Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 12 เมษายน 2016

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา 

          วันนี้ในมิสซากำหนดให้อ่าน กจ 7:51-8:1a คงน่าเสียดายมากถ้าเราไม่ได้อ่านคำปราศรัยของสเทเฟนทั้งหมด นักบุญลูกาได้ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์แห่งความรอด “ความเชื่อ” ของเราคริสตชนไว้ในคำปราศรัยของสเทเฟนอย่างน่าทึ่งที่สุด ถ้าเราไม่ได้อ่านทั้งหมดก็น่าเสียดายจริงๆ


• พ่ออยากให้เราได้อ่านครับ เพราะนี่เป็นปัสกาแล้ว และเราเชื่ออะไร ใครคนแรกที่ยอมตายเพื่อความเชื่อนี้ คำตอบคือ ปฐมมรณะสักขีสเทเฟนครับ ไม่อ่านไม่ได้ครับ
o เพราะเราเชื่อในพันธสัญญาเดิมที่นำมาสู่พันธสัญญาใหม่ เราเชื่อในการนำทางของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์ จนมาถึงพระเยซู ซึ่งเป็นความครบครันแห่งพระสัญญาของพระเจ้า และ
o เราเชื่อในแผนการณ์แห่งประวัติศาสตรความรอด... ตั้งแต่พันธสัญญาเดิมจนถึงพันธสัญญาใหม่.. ความต่อเนื่องของข้อความเชื่อนี้
o พี่น้องครับ พวกเราได้มีความรู้ ความเชื่อ และเห็นพระเจ้าในพระคัมภีร์ตลอดพันธสญญาเดิมไหม... เราชัดเจนไหม นี่เป็นโอกาสดีครับ...

• ถ้าเรามีโอกาสอ่านกิจการอัคสาวก คือ อ่านคำปราศรัยต่างๆที่ลูกกาได้เรียบเรียงไว้ เราจะได้ไปถึงข้อความเชื่อ “Kerygma” “เกริกมา” คือข้อความเชื่อของอัครสาวกเลยครับ ดังนั้น วันนี้ ให้เรามาทบทวนความเชือของเราดีๆครับ จะมีความสุขกับความเชื่อของเรามากๆ อ่านด้วยกันยาวกว่าในบทอ่านในมิสซานะครับ

• ความจริง เราคริสตชน ต้องเชี่ยวชาญและมองเห็นพระเจ้าตลอดพันธสัญญาเดิมจนถึงพระเยซูครับ นี่เป็นโอกาสดีครับ ปีละครั้ง เรามาทบทวนประวัติศาสตร์แห่ความรอดกันครับ

วันนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพียงขอให้เราได้อ่านคำปราศรัยเปี่ยมความเชื่อของสเทเฟน พ่อคิด่าคุ้มค่ามากเหลือเกินแล้ว เรามาอ่านกันนะครับ...

กจ 7:1-8:1a…. วันนี้อ่านข้อความเชื่อประวัติศาสตร์แห่งความรอดให้จุใจเลยนะครับ.....

7 1 มหาสมณะถามสเทเฟนว่า “ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นความจริงหรือ” 2สเทเฟนตอบว่า ท่านมหาสมณะและพี่น้องทั้งหลาย จงฟังข้าพเจ้าเถิด

• พระเจ้าผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ได้แสดงพระองค์แก่อับราฮัมบรรพบุรุษของเรา ขณะที่เขายังอยู่ในแคว้นเมโสโปเตเมียก่อนที่จะไปอยู่ที่แผ่นดินฮาราน 3พระองค์ตรัสกับเขาว่า “จงละทิ้งแผ่นดินของท่านและญาติพี่น้องของท่านไปยังแผ่นดินที่เราจะแสดงแก่ท่าน
o 4อับราฮัมจึงออกจากแผ่นดินของชาวเคลเดียไปอยู่ที่ฮาราน หลังจากบิดาของอับราฮัมตาย พระเจ้าทรงย้ายเขาให้มาอยู่ในแผ่นดินนี้ที่ท่านทั้งหลายอยู่จนถึงบัดนี้ 5พระเจ้ามิได้ให้อับราฮัมมีสมบัติใด ๆ เป็นมรดกในแผ่นดินนี้แม้แต่แผ่นดินกว้างเท่าฝ่าเท้า แต่พระองค์ทรงสัญญาจะประทานแผ่นดินนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่เขาและแก่เชื้อสายของเขาในภายหลัง แม้ว่าเวลานั้นอับราฮัมยังไม่มีบุตร
o 6พระเจ้าตรัสว่า “เชื้อสายของอับราฮัมจะไปอาศัยในแผ่นดินของคนต่างชาติ จะตกเป็นทาสและถูกกดขี่เป็นเวลาสี่ร้อยปี 7”แต่เราจะตัดสินลงโทษชนชาติที่ทำให้เขาเป็นทาส” พระเจ้าตรัส “หลังจากนี้เขาจะออกจากแผ่นดินนั้นและถวายคารกิจแก่เรา ณ สถานที่นี้”
o 8พระเจ้าประทานพันธสัญญาซึ่งมีพิธีสุหนัตเป็นเครื่องหมายให้อับราฮัม อับราฮัมให้กำเนิดอิสอัคและทำพิธีสุหนัตให้อิสอัคในวันที่แปด อิสอัคให้กำเนิดยาโคบและยาโคบให้กำเนิดบรรพบุรุษทั้งสิบสองคนของเรา

• 9บรรดาบรรพบุรุษของเราอิจฉาโยเซฟจึงขายโยเซฟเป็นทาสให้ถูกนำตัวไปยังประเทศอียิปต์ แต่พระเจ้าสถิตอยู่กับเขา 10และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความทุกข์ยากทุกประการ พระองค์ประทานปรีชาญาณให้ เขาจึงเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์ฟาโรห์แห่งประเทศอียิปต์ กษัตริย์ฟาโรห์ทรงแต่งตั้งโยเซฟให้ปกครองประเทศอียิปต์และเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดของพระองค์

• 11เมื่อเกิดกันดารอาหารทั่วแผ่นดินอียิปต์และคานาอัน ก็มีความทุกข์ยากอย่างใหญ่หลวง บรรดาบรรพบุรุษของเราไม่มีอาหารเลี้ยงชีวิต 12เมื่อยาโคบได้ยินว่ามีข้าวขายในประเทศอียิปต์ จึงส่งบรรดาบรรพบุรุษของเราไปที่นั่นเป็นครั้งแรก 13ในครั้งที่สองโยเซฟแสดงตนให้พี่น้องรู้ว่าตนเป็นใคร กษัตริย์ฟาโรห์จึงทรงทราบถึงวงศ์ตระกูลของโยเซฟด้วย 14หลังจากนั้นโยเซฟส่งคนไปรับยาโคบผู้บิดาและญาติพี่น้องทุกคนเป็นจำนวนเจ็ดสิบห้าคน 15ยาโคบลงไปยังประเทศอียิปต์ เขาและบรรดาบรรพบุรุษของเราสิ้นชีวิตที่นั่น 16ศพของเขาทั้งหลายถูกย้ายมาอยู่ที่เมืองเชเคมและถูกฝังไว้ในสุสานซึ่งอับราฮัมซื้อไว้ด้วยเงินจากบุตรของฮาโมร์ บิดาของเชเคม

• 17เมื่อจวนถึงเวลาที่พระเจ้าจะทรงกระทำให้พันธสัญญาที่ประทานแก่อับราฮัมเป็นจริง จำนวนประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศอียิปต์ 18ต่อมากษัตริย์องค์ใหม่ทรงขึ้นปกครองประเทศอียิปต์ พระองค์ไม่ทรงรู้จักโยเซฟเลย 19จึงทรงใช้อุบายมาทำร้ายชาติของเรา โดยทรงบังคับให้บรรพบุรุษของเรานำทารกไปทิ้งให้ตาย 20โมเสสเกิดมาในเวลานั้นเอง เขาเป็นเด็กน่ารักมาก ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในบ้านบิดาของเขาเป็นเวลาสามเดือน 21เมื่อเขาถูกนำไปทิ้ง พระธิดาของกษัตริย์ฟาโรห์ทรงเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม 22ดังนั้น โมเสสจึงได้เรียนรู้วิชาความรู้ทุกอย่างของชาวอียิปต์ และเป็นคนสำคัญเพราะคำพูดและการกระทำของเขา

• 23เมื่อโมเสสอายุสี่สิบปี เขาต้องการไปเยี่ยมพี่น้องชาวอิสราเอลทั้งหลาย 24เมื่อเห็นชาวอิสราเอลคนหนึ่งถูกทำร้าย เขาจึงเข้าไปป้องกันและฆ่าชาวอียิปต์ที่ข่มเหงเป็นการแก้แค้น 25โมเสสคิดว่าพี่น้องคงเข้าใจว่าพระเจ้ากำลังทรงใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยชาวอิสราเอลให้รอดพ้น แต่ชาวอิสราเอลไม่เข้าใจเช่นนั้น 26วันรุ่งขึ้น โมเสสพบชาวอิสราเอลสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ เขาพยายามไกล่เกลี่ยทั้งสองคนให้คืนดีกัน กล่าวว่า “เพื่อนเอ๋ย ท่านเป็นพี่น้องกัน ทำไมท่านจึงทำร้ายกันเล่า 27แต่คนที่ทำร้ายเพื่อนบ้านผลักเขาออกไป ถามว่า “ใครแต่งตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าและผู้พิพากษาของพวกเรา 28ท่านต้องการฆ่าข้าพเจ้าอย่างที่ท่านฆ่าชาวอียิปต์เมื่อวานนี้หรือ” 29เมื่อได้ยินเช่นนี้ โมเสสจึงหนีไปอยู่ในแผ่นดินมีเดียน ที่นั่นเขาให้กำเนิดบุตรชายสองคน

• 30เวลาผ่านไปสี่สิบปี ทูตสวรรค์องค์หนึ่งปรากฏให้โมเสสเห็นในเปลวไฟของพุ่มไม้ที่กำลังลุกไหม้ในถิ่นทุรกันดารแห่งภูเขาซีนาย 31โมเสสรู้สึกประหลาดใจในสิ่งที่ตนเห็น และขณะที่เข้าไปดูใกล้ ๆ นั้น เขาได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า ตรัสว่า 32”เราเป็นพระเจ้าของบรรดาบรรพบุรุษของท่าน พระเจ้าของอับราฮัม ของอิสอัคและของยาโคบ” โมเสสกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง 33แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงถอดรองเท้าออก เพราะที่ที่ท่านยืนอยู่นี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ 34เราเห็นประชากรของเราถูกกดขี่ข่มเหงในประเทศอียิปต์แล้ว เราได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของเขา เราจึงลงมาเพื่อช่วยเขาให้เป็นอิสระ ถึงเวลาแล้ว มาเถิด เรากำลังจะส่งท่านกลับไปยังประเทศอียิปต์”

• 35โมเสสผู้นี้ถูกชาวอิสราเอลปฏิเสธ ด้วยคำพูดที่ว่า “ใครแต่งตั้งให้ท่านเป็นหัวหน้าและผู้พิพากษาของเรา” แต่พระเจ้าทรงส่งเขาไปเป็นหัวหน้าและผู้ไถ่กู้ โดยทางทูตสวรรค์ที่ปรากฏมาในพุ่มไม้ 36เขานำชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ โดยทำปาฏิหาริย์และเครื่องหมายอัศจรรย์ต่าง ๆ ในแผ่นดินนั้น ที่ทะเลแดงและในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบปี

• 37ผู้นี้คือโมเสสที่กล่าวกับบรรดาบุตรของอิสราเอลว่า “พระเจ้าจะทรงบันดาลให้ประกาศกคนหนึ่งเหมือนข้าพเจ้าเกิดขึ้นเพื่อท่านจากกลุ่มพี่น้องของท่าน” 38ผู้นี้อยู่ในที่ชุมนุม ในถิ่นทุรกันดาร เป็นคนกลางระหว่างทูตสวรรค์ที่ตรัสบนภูเขาซีนาย กับบรรพบุรุษของเรา เขาได้รับพระวาจาทรงชีวิต มามอบให้เรา 39บรรพบุรุษของเราไม่ยอมเชื่อฟังเขา ยิ่งกว่านั้นได้ปฏิเสธไม่ยอมรับเขา ต้องการ จะกลับไปประเทศอียิปต์อีก 40บรรพบุรุษของเราได้กล่าวกับอาโรนว่า “จงสร้างรูปพระซึ่งจะนำหน้าเราให้เราเถิด เพราะเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแก่โมเสสผู้นี้ซึ่งนำเราออกมาจากประเทศอียิปต์”

• 41ในโอกาสนั้น เขาทั้งหลายปั้นรูปลูกโคตัวหนึ่ง แล้วถวายเครื่องบูชาแก่รูปเคารพนั้น และชื่นชมผลงานจากมือของตน 42แต่พระเจ้าทรงเบือนพระพักตร์ไปจากเขา ทรงปล่อยเขาให้กราบไหว้ดวงดาวในท้องฟ้า ดังที่มีเขียนไว้ในหนังสือของบรรดาประกาศกว่า
“พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย
ท่านทั้งหลายนำเครื่องบูชาและของถวายมาให้เราในถิ่นทุรกันดารตลอดเวลาสี่สิบปีหรือ
43เปล่าเลย ท่านแบกกระโจมของพระโมลอค
และดาวของพระเรฟานซึ่งเป็นรูปเคารพที่เจ้าปั้นขึ้นเพื่อนมัสการ
ดังนั้น เราจะเนรเทศท่านให้ไปไกลกว่าบาบิโลนอีก

• 44บรรพบุรุษของเรามีกระโจมนัดพบในถิ่นทุรกันดารดังที่พระเจ้าตรัสบัญชาให้โมเสสสร้างขึ้นตามแบบที่เขาเห็น 45บรรพบุรุษของเราได้รับกระโจมนั้น

• และสมัยของโยชูวาเขาเหล่านั้นนำกระโจมเข้ามาในแผ่นดินของชนต่างศาสนาที่พระเจ้าทรงขับไล่ออกไปต่อหน้าบรรพบุรุษของเรา

• กระโจมนี้คงอยู่จนถึงสมัยกษัตริย์ดาวิด 46กษัตริย์ดาวิดทรงเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า และทรงขอสร้างที่พำนักสำหรับพระเจ้าของยาโคบ 47แต่กษัตริย์ที่ทรงสร้างที่พำนักถวายแด่พระเจ้าคือกษัตริย์ซาโลมอน 48แม้กระนั้น องค์พระผู้สูงสุดก็มิได้ทรงพำนักอยู่ในสิ่งก่อสร้างจากมือมนุษย์ ดังที่ประกาศกกล่าวไว้ว่า
49”สวรรค์เป็นบัลลังก์ของเรา แผ่นดินเป็นที่วางเท้าของเรา
ท่านทั้งหลายจะสร้างบ้านชนิดใดให้เรา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
หรือสถานที่ใดจะเป็นที่พักผ่อนของเรา
50มิใช่มือของเราที่สร้างสิ่งทั้งมวลเหล่านี้หรือ”

• 51”ท่านผู้ดื้อรั้น ใจกระด้างและหูตึงทั้งหลายเอ๋ย ท่านต่อต้านพระจิตเจ้า อยู่เสมอ บรรพบุรุษของท่านเคยทำเช่นไร ท่านก็ทำเช่นนั้น 52มีประกาศกคนใดบ้างที่บรรพบุรุษของท่านมิได้เบียดเบียน เขาฆ่าผู้ที่ประกาศล่วงหน้าถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงชอบธรรม และบัดนี้ท่านทั้งหลายก็ทรยศและฆ่าพระองค์ด้วย 53ท่านทั้งหลายได้รับธรรมบัญญัติผ่านทางทูตสวรรค์ แต่ก็หาได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัตินั้นไม่”54เมื่อได้ฟังดังนั้น ทุกคนรู้สึกขุ่นเคืองเจ็บใจ ขบฟันคำรามเข้าใส่สเทเฟน

• 55สเทเฟนเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า เพ่งมองท้องฟ้า มองเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และเห็นพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ เบื้องขวาของพระเจ้า 56จึงพูดว่า “ดูซิ ข้าพเจ้าเห็นท้องฟ้าเปิดออก และเห็นบุตรแห่งมนุษย์ทรงยืนอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า” 57ทุกคนจึงร้องเสียงดัง เอามืออุดหู วิ่งกรูกันเข้าใส่สเทเฟน 58ฉุดลากเขาออกไปนอกเมืองแล้วเริ่มเอาหินขว้างเขา

• บรรดาพยานนำเสื้อคลุมของตนมาวางไว้ที่เท้าของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “เซาโล” 59ขณะที่คนทั้งหลายกำลังเอาหินขว้างสเทเฟน สเทเฟนอธิษฐานภาวนาว่า “ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดรับวิญญาณของข้าพเจ้าด้วย” 60เขาคุกเข่าลงและร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดอย่าทรงลงโทษพวกเขาเพราะบาปนี้เลย” เมื่อกล่าวดังนี้แล้ว เขาก็สิ้นใจ 8 1เซาโลเป็นคนหนึ่งที่เห็นชอบกับการที่สเทเฟนถูกฆ่า

-----------------------------

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• เรื่องราวของสเทเฟนที่ท่านได้ปราศรัยต่อหน้าประชาชนและมหาสมณะ

• ท่านนักบุญลูกาบันทึกไว้ในหนังสือกิจการอัครสาวกอย่างครบถ้วนซึ่งคำปราศรัย ลูกาได้บันทึกคำพูดของสเทเฟส นี่คือเป็นเทคนิคของลูกา คือให้ผู้อ่านได้ทบทวนถึงระวัติศาสตร์แห่งความรอดที่มาสุกงอมมาเรื่อยจนกระทั่งมาครบครันในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า
o ในมิสซาเราได้อ่านเพียงตอนปลายของบทที่ 7 ซึ่งอันที่จริงบทนี้เรียกว่า ยาวมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะอยู่ในคำปราศรัยของสังฆานุกรมรณะสักขีองค์แรกที่ยอมตายเพื่อความเชื่อในพระเยซูเจ้า

• ท่านนักบุญสเทเฟนประกาศ และท่านนักบุญคือตัวอย่างของเรา
o เพื่อยืนยันว่าเรารู้จักพระเยซูเจ้าจริงๆ
o เราต้องรู้จักพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม หรือประวัติศาสตร์แห่งความรอดอย่างดีๆ

• นักบุญลูกาบันทึก คำปราศรัยของสเทเฟนนี้ ต้องการชี้ให้เห็นว่า
o นี่คือสรุปความรู้ประวัติศาสตร์ความรอดจริงๆ คือ
o จำเป็นต้องรู้จักพระเยซูเจ้าอย่างลึกซึ้งที่สุด
o ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ของพันธสัญญาเดิมอย่างดีที่สุด...

• คำปราศรัยนี้คือสรุปความเชื่อในประวัติศาสตร์ความรอดจริงๆครับ...
o พ่อจำเป็นต้องให้อ่าน ต้องเทศน์และเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างดี ๆ
o เพราะนี่คือสรุปประวัติศาสตร์แห่งความรอด ความเชื่อ ตลอด สองพันปีก่อนพระเยซูเจ้า และมาสุกงอมครบครันในพระเยซูเจ้าครับ

• พี่น้องที่รัก สิ่งที่ลูกาเขียนในกิจการบทนี้คือสิ่งที่เราเรียกได้ว่า เป็นผลงานชิ้นเอกในเรื่องการสรุปประวัติศาสตร์แห่งความรอด และได้บันทึกโดยอาศัยคำปราศรัยของนักบุญสเทเฟน

• พ่อคิดว่า เราต้องตระหนักในเรื่องของประวัติศาสตร์ความรอด เราต้องตระหนักในเรื่องพระเยซูเจ้า ถ้าเรารักพระองค์ เราต้องรู้จักเรื่องราวของพระองค์อย่างดี เมื่อวานพ่อกล่าวถึงสามเณร การบวชเป็นพระสงฆ์ พ่อสรุปได้ว่า คนที่จะเป็นคริสตชน คนที่จะเป็นบวช โดยเฉพาะเป็นสังฆานุกรเป็นพระสงฆ์ ต้องรู้จักพระเยซู และประกาศถึงพระองค์ได้อย่างมั่นใจนะครับ...

• วันนี้ พระวาจาของพระเจ้า คือ สรุปประวัติศาสตร์ความรอด เรารู้จักจริงๆไหมหนอ... พี่น้องครับ ค่อยๆทำความรู้จักประวัติศาสตร์ความรอดนี้ ผ่านทางคำปราศรัยของท่านนักบุญสเทเฟนนะครับ ค่อยๆอ่าน อ่านหลายๆรอบก็ได้ ให้เราได้จมลึกในความจริงแห่งความรอดนี้ครับ

• ภาพแปลกๆที่สเทเฟนเห็น... “55สเทเฟนเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า เพ่งมองท้องฟ้า มองเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และเห็นพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ เบื้องขวาของพระเจ้า 56จึงพูดว่า “ดูซิ ข้าพเจ้าเห็นท้องฟ้าเปิดออก และเห็นบุตรแห่งมนุษย์ทรงยืนอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า””
o ปกติพระบุตร พระเยซู ประทับเบื้อขวาพระบิดานั้น น่าจะ “นั่ง” ไม่ใช่ “ยืน” ... ตรงนี้แปลกนิดหนึ่งครับ
o คำตอบคือในภาพนี้ เป็นเหมือนศาลตัดสิน พระบิดาประทับนั่งดั่งผู้พิพากษา สเทเฟน คือ จำเลยที่คุกเข่าอยู่ต่อหน้าบรรดาสมณะและฟาริสีที่กล่าวหาสเทเฟน ต้องการทุ่มหินท่านให้ถึงตาย.. แต่ ในภาพของพระคัมภีร์นี้ เพราะสเทเฟนเชื่อในพระเยซูเจ้า และพระดูเหมือนท่านได้เห็น พระเยซู พระบุตรของพระเจ้า ทรงประทับยืนเพื่อยืนยันต่อพระบิดาถึงความบริสุทธิ์แห่งความเชื่อของท่าน
1. ดังนั้น ผู้พิพากษาคือพระเจ้าพระบิดา (ประทับนั่ง)
2. ผู้กล่าวหาคือบรรดาสมณะและชาวยิว (ยืน)
3. ผู้ถูกกล่าวหาคือท่านนักบุญสเทเฟน
4. ผู้เป็นทนายแก้ต่างยืนยันความบริสุทธิ์และสัตย์ซื่อของสเทเฟน คือ พระเยซูเจ้า (ยืน)
o เราจึงเห็นภาพของ “ความเชื่อ” และความซื่อสัตย์ในความเชื่อ แม้ถูกเบียดเบียนถึงตาย แต่พระเยซูเจ้าทรงประทับยืน ยืนยันความบริสุทธิ์แห่งความเชื่อของสเทเฟน

• พี่น้องที่รัก อ่านพระวาจาวันนี้
o เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แห่งความรอดที่สรุปอย่างดีเยี่ยมโดยท่านนักบุญลูกาบันทึกไว้ในกิจการอัครสาวก ในคำปราศรัยของสเทเฟน และความเชื่อของสเทเฟนเช่นนี้
o จึงควรเป็นความเชื่อของเรา ไม่กลัวการเบียดเบียน กระแสโลกใดๆ เพราะพระเยซูคริสตเจ้าคือผู้ประกันความรอดพ้นของเราต่อพระเจ้าพระบิดา

• ขอพระเจ้าอวยพรให้เราทุกคนเข้มแข็งในความเชื่อนะครับ

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย