Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2016
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต 

           เริ่มที่กางเขนก่อน ก่อนจะอ่านเอเสเคียลต่อไป

ณ เวลานั้น ที่พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว พี่น้องเคยสังเกตจริงๆไหมว่า...ทำไมพระวรสารนักบุญ(เล่มเดียวในพระวรสารทั้งสี่) ยอห์นบันทึก ยอห์นฉบับเดียวเท่านั้น ที่ได้บันทึกว่า ทรหารได้ใช้หอกแทงสีข้างของพระองค์ และทันทีน้ำและพระโลหิตไหลออกมา


เรามาอ่านพระวาจาตอนที่แสนจะล้ำลึก ที่เราอ่านทุกวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้กัน เราอ่านต่อนนี้ทุกปีเลยครับ วันนี้มาเปิดพระธรรมล้ำลึกดุจเปิดแผลด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้ากัน...

• “31วันนั้นเป็นวันเตรียมฉลอง ชาวยิวไม่ต้องการให้ศพค้างอยู่บนไม้กางเขนในวันสับบาโต เพราะวันสับบาโตวันนั้นเป็นวันฉลองยิ่งใหญ่ เขาจึงขออนุญาตปีลาตให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงและนำศพไป 32บรรดาทหารทุบขาคนทั้งสองคนซึ่งถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ 33เมื่อทหารมาถึงพระเยซูเจ้าก็เห็น ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงมิได้ทุบขาของพระองค์ 34แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายของพระองค์ โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที 35ผู้ที่ได้เห็นก็เป็นพยาน คำพยานของเขาน่าเชื่อถือ เขารู้ว่าเขาพูดความจริง เพื่อท่านทั้งหลายจะเชื่อด้วย”

• อรรถาธิบายพระคัมภีร์ที่ยอห์นบันทึกตอนนี้เป็นพิเศษที่ว่า “ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายของพระองค์ โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที” พ่ออธิบายพระคัมภีร์นี้ พ่อได้ให้ความสำคัญกับการที่พระองค์ทรงถูกแทง
1. ยอห์นคิดอะไร
2. โลหิตและน้ำไหลออกมาแปลว่าอะไร
3. ทำไมมีแต่ยอห์นเท่านั้นที่ได้เน้นบันทึกพระวาจาตอนนี้...
4. อะไรอยู่ในความคิดของยอห์น อะไรคือเจตนาในใจยอห์นที่ได้บันทึกพระคัมภีร์ให้เราได้เห็นว่า จากบาดแผลนั้นที่ถูกแทง น้ำ โลหิต ที่ไหลออกมานั้น ยอห์นสื่ออะไรให้กับเรา

ครับ พี่น้องที่รัก อธิบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้เห็นว่ายอห์นมีเจตนาพิเศษ และทำให้รู้ว่า พระเยซูเจ้าบนกางเขน การถูกตรึงและความตายถ่ายทอดแก่เราหลายอย่าง พ่อขอสรุปให้สั้นๆที่นี่ว่า นี่คือสัจธรรมบนไม้กางเขน

• บนไม้กางเขน คือ ความรักขอพระเจ้าพระบิดาที่ทรงรักเราที่สุดจึงมอบพระบุตรของพระเจ้าให้มาตายเพื่อเราเช่นนี้... พิจารณาความจริงประการนี้ดีๆ “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากถึงกับมอบพระบุตรของพระองค์... “ (เทียบ ยน 3:16)

• บนไม้กางเขน คือบัลลังก์แห่งความรักของพระเยซูเจ้า คือ การครองราชย์ของพระมหากษัตริย์นิรันดร กษัตริย์ของชาวยิวและกษัตริย์ของมนุษยชาติ ผู้ทรงรักจนถึงกับมอบชีวิตของพระองค์ ทรงครองราชย์บนบัลลังก์แห่งนี้ มีข้อความเขียนว่า “INRI” เยซู ชาวนาซาเร็ธ กษัตรยิ์ ของชาวยิว (เทียบ ยน 19:19)

• บนไม้กางเขน เราได้พบกับความรักของพระองค์ ทรงรักเรา เมื่อได้เชื่อ ได้มองดูพระองค์ เราจะได้รับความรอดนิรันดรจากความตาย (เทียบ ยน 19:37)
คำถามที่ตามมาสำหรับยอห์น
1. แล้วทำไมทหารต้องใช้หองแทงที่สีข้าง???
2. ทำไมต้องเปิดสีข้างด้วยเล่า???
3. ทำไมต้องเน้นให้เห็นว่า โลหิต น้ำไหลออกมาทันที

คำตอบ ที่พ่อพอจะอธิบายให้เข้าใจได้... ต้องอ้างยอห์นบางประเด็นครับ
1. พระวรสารโดยนักบุญยอห์นเน้นว่า “พระเยซู คือ น้ำทรงชีวิต” ใช่แล้วเราเห็นชัดจาก ยน 4 พระเยซูเจ้ากับหญิงชาวสะมาเรีย... “พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้ จะกระหายอีก แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้นั้น จะไม่กระหายอีก น้ำที่เราจะให้เขาจะกลายเป็นธารน้ำในตัวเขา ไหลรินเพื่อชีวิตนิรันดร” หญิงนั้นจึงทูลว่า “นายเจ้าขา โปรดให้น้ำนั้นแก่ดิฉันบ้าง เพื่อดิฉันจะไม่ต้องกระหายหรือต้องมาตักน้ำที่นี่อีก” (ยน 4:13-15)

2. พระวรสารโดยนักบุญยอห์นได้เน้นว่า “พระเยซูเจ้าคือลูกแกะปัสกา” เมื่อยอห์นบัปติสได้ชี้แสดงพระองค์ ““นี่คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก ซึ่งประเด็นนี้สำคัญ ““ลูกแกะของพระเจ้า” เป็นสัญลักษณ์สำคัญมากประการหนึ่งที่ยอห์นใช้กับพระคริสตเจ้า (เทียบ วว 5:6,12; ฯลฯ) “ลูกแกะของพระเจ้า” นี้รวมความคิด 2 ประการด้วยกัน คือ
a. ความคิดเรื่อง “ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์” (อสย 53) ซึ่งรับเอาบาปของมนุษย์ทั้งหลายมาแบกไว้ และถวายตนเป็น “ลูกแกะเพื่อชดเชยบาป” (ลนต 14) และ
b. ความคิดเรื่อง “ลูกแกะปัสกา” (อพย 12:1 ดู ยน 19:36 ด้วย) ซึ่งชาวยิวกินในพิธีระลึกถึงการกอบกู้ชาติอิสราเอล เทียบ กจ 8:31-35; 1 คร 5:7; 1 ปต 1:18-20

3. พระวรสารโดยนักบุญยอห์นได้เน้นว่า พระเยซูคือ “พระวิหารของพระเจ้า” จากข้อความพระคัมภีร์ “พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “จงทำลายพระวิหารนี้ แล้วเราจะสร้างขึ้นใหม่ภายในสามวัน” ชาวยิวพูดว่า “วิหารหลังนี้ต้องใช้เวลาสร้างถึงสี่สิบหกปี แล้วท่านจะสร้างขึ้นใหม่ในสามวันหรือ” แต่พระองค์กำลังตรัสถึงพระวิหารซึ่งหมายถึงพระกายของพระองค์ ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายแล้ว บรรดาศิษย์จึงระลึกได้ว่าพระองค์ตรัสไว้ดังนี้ เขาจึงเชื่อทั้งพระคัมภีร์และพระวาจาที่พระองค์ตรัสไว้” (ยน 2:19-22)
เมื่อนำคำตอบทั้งหมดที่ค้นบางส่วนจากยอหน์มาบรรจบกัน และศึกษาเข้าใจเจตนาของยอห์น พ่อพบคำตอบ...
o พระเยซูคือน้ำทรงชีวิต
o พระองค์คือลูกแกะของพระเจ้าที่ต้องหลั่งเลือดเพื่อชดเชยบาปของโลก
o ที่สำคัญมากๆกับเรื่องการที่ต้องเปิดแผลข้างพระวรกายด้วยหอก เพราะพระวรกายของพระองค์คือ “พระวิหาร”

ที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขน และยอห์นบันทึกชัดเจนว่า ทหารให้หอกแทงข้างด้านข้างพระวรกาย เน้นว่า “ด้านข้าง” สีข้างของพระองค์ เวลาที่สอนพ่อถามว่ารู้ไหมว่า ทหารใช้หอกแทงพระองค์สีข้างข้างขาวหรือข้างซ้าย... ครับ งง ครับ ไม่มีใครทราบ เพราะพระคัมภีร์ยอห์นไม่ได้บอกไว้ว่าข้างไหน... แต่ แต่ แต่ ถ้าพระองค์คือ น้ำทรงชีวิต คือลูกแกะผู้ถูกประหาร และคือพระวิหารของพระเจ้า เน้น “พระวิหารของพระเจ้า”
---------------------------------------


มาถึงพระวาจาเอเสเคียลวันนี้ เราเข้าใจทันทีครับ.. เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์วันนี้จากเอเสเคียล... ไม่น่าเชื่อ แต่ต้องเชื่อครับ อ่านเลยและจะเข้าใจครับ บทอ่านประจำวันนี้จะเข้าใจง่ายขึ้นมาก และพระวรสารยอห์นก็จะเจ้าใจได้ง่ายขึ้นมาก เมื่ออ่านเอเสเคียลครับ... อ่านเลย พ่อจะทำเป็นจุดๆให้อ่านง่ายครับ

อสค 47:1-9,12….
• 1เขานำข้าพเจ้ากลับมาที่ประตูพระวิหาร
• ข้าพเจ้าเห็นน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหารด้านตะวันออก เพราะพระวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
• น้ำนี้ไหลลงมาจากใต้ด้านขวาของพระวิหาร ทางทิศใต้ของพระแท่นบูชา
• 2เขานำข้าพเจ้าออกไปทางประตูด้านเหนือ และพาข้าพเจ้าอ้อมภายนอกจนถึงประตูชั้นนอกซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
• ข้าพเจ้าเห็นว่าน้ำนี้ไหลออกมาทางด้านขวา
• 3ชายผู้นั้นเดินออกไปทางตะวันออก ถือเชือกวัดและวัดระยะทางหนึ่งพันศอก เขานำข้าพเจ้าลุยน้ำข้ามไป น้ำลึกเพียงตาตุ่ม
• 4เขาวัดระยะทางอีกหนึ่งพันศอกแล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำข้ามไป น้ำลึกถึงเข่า เขาวัดระยะทางอีกหนึ่งพันศอกแล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำข้ามไป น้ำนั้นลึกถึงบั้นเอว
• 5เขาวัดระยะทางอีกหนึ่งพันศอก บัดนี้เป็นแม่น้ำที่ข้าพเจ้าลุยข้ามไม่ได้ เพราะน้ำสูงขึ้นเป็นน้ำที่ต้องว่ายข้าม เป็นแม่น้ำที่ลุยข้ามไม่ได้
• เขาถามข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย ท่านเห็นไหม” เขาจึงนำข้าพเจ้ากลับมาที่ฝั่งแม่น้ำ 7เมื่อข้าพเจ้ากลับมาแล้ว ข้าพเจ้าก็เห็นต้นไม้จำนวนมากบนฝั่งแม่น้ำทั้งสองฟาก
• 8เขาบอกข้าพเจ้าว่า “น้ำนี้ไหลไปทางทิศตะวันออก ลงไปถึงลุ่มแม่น้ำจอร์แดน เข้าไปในทะเล
o เมื่อไหลเข้าไปในทะเล ก็ทำให้น้ำทะเลจืด
o 9แม่น้ำนี้ไปถึงที่ใด สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวในนั้นก็จะมีชีวิต จะมีปลาจำนวนมาก เพราะน้ำนี้ไหลไปถึงที่ใด น้ำทะเลก็จืด
o แม่น้ำไหลไปถึงที่ใด ทุกสิ่งก็มีชีวิต
o 12ตามฝั่งทั้งสองฟากของแม่น้ำต้นไม้ผลทุกชนิดจะเจริญเติบโต
o ใบของมันจะไม่เหี่ยวแห้ง และผลของมันจะไม่วาย แต่จะเกิดผลใหม่ทุกเดือน
o เพราะว่าน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นไม้เหล่านี้ไหลมาจากสักการสถาน
o ผลของต้นไม้เหล่านี้ใช้เป็นอาหาร และใบก็ใช้เป็นยารักษาโรค”
-------------------------------

อรรถาธิบายประเด็นสำคัญ

• พ่ออ่านไป พ่อคิดถึงพระสีข้างของพระเยซูเจ้าบนกางเขนเลยครับ... พี่น้องเห็นด้วยไหมครับ พระองค์คือพระวิหารของพระเจ้า ความตายของพระองค์คือชีวิตของมนุษย์ทุกคนตลอดไป

• พ่อคิดถึงเพลงเพราะๆเพลงหนึ่งวัดของเราครับ “เชิญมาตักตวงความรักจากธารชีวิต ลำธารศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์เหลือคณา ลำธารแห่งนี้มีน้ำแห่งความเมตตา ไหลหลั่งลงมาพาใจชื่นชม.... ลำธารสดใสรินไหลจากองค์ทรงฤทธิ์ บันดาลชีวิตให้สุขสดศรีรื่นรมย์”

• วันนี้พ่ออยากให้ทุกท่านได้หลับตาและจินตนาการภาพนิมิตจากประกาศเอเสเคียล... เทียบเคียงกับรอยแผลที่ถูกเปิดที่สีข้าง (น่าจะเป็นด้านขวา) ของพระเยซู “พระวิหาร ลูกแกะปัสกา และองค์น้ำทรงชีวิต”

• ธารน้ำที่ไหลออกมาจากประตูพระวิหาร จากใต้ธรณีประตูพระวิหารด้านตะวันออก... ทิศทางที่หันไปหาพระเจ้า ทางตะวันออก...

• พ่อได้เห็นภาพของความอุดมสมบูรณ์ ธารน้ำคือเครื่องหมายของความอุดมที่มาจากพระเจ้า น้ำจากพระวิหารยิ่งไหลไกลออกไปยิ่งลึกมากขึ้น ลึกมากขึ้น

• การวัดเป็นเครื่องหมายให้เห็นว่า ธารน้ำนี้ไหลไปไกลและลึกมากขึ้นจนกระทั่งไม่สามารถจะลุยน้ำต่อไปได้

• เพราะนี่คือเครื่องหมายของลำธารแห่งความรักของพระเจ้า ลำธารแห่งพระพรของพระเจ้า จากพระวิหารของพระเจ้า ไหลไปไม่มีที่สิ้นสุด....

• พ่อคิดว่าเมื่อเราเข้าไปในวัด พระนิเวศน์ของพระเจ้า เราเข้าไปใกล้พระเจ้าทุกครั้งที่เราเข้าไปหาพระองค์ พระองค์คือน้ำทรงชีวิต... น้ำแห่งความรักและความดีเหลือเกิน พระเจ้าทรงความดีเหลือเกิน เมื่อเราได้เข้าไปสัมผัสพระองค์ชีวิตของเราคริสตชน

• ทันทีเมื่อก้าวออกจากวัดไปทุกๆ ครั้งนั้นชีวิตของเราคริสตชนควรจะเป็นอย่างไรในโลก
o เป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก...
o พ่อคิดว่าชีวิตของเราต้องออกไปในโลก ในสังคม ด้วยคุณภาพของพระเจ้า ด้วยพระพรของพระเจ้า ความความรักและชีวิตของพระเจ้าจริงๆนะครับ
o เมื่อเราไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ เมื่อเราได้เข้าไปในโบสถ์ร่วมกันพี่น้องคริสตชนที่มาชุมนุมกันทีเรียกว่า “มิสซา” เรากลับออกไป เราได้รับศีลมหาสนิทแล้ว ได้รับฟังพระวาจาของพระเจ้า ได้รับฟังบทเทศน์ประกาศพระวาจาของพระเจ้าและคำสอนเพื่อการเจริญชีวิตคริสตชนแล้ว เราก้าวออกไปเราน่าจะเกิดผลดีมากมายเลยนะครับ....

• จำคำนี้ได้ไหมครับ “พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณสิ้นสุดแล้ว จงไปดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้าเถิด....” หรือ “จงไปปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าพร้อมกันเถิด...” ฯลฯ และเราตอบว่า “ขอขอบพระคุณพระเจ้า”....

• พี่น้องครับ ถ้อยคำเหล่านี้และพระพรที่เราได้รับจากพระนิเวศน์ของพระเจ้านั้น... “ได้เป็นความจริงไหมครับ” เราได้เข้ามาตักตวงความรักจากพระเจ้า ความรักที่ไหลหลั่งรินจากสีข้างของพระองค์บนไม้กางเขน ความรักที่ไหลจากพระวิหารคือพระกายของพระคริสตเจ้า

• เราได้รับความรักและพระพรของพระเจ้า และเราได้ออกไปดำเนินชีวิตอย่างไรบ้างครับ... พ่อมีข้อคิดจากหนังสือประกาศเอเสเคียลวันนี้มากๆ ครับจากการที่น้ำที่ไหลไปที่ใด พร้อมกับการพิศเพ่งพระสีข้างพระของพระเยซูเจ้า พระวิหารนิรันดร...

• ผลก็เกิดขึ้น เกิดความเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่ามากมายครับ ลองพิจารณาดูนะครับ.... จะเห็นว่า น้ำจากพระวิหารนี้เกิดผลมากเหลือเกินจริงๆ....

• พระคัมภีร์เอเสเคียลเขียนว่า “น้ำนี้ไหลไปทางทิศตะวันออก ลงไปถึงลุ่มแม่น้ำจอร์แดน เข้าไปในทะเล ผลตามมาคือ เมื่อไหลเข้าไปในทะเล ก็ทำให้น้ำทะเลจืด

• แม่น้ำนี้ไปถึงที่ใด สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวในนั้นก็จะมีชีวิต จะมีปลาจำนวนมาก

• เพราะน้ำนี้ไหลไปถึงที่ใด น้ำทะเลก็จืด

• แม่น้ำไหลไปถึงที่ใด ทุกสิ่งก็มีชีวิต

• ตามฝั่งทั้งสองฟากของแม่น้ำต้นไม้ผลทุกชนิดจะเจริญเติบโต
o ใบของมันจะไม่เหี่ยวแห้ง
o และผลของมันจะไม่วาย แต่จะเกิดผลใหม่ทุกเดือน
o เพราะว่าน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นไม้เหล่านี้ไหลมาจากสักการสถาน
o ผลของต้นไม้เหล่านี้ใช้เป็นอาหาร และ
o ใบก็ใช้เป็นยารักษาโรค

• สรุปว่า มีแต่ผลดีทั้งสิ้นครับ... น้ำจากข้างพระวิหาร หรือ น้ำและพระโลหิตจากพระสีข้างพระเยซูเจ้าบนกางเขนที่ไหลรินออกมา... ทะลักออกมาเพื่อความรอดและความดีของโลกและของมนุษย์ทุกคน... น่าทึ่งนะครับ ไต่ตรองดีๆครับ

             พี่น้องที่รักครับ วันนี้พ่อขอสรุปว่า พ่อจินตนาการเห็นสัตบุรุษทั้งมวลเมื่อมาเข้าในพระนิเวศน์ของพระเจ้า เมื่อเราเข้ามาที่วัดเพื่อร่วมบูชาขอบพระคุณ ได้เข้ามาโดยเฉพาะวันศุกร์ศักดิ์สิทธ์เข้ามานมัสการกางเขน และพระเยซูผู้ถูกตรึง และรอยพระสีข้างที่ถูกเปิด... พ่อคิดว่า

• ถ้าเราได้รับผลจากการได้รับฟังพระวาจาและศีลมหาสนิท

• ถ้าเราได้รับพระพรของพระเจ้าเปี่ยมล้นจริงๆ

• ถ้าเราได้รับธารน้ำทรงชีวิตแท้จริงจากพระเจ้าแล้ว

               พ่อจินตนาการเห็นคริสตชนออกจากวัดไปเมื่อจบมิสซาแล้วนั้น เหมือนธารน้ำที่ไหลออกไปและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีต่อรอบข้าง (ไม่ใช่ไหลออกไปเป็นนำวินาศหรือสึนามิสำหรับใครๆทั่วไปหมดนะครับ) แต่เราต้องทำให้รอบข้างและเพื่อนพี่น้องทุกคนได้รับผลแห่งความดีและความรักของพระเจ้าจริงๆ อยากให้ได้เกิดผลดังเช่นภาพนิมิตที่เอเสเคียลได้บรรยายไว้จริงๆ พ่ออยากให้เป็นเช่นนี้จังเลยครับ

               การไปวัดทุกวันอาทิตย์ คงมีคุณค่าสำหรับทำให้เราเป็นธารน้ำแห่งชีวิตที่ทำให้สังคมรอบข้าง และทุกคนได้สัมผัสกับความรักของพระเจ้าอย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ ถ้าเป็นเช่นนั้น ชีวิตคริสตชนของเราคงได้เป็นคริสตชนแท้จริงครับ... คงน่าเสียดายและไร้ค่า ถ้าเราไปวัด ไปสัมผัสกับพระเจ้า ไปฟังพระวาจา และเมื่อกลับไปสู่สังคมเราไม่ได้ทำให้สังคมได้สัมผัสความรักของพระเจ้า สัมผัสความดีของพระเจ้าอย่างแท้จริง

                พี่น้องครับ พ่อคิดว่า ถึงเวลาแล้วนะครับที่เราจะต้องเป็นคริสตชนที่แท้จริงที่มีชีวิตพระ มีพระพรของพระอยู่ในชีวิตเรา สัมผัสชีวิตเราจริงๆให้ได้นะครับ.... ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านเสมอไปครับ อ่านพระคัมภีร์ด้วยนะครับ...

              อย่าลืมตักตวงความรักจากธารชีวิตและนำชีวิตไปสู่ทุกคนเสมอนะครับ... อย่าให้น้ำและพระโลหิตจากพระสีข้างของพระเยซูเจ้าไร้ความหมายสำหรับชีวิตของเราเลยนะครับ เพราะพระองค์คือ “พระวิหารของพระเจ้า คือ ลูกแกะของพระเจ้า คือ น้ำทรงชีวิตนิรันดร”

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย