Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เราขอถามท่านอย่างหนึ่งด้วยเหมือนกัน ถ้าท่านตอบ…”

60. พระเยซูเจ้าทรงรับอำนาจจากที่ใด (2)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
        1) ใครมีสิทธิ์ตั้งคำถามและมีสิทธิ์ถามผู้ใด ใครมีหน้าที่ตอบคำถามและมีสิทธิ์ตอบผู้ใด หลายครั้ง เราถามพระเจ้าด้วยน้ำเสียงกล่าวหาพระองค์ว่าทำไมจึงทรงทำเช่นนี้ ทำไมทรงอนุญาตให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น สิ่งนี้มีความหมายอะไรบ้างสำหรับข้าพเจ้า เมื่อพระเยซูเจ้าทรงพบปะกับผู้มีอำนาจชาวยิว ผู้ตั้งคำถามแด่พระองค์ก็ทรงกำหนดความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง พระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มในฐานะกษัตริย์ ทรงทำให้พระวิหารกลับมีระเบียบอีกครั้งหนึ่ง

ทรงตักเตือนความทรงจำของประชาชนว่า ธรรมชาติแท้จริงของพระวิหารคือบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา ทุกคนได้เห็นการกระทำนี้ บรรดาสมณะชั้นผู้ใหญ่ ธรรมาจารย์และผู้อาวุโส ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของชาวยิว เรียกร้องให้พระองค์ทรงอธิบายว่า ทำไมจึงทรงปฏิบัติเช่นนี้ โดยแท้จริงแล้ว เขามีสิทธิ์ถามพระองค์ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องของผู้ใดผู้หนึ่งจากถิ่นอื่นเข้ามาในเมืองโดยอ้างสิทธิว่า ตนมีความเกี่ยวข้องกับกิจการในพระวิหาร ในแง่หนึ่ง โดยหลักการพระเยซูเจ้าไม่ทรงปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพราะผู้ใหญ่มีสิทธิ์และอำนาจที่จะถาม แต่ในอีกแง่หนึ่ง พระองค์เองทรงตั้งคำถามเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบของพระองค์เป็นที่ยอมรับอย่างถูกต้อง หัวหน้าชาวยิวไม่ควรใช้อำนาจของตนเป็นเหมือนเกราะหรือโล่เพื่อปกป้องตนเอง พระเยซูเจ้าทรงตั้งคำถามแก่เขาเพื่อให้เขาแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างชัดเจนว่าคิดอย่างไร เขาไม่เป็นผู้เดียวที่มีสิทธิ์ถาม เขาต้องยอมให้ผู้อื่นถามเขาด้วยเพื่อจะได้รู้ทัศนคติแท้จริงของเขา เราก็เช่นกัน เราต้องเข้าหาพระเจ้า พร้อมที่จะให้พระองค์ทรงซักถามเรา

      2) คำถามของพระเยซูเจ้าเรียกร้องให้หัวหน้าชาวยิวแสดงทัศนคติที่เขามีต่อนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ว่ากิจการของยอห์น เป็นเพียงผลงานของมนุษย์หรือเป็นงานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เขาปฏิบัติ ถ้ายอห์นเสนอตัวด้วยอำนาจของตนเอง ก็แสดงว่ากิจการของเขาบังคับผู้อื่นไม่ได้ แต่ถ้างานของเขาเป็นภารกิจที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ปฏิบัติก็สามารถเรียกร้องผู้ฟังให้ปฏิบัติตามคำสอนดังกล่าว ฉะนั้น คำถามของพระเยซูเจ้าควรให้หัวหน้าชาวยิวตัดสินใจเป็นการส่วนตัว เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคนและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะถามตนเองเกี่ยวกับเครื่องหมายที่พระเจ้าประทานให้ และเกี่ยวกับพระประสงค์ของพระองค์เพื่อจะได้เป็นผู้อ่อนน้อมและเปิดใจที่จะยอมรับอย่างเต็มเปี่ยม

      3) ปฏิกิริยาของหัวหน้าชาวยิวต่อคำถามของพระเยซูเจ้าแสดงว่าเขาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง เขาตอบคำถามในเชิงการเมืองเท่านั้น เพราะเป็นห่วงกังวลเพียงเรื่องเดียวคือการรักษาอำนาจ เขาไม่ต้องการเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนที่คิดว่ายอห์นเป็นประกาศกและเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาอย่างแท้จริง แต่หัวหน้าชาวยิวไม่ต้องการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของยอห์นและไม่ยอมกลับใจ สิ่งเดียวที่เขาพัฒนาคือการอยู่อย่างสันติและรักษาอำนาจการปกครอง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะตัดสินใจอย่างชัดเจน เขาเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นการกระทำของยอห์น พฤติกรรมของหัวหน้าชาวยิวไม่สอดคล้องกับความจริงใจแท้จริงและความรับผิดชอบที่ถูกต้องเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ถ้าเขาไม่ยอมรับว่านักบุญยอห์นเป็นประกาศก เขาก็ต้องยืนยันอย่างเปิดเผยว่าเขาต่อต้านนักบุญยอห์นเพื่อปกป้องประชาชนมิให้หลงผิด แต่ถ้าเขาเคารพนักบุญยอห์นเช่นเดียวกับประชาชน เขาก็ต้องยอมรับการเชิญชวนให้กลับใจเช่นเดียวกับผู้อื่น แต่หัวหน้าชาวยิวหลีกเลี่ยงที่จะตัดสินใจ เขาไม่ยอมเลือกความรับผิดชอบและความซื่อตรงเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าให้เป็นเอก แต่เลือกการอยู่อย่างสันติและรักษาอำนาจของตนให้เป็นเอก เขาเรียกร้องให้พระเยซูเจ้าทรงตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา แต่เขากลับไม่ยอมให้ถูกถามอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้น พฤติกรรมเช่นนี้จึงไม่มีพื้นฐานสำหรับการสนทนาอย่างจริงใจระหว่างพระเยซูเจ้ากับหัวหน้าชาวยิว เราก็เช่นกัน เมื่อเราสนทนากับพระเจ้า เรามีความจริงใจและมีความรับผิดชอบหรือไม่

     4) เมื่อใดเรามีความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและมีความพร้อมที่จะตัดสินใจอุทิศตน เมื่อนั้นพระเยซูเจ้าทรงชี้แจงอย่างแข็งขันว่า ทรงพร้อมที่จะตอบคำถามของเรา พระองค์ทรงมีคุณลักษณะเช่นนี้ และเราจะพบและถามพระองค์ด้วยวิธีนี้ พระเยซูเจ้าไม่ทรงสนทนากับเราอย่างผิวเผิน ไม่ทรงตอบคำถามที่มาจากความแข็งกระด้างของเราซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ตัว พระองค์ทรงเรียกร้องให้เราตอบคำถามของพระองค์ก่อน ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองตามคำตอบของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงดึงดูดทุกคนที่มีความจริงใจและมีความรับผิดชอบเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า

     5) เป็นที่น่าประทับใจเมื่อได้เห็นพระเยซูเจ้าทรงเผชิญหน้ากับบรรดาผู้มีอำนาจสูงสุดของชาวยิวด้วยความมั่นใจและแน่วแน่ พระองค์ไม่ทรงคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีและชีวิตของพระองค์ ไม่ทรงเอาใจเขาด้วยวิธีประนีประนอม แต่ทรงเรียกร้องความชัดเจนและการตัดสินใจ พระเยซูเจ้าทรงมองทุกสิ่งทุกอย่างในความสัมพันธ์โดยตรงกับพระเจ้า สำหรับพระองค์มีเพียงทัศนคติพื้นฐานหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ การมอบตนแด่พระเจ้าอย่างสมบูรณ์และยอมให้พระเจ้าทรงนำทาง นี่เป็นหนทางเดียวที่เราจะพบพระองค์ได้