Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2016
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต 

               พระคัมภีร์วันนี้เป็นตอนโปรดปรานของพ่อมากเหลือเกินครับ... นาอามาน ชาวซีเรีย อาณาจักรซีเรียยิ่งใหญ่และเป็นที่เกรงขามต่ออาณาจักรอื่น โดยเฉพาะต่ออิสราเอล และที่ซีเรียมีเทพเจ้าริมโมน ที่ต่างคิดว่าเป็นเทพยิ่งใหญ่ มีอำนาจมามาย และเป็นที่สักการะของกษัตริย์และประชาชนชาวซีเรียเสมอมา... แต่เรื่องราวของนาอามานชาวซีเรียผู้ยิ่งใหญ่ เรียกว่าเป็นเบอร์สองรองจากกษัตริย์ซีเรีย เขาเป็นนักรบ คนใหญ่โตเคียงข้างกษัตริย์ซีเรีย แต่น่าเสียดายเขาเป็นโรคเรื้อนที่รักษาไม่หาย คงจะได้ใช้ความยิ่งใหญ่ของตน ความสามารถของซีเรียทั้งหมดจริงๆ เพื่อการนี้ และคงจะได้วิงวอนเทพเจ้าริมโมนแห่งซีเรียกจนมามายแล้วด้วยหวังว่าจะได้รับคำตอบจากพระเจ้าของตน และได้รับการเยียวยา แต่บทอ่านวันนี้ทำให้เราได้เห็น “ความเล็กน้อยของอิสราเอลที่จะแสดงความยิ่งใหญ่ของพระยาห์เวห์อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ..”


พระวาจาวันนี้ “สุดยอด” พ่อยอมให้กับวรรณกรรมพระคัมภีร์ซึ่งมีพระจิตเจ้าทรงดลใจจริงๆ ยอมให้กับพระวาจาที่พระเจ้าทรงประทานให้เราจริงๆ เรามาอ่านด้วยกันนะครับ เรื่องของนาอามานชาวซีเรียในยุคปรากศกเอลีชาห์นี้มีประเด็นให้พิจารณาและไตร่ตรองมากมายสุดๆเลยครับ....
วันนี้พ่ออยากเชิญชวนให้อ่านตัวบทพระคัมภีร์เรื่องราวของนาอามานชาวซีเรียกก่อนครับ และพ่อขอให้อรรถาธิบายให้ถึงใจมากที่สุดเท่าที่พื้นที่จะอำนวยและไม่ทำให้ต้องอ่านมากจนเกินไปครับ ... วันนี้อ่านตัวบทพระคัมภีร์ก่อนนะครับ พ่อขอจัดเต็มให้อ่านแบบยาวกว่าที่พิธีกรรมจัดไว้ในมิสซานิดหน่อยนะครับ เพราะถ้าไม่อ่านแบบนี้ เราคงจะไม่ได้อ่านหรือได้ฟังทั้งครบแบบนี้จากพิธีกรรมครับ...
------------------------------

2พกษ 5:1-19….
1นาอามาน ผู้บัญชาการกองทัพของกษัตริย์แห่งอารัม เป็นคนสำคัญที่กษัตริย์ทรงยกย่องนับถืออย่างยิ่ง เพราะพระยาห์เวห์ประทานชัยชนะแก่ชาวอารัมโดยทางเขา แต่ชายฉกรรจ์ผู้นี้ป่วยเป็นโรคผิวหนังร้ายแรง 2ครั้งหนึ่ง เมื่อชาวอารัมออกไปปล้นแผ่นดินอิสราเอล เขาจับเด็กหญิงคนหนึ่งมาด้วย เด็กหญิงคนนั้นมาเป็นสาวใช้ของภรรยานาอามาน 3เธอบอกนายหญิงว่า “ถ้าเจ้านายผู้ชายเพียงแต่ไปหาประกาศกที่กรุงสะมาเรีย ประกาศกคงจะรักษาเจ้านายให้หายจากโรคได้” 4นาอามานไปเฝ้ากษัตริย์ ทูลว่าเด็กหญิงจากแผ่นดินอิสราเอลบอกอย่างนี้อย่างนี้ 5กษัตริย์แห่งอารัมตรัสตอบว่า “ไปเถิด เราจะส่งสารไปถวายกษัตริย์แห่งอิสราเอล” นาอามานจึงออกเดินทางไป นำเงินหนักสามร้อยกิโลกรัม ทองคำหนักหกพันบาท พร้อมกับเสื้อผ้าอย่างดีสิบชุดไปด้วย 6เขานำสารไปถวายกษัตริย์แห่งอิสราเอลมีความว่า “พร้อมกับสารนี้ ข้าพเจ้าส่งนาอามานผู้รับใช้คนหนึ่งของข้าพเจ้ามาเฝ้าพระองค์ เพื่อให้พระองค์ทรงรักษาเขาให้หายจากโรค” 7เมื่อกษัตริย์แห่งอิสราเอลทรงอ่านสารนั้นแล้ว ก็ทรงฉีกฉลองพระองค์ ตรัสว่า “ข้าเป็นพระเจ้า มีอำนาจให้ชีวิตหรือความตายได้กระนั้นหรือ เขาจึงส่งคนมาให้ข้ารักษา ดูซิ เห็นได้ชัดว่า เขาพยายามจะหาเรื่องกับข้า”

8เมื่อเอลีชาคนของพระเจ้าได้ยินว่ากษัตริย์ทรงฉีกฉลองพระองค์ ก็ส่งคนไปทูลกษัตริย์ว่า “พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์ทำไม ขอพระองค์ทรงส่งชายคนนั้นมาหาข้าพเจ้า แล้วเขาจะรู้ว่ามีประกาศกในอิสราเอล” 9นาอามานจงขึ้นรถม้าไปหยุดที่ประตูบ้านของเอลีชา 10เอลีชาใช้คนไปบอกเขาว่า “จงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง แล้วเนื้อหนังของท่านจะหายจากโรคและสะอาดเหมือนเดิม” 11นาอามานโกรธมากจึงจากไป กล่าวว่า “ดูซิ ข้าพเจ้าคิดว่าอย่างน้อยเขาจะออกมายืน เรียกขานพระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา ใช้มือโบกตรงที่เป็นโรค และรักษาโรคให้หาย 12แม่น้ำอาบานาและปารปาร์ที่กรุงดามัสกัสไม่ดีไปกว่าน้ำทั้งหมดในอิสราเอลดอกหรือ ทำไมข้าพเจ้าจึงไม่ชำระตัวในแม่น้ำเหล่านั้นและหายจากโรคเล่า” เขาหันหลังกลับไปด้วยความโกรธ 13บรรดาผู้รับใช้ของเขาเข้ามาเตือนว่า “นายขอรับ ถ้าประกาศกบอกท่านให้ทำสิ่งยาก ท่านก็คงจะทำตามไม่ใช่หรือ บัดนี้ เขาบอกแต่เพียงว่า จงไปชำระตัว แล้วท่านจะหายจากโรค” 14นาอามานจึงลงไปจุ่มตัวลงในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ครั้งตามที่คนของพระเจ้าบอก แล้วเนื้อหนังของเขาก็หายจากโรค สะอาดเหมือนผิวของเด็กเล็กๆ

15นาอามานกับผู้ติดตามทุกคนกลับไปหาคนของพระเจ้า มายืนต่อหน้าเขา กล่าวว่า “บัดนี้ ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดทั่วแผ่นดิน นอกจากพระเจ้าของอิสราเอลเท่านั้น ขอท่านกรุณารับของกำนัลจากผู้รับใช้ของท่านเถิด” 16เอลีชาตอบว่า “พระยาห์เวห์ซึ่งข้าพเจ้ารับใช้ทรงพระชนม์อยู่ฉันใด ข้าพเจ้าจะไม่รับสิ่งใดจากท่านฉันนั้น” นาอามานยังรบเร้าให้เอลีชารับ แต่เขาปฏิเสธไม่ยอมรับ 17นาอามานจึงขอร้องว่า “ถ้าท่านไม่ยอมรับ ขอให้ข้าพเจ้า ผู้รับใช้ของท่านนำล่อสองตัวบรรทุกดินจากที่นี่กลับบ้าน เพราะผู้รับใช้ของท่านจะไม่ถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องบูชาใดๆแด่พระเจ้าอื่น นอกจากแด่พระยาห์เวห์เท่านั้น 18ข้าพเจ้าหวังว่าพระยาห์เวห์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้รับใช้ของท่าน เมื่อข้าพเจ้าตามเสด็จกษัตริย์ไปนมัสการเทพเจ้าริมโมนในวิหาร กษัตริย์จะทรงพิงแขนข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะต้องกราบลงในวิหารของเทพเจ้าริมโมนพร้อมกับกษัตริย์ด้วย ขอพระยาห์เวห์ทรงอภัยโทษแก่ผู้รับใช้ของท่านเพราะการนี้ด้วยเถิด” 19เอลีชาตอบว่า “จงไปเป็นสุขเถิด”
-------------------------------

อรรถาธิบายและไตร่ตรองประเด็นสำคัญ
• เรื่องราวของเอลีชาประกาศกผู้สืบสานงานประกาศกของเอลียาห์ ในชีวิตของเอลีชาห์มีเรื่องราวของนาอามานชาวซีเรียคนนี้เป็นเรื่องที่โดดเด่นและมีความหมายอย่างมาก เรื่องนี้ทำให้เห็นถึงพลังและความสามารถของพระเจ้าที่แสดงออกโดยทางประกาศก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประกาศอย่างเด็ดขาดของนาอามาน

• เราต้องไม่ลืมว่า กษัตริย์แห่งอารัมหรือซีเรียขณะนั้นมีอำนาจมากในสมัยนั้น เป็นที่เกรงขามของชาติต่างๆ โดยรอบและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาณาจักรอิสราเอล กษัตริย์แห่งอิสราเอลก็ต้องยำเกรงอำนาจของกษัตริย์แห่งอารัมเช่นกัน

• กษัตริย์แห่งมีนายทหารคนสนิท ชื่อ “นาอามาน” ซึ่งเป็นถึง “ผู้บัญชากรองทัพกษัตริย์แห่งอารัม” เป็นคนสำคัญและกษัตริย์ก็ยกย่องนับถือ เราเห็นว่า เขาคือผู้นำชัยให้กับกษัตริย์ แต่อ่านดีๆนะครับ เราจะเห็นว่าพระคัมภีร์เขียนว่า เป็น “พระเจ้า พระยาห์เวห์” ผู้ทรงประทานชัยชนะให้กับเขาแม้ไม่ใช่ชาวอิสราเอลก็ตาม พระเจ้าเท่านั้นมีบทบาทให้ชัยชนะแม้ของกษัตริย์ต่างชาติคนนี้ ในกรณีของนาอามาน

• ชื่อ “นาอามาน” Naaman ในภาษาฮีบรู נַעֲמָן คำแปลชื่อนี้แปลว่า “ความสุขสันต์ยินดี” (Pleasantness) เป็นชาวอาราเมียน Aramean หรือ “ชาวอารัม” เป็นผู้นำกองทัพของกษัตริย์อารัม คือ เบน-ฮาดัด ที่ II กษัตริย์แห่งอารัม ดามัสกัส ซึ่งในชณะนั้นเป็นเวลาเดียวกับอิสราเอลในยุคสมัยของกษัติย์โยรัม

• ประเด็นปัญหาสำคัญที่ไม่มีทางออก จนมุม และเป็นจุดด้อยของแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ผู้นี้คือ “โรคร้าย” ที่ก่อความรำคราญและไร้ทางเยียวยาตามธรรมชาติของมนุษย์ในสมัยนั้น
o โรคเรื้อนเป็นโรคที่เราทราบว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดและเป็นที่น่ารังเกียจ
o ต้องตัดขาดจากสังคม

• ประเด็นของพระคัมภีร์อยู่ที่การไร้ความสามารถในการเยี่ยวยา และจนปัญญาตามประสามนุษย์

• ประเด็นสำคัญเริ่มต้นขึ้นนั้น เราพบได้ในข้อที่ 2 ของพระคัมภีร์บทนี้
o จุดเริ่มต้นของความสามารถของพระเจ้าแห่งอิสราเอลที่จะแสดงความเหนือชั้น
o พลังอันยิ่งใหญ่แท้จริงนั้น
o เริ่มต้นเรื่องอย่างนุ่มนวลและดูไร้พลังโดยสิ้นเชิง นั้นคือ “เด็กหญิงคนหนึ่งที่ถูกจับมามาเป็นเชลย และได้มาเป็นสาวใช้ของภรรยาของนาอามาน”
• เรื่องนี้ ชวนให้คิดถึง “โยเซฟ” ในปฐมกาลบทที่ 37 เป็นต้นไป ที่บ้านของโปร์ติฟา ภรรยาของโปร์ติฟา และเด็กหนุ่มที่เป็นทาสที่ซื้อมาจากแผ่นดินอิสราเอล ในที่สุดเขาแสดงให้เห็นพลังอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าแห่งอิสราเอล พระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ทรงพระนามว่า “พระยาห์เวห์”

• สำหรับเรื่องของนาอามานเราเห็นและสะท้อนได้ว่า
o จากความเล็กน้อยของเด็กหญิงคนนี้
o เป็นพลังของผู้เล็กน้อยที่สามารถสร้างประสบการณ์ยิ่งใหญ่
o “เพราะพระยาห์เวห์” พระเจ้าแสดงพลังอันยิ่งใหญ่แห่งการช่วยให้รอดที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชากรของพระองค์

• อันที่จริงเสียงอันเล็กน้อยของทาสหญิงเล็กๆ ไม่ควรได้รับความใส่ใจแต่อย่างใด เหมือนกับการทำนายฝันของโยเซฟในคุกก็ถูกลืมไประยะหนึ่ง

• คำพูดจากเด็กหญิงทาสที่คงพูดแบบไม่มีอำนาจอะไร แต่เธอพูดจากความเชื่อมั่นในพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล พระเจ้าของบรรพบุรุษของเธอ พระเจ้าที่นมัสการในแผ่นดินของเธอ...
o ฟังเสียงของเธอสิครับ....เธอบอกนายหญิงว่า
o “ถ้าเจ้านายผู้ชายเพียงแต่ไปหาประกาศกที่กรุงสะมาเรีย ประกาศกคงจะรักษาเจ้านายให้หายจากโรคได้” (แค่ประกาศกในสะมาเรียกหรืออาณาจักรอิสราเอลก็พอแล้วกับความเป็นไปไม่ได้ในกรณีโรคเรื้อนของนาอามานผู้ยิ่งใหญ่แห่งซีเรีย)

• ที่สุดจากเสียงเล็กๆของเด็กหญิงคนนี้ ซึ่งพ่อย้ำว่า เป็น “เสียงของเด็กหญิงเล็ก” เรียกว่าเป็นเสียงอันเล็กน้อย หรือ “วาจาแห่งความเชื่อของเด็กเล็ก” (Voice of minority)

• เสียงเล็กน้อยนี้ได้ขึ้นไปถึงนายหญิงของตน คือภรรยาของนาอามาน และที่สุดได้ขึ้นไปถึงนาอามาน... กลับกลายเป็น “เสียงแห่งความหวังสำหรับนาอามานผู้สิ้นหวัง” (Voice of Hope for the hopeless)

• คนแบบนาอามาน ไม่ควรจะเชื่ออะไรกับเสียงของเด็กคนนี้ แต่คนที่สิ้นหวังในความเจ็บป่วยเช่นนี้ก็มีความหวังเสมอในทุกเรื่องทุกโอกาส... ที่สุดเสียงเล็กๆวาจาน้อยๆก็ทำให้นาอามานตัดสินใจออกเดินทางแสวงหาพลังอำนาจของพระเจ้า (ความจริงเราต้องเรียกว่าเป็นเสียงกระซิบที่เบาเหลือเกิน และอย่างน้อยเสียงนี้ได้ให้ความหวังกับความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความรอดของนาอามาน)

• จากเสียงของเด็กหญิง... แปลกตรงที่ว่า “กษัตริย์แห่งอารัมก็เอาด้วยจริงๆ”
o กษัตริย์ทรงอนุญาตให้เดินทางพร้อมบรรณาการ
o พร้อมกับทรงพระอักษรถึงกษัตริย์แห่งอิสราเอล ประหนึ่งเป็นสัมพันธ์ไมตรีและการขอร้องระหว่างชาติสองชาติที่เริ่มจากเสียงแผ่วเบาของเด็กหญิงทาสคนนี้
o จำเป็นต้องไปที่สะมาเรีย ไปหาประกาศก “คนของพระเจ้า” เขาจะรักษาให้หายได้
o ความเชื่อในพลังของพระเจ้าโดยทาง “ประกาศก” ซึ่งในที่นี้หมายถึงท่านประกาศกนามว่า “เอลีชาห์”
o ประกาศกเอลีชาห์ Elisha ภาษาฮีบรู אֱלִישָׁע, ʼĔlîšāʻ; ชื่อหมายความว่า “พระเจ้าทรงเป็นความรอดพัน” "My God is salvation", ภาษากรีก Ἐλισσαῖος, ภาษาอาราบิก اليسع Al-yasaʻ

• นาอามาน ออกเดินทางพร้อมกับราชสาสน์ของกษัตริย์ พร้อมกับทรัพย์สิน เงินทอง และบรรณาการตามธรรมเนียมของกษัตริย์สมัยนั้น เป็นดังรางวัลและสิ่งตอบแทน ถ้าสามารถได้รับสิ่งที่เขาคาดหวังจากความสิ้นหวังเมื่อมาถึงแผ่นดินอิสราเอล

• เขานำสารไปถวายกษัตริย์แห่งอิสราเอลมีความว่า “พร้อมกับสารนี้ ข้าพเจ้าส่งนาอามานผู้รับใช้คนหนึ่งของข้าพเจ้ามาเฝ้าพระองค์ เพื่อให้พระองค์ทรงรักษาเขาให้หายจากโรค” กษัตริย์แห่งอารัมและนาอามานได้เชื่อในคำของเด็กหญิง ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ พ่อเรียกตอนนี้ว่า “พลังของเสียงเล็กๆในพระคัมภีร์ เสียงของผู้เล็กน้อย เสียงร้องของผู้เล็กน้อย” (Voice of minority) ชาวอารัมทั้งกษัตริย์และนาอามานได้แสดงความหวังที่มีต่อกษัตริย์แห่งอิสราเอล ที่ว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในอารัมที่ยิ่งใหญ่จะสามารถเป็นไปได้ในอิสราเอล

• กษัตริย์แห่งอิสราแอล โมโหมากๆ ทรงฉีกฉลองพระองค์ คือ
o การฉีกฉลองพระองค์เครื่องหมายแห่งการโกรธแค้นของกษัตริย์แห่งอิสราเอล
o คำพูดต่อไปนี้เป็นการพูดเชิงประชดประชัน แต่ขณะเดียวกันคำพูดเหล่านี้เป็นการประกาศความจริงและความสามารถของพระเจ้าแห่งอิสราเอล “ข้าเป็นพระเจ้า มีอำนาจให้ชีวิตหรือความตายได้กระนั้นหรือ เขาจึงส่งคนมาให้ข้ารักษา ดูซิ เห็นได้ชัดว่า เขาพยายามจะหาเรื่องกับข้า”
o การกล่าวเช่นอันที่จริงทำให้เห็นว่า ถ้ามีพระเจ้าจริงสิ่งเหล่านี้ก็ต้องเป็นไปได้ทั้งหมด

• กษัตริย์แห่งอิสราเอลโกรธ และคิดว่านี่คือการหาเรื่องเพื่อให้เกิดการทะเลาะและถึงขึ้นที่จะมายึดอิสราเอล ความคิดสำคัญคือจะเป็นไปได้อย่างไร การจะรักษาคนโรคเรื้อนให้หาย ความโกรธทั้งหมดและข้อความเหล่านี้เท่ากับเป็นการเร่งให้เห็นความจริงว่า พระเจ้า พระยาห์เวห์ทรงสามารถจริงๆ และพระองค์เป็นพระเจ้าเหนือชีวิตและความตายจริงๆ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้

• บทบาทของเอลีชาห์เริ่มจากความโกรธของกษัตริย์
o ประหนึ่งต้องการบอกว่าทำไม่ต้องโกรธ
o ไม่เชื่อในพระเจ้าหรือ
o ไม่เชื่อในพระยาห์เวห์หรือ

• เอลีชาห์ส่งคนไปหากษัตริย์กล่าวว่า “พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์ทำไม ขอพระองค์ทรงส่งชายคนนั้นมาหาข้าพเจ้า แล้วเขาจะรู้ว่ามีประกาศกในอิสราเอล”

• ฉากสำคัญ “การเผชิญหน้าของนาอามานกับประกาศก” เมื่อรถม้าที่แสนทะนงองอาจมาจอดหน้าเรือนที่พักที่แสนจะต่ำต้อยของประกาศกเอลีชาห์ นาอามานแม่ทัพแห่งอารัมหยุดรถม้าหน้าบ้านของประกาศกในแผ่นดินอิสราเอล
o นาอามานอยู่บนรถม้า เพราะเขาเป็นถึงแม่ทัพแห่งอารัม เป็นที่ไว้วางใจของกษัตริย์แห่งอารัม มีอำนาจ มีชัยชนะ และทรงพลัง
o ประกาศกอยู่ในบ้าน กลับไม่ได้ออกมาพบเขา... ดูประกาศกทำสิ... กลับเพียงแต่ส่งคนใช้ของตนให้ออกมาบอกนาอามานว่า “จงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง แล้วเนื้อหนังของท่านจะหายจากโรคและสะอาดเหมือนเดิม”

• ความโกรธของนาอามาน ความหวังของนาอามาน
o คิดว่าพระยาห์เวห์พระเจ้ายิ่งใหญ่ และคิดว่าประกาศกเอลีชาห์จะต้องออกมาพบตนเพื่อแสดงอำนาจยิ่งใหญ่แบบที่เขาไม่เคยพบที่ใด
o คิดว่าจะได้รับการต้อนรับ ออกมา ปกมือ หรือโบกมืดตรงแผล “ดูซิ ข้าพเจ้าคิดว่าอย่างน้อยเขาจะออกมายืน เรียกขานพระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา ใช้มือโบกตรงที่เป็นโรค และรักษาโรคให้หาย”

• ความโกรธของนาอามานมีเหตุผลตามประสามนุษย์จริงๆ
1. ทำไม่ประกาศกไม่ออกมา
2. ทำไมไม่มาภาวนาหรือแสดงปาฏิหารย์
3. ทำไมไม่ปกมือแสดงพลัง โบกมือตรงที่เป็นโรคและทำให้หาย
4. ทำไมไม่เรียกขาน “พระนามของพระเจ้าแห่งอิสราเอล”
5. ทำไมส่งออกมาแต่คำสั่งให้ไปจุ่มตัวในแม่น้ำจอร์แดน (แม่น้ำขนาดเล็กนิดเดียว) เมื่อเทียบกับแม่น้ำแห่งดามัสกัสซึ่ง “ดีกว่าไม่น้ำทั้งหลายในอิสราเอล”

• เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มา โรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา แต่เริ่มจากเสียงของเด็กหญิงทาส และยังให้เป็นจุ่มตัวในแม่แม่น้ำสายเล็กๆ เล็กจริงๆที่ชื่อจอร์แดน ฯลฯ เล็กกว่าคลองหนองบัวหลังบ้านพ่อเสียอีก... บางจุดกระโดดข้ามยังได้เลย....

• ดังนั้นความโกรธของนาอามานที่พรุ่งพล่านก็ “มีเหตุผล” เขาจึงหันหลังกลับไปด้วยความโกรธ

• เสียงเรียกร้องของผู้รับใช้ของนาอามานเตือนสติ (เสียงร้องจากคนเล็กน้อยอีกแล้ว voice of minority) เรียกร้องให้เขาเลือกทำสิ่งที่เล็กน้อยตามที่ท่านประกาศกบอก นั่นหมายถึง
1. ต้องลงจากรถม้า
2. สงบจิตใจยอมรับทำในสิ่งที่ดูเล็กน้อยเหลือเกิน
3. ยอมลงไปจุ่มตัวในแม่น้ำเล็กๆ ตามคำสั่งของประกาศก ในแผ่นดินอิสราเอล

• ในที่สุด...เมื่อนาอามานผู้ยิ่งใหญ่แห่งอารัมยอมถ่อมตน ยอมฟังเสียงผู้เล็กน้อยรอบกายตน ยอมทำตาม... ผลก็คือ “นาอามานจึงลงไปจุ่มตัวลงในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้งตามที่คนของพระเจ้าบอก แล้วเนื้อหนังของเขาก็หายจากโรค สะอาดเหมือนผิวของเด็กเล็กๆ”

• ที่สำคัญกว่านั้น คือ เกินกว่าเพียงหายจากโรค แต่ผิวของเขาสะอาดเหมือนผิวเด็กเล็กๆ เหมือนกับการเกิดใหม่ทีเดียวเชียว นี่เป็นการประกาศถึงประกาศิตแห่งพลังของพระเจ้าสามารถรักษาเขาอย่างง่ายดาย ง่ายดายและเกิดผลยิ่งใหญ่เกินคาด เกินกว่าที่จะเข้าใจได้ เพราะอันที่จริงนี่คือพลังของพระเจ้าพระยาห์เวห์

• คำประกาศยืนยันความเชื่อในพระยาห์เวห์อย่างเป็นทางการของนาอามานชาวซีเรียผู้ยิ่งใหญ่ เรียกว่าเป็น “Solemn Profession of Faith” ต่อหน้าประกาศกเอลีชาห์ “บัดนี้ ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดทั่วแผ่นดิน นอกจากพระเจ้าของอิสราเอลเท่านั้น ขอท่านกรุณารับของกำนัลจากผู้รับใช้ของท่านเถิด”

• ของขวัญและการตอบแทนเพื่อเพิ่มความร่ำรวยให้กับประกาศก
o สิ่งที่นาอามานนำมาตอบแทน และได้ขอให้ประกาศกได้รับบรรณาการนั้นที่ตนได้นำมาจากอารัม จากกษัตริย์อารัมที่พระราชทานมาให้...
o แต่คำตอบจากประกาศกเอลีชาห์ คือ “พระยาห์เวห์ซึ่งข้าพเจ้ารับใช้ทรงพระชนม์อยู่ฉันใด ข้าพเจ้าจะไม่รับสิ่งใดจากท่านฉันนั้น” (สำนวนแบบนี้พบบ่อยกับคนของพระเจ้า จะไม่มีวันรับบรรณาการจากมนุษย์)
o สำนวนนี้เกือบจะซ้ำประโยคที่อับราฮัมได้พูดกับกษัตริย์แห่งโซดม เมื่อได้ชัยชนะเหนือกษัตริย์สี่พระองค์และได้ช่วยโลทหลานชายกลับมา (เทียบ ปฐก 14) “แต่อับรามทูลตอบกษัตริย์เมืองโสโดมว่า 'ข้าพเจ้าขอสาบานต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าสูงสุด ผู้ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินว่า ข้าพเจ้าจะไม่เอาสิ่งใดที่เป็นของพระองค์ไว้เลยแม้แต่ด้ายเส้นเดียว หรือสายรัดรองเท้า เพื่อมิให้พระองค์ตรัสได้ว่า "เราได้ทำให้อับรามร่ำรวยขึ้น"”
o สรุปความหมายสำคัญคือว่า ความร่ำรวยไม่ได้มาจากสงครามหรือจากบรรณาการใดๆ แต่มาจากพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

• นาอามานยังรบเร้าให้เอลีชารับบรรณาการ.. แต่เขาปฏิเสธไม่ยอมรับ นาอามานจึงขอร้องและรบเร้าประกาศกว่า “ถ้าท่านไม่ยอมรับ ขอให้ข้าพเจ้า ผู้รับใช้ของท่านนำล่อสองตัวบรรทุกดินจากที่นี่กลับบ้าน เพราะผู้รับใช้ของท่านจะไม่ถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องบูชาใดๆแด่พระเจ้าอื่น นอกจากแด่พระยาห์เวห์เท่านั้น”

• พ่อชอบประเด็น “การขอใช้ล่อสองตัวเพื่อบรรทุกดินจากอิสราเอล” นี้อย่างจับใจ อ่านทุกครั้งปลื้มทุกที...

• การขอเอาดินของอิสราเอลกลับไปมีความหมายมากๆจริงๆ คือว่า นับจากนี้ไปนาอามาน แม้จะอยู่แผ่นดินอารัมก็ตาม แต่เขาจะกราบนมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลบนดินของอิสราเอลเท่านั้น นี่เป็นการประกาศทางการของนาอามานคือเขายอมรับว่า “พระเจ้าเที่ยงแท้มีแต่พระยาห์เวห์ผู้เดียวทรงเป็นพระเจ้าแห่งแผ่นดินอิสราเอลเท่านั้น”
o สมมติฐาน คือ สงสัยว่า เมื่อเขากลับไป เขาเอาดินนี้ไปโรยทั่วที่เขาจะนมัสการพระเจ้าที่บ้านของเขา
o และทุกครั้ง ทุกวันตลอดไปเขาจะได้ระลึกว่าเขายืนบนแผ่นดินอิสราเอล แผ่นดินที่มีพระเจ้าเที่ยงแท้เสมอ... พี่น้องของเราบางศาสนาก็ทำเช่นกัน เวลานมัสการพระเจ้าต้องปูพรมพิเศษเฉพาะและหันหน้าไปหานครศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน

• นาอามานสุภาพและถ่อมตนมาก... เพราะเขายังได้ขอร้อง และถึงขนาดขออภัย ถ้าในอนาคต เขาต้อง “โดยจำเป็นและโดยหน้าที่” เมื่อต้องตามกษัตริย์แห่งอารัมไปที่ต่างๆ และต้องแสดงตนเคียงข้างกษัตริย์แห่งอารัมเมื่อต้องย่อตัวลงโดยจำเป็น คือ “โดยจำเป็นและโดยหน้าที่” ทำให้ต้องก้มลงต่อหน้าเทพเจ้าริมโมนพร้อมกับกษัตริย์ แต่เขาก็ขอพระเจ้าเที่ยงแท้เมตตาอภัยด้วย นั่นคือความจริงที่ว่านับจากนี้ไปพระเจ้าเที่ยงแท้ของนาอามานคือพระยาห์เวห์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

• การขออภัยจากพระเจ้า โดยหน้าที่ที่นาอามานต้องทำนี้ เป็นข้อความที่มีความระเอียดอ่อนและแสดงให้เห็นจิตใจที่จงรักภักดีและศรัทธาในพระเจ้าพระยาห์เวห์อย่างแท้จริง

• คำพูดของนาอามานน่าประทับใจอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าเขายังคงต้องรับใช้กษัตริย์แห่งอารัมตามฐานะของเขา แต่จิตใจเขาแท้จริงนมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

พี่น้องที่รับครับ อ่านแล้วพ่อมีข้อคิดไตร่ตรองสั้นๆครับ
1. เราจงนมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้เสมอไป
2. ไม่มีอะไรที่พระเจ้าเที่ยงแท้ทำไม่ได้ ไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับพระองค์
3. พระองค์ทำให้สิ่งที่เล็กน้อยในสายตามนุษย์ แต่กลับได้แสดงออกซึ่งอานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์
4. เราโอกาสมหาพรต และตลอดไป จงพยายามฟังเสียงเล็กน้อย เสียงของคนเล็กน้อยรอบข้างเราบ้างนะครับ.... คนที่ใหญ่คับฟ้าและลืมฟังเสียงเล็กน้อยอาจเป็นคนน่าสงสารนะครับ เพราะการฟัง คือ บ่อเกิดของปรีชาญาณ และ
5. พระเจ้ามักจะตรัสในผู้เล็กน้อยเพื่อสอนเราถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์
6. อย่าลืมกระทำดีกับผู้เล็กน้อยนะครับ เพราะพระเยซูเจ้าตรัสว่า “สิ่งที่ท่านทำกับผู้เล็กน้อยคนหนึ่งของเราครั้งใด ท่านทำกับเราเอง”...
7. ศาสนาขอเราสอนเรื่อง ความสุภาพ ถ่อมตน และอ่อนโยนเสมอนะครับ จงเป็นคนอ่อนโยน น่ารัก นั่นแหละครับคนที่มีพระเจ้าจริงๆ ถ้าเรายอมรับว่ามีพระองค์ เราก็ถ่อมตนโดยทันทีครับ
8. สุดท้าย... อย่าเป็นคริสตชน นักบวช พระสงฆ์ เพราะเห็นแก่บรรณาการ เงินทอง หรือทรัพย์สินและของเส้นบวงสรวงสังเวยใดๆเลยครับ พระเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้เราอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และเราก็ไม่เป็นหนี้ใครนอกจากเป็นหนี้ความรักของพระเจ้าครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ ขออภัยที่เขียนให้อ่านยาวนะครับ... ยังมีแง่มุมอีกมากที่ศึกษาไตร่ตรองได้ครับ

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย