิดาพร้อมกับพระองค์ (10:38; 14:7) การรับรู้ว่าพระองค์เป็นพระบุตรและผู้นำสารของพระบิดา (3:16-18; 14:1,10; 17:8,21-25; 20:31;) การเข้ามาเฝ้าพระองค์ (6:35) “การเห็น” พระองค์ (6:36,40; 11:40; 20:8,29) การเห็นเครื่องหมาย (2:11 เชิงอรรถ f; 4:53; 20:31) และพยานหลักฐานอื่น ๆ (3:11 เชิงอรรถ f; 10:25) เป็นจุดเริ่มของความเชื่อซึ่งนำไปสู่ชีวิตนิรันดร (3:15 เชิงอรรถ j; 5:25; 10:26-28 เชิงอรรถ m) ความเชื่อแสดงตนในความรัก ที่ปฏิบัติตามพระวาจา และบทบัญญัติของพระเจ้า ท่าทีพื้นฐานเช่นนี้ต่อพระคริสตเจ้าจะเป็นมาตรการที่พระเยซูเจ้าจะทรงใช้ในการพิพากษามวลมนุษย์ (3:17-18, 36; 5:29,44-47)

h ในสมัยพระเยซูเจ้ามีข้อเขียนของชาวยิวหลายชิ้นอ้างว่าบางคนได้รับการเปิดเผยพิเศษจากพระเจ้า ข้อความที่พระเยซูเจ้าทรงกล่าวนี้อาจเป็นการยืนยันว่า ผู้ที่ได้รับการเปิดเผยเหล่านี้ไม่เคยขึ้นไปพบพระเจ้าในสวรรค์ พระองค์เท่านั้นเสด็จลงมาจากสวรรค์ จึงเป็นบ่อเกิดการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าโดยแท้เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ข้อความนี้ยังอาจพาดพิงถึงการที่พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ซึ่งพิสูจน์ว่าพระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์และทรงรับพระเกียรติรุ่งโรจน์ในฐานะ “บุตรแห่งมนุษย์” ด้วย

i “บุตรแห่งมนุษย์” (ดู ดนล 7:13 เชิงอรรถ k; มธ 8:20 เชิงอรรถ h; 12:32; 24:30;) จะต้องถูกยกขึ้น หมายถึง ทั้งถูกยกขึ้นตรึงบนไม้กางเขน และถูกยกขึ้นไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดา (1:51; 8:28; 12:32-34, 32 เชิงอรรถ j; 13:31-32) เพื่อจะรับความรอดพ้นได้มนุษย์จะต้อง “มองดู” พระองค์ ผู้ “ทรงถูกยกขึ้น” บนไม้กางเขน (19:37 เชิงอรรถ v; กดว 21:8; ศคย 12:10 เชิงอรรถ f) นั่นคือเชื่อว่าพระองค์เป็นพระบุตรแต่องค์เดียว (ยน 3:18) แล้วนั้นมนุษย์จะได้รับการชำระล้างด้วยน้ำ ซึ่งไหลออกมาจากพระสีข้างที่ถูกแทง (19:34; ศคย 13:1) ตำแหน่ง ”บุตรแห่งมนุษย์” ใน ยน เน้นถึงธรรมชาติมนุษย์ของพระเยซูเจ้า แม้ว่าพระองค์จะเป็นพระบุตรที่ทรงบังเกิดจากพระบิดา (ข้อ 13 และ 16:62) และทรงกระทำกิจการซึ่งแสดงล่วงหน้าถึงสิทธิพิเศษที่จะเปิดเผยอย่างชัดเจนเมื่อสิ้นพิภพก็ตาม (5:26-29; 6:27,53; 9:35)

j อาจแปลได้อีกว่า “เพื่อทุกคนที่เชื่อ จะมีชีวิตนิรันดรในพระองค์” พระเจ้า ผู้ทรงเป็นเจ้านายสูงสุดของชีวิตแต่ผู้เดียว (ปฐก 9:4-5; ฉธบ 32:39; สดด 36:10) ทรงมอบอำนาจการเป็นเจ้านายนี้ให้กับพระบุตร (ยน 5:21; 10:18 เชิงอรรถ j; 17:2) พระบุตรเองทรงเป็นชีวิต (11:25; 14:6) พระองค์ทรงชีวิตในพระองค์และประทานชีวิต (5:26) ให้แก่ผู้ที่เชื่อในพระองค์ (1:4,12; 4:14; 5:24; 6:35; 20:31) ชีวิตนี้มีน้ำเป็นสัญลักษณ์ (4:1 เชิงอรรถ a) ได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระวาจา (6:35 เชิงอรรถ k) ยน มักเรียกชีวิตนี้ว่า “ชีวิตนิรันดร” อันหมายถึงคุณสมบัติของพระเจ้าเท่านั้น ชีวิตดังกล่าวนี้จึงอยู่เหนือวัตถุ เหนือกาลเวลาและการวัดใด ๆ ทั้งสิ้น (เทียบ ปฐก 21:33; สดด 90:2; ปชญ 5:15-16; อสย 40:28) พระเจ้าทรงสัญญาจะประทานชีวิตนี้แก่ผู้ที่มีความเชื่อ (ดู 2 คร 4:18) และได้ประทานให้แล้วด้วย (ยน 3:36; 5:24; 6:40, 68; 1 ยน 2:25) แต่ชีวิตนี้จะสมบูรณ์หลังจากการกลับคืนชีพแล้วเท่านั้น (6:39-40, 54; 11:25-26 ดู 7:14;; 18:8; 19:16)

k . สำนวนภาษาฮีบรู “ชื่อ” หมายถึง ตัวบุคคล ประโยคนี้จึงหมายความว่า “เชื่อในองค์พระบุตร”

l ดู 1 ยน 3:19 เชิงอรรถ g

m บางทีพระเยซูเจ้าทรงทำพิธีล้างซึ่งมีความหมายเหมือนกับพิธีล้างของยอห์น คือแสดงการเป็นทุกข์กลับใจเพื่อเตรียมรับพระอาณาจักร

n เชื่อกันว่าไอโนน (แปลว่า “น้ำพุ”) อยู่ในลุ่มแม่น้ำจอร์แดน ประมาณ 12 ก.ม. ทางตอนใต้ของเมืองสิโธโปลิส บางคนเชื่อว่า “ไอโนน” อยู่ที่อายน์ฟาราห์ในปัจจุบัน

o “การชำระล้าง” นี้อาจหมายถึง “พิธีล้าง” นั่นเอง “ชาวยิวคนหนึ่ง” สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ชาวยิวหลายคน”

p พันธสัญญาเดิมใช้การสมรสเป็นภาพเปรียบเทียบแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับอิสราเอล (ฮชย 1:2 เชิงอรรถ b) พระเยซูเจ้าทรงประยุกต์ใช้การเปรียบเทียบนี้กับพระองค์ (มธ 9:15//; 22:1ฯ; 25:1ฯ; ดู เปาโล ใน 2 คร 11:2; อฟ 5:22ฯ) การเสด็จมาของพระเมสสิยาห์นำความยินดีมาสู่โลก (ข้อ 29) เทียบ 1:29, 36-39; 2:1-11; ดังนั้น งานวิวาห์มงคลของลูกแกะของพระเจ้า (วว 19:7; 21:2) จึงได้เริ่มแล้ว

q หรือ “เหนือทุกสิ่ง”

r สำเนาโบราณบางฉบับละคำว่า “ย่อมอยู่เหนือทุกคน”

s หรือ “กล่าวพระวาจาของพระเจ้า และประทานพระจิตเจ้าโดยไม่จำกัด”

t ตามพระราชโองการของพระบิดา ทุกสิ่ง “อยู่ในพระหัตถ์” (หรือ “อำนาจ”) ของพระบุตร (ข้อ 35; 10:28,29; 13:3; 17:2 เทียบ 6:37-39; มธ 11:27; 28:18) นี่เป็นรากฐานของอำนาจปกครอง (ยน 12:13-15; 18:36-37) ซึ่งพระบุตรจะทรงรับกลับมาอีกในวันที่จะทรง “ถูกยกขึ้น” (ยน 12:32 เชิงอรรถ j; 19:19; กจ 2:33; อฟ 4:8) และในวันนั้น “เจ้าของโลกนี้” จะสูญเสียอาณาจักรของตนไป (ยน 12:31)

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย