Get Adobe Flash player

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2016
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
วว 11:4-12…

(ข้าพเจ้ายอห์น ได้ยินเสียงจากวรรค์พูดกับข้าพเจ้าว่า...) 4พยานนี้คือต้นมะกอกเทศสองต้นและเชิงประทีปสองเชิงที่ตั้งอยู่เฉพาะพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าของแผ่นดิน 5ผู้ใดต้องการทำร้ายพยานนี้ ไฟจะพลุ่งออกจากปากของพยานมาเผาผลาญบรรดาศัตรู ผู้ใดต้องการทำร้ายพยาน ผู้นั้นจะต้องถูกฆ่าเช่นนี้ 6พยานนี้มีอำนาจปิดท้องฟ้ามิให้ฝนตกตลอดเวลาที่เขาประกาศพระวาจา เขามีอำนาจเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นเลือด และมีอำนาจทำให้แผ่นดินประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทุกครั้งที่เขาต้องการ

7เมื่อเสร็จสิ้นการเป็นพยานแล้ว สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากบาดาล จะสู้รบกับพยานนี้ จะมีชัยชนะและฆ่าพยาน 8ศพของพยานจะอยู่ที่ลานของนครใหญ่ ซึ่งเรียกเป็นสัญลักษณ์ว่าโสดมและอียิปต์ ณ ที่นั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเขาถูกตรึงกางเขน 9ประชาชนหลายประเทศ หลายเผ่า หลายภาษา หลายชาติจะมองดูศพของพยานอยู่สามวันครึ่ง และไม่ยอมให้นำศพไปฝังไว้ในคูหา 10ผู้อาศัยบนแผ่นดินจะยินดีที่เขาตาย จะฉลองและแลกเปลี่ยนของขวัญกัน เพราะประกาศกทั้งสองคนนี้ทรมานบรรดาผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินด้วย”
11สามวันครึ่งหลังจากนั้น พระเจ้าจะทรงเป่าลมปราณแห่งชีวิตเข้าไปในพยานทั้งสองคนเขาจะลุกขึ้นยืน ทุกคนที่แลเห็นจะหวาดกลัวอย่างมาก 12พยานทั้งสองคนได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า “จงขึ้นมาข้างบนเถิด” ทั้งสองคนจึงขึ้นไปในหมู่เมฆสู่สวรรค์ขณะที่บรรดาศัตรูกำลังมองดู

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
ประเด็นสำคัญเพื่อเข้าใจพระคัมภีร์ตอนนี้
• พยานสองคน หรือ ต้นมะกอกเทศสองต้น
o ในหนังสือประกาศกเศคาริยาห์ ต้นมะกอกเทศสองต้นเป็นสัญลักษณ์ หมายถึง โยชูวาและเศรุบบาเบล ผู้นำด้านศาสนาและด้านการเมืองของชาวยิวที่กลับจากเนรเทศ ซึ่งได้ปฏิสังขรณ์พระวิหารและสร้างเมืองขึ้นใหม่หลังการเนรเทศ
o ในที่นี้ ต้นมะกอกเทศอาจหมายถึงสองวีรบุรุษที่จะต้องสร้างพระวิหารใหม่ คือพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า ที่บรรยายไว้ใน (ข้อ 5-6,11-12) โดยใช้ลักษณะของโมเสสและเอลียาห์ (เทียบ มธ 17:3; มก 9:2-8)
o เป็นการยากจะบอกว่าวีรบุรุษทั้งสองนี้เป็นใคร บางคนเสนอว่าน่าจะเป็นเปโตรและเปาโลซึ่งถูกประหารเป็นมรณสักขีที่กรุงโรมในรัชสมัยของพระจักรพรรดิเนโร (ดู ข้อ 7-8;)

• สัตว์ที่ขึ้นมาจากบาดาล ในหนังสือวิวรณ์อาจหมายถึงจักรพรรดิเนโรผู้ทำร้ายและเบียดเบียนคริสตชน รูปแบบของผู้ต่อต้านพระคริสตเจ้า (เทียบ 13:1,18; 17:8;) และแน่นอนหมายถึงผู้มีอำนาจเบียดเบียนคริสตชน เบียดเบียนพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า

• นครใหญ่ในที่นี้คือบาบิโลน
o ในหนังสือวิวรณ์นี้หมายถึง กรุงโรม (ดู 16:19; 17:18; 18:10,16,18,19;)
o ที่นครใหญ่ในภาพของหนังสือวิวรณ์ได้ให้นามกับกรุงโรมว่า “โสโดมและอียิปต์” เพราะกรุงโรมได้กระทำผิดสองถึงสามประการ คือ
1. ปฏิเสธไม่ยอมรับผู้นำสารของพระเจ้าและกดขี่ประชากรของพระ คริสตเจ้า (ดู 17:4-6;) ในที่นี้ นครใหญ่ยังหมายถึงกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นทั้งนครศักดิ์สิทธิ์ (11:1;)
2. และยังได้ "ฆ่าบรรดาประกาศก" หรือกล่าวได้ว่าได้ฆ่าแม้กระทั้งนักบุญเปาโตรและเปาโล และบรรดาคริสตชนจำนวนมาก ที่เราได้พบและฝังอยู่ในคาตากอมบ์ที่กรุงโรม ด้วย (มธ 23:37)
3. นอกจากนั้น กรุงโรม ยังเป็นเมืองที่ฟุ้งเฟ้อ และเต็มไปด้วยราคะและการค้าขายชีวิตมนุษย์...
ข้อคำสอนและข้อไตร่ตรองสำหรับพระวาจาวันนี้

• พี่น้องที่รัก แน่นอนที่สุด หนังสือวิวรณ์แต่ละตอน รวมทั้งตอนนี้ด้วยมีความยากในที่จะเข้าใจสำหรับเราผู้อ่านในปัจจุบันเพราะมีการใส่สำนวนภาษา และใส่รหัสจำนวนไม่น้อยตามแบบของวิวรณ์.. แต่ถ้าเราถอดความอย่างดีๆ เราจะพบคำสอนและประเด็นสำคัญๆ ต่อไปนี้

• พ่อขอนำเสนอความเข้าใจข้อคำสอนของพระวาจาตอนนี้ดังนี้ครับ
o “พยานสองคน” สะท้อนถึงบุคคลที่กล้าหาญเป็นประจักษ์พยานถึงความจริงและความรักของพระเจ้า แม้ว่าจะต้องถูกเบียดเบียนข่มเหงหรือแม้แต่ต้องสะชีวิตเพื่อยืนยันถึงความรักและความจริงก็ตาม.. พยานสองคนถูกเปรียบเหมือน “ต้นมะกอกเทศ” สองต้น ต้นมะกอกเทศในความหมายของพระคัมภีร์ หมายถึง “ชีวิตนิรันดร” ความเติบโตและเกิดผลดีตลอดไป น้ำมันจากมะกอก ผลมะกอก ใบมะกอก ในบริบทของความเข้าใจต้นมะกอกคือใช้ได้ มีคุณประโยชน์ทุกส่วน ไม่มีส่วนใดที่จะต้องทิ้งให้เสียไปเลยแม้แต่น้อย ทุกส่วนใช้ประโยชน์ได้จริงๆ
o ดังนั้น การเป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิตถึง... “ความเชื่อในองค์พระคริสตเจ้าผู้ทรงรักเราจนถึงกับสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเรา” การเป็นประจักษ์พยานนี้มิได้เสียหายหรือทำให้ต้องสิ้นหวัง หนังสือวิวรณ์ยืนยันว่า พระเจ้าทรงกระทำให้พยานของพระองค์มีพลังมากมายเพื่อเป็นพลังถึงพระองค์จริงๆ กระแสโลกแม้รุนแรง ทำร้าย ต่อต้าน และทำลายชีวิตของพยานของพระเจ้า ถึงที่สุด แม้พยานต้องเสียชีวิตเพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงพระเจ้าและความรักของพระองค์ ก็อาจจะเป็นความจริงของกระแสโลก ดูเหมือนกระแสโลกจะยินดีที่ทำลายชีวิตของบรรดา “คนดี” หรือ “คนดีจะแพ้” ก็ตาม
o เพราะพระคัมภีร์ให้ภาพลักษณ์ของความชั่วร้ายของกระแสโลกและกระแสโลภ เปรียบเป็นภาพของ “สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากบาดาล จะสู้รบกับพยานนี้ จะมีชัยชนะและฆ่าพยาน” สัตว์ร้ายคือความชั่วร้ายหรือปีศาจร้ายที่เบียดเบียนบรรดาคริสตชน เบียดเบียนประชากรของพระเจ้า พี่น้องที่รัก..กระแสโลก กระแสโลภ กระแสของความเห็นแก่ตัวและไร้ศาสนาไร้พระเจ้าก็เป็นเช่นนี้จริงๆ เป็นดังสัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากบาดาลซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของที่รวมความชั่วร้ายที่ตรงกันข้ามกับพระเจ้าผู้ทรงอยู่เบื้องบน
o ดูเหมือนว่า คนดี คนมีศาสนา คนมีพระเจ้าจะต้องพ่ายแพ้จริง เพราะพยานถึงพระจ้าต้องถูกทำร้ายและทำลาย... พระคัมภีร์ให้ภาพลักษณ์แบบวิวรณ์ว่า...“ศพของพยานจะอยู่ที่ลานของนครใหญ่ ซึ่งเรียกเป็นสัญลักษณ์ว่าโสดมและอียิปต์ ณ ที่นั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเขาถูกตรึงกางเขน ประชาชนหลายประเทศ หลายเผ่า หลายภาษา หลายชาติจะมองดูศพของพยานอยู่สามวันครึ่ง และไม่ยอมให้นำศพไปฝังไว้ในคูหา ผู้อาศัยบนแผ่นดินจะยินดีที่เขาตาย จะฉลองและแลกเปลี่ยนของขวัญกัน เพราะประกาศกทั้งสองคนนี้ทรมานบรรดาผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินด้วย”
o ดูเหมือนประชาชน กระแสโลกจะเริงร่าและได้รับชัยชนะเหนือคนดี เหนือคนชอบธรรม และถ้าจะกล่าวถึงพระศาสนจักรสมัยโรมันเบียดเบียนต้องยอมรับว่า อาณาจักรโรมันได้ฆ่าทำลายคริสตชนจำนวนมาก ทำลายความนับถือพระเยซูคริสตเจ้า เราทราบเรื่องนี้ดีในประวัติศาสตร์ ซึ่งแม้แต่ท่านนักบุญเปโตรและเปาโลก็ถูกประหารชีวิตที่กรุงโรมเช่นกัน ดังนั้น ดูเหมือว่า ความเชื่อศรัทธาในพระเยซูเจ้าซึ่งแสดงออกในเรื่องพยานสองคนที่ต้องถูกทำลายและไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีใครสนใจแม้แต่จะฝังศพของเขา และประชาชนต่างก็ฉลองกันที่ศรัทธาในพระเจ้าถูกทำลาย
o แต่ถ้าเราอ่านถึงข้อสุดท้ายของพระวาจาวันนี้ เราจะเห็นความจริง ความเหนือชั้น ของความเชื่อ เหนือชีวิตเลวร้ายใต้บาดาลของสัตว์ร้ายในภาพลักษณ์ของวิวรณ์.. เพราะธรรมวิวรณ์เขียนไว้ว่า... “สามวันครึ่งหลังจากนั้น พระเจ้าจะทรงเป่าลมปราณแห่งชีวิตเข้าไปในพยานทั้งสองคนเขาจะลุกขึ้นยืน ทุกคนที่แลเห็นจะหวาดกลัวอย่างมาก พยานทั้งสองคนได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า “จงขึ้นมาข้างบนเถิด” ทั้งสองคนจึงขึ้นไปในหมู่เมฆสู่สวรรค์ขณะที่บรรดาศัตรูกำลังมองดู” มีความหมายที่พ่อสามารถถอดรหัสจากวิวรณ์ตอนนี้ได้ดังนี้
1. จำนวน “สามวันครึ่ง” ถ้าจะแปล คือ “จำนวนที่จำกัดมากๆ นิดเดียวเอง” เลข สามครึ่งในความหมายวิวรณ์คือ “จำกัด” กล่าวได้ว่า ต่อให้มีความเลวร้าย ทำให้เห็นว่า ไม่นานหรอกความเลวร้ายเอ๋ย เจ้าจะครองความชั่วเหนือคนดีได้มีนานเลย เดี๋ยวเดียวทำนั้นที่ความชั่วร้ายดูเหมือนได้รับชัยชนะแต่มันเป็นชั่วขณะเท่านั้น.... ความจริงเรื่องนี้พ่อก็เห็นจริง จากความชั่วร้ายในปัจจุบัน คนไม่ดีที่เป็นใหญ่ โกงกิน ทำร้าย ทำลาย (ทำได้แนบเนียนแบบดูดีเป็นใหญ่เป็นโตปกครองประเทศ โกงกินประเทศแบบแทบทำให้ประเทศชาติหมดเนื้อหมดตัวด้วยกลโกงและเล่ห์เหลี่ยม.. สร้างพรรค ซื้อพรรค (การเมือง) ที่สุด... ก็ได้ระยะหนึ่ง จนคนทนไม่ไหว อำนาจที่ซื้อมาแทรกซึมอยู่ แต่ก็ต้องเร่ร่อนไปกับความรวยที่ไร้ศักดิ์ศรี) ก็ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นความเลวร้ายเหมือนสัตว์ร้าย ดังเช่นจักรวรรดิโรมันเองก็ล่มสลายไปเหมือนบาบิโลน ฯลฯ
2. พระเจ้าเท่านั้นคือชัยชนะ คือ ผู้ประทานชีวิตให้แก่ผู้เชื่อในพระองค์ เหมือนพยานสองคนแม้สิ้นชีวิต แต่ “พระเจ้าจะทรงเป่าลมปราณแห่งชีวิตเข้าไปในพยานทั้งสองคนเขาจะลุกขึ้นยืน” พี่น้องที่รัก ชีวิตเราดำเนินไปในความเชื่อในพระเจ้า เดินไปในความดีเถอะครับ เรามีพลังของพระเจ้า เรามีชีวิตนิรันดร แม้ที่สุดดูเหมือนว่าความชั่วร้ายจะโดดเด่น แต่คริสตชนคนดีจะได้รับการกลับคืนชีพสู่ชีวิตนิรันดรครับ นี่คือความเชื่อของเราในพระคริสตเจ้า
3. พ่อจำมาตั้งแต่เด็ก คำสอนความเชื่อของเราคริสตชน “บ้านแท้ของเราคือชีวิตนิรันดรในสวรรค์” ดังนั้น พออยากจะบอกด้วยคำของพระคัมภีร์จริงๆครับ ชีวิตของเราคือประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้า... ไม่ต้องกลัว เราเป็นเหมือนมะกอกเทศที่มีค่าทุกอณูของชีวิตหรือทุกลมหายใจ และชีวิตของเราจะได้สันติสุขและความรอดตลอดนิรันดรเพราะเราเชื่อในพระองค์ ลมหายใจของเรามีลมแห่งชีวิตขอพระจิตเจ้าสถิตกับเรา เราจึงต้องเจริญชีวิตในกระแสโลก กระแสโลภ ด้วยพลังแห่งความรักและศรัทธาในพระเจ้าองค์ความรักเสมอไป...

• พี่น้องที่รัก และวันนั้นเมื่อวาระสุดท้ายของเราคริสตชน... เราแต่ละคนซึ่งเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้า พวกเราทุกคนจะเป็นเหมือนต้นมะกอกเทศคือชีวิตนิรันดร และเราจะเป็นดังที่พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า “พยานทั้งสองคนได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า “จงขึ้นมาข้างบนเถิด” ทั้งสองคนจึงขึ้นไปในหมู่เมฆสู่สวรรค์ขณะที่บรรดาศัตรูกำลังมองดู”

• ปลายปีพิธีกรรมแล้วครับ... พ่ออยากจะกล่าวว่า “สู้ๆนะครับ” ในการเป็นคริสตชนคนดีเสมอไป... ขอพระเจ้าอวยพรครับ

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย