Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2016

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

อมส 3:1-8; 4:11-12…
1ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังพระวาจานี้ที่พระยาห์เวห์ตรัสคาดโทษท่านทั้งหลาย และคาดโทษชนทั้งเผ่าที่เราได้นำขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ ว่า
2 “ในบรรดาชนเผ่าทั้งหลายบนแผ่นดิน เราได้เลือกท่านเท่านั้น
เราจึงจะลงโทษท่านเพราะความผิดทั้งหมดของท่าน”


3“คนสองคนจะเดินไปด้วยกันได้หรือ
ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อน
4สิงโตจะคำรามในป่าได้หรือ
ถ้าไม่มีเหยื่อ
สิงห์หนุ่มจะร้องออกมาจากถ้ำหรือ
ถ้าจับอะไรไม่ได้
5นกจะลงมาติดกับบนพื้นดินได้หรือ
ถ้าไม่มีผู้ใดวางกับดักไว้
ถ้าไม่มีอะไรเข้าไปติด
กับจะลั่นขึ้นจากพื้นดินได้หรือ
6ถ้ามีเสียงเป่าแตรเขาสัตว์ในเมือง
ประชาชนจะไม่ตกใจกลัวหรือ
หายนะจะตกกับเมืองหนึ่งได้หรือ
ถ้าพระยาห์เวห์ไม่ทรงทำให้เกิดขึ้น”

7“ใช่แล้ว พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงทำสิ่งใด
ถ้าไม่ทรงเปิดเผยความลับแก่บรรดาประกาศกผู้รับใช้ของพระองค์
8สิงโตคำรามแล้ว ผู้ใดจะไม่กลัวบ้าง
พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแล้ว ผู้ใดจะไม่ประกาศพระวาจาเล่า”
11“เราพลิกท่านให้คว่ำเหมือนพระเจ้าทรงเคยคว่ำเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์
ท่านทั้งหลายเป็นเหมือนดุ้นฟืนที่ถูกดึงออกมาจากกองไฟ
ถึงกระนั้น ท่านทั้งหลายก็ยังไม่กลับมาหาเรา”
- พระยาห์เวห์ตรัส –

12“เพราะเหตุนี้ อิสราเอลเอ๋ย เราจะทำกับท่านเช่นนี้
อิสราเอลเอ๋ย จงเตรียมตัวไปพบพระเจ้าของท่านเถิด
เพราะเราจะทำกับท่านเช่นนี้”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• “พระเจ้าทรงเตือนและคาดโทษอิสราเอล”
o ดื้อมากนักต้องคาดโทษกันบ้าง
o อิสราเอลดื้อเหลือเกิน
o กระทำอยุติธรรมกันเหลือเกิน...
o ไม่คาดโทษบ้างคงไม่หราบจำและไม่ยำเกรงพระเจ้ากันเสียเลยกระมัง...

• จำบรรยากาศความย่ำแย่ของประชาชนสมัยอาโมสได้ไหมครับ... เรามาทบทวนกันนิดหนึ่งครับ เมื่อวานพ่อได้นำเสนอไปแล้ว แต่วันนี้ก่อนที่จะทำให้พระเจ้าต้องคาดโทษ เราต้องดูว่าการกระทำของอิสราเอลก็น่าคาดโทษจริงๆมิใช่หรือ... ชาวอิสราเอลปฏิบัติกับเพื่อนพี่น้องเช่นนี้
o ขายคนขัดสนเพื่อรองเท้าแตะคู่เดียว
o เขาทั้งหลายได้เหยียบย่ำศีรษะของคนยากจนลงไปในฝุ่นของแผ่นดิน
o ทำให้หนทางของผู้ต่ำต้อยต้องหันเหไป
o บุตรและบิดาเข้าหาหญิงสาวคนเดียวกัน
o เขาใช้เสื้อผ้าที่ยึดเป็นประกันมาปูนอนอยู่ข้างพระแท่นบูชาทุกแท่น
o เขาดื่มเหล้าองุ่นที่เป็นค่าปรับจากประชาชนในบ้านพระเจ้าของตน

• ความประพฤติของประชากรของพระเจ้าช่างย่ำแย่จริงๆ ไม่ไหวจริง พ่อเห็นว่า มีสิ่งหนึ่งที่พระเจ้ายอมไม่ได้จริงๆ คือ “ความอยุติธรรม”

• พี่น้องที่รักครับ พ่ออยากให้เราได้พิจารณาสถานการณ์ของโลกปัจจุบันของเราอีกหน่อย... ปัญหาของสังคมที่อยุติธรรมที่พระสันตะปาปาฟรังซิสได้สอน และได้ย้ำเตือนเราคริสตชนอย่างหนักให้เราหันไปหาคนยากจน และให้คนยากจนเป็นเป้าหมายแรกของการเลือกของเราคริสตชนจริงๆ

• พ่อคิดว่าเราต้องติดตามเรื่องราวของความยากไร้ ความด้อยโอกาส และการถูกกระทำอยุติธรรมในสังคมโลกปัจจุบันกันให้มากเป็นพิเศษจริงๆ เพื่อเราจะอ่านประกาศกอาโมสอย่างมีความหมายมากขึ้นเสมอ

• ข้อน่าสังเกตสำหรับโลกปัจจุบัน เรื่อง “คนยากไร้” วันนี้พ่ออยากให้เราคริสตชนได้ไตร่ตรองลึกๆนิดหนึ่งในเชิงธุรกิจที่ดูเหมือนเจริญมากๆ มีห้างร้านใหญ่ๆที่เรารู้สึกว่านำความเจริญมาสู่ประเทศของเรามากๆ ดูเหมือนว่าเรามีห่างสรรพสินค้าที่สุดยอด และยิ่งที่ยิ่งมีมากขึ้น ห้างใหญ่ๆที่เราเห็นเติบโต...

