Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว”

9. พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเรียกคนบาป (5)

อีกคำหนึ่งที่เราพบเป็นครั้งแรกในพระวรสารตรงนี้คือ “ฟาริสี” ชาวฟาริสีเป็นชาวยิวกลุ่มหนึ่งทางศาสนาในสมัยของพระเยซูเจ้า เขามีความเชี่ยวชาญในเรื่องธรรมบัญญัติ เคร่งครัดในการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติที่บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และตามธรรมประเพณีที่ปฏิบัติและสอนกันต่อ ๆ มา

“บรรดาธรรมาจารย์ที่เป็นฟาริสี” ชาวฟาริสีบางคนมีอาชีพเป็นธรรมาจารย์ ซึ่งศึกษาธรรมบัญญัติของโมเสสลึกซึ้งมากกว่าชาวฟาริสีทั่วไป เขามีความเชี่ยวชาญเรื่องบทบัญญัติ เป็นครูสอนและรู้จักตอบปัญหาต่าง ๆ เปรียบเหมือนทนายความในสมัยของเรา คนเหล่านี้แปลกใจที่พระเยซูเจ้าทรงทำให้ทั้งกลุ่มบรรดาศิษย์และกลุ่มคนบาปนั่งโต๊ะอาหารร่วมกัน ชาวยิวที่เป็นผู้ชอบธรรมจะปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ และจะเข้าไปในบ้านของคนต่างศาสนาไม่ได้เช่นกัน

ข้อความตอนนี้ไม่บันทึกความรู้สึกของบรรดาศิษย์ แต่บันทึกปฏิกริยาของธรรมาจารย์เมื่อ “เห็นพระองค์เสวยร่วมกับคนบาปและคนเก็บภาษี จึงถามศิษย์ของพระองค์” การที่บรรดาธรรมาจารย์ไม่ได้พูดกับพระเยซูเจ้าโดยตรง แต่แสดงความแปลกใจต่อการกระทำของพระเยซูเจ้าให้บรรดาศิษย์รู้ว่า “ทำไมอาจารย์ของท่านกินอาหารกับคนเก็บภาษีและคนบาป” ก็เป็นนัยเหมือนกับว่าเตือนบรรดาศิษย์ให้ระวังตัว อย่าไปคบและร่วมโต๊ะกับคนบาปซึ่งเป็นการกระทำที่น่าอับอาย

พระเยซูเจ้าทรงได้ยินดังนั้นจึงตรัสตอบว่า “คนสบายดีไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป” พระเยซูเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้ทุกคนเข้าใจว่าความคิดนี้ไม่ถูกต้อง จึงตรัสตอบผู้    วิพากษ์วิจารณ์พระองค์ โดยทรงเปรียบเทียบพระองค์เป็นเหมือนนายแพทย์ ภารกิจของพระองค์ต่อคนบาปเปรียบเหมือนการกระทำของนายแพทย์ที่ต้องเข้าใกล้ เอาใจใส่ ไม่ดุผู้ป่วย วิเคราะห์โรคและรักษาให้หาย นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนบาปทุกคน พระเยซูเจ้าทรงใช้อุปมานี้เพื่อแสดงว่า ความสนิทสัมพันธ์ของพระองค์กับคนบาปมีพื้นฐานในภารกิจที่พระเจ้าประทานให้และไม่ทำให้พระองค์ทรงมีมลทิน แต่เป็นการเชิญชวนคนบาปให้กลับใจ เพราะหมอไม่มีหน้าที่บอกเพียงว่าผู้ป่วยเป็นโรคใดและปล่อยให้ป่วยต่อไป แต่มีหน้าที่รักษาเขาให้หาย

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราไม่ได้มา” หมายความว่าพระบิดาเจ้าทรงเป็นผู้ส่งพระเยซูเจ้า พระประสงค์ของพระเยซูเจ้าคือทรงเรียกคนบาปให้กลับใจ พระเจ้าเพียงพระองค์เดียวทรงมีอำนาจ อภัยบาป พระองค์ทรงมอบอำนาจอภัยบาปนี้แก่ “บุตรแห่งมนุษย์” นี่คือข่าวดีที่พระเยซูเจ้าทรงประกาศด้วยกิจการของพระองค์ พระเจ้าไม่ทรงเรียกร้องให้มนุษย์เป็นผู้ชอบธรรมก่อนที่พระองค์จะทรงรัก เพราะพระเจ้าทรงรักคนบาปอยู่แล้ว พระองค์ทรงเรียก ทรงเชิญชวนให้คืนดีและมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ คำที่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม ” คนชอบธรรมในที่นี้หมายถึง ผู้ที่คิดว่าตนเป็นคนดี เขาดูหมิ่นและลงโทษผู้อื่น พระเยซูเจ้าไม่ทรงช่วยผู้ที่จองหอง ผู้ที่ปิดใจไม่ยอมรับพระวาจาของพระองค์ ไม่ยอมรับคำสั่งสอนและแสงสว่าง เขาปฏิเสธพระหรรษทานที่พระเยซูเจ้าทรงนำมาให้ เขาจึงไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะเขาถือว่าตนเองเป็นผู้ชอบธรรม

b)    ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
1. เราเข้าใจและเห็นคุณค่าภารกิจของพระเยซูเจ้ายากพอ ๆ กับผู้ร่วมสมัยของพระองค์ เขาเห็นว่าการรักษาโรคมีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เราก็เช่นกัน เราอาจรู้สึกว่าสิ่งที่ต้องการฝ่ายกายมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่เราขาดในความสัมพันธ์กับพระเจ้า ความปรารถนาตามธรรมชาติที่จะพ้นจากโรคต่าง ๆ แรงกล้ากว่าความปรารถนาที่จะคืนดีกับพระเจ้า

ยิ่งกว่านั้น เราอาจจะมีอันตรายที่สูญเสียความสนใจในข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าและในการดำเนินชีวิตชิดสนิทกับพระองค์ เพราะเราไม่เห็นผลประโยชน์ทันทีในชีวิตประจำวัน ดังนั้น เราต้องพยายามก้าวหน้าในความรู้สึกละเอียดอ่อนต่อพระเจ้า เพื่อตีความหมายว่า ความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด เป็นแสงสว่าง เป็นพละกำลังที่พระเยซูเจ้าประทานให้เราเพื่อจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระอย่างแท้จริง

ถ้าเราไม่พบความหมายสำคัญของการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า ชีวิตของเราแม้จะมีสุขภาพดี ประสบความสำเร็จมากมายก็ยังเป็นชีวิตที่ผิวเผิน ในไม่ช้า เราจะรู้สึกว่าชีวิตล้มเหลว นักบุญเทเรซาแห่งอเวลาเขียนว่า “พระเจ้าพระองค์เดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องการสิ่งอื่นใดเลย” ถ้าเรามีความรู้สึกเช่นเดียวกันนี้ เราก็จะเข้าใจคุณค่าภารกิจของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงนำความรักของพระบิดาแก่เราในปัจจุบัน และประทานการคืนดีกับพระเจ้าเพื่อจะมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์