Get Adobe Flash player

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 2 มีนาคม 2016
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต 

“ความเงียบ” ความเงียบมีไว้เพื่อ “ฟัง” ฟังให้ได้ยินชัดเจน การฟังคือพลังและอำนาจเพื่อการเปลี่ยนแปลง พี่น้องครับ วันนี้เริ่มอ่านพระคัมภีร์กันเลยครับ จากเฉลยธรรมบัญญัติ เสียงเรียกร้องของพระเจ้าให้ประชากรได้ “ฟัง” เสียงของพระองค์ อ่านกันก่อนเลยนะครับ... ใช้หัวใจฟังเสียงของพระเจ้านะครับ พระเจ้าตรัส “ฟังแล้วจะมีชีวิต” อ่านกันก่อนนะครับ อยู่เงียบๆ และฟังเสียงขอพระตรัสกับเราครับ

ฉธบ 4:1,5-9……
1บัดนี้ ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ที่ข้าพเจ้าสอนท่านทั้งหลายให้ปฏิบัติ แล้วท่านจะมีชีวิต และเข้ายึดครองแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์ พระเจ้าของบรรพบุรุษของท่านทรงมอบให้ท่าน 2ท่านจะต้องไม่เพิ่มเติมสิ่งใดลงไปในข้อความที่ข้าพเจ้าสั่ง และต้องไม่ตัดตอนใดออกไป แต่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน ตามที่ข้าพเจ้าสั่งท่านไว้ 3ท่านได้เห็นสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงกระทำที่ บาอัลเปโอร์กับตาแล้ว ที่นั่นพระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านทรงทำลายล้างทุกคนที่ติดตามพระบาอัลแห่งเปโอร์
4ส่วนท่านทั้งหลายที่ซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ยังคงมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้ 5ดูซิ ข้าพเจ้าสอนท่านให้รู้จักข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ดังที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงบัญชา เพื่อท่านจะได้ปฏิบัติตามในแผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปยึดครอง 6ท่านจะต้องปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์ เพื่อชนชาติอื่น ๆ จะได้เห็นว่าท่านมีความเข้าใจและปรีชาญาณ เมื่อเขาได้ยินคำพูดถึงข้อกำหนดเหล่านี้ เขาจะพูดว่า “ชนชาติยิ่งใหญ่นี้เท่านั้นเป็นประชากรที่มีความเข้าใจและปรีชาญาณ" 7เพราะไม่มีชนชาติใดแม้ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตามจะมีพระเจ้าอยู่ใกล้ชิด ดังที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทรงสถิตอยู่ใกล้ชิดเรา ทุกครั้งที่เราร้องทูลพระองค์ 8ไม่มีชนชาติยิ่งใหญ่ชาติใดมีข้อกำหนดและกฎเกณฑ์เที่ยงธรรม เท่ากับธรรมบัญญัตินี้ที่ข้าพเจ้ากำลังสอนท่านอยู่ในวันนี้ 9จงจำใส่ใจ จงทำทุกอย่างเพื่อจะไม่ลืมเหตุการณ์ที่ท่านได้เห็นกับตาตราบที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ อย่าให้เหตุการณ์เหล่านี้เลือนไปจากใจ ท่านจะต้องเล่าให้บุตรหลานของท่านฟัง

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• ภาษาฮีบรู คำว่า שְׁמַ֖ע อ่านว่าเชมา “Shema” แปลว่า “จงฟัง”.. ถือว่าสำคัญมากๆ ในหมู่ประชากรของพระเจ้า ในเฉลยธรรมบัญญัติ โดยเฉพาะบทที่ 6 ข้อที่ 4 ต้องท่องกันขึ้นใจให้ได้ว่า ต้องฟังเสียงของพระเจ้าเสมอ

• พ่อคิดว่าสำหรับเราคนไทยและทั่วไปด้วย “การฟังเป็นแม่ของการเรียนรู้ การฟังเป็นพลังมากที่สุดเพื่อการเรียนรู้...”

• พ่อเคยสังเกตมานาน หัวใจนักปราชญ์ของเรา คือ สุ จิ ปุ ลิ คือ ฟัง คิด ถาม เขียน...

• พ่อคิดว่า ทำไมหนอการเรียนภาษาต่างประเทศของเราคนไทย หรือการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยจึงยากมากนัก เราเรียนมากมายในวัยเด็ก ภาษาอังกฤษเราเรียนตั้งแต่อนุบาล แต่ทว่าคนไทย (ส่วนใหญ่) เราคงต้องยอมรับว่าเราเกือบอ่อนสุดในภูมิภาคนี้ พ่อเคยไปที่บ้านเณรมาเลเซีย ทุกคนในบ้านเณรก็พูดภาษาอังกฤษ พวกสามเณรหลายคนเป็นคนเผ่าบีไดยู บางคนเป็นอีบัน แต่พวกเขาได้ฝึก ได้ฟัง ได้ใช้ ได้ฟังตลอด สวดภาวนา มิสซา เรียน ภาษาอังกฤษตลอด พวกเขาก็ใช้ได้ในระดับที่เรียกว่าดีเอาการที่เดียว

• สำหรับเราคนไทย ทั้งๆ ที่เราก็กำลังคลั่งกับการเข้าสู่สมาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่เราก็ไม่เคยได้ภาษาอังกฤษดีๆจริงๆ เรายังเป็นชาติที่มีความอ่อนแอเหลือเกินเรื่องภาษาอังกฤษ... พ่อคิดว่าทำไมหนอ หลายคนบอกว่าประเทศเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ นั่นคือความภูมิใจของเราในใจความหนึ่ง แต่บางคนก็บอกว่านั่นคือจุดอ่อนของเราในการเรียนรู้พูดภาษาต่างประเทศ... ก็แล้วแต่จะคิดวิเคราะห์กันไป...

• สำหรับพ่อ พ่อคิดว่าจุดอ่อนที่สุดของเราคือเราไม่มีโอกาสที่จะได้ฟัง

• พ่อเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ประถมแรกที่เรียกว่า ป.เตรียม สมัยนั้นไม่มีอนุบาล โรงเรียนบ้านนอกที่พ่อเรียนนะครับ โรงเรียนของวัดนักบุญยอห์นบัปติสตาเจ้าเจ็ดเมื่อหลายสิบปีก่อน

• พ่อจำได้ว่าเมื่อพ่อเข้าเรียนเราก็เริ่มหัดเขียนตัวอักษรไทย และอังกฤษ ตามรอยจุดไข่ปลาที่เขามีไว้ให้เพื่อหัดเขียนตาม.. และก็ออกเสียงตัวอักษรทีละตัวตามครู เราอ่านทีละเล็กทีละน้อย.. แต่ที่แน่ๆ เราไม่เคยได้ยินคนพูดภาษาอังกฤษเลย ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษให้เราฟังเลย...

• พ่อจำได้ว่าเวลาที่เราเปลี่ยนหนังสือเป็นเล่มใหม่ที่มีภาษาอังกฤษและรูปเยอะหน่อย ครูของพ่อตอนนั้น ท่านเปิดหนังสือและพยายามสอนเราอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งแล้วก็บอกพวกเราเสมอว่า... “เอ้านักเรียน...เปลี่ยนวิชาพอแล้ว เราไปเรียนวิชาวาดเขียนกันดีกว่า” และแล้ววิชาก็เปลี่ยนไปเป็นวิชาวาดเขียนแทนเฉยเลย... หรือไม่ก็พาเราลงไปเล่นพลศึกษาแทนเสียเลย เพราะครูเขาก็ไปไม่รอดกับตำราใหม่เหมือนกัน

• และพ่อจำได้ดีว่า มีบ้างครั้งที่เรามีฝรั่งมากับคุณพ่อเจ้าวัดมาเยี่ยมโรงเรียนเรา คนต่างชาติเขาพูดภาษาอังกฤษ มากับคุณพ่อเจ้าวัดก็มีมาอยู่เนืองๆ เป็นเรื่องประหลาดและเป็นคนประหลาดไปเลยในหมู่เรา เพราเป็น “ฝรั่ง” ชาติอะไรไม่รู้เรียกรวมๆว่า “ฝรั่ง” ทั้งหมด แม้มีมาบ้างแต่ไม่ได้บ่อยนักเพราะเราอยู่บ้านนอกมากในสมัยนั้น และทุกครั้งที่มีคนต่างชาติมา ก็เห็นมีแต่พ่อเจ้าวัดที่พูดภาษาได้ เดินพาชมสถานที่ เยี่ยมโรงเรียนของเรา... แต่ที่แน่ๆ ครูสอนภาษาอังกฤษของพวกเรานักเรียนเล็กๆ คุณครูเป็นคนแรกที่วิ่งหนีไปก่อนเหมือนกัน... เราไม่มีโอกาสได้ฟัง ไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟังภาษาอังกฤษเป็นประจำ เราเลยไม่สามารถใช้ภาษาได้เสียที...

• พ่อมีข้อคิดว่า
o ถ้าพ่อไปเกิดที่เยอรมันและเป็นเด็กแดงๆอยู่กับครอบครัวที่เยอรมัน สองปีต่อมาพ่อก็เริ่มพูดและเข้าใจภาษาเยอรมันได้แน่นอน
o หรือถ้าไปเกิดที่ฝรั่งเศสก็ได้เหมือนกัน หรือไปเกิดที่จีนก็ได้เช่นเดียวกัน ประเทศไหนก็ได้
o เด็กสามขวบพูดได้และฟังเข้าใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์... โดยเขียนไม่เป็น อ่านไม่เข้าใจ แต่สื่อสารได้ร้อยละร้อยแน่นอน... ต่อให้ภาษานั้นอยากแค่ไหนก็ตาม
o ต่อให้ถ้าพ่อไปเกิดที่อิสราเอลแม้ไม่ใช่ชาวยิว ขอให้ได้เกิดที่นั่น และได้ฟังผู้ใหญ่พูดตลอดเวลาแต่แบเบาะรับรองสามขวบพ่อก็สามารถพูดสื่อสารภาษาฮีบรูได้ และฟังเข้าใจอย่างไม่ต้องสงสัย...

• สรุปว่านี่คือ ความจริง นี่คือพลังอำนาจขอการฟัง ฟัง และก็ฟัง

• ถ้าอยากรู้ว่าพลังอำนาจของการฟังๆๆๆๆ มีเพียงไหน ให้ดูคนไทยเวลาฟังเวทีปราศรัย ไม่ว่าแดงเหลืองหรือลุงกำนัล... คนไม่ได้มีความรู้การเมือง มานั่งฟังๆๆๆ ไหลตาม ฟังจนบรรยายได้ อย่าว่าอะไรไปเลย จาพ่อฟังทุกวัน ฟังทุกวัน ติดทีวี ติดสัญญาณให้ชัด นั่งฟัง นอนฟัง จนบรรยายการเมืองได้ชัดเจน เรียกว่า ถ้าให้เป็นกูรูทางการเมือง (ถูกผิดไม่พูดถึงนะครับเพราะคนพูดปราศรัยส่วนใหญ่ก็นะ...มีหน้าที่พูด จริงไม่จริงๆอีกเรื่องนึง แต่ฟัง ฟัง ฟัง ก็รู้เรื่องไปหมดเลย) คนฟังก็ฟังจนไหลตาม เทอาหารเลี้ยง เทกระเป๋าบริจาค ไปกันจนลืมบ้านลืมช่อง ลืมครอบครัว... ไป ไป ไป ฟัง ไปชุมนุม ไปเดิน .. นี่งัยอำนาจของการฟัง เห็นได้ชัดๆในบ้านเรา

• ใช่เลย การฟังคือพลังของการหล่อหลอมและเปลี่ยนแปลง การพัฒนาและการเติบโต... การฟังและเชื่อฟัง คือ การปลูกฝังวัฒนธรรมและภาษาและชีวิตตลอดเวลาความเชื่อในศาสนาและขนบประเพณี...

• พ่อเชื่อเหลือเกินว่า นี่คือเหตุผลที่เราได้ยินจากพระวาจาโดยเฉพาะหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ ที่เน้นความสำคัญที่สุดที่ประชากรของพระเจ้าต้องตั้งใจ “ฟัง” เสียงของพระเจ้า...

• นี่ต้องเป็นประกาศิตเด็ดขาดที่จะช่วยประชากรของพระเจ้าได้รับการหล่อหลอมชนชาติอิสราเอลให้เป็นประชากรพิเศษของพระยาห์เวห์
o เขาต้องฟังบัญญัติของพระยาห์เวห์สุดกำลัง...
o เพื่อหล่อหลอมชีวิตของเขาให้เป็นประชากรของพระเจ้าอย่างแท้จริง

• พ่อเห็นคุณค่าจริงๆของการฟัง โดยเฉพาะการฟังเสียงของพระเจ้า เพราะ
o การฟังเป็นแม่ของการเรียนรู้ทุกชนิด และแน่นอนเป็นแม่ของการเรียนรู้เพื่อรู้จักพระเจ้า
o การฟังเป็นเครื่องมือสำคัญของการอบรมบ่มเพาะชีวิตของพระเจ้า บ่มเพาะความเชื่อในพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง
o การฟังคือพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเรามากที่สุด เพื่อให้เราดำเนินชีวิตตามพระเจ้าอย่างมั่นคงตลอดไป หล่อหลอมเราให้เป็นลูกของพระเจ้าด้วยกิจการแห่งชีวิต

พี่น้อง พ่อรู้แล้วว่าทำอย่างไรเพื่อเราจะเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ ทำอย่างไรในโอกาสมหาพรตปีนี้และเสมอไปที่จะหล่อหลอมเราให้เป็นคริสตชนแท้จริงแบบที่ได้รับการอบรมเพาะบ่มชีวิตของพระเจ้าลงในชีวิตเรา และเพื่อเพาะปลูกและทำให้ชีวิตของเราได้หยั่งรากลึกในพระเจ้าโดยทางพระเยซูเจ้าได้อย่างแท้จริง

พ่อคิดว่าเราได้เริ่มเทศกาลมหาพรตมาตั้งแต่วันที่เรารับเถ้า.. นี่สัปดาห์ที่สามแล้ว จากเสียงร้องขณะโรยเถ้า “จงเป็นทุกข์กลับใจ และเชื่อ (เชื่อฟัง) พระวรสารเถิด” พระสงฆ์ประกาศเตือนเราชัดเจนในพิธีกรรมรับเถ้า...บัดนี้เมื่อได้อ่านพระวาจาวันนี้ และได้อยู่กับประสบการณ์ความเงียบของบ้านเณรที่พ่อเล่าให้ฟัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจนักปราชญ์... ทำให้พ่อเชื่อมั่นว่าเราจะทำให้คริสตชนของเราเป็นประชากรของพระเจ้าโดดเด่นในความเชื่อและมีวุฒิภาวะทางความเชื่อแท้จริงได้นั้น... แน่นอนที่สุดเราต้อง ฟังการประกาศข่าวดี เราต้องฟังพระวาจา อ่านพระวาจาให้มากที่สุด... มาถึงตรงนี้พ่อมีคำถามตนเองและถามพี่น้องทุกคนทั้งพระสงฆ์นักบวชด้วยว่า พี่น้องครับ

1. เราอ่านพระวาจาของพระเจ้าทุกวันไหม
2. เราใกล้ชิดกับพระคัมภีร์จริงๆไหม มีพระคัมภีร์อยู่กับเราเสมอทุกวันไหม
3. เราฟังเทศน์อย่างจับใจไหม (ผู้เทศน์ทั้งหลายเทศน์อย่างจับใจได้ไหม ขอร้องครับ เพราะนี่คือหน้าที่สำคัญสุดของพระสงฆ์ สังฆานุกร)
4. พระสงฆ์ของเราเทศน์ประกาศพระวาจากันจริงๆไหม
o การเทศน์ไม่ใช่การใช้โวหาร หรือการสอนแบบอาจารย์ หรือเสนอลีลาการเป็นนักพูด...
o แต่การเทศน์สำคัญที่สุดคือ “ประกาศพระวาจาของพระเจ้า” ให้พี่น้องได้ฟัง และ
o พี่น้องได้ฟังทุกๆวันไหม ฟังแล้วน่าสนใจเพียงใด
o พระสงฆ์ได้เป็นผู้เทศน์ได้ชัดเจนในการประกาศพระวาจามากจริงๆ เพียงใด...
o พระสันตะปาปาฟรังซิสเตือนใน Evangelii Gaudium ว่า การเทศน์ต้องเป็นการพูดแบบใจพูดกับใจ หัวใจพูดกับหัวใจ การเทศน์ของพระสงฆ์ต้องมาจากใจ ถึงใจพี่น้องจริงๆให้ได้นะครับ
5. เราไตร่ตรองพระวาจาจริงๆไหม เราสัมผัสและรักพระวาจา จนเรารู้จักพระเยซูเจ้าอย่างลึกซึ้งทุกๆวันไหมครับ
6. เราแต่ละคนได้มีพระคัมภีร์ประจำตัวที่เรารัก และเราอ่านเสมอทุกวันไหม และ
7. เราอยากอ่านหรืออยากฟังเสมอๆถึงเรื่องพระเยซูเจ้าไหม

พี่น้องที่รัก คำถามมากมายที่พ่อถามมานี้
• ถ้าหากว่าคำตอบของพี่น้องนั้นเป็นคำตอบว่าไม่ หรือปฏิเสธเป็นส่วนใหญ่ คือ ถ้าเราไม่ได้ฟังพระวาจา ไม่ได้อยากฟังพระวาจา และการเทศน์สอนที่เราได้ยินนั้นถ้าไม่ได้เป็นการประกาศพระวาจาจริงๆ อย่างมีคุณภาพที่สุดแล้วละก็ พ่อคิดว่าคงเป็นการยากที่เราจะเป็นคริสตชนที่มีคุณภาพเพราะการอบรมด้วยการฟังพระวาจา ฟังพระประสงค์ของพระเจ้า...

• ถ้าหากคำตอบคือใช่... ถ้าเช่นนั้นก็สุดยอดจริงๆ กับการเป็นคริสตชนครับ

ดังนั้น พ่อขอให้พี่น้องทุกท่านได้รักพระวาจา ฟังพระวาจามากๆ เพื่อเราจะได้รับการหล่อหลอมให้หยั่งรากลึกในพระเยซูเจ้า ในความเชื่ออย่างแท้จริงมากขึ้นนะครับ มหาพรตเป็นเวลาที่เราต้องอ่านและฟังเสียงของพระวาจาของพระเจ้าให้มาเป็นพิเศษนะครับ พระเจ้าอวยพรครับ อ่านพระคัมภีร์ด้วยนะครับ

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย