Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ปีศาจชนิดนี้ขับไล่ออกไม่ได้เลย นอกจากด้วยการอธิษฐานภาวนาเท่านั้น ”

45. คนถูกปีศาจสิง (2)

- พระองค์ตรัสตอบว่า “คนหัวดื้อ เชื่อยาก เราจะต้องอยู่กับท่านอีกนานเท่าใด จะต้องทนท่านอีกนานเท่าใด” สำนวน “คนหัวดื้อ เชื่อยาก” ถ้าแปลตามตัวอักษรได้ว่า “โอ้ เชื้อสายที่ไม่มีความเชื่อ” โดยแท้จริง นักบุญมาระโกเคยใช้คำว่า “เชื้อสาย” แล้วใน 8:12 และ8:38 พระวาจาตำหนิของพระเยซูเจ้าชวนให้คิดถึงพระวาจาที่พระยาห์เวห์ตรัสกับประชากรผู้บ่นว่าโมเสสว่า “ชุมชนชั่วร้ายนี้จะบ่นว่าเราอีกนานเท่าใด เราได้ยินชาวอิสราเอลบ่นว่าเรามานานแล้ว ”(กดว14:27) 

พระวาจาคร่ำครวญของพระเยซูเจ้านับว่า เป็นการประเมินผลศาสนบริการของพระองค์ในแคว้นกาลิลีก่อนที่จะเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม อากัปกริยาของผู้วอนขอให้พระองค์ทรงกระทำอัศจรรย์ในสถานการณ์นี้ ชวนพระองค์ให้ทรงระลึกถึงท่าทีของประชาชนที่ไม่ยอมรับคำสั่งสอนและไม่ยอมเข้าใจความหมายของอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ ในเวลาเดียวกัน พระวาจานี้ของพระเยซูเจ้าเสนอแนะว่า การที่บรรดาศิษย์ไม่มีความเชื่อจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่สามารถใช้อำนาจที่ได้รับจากพระเยซูเจ้าเพื่อขับไล่ปีศาจ   

- “จงพาเด็กมาพบเราเถิด” เขาจึงพาเด็กนั้นมาเฝ้าพระองค์ ตั้งแต่ข้อนี้เป็นต้นไป นักบุญมาระโกมีเจตนาที่จะเล่าเรื่องเพื่อสอนผู้อ่านให้มีความเชื่อ

- เมื่อเห็นพระองค์ ปีศาจก็ทำให้เด็กชักล้มลงกับพื้นดิน กลิ้งไปมา น้ำลายฟูมปาก บัดนี้ รายละเอียดที่นักบุญมาระโกเขียนแสดงว่า เด็กคนนั้นถูกปีศาจสิงอย่างแน่นอน ดังที่เคยบรรยายในกรณีอื่น ๆ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงขับไล่ปีศาจ เช่น เมื่อพระองค์ทรงรักษาคนถูกปีศาจสิงในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุม (เทียบ 1:23-24) และคนในเมืองเกราซา (เทียบ 5:6-7) ต่อหน้าพระเยซูเจ้า บรรดาปีศาจก็แสดงอำนาจโดยใช้ความรุนแรงเหนือร่างกายของผู้ถูกสิง เพื่ออวดอ้างว่าตนเป็นผู้เข้มแข็ง นักบุญมาระโกต้องการบอกให้ผู้อ่านรู้ว่า มีการต่อต้านกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างพระเยซูเจ้ากับปีศาจ ซึ่งสู้ทนการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าไม่ได้

- พระเยซูเจ้าทรงถามบิดาของเด็กว่า “เป็นดังนี้นานเท่าไรแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสถามบิดาเกี่ยวกับอาการของเด็ก  ไม่ใช่เพราะต้องการทราบรายละเอียดเพื่อวินิจฉัยโรคเหมือนนายแพทย์ทั่วไป แต่เพื่อทรงนำบิดาให้บรรลุความเชื่อ ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเขาสำนึกถึงความอ่อนแอของตนและยอมรับว่า ลำพังตนเองจะแก้ปัญหาไม่ได้เลยต้องพึ่งพระเยซูเจ้าผู้เดียวเท่านั้น

- เขาทูลตอบว่า “ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ ปีศาจได้ผลักเด็กลงในกองไฟหลายครั้ง บางครั้งผลักลงในน้ำเพื่อให้ตาย ถ้าพระองค์ทรงทำสิ่งใดได้ ก็ทรงกรุณาช่วยเราด้วยเถิด” คำภาวนานี้แสดงทั้งความสงสัยว่า พระเยซูเจ้าทรงมีอำนาจรักษาลูกชายหรือไม่ และการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันของบิดากับลูกโดยใช้สรรพนามว่า “เรา”

- พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ถ้าทำได้น่ะหรือ ทุกสิ่งเป็นไปได้ทั้งนั้นสำหรับผู้มีความเชื่อ” บิดาได้วอนขอความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้าเหมือนกับว่าทรงเป็นนายแพทย์ พระองค์จึงตรัสประโยคนี้ซึ่งดูเหมือนเป็นทั้งคำประชดประชันบิดาที่ขาดความเชื่อในพระองค์ และเป็นการช่วยเขาให้ชนะความสงสัย ผู้มีความเชื่อทำได้ทุกอย่างเพราะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