• อันที่จริงก็เป็นของตระกูลใหญ่ๆไม่กี่ครอบครัวเท่านั้น... อุตสาหกรรมผลิตอาหารก็เป็นของไม่กี่ครอบครัวไม่กี่คน... คนส่วนน้อยเป็นเจ้าของร้านค้าใหญ่ๆทั่วประเทศ และอีกทั้งร้านค้าปลีกที่เปิด 24 ชั่วโมงแบบไม่เคยมีมาก่อน... ดูว่าเป็นความเจริญ ดี พ่อไม่ปฏิเสธเลย แต่วันนี้พ่ออยากพาให้เราได้ไตร่ตรองความจริงลึกๆกว่าที่เราได้เห็น...
o คนส่วนน้อยมากๆ ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ผลิต เป็นเจ้าของธุรกิจรูปแบบต่างๆ แต่คนส่วนใหญ่ คนส่วนใหญ่จริงๆ รวมทั้งแรงงานที่ต้องเข้าไปร่วมทำงานผลิตเอง ก็ต้องกลับเป็นเพียงผู้ซื้อหรือผู้บริโภคเท่านั้น... โอกาสที่จะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและได้เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ผลิตนั้นหมดโอกาสเลยครับ
o จะดีหรือ จะถูกต้องหรือที่มนุษย์โดยเฉพาะคนยากจนในสังคมของเราควรถูกมองว่าเป็นเพียงผู้บริโภคสินค้าเท่านั้น
o ผู้ค้าที่มั่งคั่งร่ำรวย... บริษัทใหญ่โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ ร่ำรวยมาก ร่ำรวยสุดๆ กลับมองคนยากไร้ คนด้อยโอกาส คนหาเช้ากินค่ำ เป็นเพียง ผู้บริโภคที่ต้องมาซื้อของๆตนเท่านั้น บรรดาคนร่ำรวย ครอบครัวหรือตระกูลร่ำรวย ซึ่งรวยมากอยู่แล้วกลับนั่งคิดทุกวันว่าจะทำอย่างไรที่จะขาย ขาย ขาย และดึงเอาเงินจากกระเป๋าคนยากจน แน่นอนคนส่วนใหญ่ยังยากจน...
o แต่ปัญหาคือ คนอื่นๆ รอบตัวของนักค้าขายหรือคนร่ำรวยที่สุด...พวกเขาถูกมองเป็นผู้บริโภค หรือบ่อยครั้ง แย่กว่านั้น ถูกมองว่า เป็นเหยื่อของการค้าขาย ที่ต้องหาวิธีทางให้พวกเขาต้องอยาก ต้องซื้อ และบริโภค ให้มากที่สุด ใช้กลไกลการตลาดผูกขาดชีวิตเสรีภาพ เลือกได้ เลือกได้ ในสิ่งเสนอให้เลือกเท่านั้น... คือ ไม่มีทางเลือกนั่นเอง
o และอันที่จริง บรรดาคนยากไร้ กลับกลายเป็นเพียงผู้บริโภคสินค้า พวกเขาทุกคนนั้นเป็นมนุษย์ และอันที่จริงทุกคนต่างก็มีความต้องการทางด้านสังคม วัฒนธรรม และศาสนาด้วย
o เมื่อแนวทางของคนที่มองคนยากไร้เป็นเพียงผู้บริโภค ดังนั้นประเทศต่างๆที่มีแนวคิดเช่นนี้ การเมือง การบริหารก็ลงเอยทางเดียวกัน คือพยายามสร้างรัฐระบบประชานิยมและรัฐสวัสดิการนิยมเสริมความอยาก ซึ่งอันที่จริง เป็นการลดคุณค่าความหมายและความสำคัญของคนยากไร้ลงไปให้เป็นเพียงผู้รับ หรือผู้บริโภคเท่าเท่านั้น
o ความเป็นจริงแล้วทุกคนต้องได้รับเกียรติ ศักดิ์ศรี บรรดาคนยากไร้ควรถูกนับว่า เป็นผู้ผลิตหรือได้มีส่วนในการเป็นเจ้าของหรือมีส่วนในการผลิตและภูมิใจด้วย
o ถ้าบรรดาคนยากไร้ จะได้มีโอกาสมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสร้างความมั่งคั่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานที่มีคุณค่าหรือได้มีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการ หรือได้เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม พวกเขาควรรวมอยู่ในวงจรเศรษฐกิจนี้ด้วย แต่ความเป็นจริง ธุรกิจข้ามชาติ เขาไม่ได้ข้ามมาแต่เราไปพาเขาข้ามมาและมาข้ามหน้าพวกเรากันเอง... ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ได้ทำลายโอกาส และได้ทำให้คนยากไร้กลายเป็นเพียงแค่ลูกค้าของคนรวยเท่านั้น...
o นอกจากนั้น สภาพของเศรษฐกิจของสังคมโลก สังคมไทยปัจจุบันนั้น ต้องหันกลับมากเน้นการกระจายความพอเพียงและทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยุติธรรม เรื่องนี้จะเกิดได้จริงก็ต่อเมื่อได้เริ่มจากการรวมคนยากไร้มาอยู่ในกระบวนการผลิตสินค้าและ เปิดโอกาสให้พวกเขาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจด้วยจริงๆเท่านั้น...

• รุกลามไปทุกระดับจริงๆ ขนาดอาชีพที่ดูว่าน่าจะได้เป็นเจ้าของกิจการเองก็เป็นไปได้.. แท็กซี่ จักรยานยนต์รับจ้าง
o คนที่ทำอาชีพแบบนี้ดูว่าจะภูมิใจได้เป็นเจ้าของกิจการอาชีพ
o กลับต้องกลายเป็นผู้เช่า ต้องผ่อน ค่ารถ ค่า “คิว” ค่า “เสื้อวิน” ค่า “ป้าย” คำพวกนี้มาได้อย่างไร
o สรุปคนยากไร้ก็กลายเป็นผู้บริโภคไปอีก... ขับรถทั้งวันทั้งคืน แต่ตนเองก็กลายเป็นเพียงผู้บริโภคที่มีนายทุนเป็นเจ้าของค่าย เจ้าของเต็นท์ เจ้าของคิว รุกลามไปหมด...

• ทุกคนกลายเป็นลูกค้าไปหมดเลยจริงๆ... โรงพยาบาล ผู้ป่วยก็กลายเป็นลูกค้าไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น อันนี้เด็ดจริงๆพ่อเองเคยได้ยินกับหูเลยจริงๆ สุสาน เจ้าหน้าที่สุสานกล่าวถึงญาติของผู้ล่วงลับที่มาติดต่อสุสานและเรียกพวกเขากับเจ้าหน้าที่สุสานคนอื่นๆว่า “ลูกค้า” นั่นอาการหนักใช่ไหมครับ...

• ขอบคุณพระเจ้าที่เราคงไม่ และไม่มีวันที่จะเรียกลูกวัดว่า “ลูกค้า” เช่นกัน... ต้องไม่เป็นเช่นนั้น เป็นอันขาด... อย่านะ อย่าเรียกคนที่มาวัดว่าลูกค้านะครับ พวกเขาเป็นลูกๆของคุณพ่อครับ และคุณพ่อก็คือ “คุณพ่อ” คือ “พ่อ” ไม่ใช่ “พ่อค้า” นะครับ

• พี่น้องที่รักครับ... คนยากไร้ถูกกระทำทุกยุคทุกสมัยจากความอยุติธรรมของคนที่ขาดคุณธรรม หรือคนร่ำรวย และซ้ำร้ายมากๆ เมื่อคนร่ำรวยที่ถือศาสนาและทำให้ศาสนา ความเชื่อ เป็นโอกาสกดขี่ข่มเหงมากขึ้นไปอีก... แบบที่สำนวนไทยเรียกว่า “มือถือสากปากถือศีล” อะไรทำนองนี้

• บทเรียนจากหนังสือประกาศกอาโมสทำให้เราได้เห็นความบอบช้ำของคนยากไร้ และความหน้าซื่อใจคดของคนที่มีศาสนา จนกระทั่ง จนกระทั่งพระเจ้าต้อง “เตือนและคาดโทษชาวอิสราเอล”

• อ่านบทอ่านวันนี้อีกครั้งนะครับ เราจะได้เห็นว่า
o พระเจ้าทรงเตือนหนัก คาดโทษจริงๆ สำหรับความอยุติธรรมและการย่ำยีคนยากไร้ และพ่อคิดว่า ถ้าเราคริสตชนได้อ่านพระคัมภีร์วันนี้ และพิจารณาความเจ็บปวดและความอยุติธรรมในสมัยของอาโมส และความพิจารณาไตร่ตรองเพื่อนพี่น้องผู้ยากไร้ของยุคสมัย และศักดิ์ศรีที่ถูกลดทอนให้เป็นเพียงผู้บริโภคในทุกๆรูปแบบจนขาดอิสรภาพและโอกาสจะได้เป็นผู้ผลิตหรือมีส่วนในความเป็นเจ้าของ ผลตามมาก็คือเกิดทาสเศรษฐกิจตลอดไปนั่นเอง...

• พระวาจาของพระเจ้า การคาดโทษของพระเจ้าน่าจะเตือนพวกเราให้หันกลับมาคิดถึงคนยากไร้ คนด้อยโอกาส แลไม่กระทำให้คนอื่นๆ กลายเป็นเพียงลูกค้าหรือบ่อยครั้งกลับเป็นเหยื่อทางเศรษฐกิจของยุคสมัยเท่านั้น... ให้เราอ่านบางส่วนของพระคัมภีร์วันนี้อีกทีนะครับ
o ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังพระวาจานี้ที่พระยาห์เวห์ตรัสคาดโทษท่านทั้งหลาย และคาดโทษชนทั้งเผ่าที่เราได้นำขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ ว่า
o “ในบรรดาชนเผ่าทั้งหลายบนแผ่นดิน เราได้เลือกท่านเท่านั้น เราจึงจะลงโทษท่านเพราะความผิดทั้งหมดของท่าน”
o “ใช่แล้ว พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงทำสิ่งใด ถ้าไม่ทรงเปิดเผยความลับแก่บรรดาประกาศกผู้รับใช้ของพระองค์
o อิสราเอลเอ๋ย จงเตรียมตัวไปพบพระเจ้าของท่านเถิด

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย