Get Adobe Flash player

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2016
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต 

ปชญ 2:1a,12-22

1เขาใช้เหตุผลผิดๆ คิดว่า
12เราจงดักซุ่มทำร้ายผู้ชอบธรรม เพราะเขาทำให้เรารำคาญใจ
เขาต่อต้านกิจการของเรา
เขาตำหนิเราว่าฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ
กล่าวหาว่าเราไม่ปฏิบัติตามการอบรมที่ได้รับ


13เขาอ้างว่าเขารู้จักพระเจ้า
เรียกตนเองว่าเป็นบุตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า
14ชีวิตของเขาเป็นการติเตียนความรู้สึกนึกคิดของเรา
เพียงแต่เห็นเขา เราก็ทนไม่ได้
15เพราะชีวิตของเขาไม่เหมือนกับผู้อื่น
ความประพฤติของเขาก็ต่างกับของเรามาก
16เขาคิดว่าเราเป็นคนไร้ค่า
เขาหลีกเลี่ยงวิถีชีวิตของเราประหนึ่งว่าเป็นสิ่งปฏิกูล
เขาประกาศว่าผู้ชอบธรรมจะมีความสุข ในวาระสุดท้าย
อวดอ้างว่าพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเขา
17เราจงดูเถิดว่าคำพูดของเขาจะจริงหรือไม่
เราจงพิสูจน์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่เขาในวาระสุดท้าย
18ถ้าผู้ชอบธรรมเป็นบุตรของพระเจ้า พระองค์ก็จะทรงปกป้องเขา
และทรงช่วยเขาให้พ้นเงื้อมมือของศัตรู
19เราจงสาปแช่งและทรมานลองใจเขา
ให้รู้ว่าเขาอ่อนโยนเพียงใด
และจงทดสอบว่าเขาอดทนเพียงใด
20เราจงตัดสินลงโทษให้เขาตายอย่างอัปยศ
ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาพูด พระเจ้าจะทรงคอยดูแลเขา”
21ผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้าคิดเช่นนี้ แต่เขาคิดผิด
ความชั่วร้ายทำให้เขาตาบอด
22เขาไม่รู้แผนการเร้นลับของพระเจ้า

--------------------------------------
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง...

           พี่น้องที่รักครับ วันนี้พระศาสนจักรจัดการให้เราได้อ่านหนังสืออีกตอนจากพระคัมภีร์ของเราคาทอลิก “ปรีชาญาณ” วรรณกรรมปรีชาญาณเป็นวรรณกรรมที่พ่อเชื่อว่าเราต้องค่อยๆ อ่าน และค่อยๆปล่อยให้ตัวเราค่อยๆ เข้าใจ ค่อยซึมซาบด้วยพระคัมภีร์นี้ ด้วยพระวาจาของพระเจ้านี้ ในโอกาสมหาพรต...
วันนี้ เราอ่านกันเถอะครับ อ่านความคิด อ่านความคิดคลาสสิกขอคนหรือของมนุษย์ อ่านแบบที่วรรณกรรมปรีชาญาณปรารถนาให้เราได้ไตร่ตรองรำพึงภาวนานะครับ..

• “ความคิดของคนอธรรมต่อคนชอบธรรมเป็นอย่างไรหนอ...
• อย่ากลัวถ้าเราชอบธรรม เราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว
• ไม่ต้องกลัวใครเลยครับ เจริญชีวิตด้วยความเคารพยำเกรงพระเจ้าเป็นสำคัญครับ....”
• สังคมที่มีคนไม่ดีหรือที่เรียกว่า “คนอธรรม” (มีอยู่จริง บ่อยครั้งสังคมภาษาของเราต้องเรียกคนแบบนี้ว่า คนเลว) คือ...
o คนที่ใช้โอกาสหาโอกาสทำทุกอย่างเพื่อตนเอง
o ทำสิ่งที่ผิดความยุติธรรม และ
o กระทำความอธรรม กระทำความเลวร้ายหรือทำลาย ทำลายสังคม ทำลายชาติ ทำลายจริยธรรมและศีลธรรม ทำร้ายคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนดีๆ ที่ต้องกลายเป็น “เหยื่อ”

