Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ปีศาจชนิดนี้ขับไล่ออกไม่ได้เลย นอกจากด้วยการอธิษฐานภาวนาเท่านั้น ”

45. คนถูกปีศาจสิง (4)
(b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

        1.    ความเชื่อเป็นของประทานที่พระเจ้าทรงพร้อมที่จะทรงมอบแก่มนุษย์ทุกคน เงื่อนไขประการเดียวเพื่อจะได้รับของประทานนี้ก็คือ ต้องวอนขอสิ่งนั้นด้วยความไว้วางใจในพระองค์ นี่เป็นวิธีที่เราจะได้รับพละกำลังจากพระเจ้าผู้เสด็จมาช่วยเหลือเรา ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้มีความเชื่อ


         2.    อิสรภาพของเราไม่อยู่ในการเลือกว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่อยู่ในการที่เราปรารถนาและวอนขอพระเยซูเจ้าด้วยความถ่อมตนว่า“ข้าพเจ้าเชื่อ โปรดช่วยความเชื่อเล็กน้อยของข้าพเจ้าด้วยเถิด โปรดกรุณาประทานความเชื่อแก่ข้าพเจ้าเถิด” ดังนั้น ทั้งผู้ที่คิดว่าตนมีความเชื่อแล้วและผู้ที่คิดว่ายังไม่มีความเชื่อก็ได้รับเรียกให้วอนขอพระเยซูเจ้าเช่นนี้
         3.    บางครั้งเราไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับพระเยซูเจ้า เพราะเราไม่ได้ตั้งใจฟังให้ดีก่อน เรารับฟังผู้อื่นไม่เป็นเพราะมีคำพูดอื่น ๆ มากมายอยู่เต็มหูของเรา
         4.    พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจทำอัศจรรย์แก่บรรดาศิษย์ เพื่อเขาจะได้รู้ว่าคำอธิษฐานภาวนาของเขามีพลังจริง ๆ เกินกว่าที่เขาคิดดังนั้น เมื่อความเชื่อของเราอยู่ที่ใด พระอานุภาพของพระเจ้าก็อยู่ที่นั่นเสมอ
         5.    ทุกวันเมื่อเราสวดบท “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” เราวอนขอพระเจ้าว่า โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การผจญ การผจญนี้หมายถึงการละทิ้งความเชื่อคือ สูญเสียความเชื่อว่าพระเจ้าเป็นพระบิดาของเรา และตกอยู่ใต้อำนาจของปีศาจสิงทำให้เป็นใบ้ ซึ่งขัดขวางมิให้เราเรียกพระองค์ว่า “อับบา พ่อจ๋า” คือคำพูดที่ทำให้เราเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ ดังนั้น เราควรวอนขอพระบิดาให้ทรงช่วยเราให้พ้นจากการมุสาของซาตาน เพื่อเราจะสามารถฟังและตอบเสียงเรียกพระองค์ได้
         6.    บ่อยครั้ง เช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวก เราละอายใจที่ไม่สามารถขจัดความชั่วร้ายออกจากโลกนี้ แม้ในฐานะเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า เราพยายามทำเช่นนั้นแต่ก็ไม่สำเร็จ คำตอบของพระเยซูเจ้าช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ถ้าเราขจัดบาปออกจากโลกไม่ได้ก็เพราะว่าเราไม่ได้อธิฐานภาวนาเท่าที่ควร และเราไว้วางใจพละกำลังของตนมากเกินไป โดยแท้จริงแล้ว ต่อหน้าความชั่วร้ายเราทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ เช่น พูดคัดค้าน เขียนเอกสารหรือข้อความในหนังสือพิมพ์ จัดสัมมนา ใช้สื่อสารมวลชนเพื่อประกาศว่าการกระทำนั้นชั่วร้าย และพยายามเผยแผ่ความคิดที่แตกต่างกันเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดของมติมหาชน หรือสนับสนุนให้รัฐบาลออกกฎหมายแก้ปัญหาต่าง ๆ การกระทำเหล่านี้ถูกต้องและควรปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม คงไม่เป็นการเพียงพอเพื่อบรรลุจุดประสงค์ของเรา ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงเตือนเราว่า บางทีเราสาละวนกับสิ่งเหล่านี้มากแต่อธิษฐานภาวนาน้อยเกินไป
     7.    คำอธิษฐานภาวนาของเราต้องเป็นการวอนขอพระเจ้าจากใจจริงและถ่อมตน เพื่อพระองค์จะทรงช่วยเราให้มีพละกำลังเข้มแข็ง สามารถต่อสู้กับบาปและความชั่วร้ายในโลกอย่างมีประสิทธิผล