Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2019
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือปรีชาญาณ (ปชญ 7:22-8:1) 
                  
           ปรีชาญาณเป็นจิตรอบรู้ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นหนึ่งไม่เหมือนใคร หลากหลาย บางเบา ว่องไว แทรกซึมทุกอย่าง ไร้ราคี สดใส ไม่เป็นพิษเป็นภัย รักความดี แหลมคม ขัดขืนมิได้ เอื้ออารี รักมนุษย์ ยืนยง มั่นคง ไร้กังวล ทำสิ่งใดก็ได้ แลเห็นทุกสิ่ง และแทรกซึมเข้าในจิตทั้งหลายที่รอบรู้ บริสุทธิ์ และบางเบา ปรีชาญาณเคลื่อนไหวว่องไวยิ่งกว่าการเคลื่อนไหวใดๆ ผ่านทะลุและแทรกซึมเข้าในทุกสิ่ง เพราะเป็นจิตบริสุทธิ์ ปรีชาญาณเป็นสิ่งที่ไหลล้นจากพระอานุภาพของพระเจ้า

เป็นรังสีแห่งพระสิริรุ่งโรจน์บริสุทธิ์ของพระผู้ทรงสรรพานุภาพ ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่เป็นมลทินเข้าไปในปรีชาญาณ ปรีชาญาณเป็นแสงสะท้อนความสว่างนิรันดร เป็นกระจกเงาไร้ราคีส่องการกระทำของพระเจ้า เป็นภาพลักษณ์แห่งความดีล้ำเลิศของพระองค์ ปรีชาญาณทำได้ทุกอย่างด้วยตนเอง ปรีชาญาณไม่เปลี่ยนแปลง แต่ฟื้นฟูทุกสิ่งได้ ปรีชาญาณเข้าไปในจิตวิญญาณผู้ศักดิ์สิทธิ์ตลอดมาทุกสมัย บันดาลให้เป็นมิตรของพระเจ้า และให้เป็นประกาศก เพราะพระเจ้าทรงรักเฉพาะผู้ดำเนินชีวิตด้วยปรีชาญาณ ปรีชาญาณงดงามกว่าดวงอาทิตย์ สุกใสกว่ากลุ่มดาวใดๆ เมื่อเทียบกับแสงสว่าง ปรีชาญาณก็ยังได้เปรียบ เพราะแสงสว่างยังต้องยอมให้กลางคืนเข้ามาแทนที่ แต่ความชั่วร้ายจะชนะปรีชาญาณไม่ได้เลย ปรีชาญาณแผ่พลังไปทั่วทุกมุมโลก ปกครองทุกสิ่งอย่างดีเลิศ

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 17:20-25)
         เวลานั้น เมื่อชาวฟาริสีทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อใด” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ามิได้มาอย่างที่จะสังเกตเห็นได้ จะไม่มีใครพูดว่า ‘พระอาณาจักรอยู่ที่นี่ หรืออยู่ที่นั่น’ เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว”

        พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เวลานั้นจะมาถึงเมื่อท่านปรารถนาเห็นวันของบุตรแห่งมนุษย์แม้เพียงวันเดียว แต่จะไม่ได้เห็น จะมีหลายคนกล่าวกับท่านว่า ‘บุตรแห่งมนุษย์อยู่ที่นั่น’ หรือ ‘บุตรแห่งมนุษย์อยู่ที่นี่’ ท่านอย่าออกไป อย่าตามไป เพราะเมื่อสายฟ้าแลบ ย่อมส่องสว่างจากขอบฟ้าหนึ่งไปถึงอีกขอบฟ้าหนึ่งฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะเสด็จมาในวันของพระองค์ฉันนั้น แต่ก่อนจะถึงวันนั้น บุตรแห่งมนุษย์จำเป็นต้องรับการทรมานอย่างมาก และจำเป็นที่คนยุคนี้ไม่ยอมรับพระองค์”