• สภาพของโลกสังคมทุกยุคทุกสมัยสำหรับคนอธรรมซึ่งปกติยืนคนละข้างกับคนชอบธรรม และบ่อยครั้งพ่อบอกตรงๆว่า
o คนดีๆ หาที่ยืนยาก
o คนชอบธรรมได้กลับกลายเป็นการขัดขวาง ขัดหูขัดตา และขวางทางการประพฤติอธรรมของตนเองหรือพวกตน...
o สภาพแบบนี้มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย...

• วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังในพิธีมิสซา เราได้มีหนังสือปรีชาญาณ ปรีชาญาณตอนที่เราได้เห็นว่า “เป็นปรีชาญาณที่ได้อ่านใจคนอธรรมที่มองดูคนชอบธรรม”

• คนอธรรมเขาคิดอย่างไรเมื่อต้องเชิญหน้ากับคนชอบธรรม พ่อคิดว่าเรื่องนี้น่าพิจารณาไตร่ตรองจริงๆครับ.. ทำให้เราได้เห็นว่าคนอธรรมมองดูคนชอบธรรมอย่างไรหนอ??? เขาคิดอย่างไรกับคนชอบธรรมหนอ??? เรามาพิจารณากันตามข้อความของหนังสือปรีชาญาณนะครับ...

• พ่อขอนำข้อความจากปรีชาญาณมากจัดลำดับแบบนี้ เราจะเห็นและสามารถอ่านใจคนอธรรมได้อย่างดีทีเดียวครับ และพ่อจะพยายามอธิบายแต่ละประเด็นความคิดของพวกคนอธรรมที่สะท้อนความจริงของปัจจุบันได้อย่างดี

• “เราจงดักซุ่มทำร้ายผู้ชอบธรรม เพราะเขาทำให้เรารำคาญใจ เขาต่อต้านกิจการของเราเขาตำหนิเราว่าฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ กล่าวหาว่าเราไม่ปฏิบัติตามการอบรมที่ได้รับ”
o คนอธรรมที่ต้องการเอาแต่ประโยชน์ หรือสร้างอิทธิพลเพื่อหาผลประโยชน์ เอาแต่ได้ ก็มุ่งทำร้ายคนชอบธรรม หลายคนถูกทำร้าย ทำลายไปเพราะความคิดร้ายของคนอธรรม
o เพราะความชอบธรรมของคนชอบธรรม ความดีของคนดีกลับไปขวางทาง ขวางอิทธิพลหรือที่ภาษาไทยของเราเรียกว่า “ขวางทางปืน” คือ ขัดประโยชน์กับคนอธรรม จนกล่าวกันว่า “น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ”
o ความประพฤติที่ดีของคนชอบธรรมกลายเป็นดังเสียงตำหนิคนอธรรม... กลายเป็นว่า คนดีอยู่อยาก คนเลวคนเห็นแก่ตัวกลับได้รุ่งเรื่อง ได้ประโยชน์ และได้รับความร่ำรวยดูดีหรูหราในสังคม มีอำนาจทางการเมืองและดูมีอำนาจบารมี มีหน้ามีตา และก็ถือโอกาสโลภไม่รู้จบ กินรวบกวาดเรียบ โกงกินทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำซึ่งหมายความว่า คอรัปชั้นทั้งระบบและมีระบบป้องกันคอรัปชั่นของตนเอง
o คนอธรรมสามารถมีพลังป้องกันซักฟอกตนเอง เป็นเหมือนมาเฟีย... มีเสียงสนับสนุนให้ไม่ผิดกฎหมาย เคยขนาดจะยกมือผ่านกฎหมายตอนตีสี่เพื่อจะได้พ้นผิดกันไปก็ทำได้นะคนเรา เพื่อพวกตนจะไม่ต้องถูกโทษ ได้นิรโทษกรรมได้ จัดการได้ ใช้อำนาจผิดให้ไม่ต้องรับโทษ ฯลฯ จนกลายเป็นสิ่งที่ภาษาประชดประชันกล่าวได้ว่า เป็น “ความเลวที่ใสสะอาด หรือเลวหมดจด” อะไรทำนองนี้... เรื่องเหล่านี้เราเห็นได้ชัดถึงผลตามมาของความอธรรม คนอธรรมคือส่งผลระยะยาว... ประเทศชาติ สังคม การศึกษา จริยธรรม ศีลธรรม ด้อยพัฒนาทั้งหมด...
o ในทางกลับกัน “คนชอบธรรม” ที่ควรเป็นโอกาสเป็นเสียงตำหนิการกระทำของคนชั่ว แต่กลับกลายเป็นว่า “คนชั่วก็ทำชั่วยิ่งกว่า” (จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “วงจร” วงจรอุบาทว์ อะไรทำนองนี้) พ่อคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราเห็นได้จากประสบการณ์การเมืองการปกครองในประเทศไทยของเรามิใช่น้อย... ลองไตร่ตรองกันดูสิครับ...เกิดอะไรกับการเมืองท้องถิ่นของเรา ประเทศไทยของเรา การเมืองประดับชาติของเรา.. สังคมของเราเกิดอะไรขึ้น เช่น
1. การอาฆาตและทำร้ายคนชอบธรรม... สังคม การเมือง การเมืองท้องถิ่น ผู้ทรงอิทธิพลในบ้านเมืองของเราจะเป็นอย่างนี้จริงๆ ใช่ไหมครับ...
2. มีคำสั่งตาย คำสั่ง “เก็บ” คนดี คนยุติธรรม หรือ
3. ถ้าซื้อได้ก็ซื้อเลยด้วยเงิน ถ้าซื้อไม่ได้ก็ต้องจ่ายหนักด้วยชีวิต....
o พ่อแปลกใจ ประเทศไทยของเรามีเรื่องแปลกเยอะให้ดูครับ คือ ตำรวจมีทำเนียบมือปืนอยู่ในมือด้วย เวลาเกิดเหตุฆ่าทิ้ง ตำรวจก็เสนอว่าต้องไปสำรวจบรรดามือปืนที่อยู่ในอยู่ในทำเนียบของตำรวจ มีรายชื่อมากมายอยู่แล้ว...
o อนิจจาครับ “ทำเนียบ” คำดีๆ ยังมีมือปืน มีโจร มีฆาตกร มีคนอธรรมเต็มในคำว่า “ทำเนียบ”... บางทีทำเนียบใหญ่สุดของเราก็มีคนโกงนั่งประจำการเพื่อปล้นบ้านเมืองจนหมดตัว ประชาชนเป็นหนี้กันทั้งประเทศเลยทีเดียว
o ผลตามมา... สังคมเรา คนดี คนซื่อสัตย์ คนยุติธรรม แทบจะหาที่อยู่ที่ยืนไม่ได้เลยนะครับ บาดเจ็บจริงๆครับ...

• “เขาอ้างว่าเขารู้จักพระเจ้า เรียกตนเองว่าเป็นบุตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า”
o คนอธรรมบ่อยครั้งเป็นดังที่ปรีชาญาณกล่าวถึงจริงๆ คือคนอธรรมมากๆก็มีศาสนาก็ถือศีลกินเจ ถือศาสนา กราบไหว้บูชาพระเจ้าเหมือนกัน
o บ้านของพวกคนอธรรมก็มีห้องพระห้องบูชาใหญ่โตหรูหรา และเต็มไปด้วยวัตถุทางศาสนา บ่อยครั้งพวกเขารวยและมีวัตถุมงคล มีรูปนั้นรูปนี้เช่ามาเป็นแสนเป็นล้าน เป็นหลายล้าน.. หรือร้อยล้านก็เล่นกัน...
o คนอธรรมบ่อยครั้งและมากครั้งก็ออกปฏิบัติศาสนกิจ และมักจะได้ยืนในฐานะเจ้าภาพ ในฐานะประธาน และได้รับการเสนอให้อยู่แนวหน้าในการปฏิบัติศาสนกิจเหมือนกัน....
o คนอธรรมก็เททองหล่อโน่นหล่อนี่เป็นประธานสร้างโน่นสร้างนี่ ปั๊มโน้นปั๊มนี่... ฯลฯ
o และขณะเดียวกัน คนอธรรมก็ต่อต้านคนดีจริงๆที่มีศาสนาอย่างถูกต้อง ทำอย่างดี การถือศาสนาอย่างดีกลับได้รับการลบหลู่ดูถูก... คนชอบธรรมถือศาสนาจริงๆ ยืนยันว่าตนเป็นบุตรของพระเจ้า ตนเองมีศรัทธา กลับถูกลบหลู่และดูถูก...
o สมัยหนังสือปรีชาญาณ ความจริงที่ได้พบคือ คนชอบธรรมกลับถูกลบหลู่ว่า เสแสร้งแกล้งทำ และอันที่จริง คนอธรรมที่เสแสร้งศรัทธาในศาสนากลับได้รับเกียรติ....

• “ชีวิตของเขาเป็นการติเตียนความรู้สึกนึกคิดของเรา เพียงแต่เห็นเขา เราก็ทนไม่ได้”
o คนดี คนชอบธรรม ชีวิตดีของคนชอบธรรมกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางหูขวางตาคนอธรรม
o เรียกว่า เห็นก็หมั่นไส้ ทนได้ไม่ไหวแล้ว และที่สำคัญแม้แต่คนศรัทธาคนที่เป็นผู้บริสุทธิ์ คนที่เป็นมโนธรรมของสังคม ก็กลับถูกทำลาย ถูกเก็บไปจนได้ จนแล้วจนรอด ก็รอดยากสำหรับคนชอบธรรม เพราะความคิดของคนอธรรมนั้นต่างมองดูคนชอบธรรมด้วยความขุ่นเคือง เพราะความดีของคนชอบธรรมมันช่างขัดใจขวางทางและขวางทาง อีกทั้งเป็นการติเตียนความผิด...
o ดังนั้น ทนไม่ได้ ก็เหมือนเดิม “เก็บหรือฆ่าเสีย” จนคนดีๆ อยู่ยากเหลือเกิน....

• “เพราะชีวิตของเขาไม่เหมือนกับผู้อื่น ความประพฤติของเขาก็ต่างกับของเรามาก”
o จากนี้ไปเป็นคำสารภาพในหัวใจของคนอธรรม ยอมรับความจริงอย่างไม่ยอมรับได้
o แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ความเห็นของคนอธรรมต่อคนชอบธรรมว่า ความคิดของคนอธรรมที่มีปฏิกิริยาต่อคนดี ปฏิกิริยาต่อคนชอบธรรมธรรมจริงๆ เป็นอย่างไร และความคิดนี้อันที่จริงเป็นความจริง... ว่าคนอธรรมเป็นแบบนี้จริงๆ...
o พ่อได้พบสี่ประการต่อไปนี้

1. เขาคิดว่าเราเป็นคนไร้ค่า (คนอธรรมคิดในใจว่าคนดีมองว่าคนอธรรมไร้ค่า และอันที่จริงพ่อพบว่าคนอธรรมก็ไร้ค่าจริงๆ แม้ดูว่ามีราคาคิดเป็นเงินได้มากมายกับทรัพย์สมบัติที่มีที่ได้มาจากความคดโกง จากความอธรรม แต่ในสายตาของคนชอบธรรม ก็ไร้ค่า ไม่มีคุณค่าจริงๆ)

2. เขาหลีกเลี่ยงวิถีชีวิตของเราประหนึ่งว่าเป็นสิ่งปฏิกูล (คนชอบธรรมคิดว่าพวกเขาคือคนที่คนชอบธรรมเจอแล้วอยากเดินหลบ กลัวเหมือนจะไปเหยียบปฏิกูล... อันที่คนอธรรมน่าเวทนาจริงๆ ก็ว่าได้... เวลาพ่อเจอคนที่ใหญ่ แต่ไม่ใช่คนดีเลย คนมีชื่อเสียงแต่แย่มากๆ พ่อก็เดินเลี่ยงจริงๆ ไม่อยากเห็นหน้า แม้บางครั้งเดินเฉียดหน้ากัน เขาและพวกเขาส่งสายตาเหมือนอยากถามหาความเคารพให้เกียรติจากพ่อ เพราะเขาคิดว่าเขาใหญ่โตในการเมืองเหลือเกิน แต่พ่อก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเลยจริงๆ ไม่อยากมองด้วยซ้ำ ไม่อยากให้เขาเข้ามาใกล้ด้วย เพราะคนพวกนี้บางทีต้องมีบอร์ดี้การ์ดเยอะรอบตัว เพราะกลัวอันตราย...)

3. เขาประกาศว่าผู้ชอบธรรมจะมีความสุข ในวาระสุดท้าย (คนชอบธรรมนั้น แน่นอน มีความหวังแม้ในโลกที่สิ้นหวัง แม้ดูว่าโลกนี้คนชอบธรรมต้องเสียเปรียบ แต่อันที่จริงชีวิตนิรันดรของเราก็มีอยู่จริงๆอยู่ในพระเจ้า... คนมากลาภยศสรรเสริญและอำนาจอธรรม จะมีความสุขจริงๆหรือ เดินไปไหนๆ ยังต้องมีบอร์ดี้การ์ดคุ้มครอง แต่คนชอบธรรมมีความหวังเสมอ เพราะเราเชื่อในชีวิตนิรันดร)

4. อวดอ้างว่าพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเขา (คนอธรรมคิดว่าคนชอบธรรมอวดอ้างว่ามีพระเจ้าเป็นบิดาหรือ.... อันที่จริงก็เป็นเช่นนั้น สบายใจได้เลยเกิดมามีพระเจ้าเป็นพระบิดา... เป็นลูกของพระเจ้าไม้องกลัวใครจริงๆๆๆ ในทางกลับกัน...เท่าที่พ่อรู้คือบรรดาลูกๆ ของพวกคนอธรรมทั้งหลายกลับไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเป็นลูกใครด้วยซ้ำ??? เพราะชอบเที่ยวถามย้ำ พูดกร่างๆ กับคนทั่วไปว่า “รู้ไหมว่าข้าเป็นลูกใคร... ดูสิ จำพ่อบังเกิดเกล้าตนเองยังไม่ได้และช่างไม่รู้ตัวจริงๆ” เขียนมาถึงตรงนี้แล้วอยากขำกลิ้งสักฮาสองฮาสามฮาก่อนนะครับ... คนอธรรมมักจะความจำสั้นหรืออกตัญญูคือจำพ่อตัวเองไม่ได้ และมักจะไปถามใครต่อใครว่า “กูลูกใคร”... แต่คนชอบธรรม ไม่ต้องกลัว พระเจ้าเป็นพระบิดาของเรา เราเป็นลูกของพระองค์ กร่างได้เต็มที่ในความดี (ภาษาแปลกๆ “กร่าง” อันที่จริงคืออวดได้ไม่ต้องอาย” เราเป็นบุตรพระเจ้า ไม่ต้องกังวล)

• “เราจงดูเถิดว่าคำพูดของเขาจะจริงหรือไม่ เราจงพิสูจน์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่เขาในวาระสุดท้าย”
o รอไปเถอะ เพราะความจริงคือความจริง แม้ไม่เห็นได้ในโลกนี้แต่ความจริงเป็นนิรันดร์อย่างแน่นอน
o คนอธรรมไม่มีวันเข้าใจ เพราะเขาไม่มีอนาคตที่คิดไปไกลกว่าชีวิตนี้หรอก...
o แต่ว่าคนที่วางใจในพระเจ้ามีความสุขในความจริงอย่างแน่นอน

• “ถ้าผู้ชอบธรรมเป็นบุตรของพระเจ้า พระองค์ก็จะทรงปกป้องเขา และทรงช่วยเขาให้พ้นเงื้อมมือของศัตรู”
o พ่อไม่มีคำอธิบาย แต่เรื่องนี้เป็นความจริงในพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน
o พระองค์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ แล้วเราก็มั่นใจได้ เชื่อในพระองค์ได้อย่างแน่นอนเช่นกัน เพราะพระองค์ทรงกลับคืนพระชนม์แต่ต้องตาย แต่ทรงครองราชย์นิรันดร...

• “เราจงสาปแช่งและทรมานลองใจเขา ให้รู้ว่าเขาอ่อนโยนเพียงใด และจงทดสอบว่าเขาอดทนเพียงใด”
o พ่อเห็นชัดเจนว่า...คนชอบธรรมล้ำค่าดุจทองคำ
o ที่ยิ่งถูกเผายิ่งบริสุทธิ์ และถูกคนอธรรมท้ายทายเสมอ ทดสอบเสมอเลย
o แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งถูกทดลองย่ำยีจนเหมือนบอบช้ำ แต่ที่ไหนได้ เขาอ่อนโยนต่างหาก คนชอบธรรมอ่อนโยนที่สุด
o จนถึงที่สุดแต่ไม่มีคำว่าอ่อนแอและยอมแพ้ ปราศจากความกลัว

• เราจงตัดสินลงโทษให้เขาตายอย่างอัปยศ ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาพูด พระเจ้าจะทรงคอยดูแลเขา”
o แม้ถูกทดลองจนถึงที่สุด พระเจ้าจะดูแล
o และที่สุดคนชอบธรรมแม้ตายแบบอัปยศ พระเยซูก็เป็นเช่นนั้นบนไม้กางเขน
o แต่กางเขนกลายเป็นสิริรุ่งโรจน์ตลอดนิรันดร.... ความตายบนกางเขนกลับกลายเป็นความรอดของมนุษย์ทุกคนตลอดไป....

พี่น้องที่รัก พ่อมีคำสรุปจากปรีชาญาณจริงๆ ครับ คือ
• “คนอธรรมคนเลวหรือผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้าจริงๆคิดเช่นนี้
o แต่เขาคิดผิด
o ความชั่วร้ายทำให้เขาตาบอด
o เขาไม่รู้แผนการเร้นลับของพระเจ้า”

• พ่อกล้าสรุปจากปรีชาญาณแท้จริงว่า “คนอธรรมคิดผิด เดินทางผิด ปฏิบัติผิด เพราะเขาไม่มีความเคารพยำเกรงพระเจ้าจริงๆจากใจ...”

• พี่น้องที่รักครับ พ่อขอให้เราดำเนินชีวิตเป็นคนชอบธรรมนะครับ
o อย่ากลัวคนอธรรมและความรุ่งเรืองของคนอธรรมเลย
o จงเจริญชีวิตอย่างมีปรีชาญาณได้เลย
o รู้ได้เลยว่าเราลูกใคร “เราลูกพระเจ้าครับ”
o สบายใจได้เลยพี่น้องเอ๊ย... ให้เราประพฤติดี ทำความดี และศรัทธาในพระเจ้าองค์ความรักแลความดีตลอดไป... ขอพระเจ้าอวยพรครับ อ่านพระคัมภีร์เสมอนะครับ...

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย