Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2016

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

อสค 1:2-5,24-28………….
      2วันที่ห้าของเดือน - คือในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนทรงถูกกวาดต้อนเป็นเชลย – 3พระยาห์เวห์ตรัสกับสมณะเอเสเคียล บุตรของบุซีในแผ่นดินของชาวเคลเดีย ริมแม่น้ำเคบาร์ พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือเขาที่นั่น


     4ข้าพเจ้ามองดู ก็เห็นลมพายุพัดมาจากทิศเหนือ เห็นเมฆก้อนใหญ่ที่มีไฟล้อมอยู่ มีความสุกใสลุกอยู่โดยรอบ ตรงใจกลางกองไฟมีแสงที่มีสีเหมือนอำพันแวบวาบออกมาเหมือนไฟ 5จากกลางกองไฟนี้มีร่างสิ่งมีชีวิตสี่ตนปรากฏออกมา รูปร่างมีสัณฐานเหมือนมนุษย์ 24เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เคลื่อนไหว ข้าพเจ้าได้ยินเสียงของปีกเหมือนเสียงน้ำมากมาย เหมือนเสียงฟ้าร้องของพระผู้ทรงสรรพานุภาพ เหมือนเสียงพายุ เหมือนเสียงโกลาหลวุ่นวายในค่าย เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้หยุด ก็หุบปีกลง 25มีเสียงมาจากแผ่นฟ้าเบื้องบนเหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้

     26เหนือแผ่นฟ้าเหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งคล้ายอัญมณีสีน้ำเงิน มีลักษณะเหมือนบัลลังก์ และเหนือบัลลังก์ที่อยู่เบื้องบนนี้มีผู้หนึ่งลักษณะเหมือนมนุษย์
27แล้วข้าพเจ้าก็เห็นแสงที่มีสีเหมือนอำพันจากเหนือบั้นเอวขึ้นไป และเห็นแสงเหมือนไฟจากใต้บั้นเอวลงมา เห็นความสุกใสอยู่รอบท่านผู้นั้น 28ท่านผู้นั้นมีความสุกใสเหมือนสายรุ้งบนเมฆในวันที่ฝนตกอยู่โดยรอบ ข้าพเจ้าเห็นรูปทรงของพระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์ เช่นนี้ เมื่อเห็นแล้ว ข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงจรดพื้น และได้ยินเสียงผู้หนึ่งพูด

    1เขาพูดว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงยืนขึ้นเถิด เราต้องการพูดกับท่าน” 2ขณะที่ข้าพเจ้าได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ พระจิตก็เสด็จมาสถิตอยู่ในข้าพเจ้า ทรงทำให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น และข้าพเจ้าได้ยินพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้า 3พระองค์ตรัสว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เราส่งท่านไปพบลูกหลานอิสราเอล ไปพบชาติคนกบฏซึ่งทรยศต่อเรา เขาทั้งหลายและบรรพบุรุษเป็นกบฏต่อเราจนถึงวันนี้ 4ผู้ที่เราส่งท่านไปพบนั้นเป็นลูกหน้าด้านและใจดื้อดึง ท่านจะต้องพูดกับเขาว่า “พระเจ้าตรัสดังนี้” 5เขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ตาม คนกบฏเหล่านั้นอย่างน้อยก็จะรู้ว่ามีประกาศกอยู่ในหมู่เขา 6ส่วนท่าน บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย อย่ากลัวเขา อย่ากลัวคำพูดของเขาเลย แม้ท่านมีหนามและกอหนามล้อมอยู่ และนั่งอยู่กับแมลงป่อง อย่ากลัวคำพูดของเขาเลย อย่าท้อใจเมื่อเห็นหน้าเขา เพราะเขาเป็นพงศ์พันธุ์กบฏ 7ท่านจะต้องประกาศถ้อยคำของเราให้เขาฟัง เขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ตาม เพราะเขาเป็นพงศ์พันธุ์กบฏ

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• ประกาศกเอเสเคียล ชื่อภาษาฮีบรู “יְחֶזְקֵאל, Y'ḥez'qel,” EzekiEL แปลว่า “พระเจ้าจะทรงยกขึ้น หรือพระเจ้าทรงทำให้เข้มแข็งขึ้น”

• รากภาษาคำนี้แปลว่า “ขอพระเจ้าทรงทำให้เขาเข็มแข็งขึ้นเถิด” พระเจ้าทรงทำให้ประกาศกเอเสเคียลเข้มแข็งขึ้น เพื่อประกาศพระนามของพระองค์ เพื่อประกาศการกลับใจให้แก่ประชากรของพระองค์
o ประกาศกเอเสเคียลเกิดปี 622 ก่อนคริสตกาล ที่กรุงเยรูซาเล็ม
o และน่าจะสิ้นชีวิตประมาณปี 570 ก่อนคริสตกาล และน่าจะเป็นที่บาบิโลน
o ตามธรรมประเพณีนั้น มีหลุมศพของประกาศกองค์นี้อยู่ที่ Al Kifi ประเทศอีรักในปัจจุบัน
o เมื่อเราพูดถึงประกาศกท่านนี้ เรากำลังกล่าวถึงเวลาที่ย่ำแย่ แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประชากรของพระเจ้า “อาณาจักรยูดาห์” ในช่วงเวลาแห่งการเนรเทศไปบาบิโลน ในยามขมขื่นของอาณจักรยูดาห์
o เวลาที่เนบูคัสเนสซาร์เริ่มสยบความเย่อหยิ่งของเยรูซาเล็ม จนทำให้เยรูซาเล็มตกต่ำ
o เป็นเวลาที่พระวิหารถูกทำลายไปแล้ว (พระวิหารหลังแรกที่ซาโลมอนได้สร้าง) และเอเสเคียลนี้แหละที่เป็นประกาศกที่ท่านเป็นนิมิตรถึงพระวิหารหลังใหม่

• มารู้จักกับประกาศกองค์นี้อีกหน่อย
o เมื่อท่านอายุประมาณ 30 ปี ท่านได้ถูกอพยพไปเป็นเชลยที่บาบิโลน พร้อมกันคนชั้นสูงจากเยรูซาเล็มจำนวน 3000 คน
o นับเป็นการเริ่มการเนรเทศไปบาบิโลน ไปอยู่ที่ริมแม่น้ำเคบาร์ (เหมือนกับที่พระคัมภีร์วันนี้เล่า) ณ ที่นั่น ท่านได้เห็นภาพนิมิต ท่านได้เผชิญหน้ากับพระเจ้า ได้อยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
o และหลังจากนั้น ท่านได้ทำนายถึงการที่พระวิหารเยรูซาเล็มจะถูกทำลายซึ่งไม่มีใครเชื่อเช่นนั้น และได้ต่อต้านมากมาย ท่านเป็นประกาศกในช่วงเวลาเดียวกับเยเรมีย์ ซึ่งเวลานั้น เยเรมีย์ได้อยู่ที่เยรูซาเล็มและทำนายว่าพระวิหารจะถูกทำลาย แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเช่นกัน
o เหตุผลเพราะชาวยิวมีความไว้ใจในพระวิหาร ไว้ใจในความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้าง คือ พระวิหารและบ้านเมืองเยรูซาเล็ม พระราชวัง และความแข็งแกร่งของกำแพงนคร ระบบบริหารการจัดการต่างๆ ของเยรูซาเล็ม...
o ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะเชื่อได้ ไม่เชื่อว่า พระวิหารและนครเยรูซาเล็มจะถูกทำลายได้ แม้พวกเขาจะเหลวไหล เหลวแหลกสักเท่าไร พระวิหารก็ไม่มีวันถูกทำลาย
o จนที่สุดปี 587 ก่อนคริสตกาลพระวิหารก็ถูกทำลายลงจริงๆ และเอเสเคียลหลังจากนั้น ท่านได้เห็นภาพนิมิตเรื่องการสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ตามที่เราพบในพระคัมภีร์วันนี้ในหนังสือประกาศกเอเสเคียล
o ชื่อของท่านน่าฟัง ในยามที่ชาติและศาสนาต้องตกต่ำใครเล่าจะยกขึ้น ใครเล่าจะทำให้เข็มแข็งขึ้น ฤาว่าอิสราเอลและยูดามาถึงจุดที่เรียกว่าอวสาน
o แต่ไม่อย่างไรเสีย อิสราเอลและยูดาห์ก็จะจบโดยไม่มีความหวังไม่ได้เด็ดขาด...
o เหตุว่า พระเจ้าทรงฤทธานุภาพ พระองค์ทรงสามารถ “ยกขึ้น” อีกครั้งหนึ่งเสมอ
o พระองค์ทรงสามารถยกประชากรของพระองค์ขึ้น ยกขึ้นให้สูงอีกครั้ง พระเจ้าสามารถประทานความหวังอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน..... เพราะพระองค์คือผู้ทรงพลานุภาพ ทรงสามารถยกขึ้นเสมอ เมื่อพระองค์ต้องการ

• พี่น้องที่รัก วันนี้พ่ออยากให้อ่านหนังสือประกาศกเอเสเคียลจริงๆ ในบรรยากาศของความดื้อดึงดัน และไม่ยอมกลับใจมาหาพระเจ้า พระเจ้าตรัสในนิมิตของเอเสเคียลหนักจริงๆ

• พ่อเพิ่มเติมให้อ่านมากกว่าในมิสซา คือให้ต่อบทที่สองนิดหน่อยถึงพระดำรัสของพระเจ้า
o เพราะประชากรของพระเจ้าดื้อดึงและด้านเหลือเกิน
o ดูเหมือนว่า หมดหนทางแต่พระเจ้าก็ไม่ปล่อยให้พวกเขาพินาศ ทรงเตือน ตีสอน แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้ง
o เอเสเคียลถูกเรียกแม้ในดินแดนเนรเทศแห่งบาบิโลน ที่ริมแม่น้ำเคบาร์ เรียกเพื่อส่งให้ไปเตือนประชากรของพระองค์ให้กลับใจ และยังทรงสัญญาว่าจะให้มีพระวิหารขึ้นใหม่ในอนาคต
o ดูเหมือนว่า ประชากรจะดื้อจริงๆ แต่พระเจ้าก็ใจดีจริงๆ เพราะพระองค์คือพระเจ้าพระองค์ไม่ปล่อยให้พินาศตลอดไป...
o พระเจ้าส่งเอเสเคียลไปพูดกับประชากรอิสราเอลทั้งมวล วันนี้เมื่อได้อ่านพระคัมภีร์เอเสเคียล เราน่าจะคิดถึงเวลานั้นที่ประชากรต้องได้รับการตีสอน และพระเจ้าตรัสกับเอเสเคียลค่อนข้างแรงจังเลยนะครับ สำหรับความเหลวแหลกของประชากร

• พ่อคิดว่า คำเตือนเหล่านี้เตือนสอนใจเราคริสชนแม้ในปัจจุบันได้ดี กับความดื้อ ความเป็น “ลูกหน้าด้าน” ดังที่พระเจ้าได้ตรัสกับประชากรผ่านเอเสเคียล พระวาจาวันนี้สามารถสอนเราครับ
o สอนสังคมของเราที่เต็มไปด้วยความหนาและใจปิดสนิทต่อความจริงและความดี ชีวิตสังคมที่ขาดความรักและเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
o พระคัมภีร์กำลังสอนเราให้เห็นว่า พระเจ้าสามารถเรียก เตือนสอนและจะยกชีวิตทางศีลธรรมจรรยาและศาสนาที่ตกต่ำให้เข้มแข็งขึ้นใหม่อีกแน่นอน
o สอนชีวิตของพระศาสนจักรและสังคมคริสตชนและตัวเราได้ดีครับ เสียงของประกาศกกำลังเตือนเราให้ไม่ดื้อกับพระเจ้า ไม่ให้ดื้อกับเสียงมโนธรรมและเสียงของความจริงและความดีที่ร้องเตือนเรา เสียงเล็กๆของคนยากไร้ที่ร้องขอความรักเมตตา และความเป็นธรรมจากเราทุกคน
o สอนชีวิตของมนุษย์เราในยุคปัจจุบัน ให้เราไม่ด้านเกินไปกับเสียงของพระองค์
o ทั้งนี้เพื่อเราจะสามารถมีสำนึกและตระหนักถึงความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรา
o และถ้าจะให้ดี พ่อขอให้เราได้ฟังเสียงประกาศกเอเสเคียล และขอให้เราสำนึกถึงความบกพร่อง ความดื้อดึงของเราที่มีต่อพระเจ้า....
o เราควรดื้อดึงต่อไปหรือ ในเมื่อพระเจ้าพระบิดาโดยทางพระเยซูเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขน เป็นการประกาศความจริงว่าพระองค์ทรงรักเราถึงเพียงนี้เสมอ ทรงให้โอกาสเราเสมอ และที่สำคัญที่สุดทรงรักเราเสมอไม่ได้ขาดเลย

• พี่น้องที่รักครับ... พ่อเชิญชวนเราทุกคนเลยนะครับ
1. ให้เราเป็นคริสตชนที่ใบหน้าไม่ด้านหนาดึงดันในการทำความผิด กระแสโลกที่รุนแรง แต่เราต้องเป็นคริสตชนที่มีใบหน้าสดใส แสนอ่อนโยน และสวยงามด้วยความรักของพระเจ้า
2. กระแสโลก กระแสโลภ กระแสหลง ทำให้คนเราบ่อยครั้ง ไม่รู้สึกรู้สาต่อความผิดบกพร่องหรือความอยุติธรรมที่มนุษย์ได้กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จนกระทั่งการเอาเปรียบเรารัด รัดกันให้หมดทางสู้และขาดเสรีภาพแท้จริง
3. ชาติบ้านเมืองของเราผ่านความด้านหนาแห่งความฉ้อโกง กลโกง และความอยุติธรรมของคนบางกลุ่มมานาน กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง กลุ่มพรรคพวก กลุ่มอิทธิพล ลักษณะเหล่านี้ต้องเตือนเรา ให้เรามุ่งมั่นจะเจริญชีวิตเพื่อ “ยกขึ้น” ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม และบัญญัติแห่งความรักเสมอในหมู่เราคริสตชนทุกคน
4. ขอให้เราได้พิจารณาจริงๆ...แม้จะยกระดับยากหน่อย เพราะการออกทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ... ตอนนี้ไม่มีอำนาจที่ซื้อได้ ก็ต่อสู้สุดๆที่จะด้านดึงดันกันต่อไป จะเอาให้ได้ “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เราส่งท่านไปพบลูกหลานอิสราเอล ไปพบชาติคนกบฏซึ่งทรยศต่อเรา เขาทั้งหลายและบรรพบุรุษเป็นกบฏต่อเราจนถึงวันนี้ ผู้ที่เราส่งท่านไปพบนั้นเป็นลูกหน้าด้านและใจดื้อดึง...”
5. ขอให้เราทุกคนได้เจริญชีวิตเป็นคริสตชนที่แสนดีเสมอนะครับ ขอพระเจ้าทรงยกบรรดาพี่น้องของเราที่ต้องตกต่ำเพราะความอยุติธรรมทั้งหลาย โดยเฉพาะบรรดาคนยากไร้ ขอพวกเราได้ก้าวออกไปเพื่อช่วยให้ได้รับการ “ยกขึ้น” สู่ศักดิ์ศรีแห่งพระพรของพระเจ้าเสมอไป...

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย