Get Adobe Flash player

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จงตั้งใจฟังให้ดี”

19. อุปมาสั้น ๆ สี่เรื่อง (3)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
           
1. พระเจ้าทรงจุดตะเกียงในใจของเราคือ ประทานแสงสว่างแห่งความเชื่อและพระธรรมล้ำลึกเรื่องพระอาณาจักรของพระองค์เพื่อความจริงเหล่านี้จะไม่ซ่อนอยู่ในใจของเราเท่านั้น แต่จะปรากฏชัดแจ้งแก่มนุษย์ทุกคน บรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักรได้เข้าใจข้อความนี้ว่า เป็นภารกิจของคริสตชนที่จะต้องเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า เช่น  เทวฟีลักต์ (Theophylact) เขียนไว้ว่าพระเยซูเจ้าทรงเชิญชวนบรรดาศิษย์ให้ดำเนินชีวิตโปร่งใสประดุจตรัสว่า "ตะเกียงถูกตั้งไว้บนที่ตั้งเพื่อส่องแสงสว่างฉันใด มนุษย์ทุกคนก็มองชีวิตของท่านฉันนั้น จงพยายามดำเนินชีวิตที่ถูกต้องจงเป็นเสมือนตะเกียงที่พระเจ้าทรงตั้งบนที่ตั้งไม่ใช่ซ่อนไว้ใต้เตียง"


นักบุญครีโซสตมเขียนไว้ว่า "ถ้าท่านมุ่งมั่นที่จะดำเนินชีวิตอย่างขยันขันแข็ง แม้ผู้มุสาจะกล่าวหาท่าน ก็ไม่ดับหรือปิดบังแสงสว่างของท่านได้" ความคิดนี้อธิบายอย่างชัดเจนว่า คริสตชนมีภารกิจในโลกที่จะประกาศพระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้า แม้ดูเหมือนว่า ความจริงเหล่านี้ยังซ่อนอยู่ แต่ถ้ามองให้ดี  เราจะเข้าใจว่าสิ่งงดงาม สิ่งถูกต้องและเป็นมงคลก็จะเป็นพยานถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นแสงสว่างส่องโลก เราจึงต้องดำเนินชีวิตในความหวังเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ทรงมั่นพระทัยว่า การประกาศพระวาจาจะเกิดผลในอนาคตอย่างแน่นอน

              2. พระเยซูเจ้าทรงเตือนบรรดาศิษย์บ่อย ๆ ให้รู้จักฟังพระวาจาของพระองค์ “จงตั้งใจฟังให้ดี"การฟังไม่เป็นเหตุการณ์ภายนอกที่มีชีวิตชีวา ดึงดูดความสนใจทันที แต่เป็นพระวาจาที่เชิญชวนเราให้เข้าไปถึงจิตใจ เพราะพระเจ้าทรงครองราชย์ในใจเรา นี่คือพระอาณาจักรที่แผ่ขยายโดยการถ่ายทอดจากบุคคลสู่บุคคล พระเยซูเจ้าทรงเปรียบเทียบพระวาจากับเมล็ดพืช เพราะพระวาจาทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้า และพระองค์ยังทรงเปรียบเทียบพระวาจากับแสงสว่าง เพราะแสงสว่างเป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาความรัก การถ่ายทอดและการสื่อสาร คุณภาพของชีวิตไม่อยู่ในการแสดงความโอ้อวด ตรงกันข้ามอยู่ในการสำรวมจิตใจรำพึงภาวนา พระองค์ยังทรงใช้สำนวนว่า“ใครมีหูสำหรับฟังก็จงฟังเถิด” เหมือนกับว่าธรรมชาติของหูคือการฟัง เราจงปฏิบัติตามธรรมชาติ จึงต้องตั้งใจฟังพระวาจาที่ตรัสในขณะนั้นด้วยความตั้งใจจริง เพราะในการฟังเราจะค้นพบเอกลักษณ์ของตนที่ลึกซึ้ง

               3. ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้ามีลักษณะเป็นพลวัตร เราวอนขอพระพรจากพระเจ้ามากยิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา ของประทานจากพระองค์เกินขนาดอยู่เสมอและเป็นสิ่งงดงาม ยิ่งเราฟังพระวาจาของพระองค์มากเท่าใด เราก็ยิ่งจะได้รับพระพรมากเท่านั้นดังที่พระวาจาของพระองค์ตรัสว่า"ท่านตวงให้เขาอย่างไรเขาก็จะตวงให้ท่านอย่างนั้น"สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสัญญาว่าเราจะได้รับมากยิ่งขึ้นคือการเป็นเหมือนพระองค์

                4. เราต้องรับพระวาจาไม่เพียงผิวเผิน โดยไม่เข้าลึกลงในจิตใจ แต่ต้องทำให้เป็นแสงสว่างส่องทางเดิน เพื่อนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มิฉะนั้นแล้ว พระวาจาจะไม่เกิดผลในตัวเรา เราควรรับพระวาจาทุกวันและพยายามเก็บรักษาไว้ เพราะถ้าเรารำพึงถึงพระวาจา จะเห็นว่าแต่ละวันเราจะเข้าใจและมีความรักมากยิ่งขึ้นโดยไม่มีขอบเขตจำกัด ผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้น แต่ถ้าเราปิดตัว ไม่ฟังพระวาจาอย่างดี เราก็ไม่ได้รับอะไรเลย เหมือนถังน้ำถ้าคว่ำไว้ แม้ฝนตกลงมาสักเท่าใด ถังนั้นก็ไม่ได้รับน้ำเลย แต่ถ้าตั้งไว้อย่างถูกต้องก็จะได้รับน้ำจนเต็ม  เราจึงต้องตั้งใจฟังพระวาจาและพระวาจาจะขยายความสามารถที่จะรับฟังมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นพระวาจาแห่งความรัก ยิ่งเราฟังพระวาจามากเท่าใด เราก็ยิ่งจะมีความรักมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่มีสิ้นสุดในชีวิต

                 5. เราควรวอนขอพระเจ้าเพื่อจะได้รับสมรรถภาพที่จะฟังและรำพึงพระวาจา เข้าใจธรรมล้ำลึกที่ซ่อนเร้นของพระอาณาจักรของพระองค์ ซึ่งไม่บังคับผู้ใดให้รับ แต่เชิญชวนเราให้รับด้วยความยินดี เรายังควรขอพระองค์ทรงช่วยเราให้ยอมรับพระวาจา แม้ในเวลาที่ชีวิตมีความมืดมนเช่นเดียวกับเวลาที่มีแสงสว่าง คือทั้งเวลาที่เราเข้าใจและไม่เข้าใจธรรมล้ำลึกที่พระองค์ทรงเปิดเผย

                 6. เราควรขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระวาจา ซึ่งเปรียบเหมือนตะเกียงที่ส่องทางเดิน เราขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงบันดาลให้เรามีความปรารถนาที่จะรำพึงพระวาจาในจิตใจ และมีความปรารถนาที่จะเป็นพยานถึงพระองค์ผู้ทรงเปิดเผยสิ่งซ่อนเร้นในสายตามนุษย์

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย