Get Adobe Flash player

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2016

สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

โยบ 1:6-22

          วันหนึ่ง บุตรทั้งหลายของพระเจ้ามาเฝ้าพระยาห์เวห์ ซาตานมาอยู่ในหมู่เขาด้วย 7พระยาห์เวห์ตรัสถามซาตานว่า “ท่านมาจากไหน” ซาตานทูลตอบพระยาห์เวห์ว่า “มาจากการเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วแผ่นดิน” 8พระยาห์เวห์ตรัสถามซาตานอีกว่า “ท่านสังเกตเห็นโยบผู้รับใช้ของเราหรือไม่ ไม่มีใครในแผ่นดินเหมือนเขา เป็นผู้ชอบธรรมและเป็นคนดีพร้อม ยำเกรงพระเจ้าและหลีกเลี่ยงความชั่วร้าย” 9ซาตานทูลตอบพระยาห์เวห์ว่า “โยบยำเกรงพระเจ้าโดยไม่ได้รับผลตอบแทนเลยหรือ

       10พระองค์ไม่ได้ทรงกั้นรั้วรอบตัวเขา ครอบครัว และทุกสิ่งที่เขามีอยู่หรือ พระองค์ทรงอวยพรงานที่เขาทำ ฝูงสัตว์ของเขาทวีจำนวนขึ้นในแผ่นดิน 11แต่ขอพระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์แตะต้องสิ่งที่เขามีอยู่เถิด แล้วเขาจะสาปแช่งพระองค์เฉพาะพระพักตร์แน่ๆ” 12พระยาห์เวห์ตรัสกับซาตานว่า “ตกลง จงทำตามใจชอบกับทุกสิ่งที่เขามีอยู่เถิด แต่อย่ายื่นมือแตะต้องตัวเขาเลย” ซาตานจึงออกไปจากพระพักตร์พระยาห์เวห์


        13วันหนึ่ง เมื่อบุตรชายหญิงของเขากำลังกินและดื่มอยู่ในบ้านของพี่ชายคนโต 14มีคนมาแจ้งข่าวแก่โยบว่า “โคกำลังไถนาอยู่ และลากำลังกินหญ้าอยู่ใกล้ๆ นั้น 15ชาวเสบา ก็จู่โจมเข้ามาปล้น ใช้ดาบฆ่าผู้รับใช้ ข้าพเจ้าผู้เดียวหนีรอดมาบอกท่าน” 16 ขณะที่เขากำลังพูดไม่ทันจบ อีกคนหนึ่งก็เข้ามาแจ้งว่า “ไฟของพระเจ้าลงมาจากฟ้า เผาทั้งแพะแกะและผู้เลี้ยงจนหมด ข้าพเจ้าผู้เดียวหนีรอดมาบอกท่าน” 17ขณะที่เขากำลังพูดไม่ทันจบ อีกคนหนึ่งก็เข้ามาแจ้งว่า ชาวเคลเดียรวมกันเป็นสามกลุ่มจู่โจมเข้ามาปล้นอูฐและใช้ดาบฆ่าผู้รับใช้ ข้าพเจ้าผู้เดียวหนีรอดมาบอกท่าน” 18ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ไม่ทันจบ อีกคนหนึ่งเข้ามาแจ้งว่า “บุตรชายหญิงของท่านกำลังกินและดื่มอยู่ในบ้านของพี่ชายคนโต 19ทันใดนั้น ลมแรงพัดจากถิ่นทุรกันดารมากระทบบ้านทั้งสี่มุม บ้านนั้นก็พังทับคนหนุ่มสาวตายทั้งหมด ข้าพเจ้าผู้เดียวหนีรอดมาบอกท่าน”


        20โยบจึงลุกขึ้น ฉีกเสื้อคลุม โกนศีรษะแสดงความทุกข์ กราบลงหน้าจรดพื้น 21กล่าวว่า
“ข้าพเจ้าตัวเปล่าออกมาจากครรภ์มารดา
ข้าพเจ้าก็จะตัวเปล่ากลับไป
พระยาห์เวห์ประทานให้ พระยาห์เวห์ทรงเอาคืน
ขอถวายพระพรแด่พระนามพระยาห์เวห์”


         22ในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ โยบไม่ได้ทำบาปหรือกล่าวโทษพระเจ้า

 

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

โยบ... Faith under Fire
• หนึ่งในวรรณกรรมปรีชาญาณที่ยากที่สุด “โยบ”


• หนังสือโยบมีชื่อตามบุคคลหลักในหนังสือเล่มนี้ คือ โยบ ในภาษาฮีบรู iyyob หรือ ai-ia-ab-bu (ความหมายไม่ทราบแน่ชัด) เพราะเป็นคำที่เพี้ยนมาโดยตั้งใจก็เป็นได้... iyyob น่าจะมาจากฮีบรูทางเหนือ คือ oyyeb แปลวา “ศัตรู” เพราะตลอดเรื่องราวการเสวนา ดูเหมือนโยบเป็นคู่กรณีกับพระเจ้า กับเพื่อนๆ และทุกคน


• หนังสือโยบนี้ต้องเรียกว่า มหัศจรรย์ที่สุด เป็นยุดยอดวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่มากในยุคโบราณ “โครงสร้างหนังสือโยบ” สำคัญมาก มีความเป็นศิลปะทางวรรณกรรมสูงมาก เป็นงานชิ้นเอกของวรรณกรรมปรีชาญาณ ไม่ง่ายที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ วิธีการอ่าน ต้องเข้าใจโครงสร้างชัดๆและอ่านอย่างไตร่ตรองมากๆ

หนังสือโยบ สาระสำคัญ

 

• ปัญหาเรื่องความทุกข์ ความเจ็บป่วยของโยบ ความปรารถนาที่จะหาคำตอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แบบวรรณกรรม เป็นคำประพันธ์ เรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยดราม่ามากๆ จิตวิทยาก็มากด้วย


• หัวใจหลักคือ ธรรมล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ในความทุกข์ระทมของคนที่บริสุทธิ์ คนที่ชอบธรรมที่สุด แต่ก็ต้องความระทมทุกข์


• คำถามของหนังวรรณกรรมปรีชาญาณนี้คือ “ทำไม” Why? พระเจ้าอนุญาตให้คนบริสุทธิ์และคนชอบธรรมต้องระทมทุกข์... ตลอดหนังสือดูเหมือนพยายามหา “เหตุผล หาคำตอบที่จะต้องสามารถอธิบายต่อคำถามนี้ให้ได้”


• เบื้องหลัง
o ในอิสราเอล ประชาชนอิสราเอลมีความเชื่อมั่น พอใจ ปลอดภัย และมั่นใจว่าพระเจ้าคือหลักประกัน และมั่นใจว่าพระเจ้าจะต้องประทานรางวัลให้คนดี และลงโทษคนชั่วอย่างแน่นอน
o ความเชื่อนี้ดูเหมือนดำเนินไปอย่างไม่มีความสงสัยใดๆ... จนถึงยุคของประกาศเยเรมีย์และฮาบากุก...
       ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงเที่ยงธรรม เกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะโต้เถียงพระองค์ ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ยังอยากถามพระองค์เรื่องความยุติธรรม ทำไมวิถีชีวิตของคนชั่วร้ายจึงเจริญขึ้น เหตุไฉนผู้ทรยศทุกคนจึงอยู่อย่างเป็นสุข (ยรม 12:1)
       พระเนตรของพระองค์บริสุทธิ์เกินกว่าจะทอดพระเนตรเห็นความชั่ว หรือทรงทนมองดูการกดขี่ข่มเหงได้ แล้วทำไมพระองค์จึงทอดพระเนตรเห็นคนทรยศ และทรงนิ่งอยู่เมื่อคนอธรรมกลืนผู้ชอบธรรมกว่าตน (ฮบก 1:13)
o ช่วงเวลาของการเนรเทศ Exilic Period ชาวอิสราเอล ยูดาห์ บ่น ตัดพ้อว่าพวกเขาถูกลงโทษเพราะบาปของบรรพบุรุษ แล้วทำไมกรรมเคราะห์ต้องมาตกอยู่กับพวกตน ในช่วงเวลาเนรเทศนี่เอง
o ประกาศกเอเสเคียลได้เน้นย้ำสอนพวกเขา ที่พวกเขาต้องรับผิดต่อบาปของตน
o ช่วงใกล้สิ้นสุดการเนรเทศ อิสยาห์ที่สอง บทที่ 53 ได้ให้คำตอบเรื่องเคราะห์กรรมและการเนรเทศนี้บ้างบางส่วน... ด้วยภาพลักษณ์ของผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์ที่บริสุทธิ์แต่ต้องทุกข์ระทม “2ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์เติบโตเฉพาะพระพักตร์เหมือนต้นไม้อ่อน เหมือนรากไม้ในดินแห้ง เขาไม่มีความสง่าหรือความงามใดที่จะดึงดูดสายตาของเรา เขาไม่มีหน้าตาที่ชวนมองเลย 3ทุกคนดูถูกและเหยียดหยามเขา เขาเป็นคนที่ต้องทนทุกข์และต้องเจ็บปวด เป็นเหมือนคนที่ใครๆเบือนหน้าหนี เขาถูกสบประมาท ไม่มีผู้ใดสนใจเลย 4โดยแท้จริงแล้ว เขาแบกความทุกข์ทรมานของพวกเรา เขารับความเจ็บปวดของพวกเราไว้ แล้วเรากลับคิดว่าเขาถูกพระเจ้าทรงลงโทษถูกโบยตีและได้รับความอัปยศ 5เขาถูกแทงเพราะการล่วงละเมิดของพวกเรา ถูกขยี้เพราะความผิดของเรา การลงโทษที่นำสันติสุขมาให้เรากลับตกอยู่กับเขา รอยแผลถูกโบยตีของเขารักษาเราให้หายเป็นปกติ 6เราทุกคนหลงทางไปเหมือนฝูงแกะ ต่างคนต่างไปตามทางของตน แต่พระยาห์เวห์ทรงให้ความผิดของเราทุกคนตกอยู่กับเขา”


o ปัญหาเรื่องความทุกข์ของผู้บริสุทธิ์นี้ยากที่จะตอบ เพราะอันที่จริงคนที่เขียนหนังสือโยบ เขาเองก็ไม่เคยรู้ลิ้มรสความตายเช่นกัน...
        ผู้เขียนเชื่อในเรื่องการให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว แต่ชีวิตในโลกนี้แสนสั้นและไม่ใช่จุดจบ ชีวิตที่แสนสั้นของมนุษย์ อาจสิ้นเนื้อประดาตัว อาจยากไร้ ไม่มีความสุข และต้องสิ้นชีวิต จึงเห็นได้ว่า คนชั่วก็ต้องเจอชะตากรรมแบบนี้เพราะบาป สรุปว่าบาปทำให้ต้องทุกข์ทรมาน
         ผู้นิพนธ์ได้พยายามอย่างมากตลอดทั้งเล่มของหนังสือโยบ เพื่อปกป้องพระยุติธรรมของพระเจ้าในโลกนี้... และก็เห็นความจริงว่าคนชั่วไม่ได้ถูกลงโทษให้เห็นเสมอไป
o บทสรุปสุดท้ายของผู้นิพนธ์ แท้จริงคืออะไร
         เขาสรุปว่า ความพยายามหรือหน้าที่ที่จะค้นพบคำตอบแต่ปัญหาเรื่องนี้ ยังคงยากและไกลโพ้นเกินกำลังมนุษย์ที่จะตอบได้ ไม่มีใครสามารถตอบได้หรอก ไม่มีใครเข้าใจทั้งหมดหรือยากเกินไปที่จะเข้าใจ “ความเข้าใจประพระประสงค์ของพระเจ้า” ที่พระองค์ยอมอนุญาตให้คนดีรับทุกข์
         บอกตรงๆ ใครจะเข้าใจความลึกลับที่สุดแห่งพระปรีชาสุขุมของพระเจ้าได้หนอ

o ดังนั้น ทัศนคติของมนุษย์ต่อพระเจ้า ต่อ “หนทาง” ขอพระเจ้าคือ
          อ่อนน้อม ACCEPT ยอมรับ พระปรีชาสุขุมของพระเจ้า แม้บางครั้ง เราไม่มีวันเข้าใจได้ จนกระทั้งพระองค์จะทรงมีพระประสงค์ที่จะประทานความเข้าใจให้เรา ทำไมคนดีต้องระทมทุกข์และคนชั่วมั่งคั่งร่ำรวย
        ต้องวางใจ HOPE and TRUST ในความดี และความยุติธรรมของพระเจ้า และจะดีกว่าไหมถ้าเราจะไม่อ้างว่าเรารู้เหตุผลของพระเจ้าว่าทำไมพระองค์ไม่เลือกที่จะเปิดเผยความจริงนั้น... (ลึก)

o และโยบกล่าวว่า “2ข้าพเจ้าเข้าใจว่าพระองค์ทรงกระทำได้ทุกสิ่ง ไม่มีผู้ใดขัดขวางพระประสงค์ของพระองค์ได้ 3พระองค์เคยตรัสถามว่า ‘ผู้นี้เป็นใครที่ใช้ถ้อยคำไร้ความรู้ ทำให้แผนการของเรามืดไป’ ข้าพเจ้าจึงพูดถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ และเป็นสิ่งน่าพิศวงเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะรู้ได้ 4พระองค์เคยตรัสสั่งข้าพเจ้าให้ฟังพระองค์ตรัส และตอบคำถามของพระองค์ 5ข้าพเจ้าเคยรู้จักพระองค์เพียงจากคำพูดของผู้อื่น แต่บัดนี้ดวงตาของข้าพเจ้าแลเห็นพระองค์ 6เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงขอถอนคำพูด และเป็นทุกข์เสียใจโปรยฝุ่นดินและขี้เถ้าบนศีรษะ” (โยบ 42:3-6)


• ตกลงว่าคำตอบจากหนังสือโยบไม่มีหรือ... ต่อคำถามเรื่องความทุกข์... แน่นอนผู้นิพนธ์มีข้อสรุปที่เป็นข้อความจริงพื้นฐานของวรรณกรรมปรีชาญาณ คือ
o “บ่อเกิดของปรีชาญาณคือความยำเกรงพระเจ้า”
o การแสวงหาเหตุผลของมนุษย์ต่อความเจ็บป่วยจะต้องไม่ร่วงล้ำกล้ำเกินต่อพระอิสรภาพของพระเจ้า ใช่ มนุษย์สามารถร้องขอเหตุผลจากพระเจ้า สามารถเรียร้องถามหาคำตอบจากพระเจ้า “ทำไม” แต่ แต่ แต่ พระเจ้าจะถูกบังคับให้ต้องตอบเรากระนั้นหรือ... ถ้าเรามีปรีชาญาณแท้จริง เราคงสงบที่จะถามพระเจ้าได้จริงๆ...


• วันนี้พ่อให้อ่านบทนำโยบ เพื่อเราจะได้อ่านหนังสือโยบต่อๆไปได้ และมั่นใจว่า ชีวิตของเรา “ทุกคนคือโยบ” ในบางเวลาของชีวิต มีบางสิ่งที่พังทลายลงแล้วเราหาคำตอบไม่ได้จริงๆว่า “ทำไม” แต่เราพบในที่สุด... หนังสือโยบให้คำตอบสำคัญแก่เรา “คือท่าทีของเราในความสัมพันธ์กับพระเจ้าในยามที่ยากที่สุดของชีวิต และยามที่เราอาจเป็น “ศัตรู” กับพระเจ้าไม่ว่าด้วยเหตุผลหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เราต้องเป็นศัตรูกับพระองค์ ของเพียงเรามั่นใจ...พระเจ้าทรงสวมกอดเรา รวมทั้งความเจ็บปวดและความล้มเหลวของชีวิตเรา...


• พ่อขอพระเจ้าอวยพร ในยามที่เราเป็น “โยบ” ของชีวิต พระเจ้าจะเสด็จมาในลมหมุนอีกครั้ง เพื่อทำให้เรารู้ว่า... พระเจ้ายิ่งใหญ่ และคำตอบต่อคำถามทุกอย่าง จบลงเมื่อมีพระองค์... สงบนิ่งในพระองค์ มีพระเจ้า “เพียงพอ”

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย