Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ท่านปรารถนาให้เราทำสิ่งใด”

54. บุตรของเศเบดีขออภิสิทธิ์ (3)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
1. มนุษย์มีความปรารถนาอยู่เสมอ มักจะคิดว่าตนยังขาดบางสิ่งบางอย่าง จึงปรารถนา แสวงหาและวอนขอสิ่งนั้น บ่อยครั้ง คำอธิษฐานภาวนาของเราต้องการให้พระองค์ทรงปฏิบัติตามแผนการของตน เราต้องการใช้พระเจ้าเพื่อทรงบันดาลให้โครงการของเราประสบความสำเร็จและเราได้รับความรุ่งโรจน์โดยอ้างว่าพระองค์จะทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ด้วยโดยแท้จริงแล้ว ความคิดของมนุษย์เกี่ยวกับความรุ่งโรจน์ต่างจากความคิดของพระเจ้า

สำหรับมนุษย์ ความรุ่งโรจน์หมายถึงความรุ่งเรืองของบรรดาผู้นำประเทศที่เป็นเจ้านายเหนือผู้อื่นและใช้อำนาจบังคับคือเป็นผลสำเร็จของความเห็นแก่ตัว แต่สำหรับพระเจ้าพระสิริรุ่งโรจน์มีความหมายตรงกันข้ามคือเป็นผลสำเร็จของความรัก ดังนั้น การกลับใจที่แท้จริงของเราคือการยอมรับความคิดนี้เกี่ยวกับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อ พระเจ้าทรงทำตามคำสัญญาของพระองค์อยู่เสมอ แต่ไม่ทรงทำตามความคาดหวังของเราทุกครั้ง

2. เราทุกคนมีแนวโน้มที่จะคิดว่า ถ้าตนเองแตกต่างจากผู้อื่นและเป็นเจ้านายเหนือเขา ก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนว่า เราไม่ต้องเป็นเช่นนั้นความปรารถนาของตนจะประสบความสำเร็จในชีวิตและเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก็ดี แต่เราต้องปฏิบัติตามวิธีการของพระเจ้าคือ “ต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น”เพราะความยิ่งใหญ่แท้จริงซึ่งเป็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าคือการเป็นผู้รับใช้ ในพันธสัญญาใหม่การรับใช้หมายถึงการรักความเห็นแก่ตัวหมายถึงการใช้ผู้อื่นฉันใด ความรักก็หมายถึงการรับใช้ผู้อื่นฉันนั้น ดังนั้นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและความสำเร็จแท้จริงของมนุษย์คือความสามารถที่จะรับใช้ผู้อื่นในทุกวันนี้ เราคิดเหมือนบรรดาอัครสาวก เราจึงต้องเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับพระเจ้า เพราะเรามักจะคิดว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ทรงพระอานุภาพและยิ่งใหญ่ เพื่อวอนขอพระองค์ให้ทรงแบ่งปันพระอานุภาพแก่เราบ้างแต่ทัศนคติที่ถูกต้องคือพระอานุภาพนั้นเป็นพระเมตตาและการรับใช้ทุกคน พระองค์พอพระทัยที่จะทรงแบ่งปันพระอานุภาพแก่เรา ซึ่งไม่ใช่การใช้อำนาจเหนือผู้อื่น แต่เป็นความสามารถที่จะรับใช้และรักผู้อื่นพระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกร้องให้เราเปลี่ยนแปลงภาพพจน์และทัศนคติเกี่ยวกับพระเจ้า รวมทั้งความสัมพันธ์กับพระองค์ ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงอยู่ในการรับใช้คือรักด้วยกิจการไม่ใช่ด้วยคำพูด เพราะการรับใช้หมายถึงการส่งเสริมความดีของผู้อื่น ไม่ใช่การใช้ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตน ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นแก่ตัว

3. "เพราะบุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย” พระวาจานี้เปิดเผยความหมายสูงสุดของพระชนมชีพและพระภารกิจของพระเยซูเจ้าและยังเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับเรา เราเป็นคริสตชนไม่ใช่เพื่อปกครองผู้อื่นในโลกและเราต้องไม่ปรารถนาอำนาจเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องรักและปฏิบัติเพื่อชีวิตจะมีความสุขและรสชาติ ไม่ว่าในชีวิตสาธารณะหรือในครอบครัว ไม่ว่าในชีวิตสังคมหรือส่วนตัว คริสตชนไม่เป็นบุคคลที่มีความทะเยอทะยานอีกต่อไปแต่เป็นบุคคลที่ต้องการปฏิบัติตามพระแบบฉบับของพระเยซูเจ้า โดยยอมรับใช้ผู้อื่น เราจึงยอมรับใช้ผู้อื่นด้วยความรักลึกซึ้ง เพราะพระเจ้าทรงรับใช้เรามาก่อน

4. บางที ข้อความเรื่อง “บุตรของเศเบดีขออภิสิทธิ์” นี้อาจเป็นข้อความที่มีความเข้าใจผิดมากที่สุดในพระวรสาร พระเยซูเจ้าตรัสบางสิ่ง และบรรดาศิษย์ทูลตอบว่า เขาได้เข้าใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเข้าใจคนละเรื่อง พระองค์จึงทรงเตือนซ้ำในความคิดนั้น และบรรดาศิษย์ก็ยังไม่เข้าใจ ข้อความนี้จึงสอนเราว่า เราทุกคนเป็นเหมือนคนตาบอด มองไม่เห็นความจริงที่สำคัญ แล้วเราจะต้องทำอย่างไร เราต้องยอมรับว่า เราเป็นคนตาบอดต้องการให้พระองค์ทรงรักษาความบอด คืนสายตาที่ดีแก่เรา เพื่อจะมองเห็นชัดเจนว่า พระเยซูเจ้าไม่เป็นเพียงพระเจ้า แต่ทรงเป็นต้นแบบของมนุษย์