Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ปีศาจชนิดนี้ขับไล่ออกไม่ได้เลย นอกจากด้วยการอธิษฐานภาวนาเท่านั้น ”

45. คนถูกปีศาจสิง (มก 9:14-29)
          914เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงจากภูเขาพร้อมกับศิษย์ทั้งสามคนมาพบศิษย์คนอื่นทรงเห็นประชาชนจำนวนมากห้อมล้อมบรรดาศิษย์ธรรมาจารย์บางคนกำลังถกเถียงกับเขาเหล่านั้น15ทันทีที่เห็นพระองค์ประชาชนทั้งหลายต่างประหลาดใจและวิ่งเข้ามาทักทายพระองค์


16พระองค์ตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “ท่านกำลังถกเถียงเรื่องอะไรหรือ” 17คนหนึ่งในกลุ่มชนตอบว่า “พระอาจารย์เจ้าข้าข้าพเจ้าพาบุตรชายที่ปีศาจสิงให้เป็นใบ้มาเฝ้าพระองค์18เมื่อปีศาจสิงมันผลักเขาให้ล้มลงน้ำลายฟูมปากกัดฟันและตัวแข็งทื่อข้าพเจ้าได้ขอให้ศิษย์ของพระองค์ขับไล่มันแต่เขาทำไม่สำเร็จ” 19พระองค์ตรัสตอบว่า “คนหัวดื้อเชื่อยากเราจะต้องอยู่กับท่านอีกนานเท่าใดจะต้องทนท่านอีกนานเท่าใดจงพาเด็กมาพบเราเถิด”

20เขาจึงพาเด็กนั้นมาเฝ้าพระองค์เมื่อเห็นพระองค์ปีศาจก็ทำให้เด็กชักล้มลงกับพื้นดินกลิ้งไปมาน้ำลายฟูมปาก21พระเยซูเจ้าทรงถามบิดาของเด็กว่า “เป็นดังนี้นานเท่าไรแล้ว” เขาทูลตอบว่า “ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ22ปีศาจได้ผลักเด็กลงในกองไฟหลายครั้งบางครั้งผลักลงในน้ำเพื่อให้ตายถ้าพระองค์ทรงทำสิ่งใดได้ก็ทรงกรุณาช่วยเราด้วยเถิด” 23พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ถ้าทำได้น่ะหรือทุกสิ่งเป็นไปได้ทั้งนั้นสำหรับผู้มีความเชื่อ” 24ทันใดนั้นบิดาของเด็กก็ร้องว่า “ข้าพเจ้าเชื่อโปรดช่วยความเชื่อเล็กน้อยของข้าพเจ้าด้วยเถิด”

25เมื่อพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นประชาชนเข้ามามากยิ่งขึ้นพระองค์จึงตรัสสำทับปีศาจว่า “เจ้าปีศาจหนวกใบ้เราสั่งเจ้าให้ออกจากเด็กคนนี้และอย่ากลับเข้ามาอีกเลย”26ปีศาจจึงร้องเสียงดังและทำให้เด็กมีอาการชักอย่างรุนแรงแล้วปีศาจก็ออกไปเด็กนอนนิ่งเหมือนคนตายจนคนส่วนมากพูดกันว่า “เขาตายแล้ว” 27แต่พระเยซูเจ้าทรงจับมือเด็กทรงช่วยพยุงให้ลุกขึ้นเขาก็ยืนขึ้น
28เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งบรรดาศิษย์ทูลถามพระองค์เป็นการส่วนตัวว่า “ทำไมพวกเราจึงขับไล่มันไม่ได้” 29พระองค์ตรัสตอบว่า “ปีศาจชนิดนี้ขับไล่ออกไม่ได้เลยนอกจากด้วยการอธิษฐานภาวนาเท่านั้น”


a)    อธิบายความหมาย
นักบุญมาระโกเล่าเรื่องนี้โดยให้รายละเอียดมากกว่าเรื่องอื่น ๆ เพื่อเป็นบทสอนเกี่ยวกับความเชื่อ การรักษาเด็กให้หายก็มีจุดประสงค์ที่ต้องการเน้นว่า ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ 
    
- เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงจากภูเขาพร้อมกับศิษย์ทั้งสามคนมาพบศิษย์คนอื่น  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเชิงภูเขาทาบอร์ที่พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์และเน้นพระอานุภาพของพระองค์ในการขับไล่ปีศาจเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากทรงแสดงอำนาจนี้ในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุม (1:23-26) ในเขตแดนของชาวเกราซา (5:1-20) และกับบุตรสาวของหญิงชาวซีโรฟีนีเซีย (7:24-30)  

- ทรงเห็นประชาชนจำนวนมากห้อมล้อมบรรดาศิษย์  รายละเอียดนี้บอกว่ามีทั้งประชาชนจำนวนมากและธรรมาจารย์บางคน ก็แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในดินแดนของชาวอิสราเอล จึงเป็นหลักฐานอีกประการหนึ่งที่พิสูจน์ว่า ภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ต้องเป็นภูเขาทาบอร์อย่างแน่นอน ไม่ใช่ภูเขาเฮอร์โมนที่อยู่นอกเขตแดนของชาวยิว

- ธรรมาจารย์บางคนกำลังถกเถียงกับเขาเหล่านั้น  ธรรมาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญอธิบายพระคัมภีร์ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มชาวฟาริสีที่มุ่งมั่นอธิบายความหมายของธรรมบัญญัติและธรรมประเพณีอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปปฏิบัติในชีวิตอย่างเคร่งครัด วิธีสั่งสอนของเขาคือการสนทนากับผู้ฟัง โดยตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์คำตอบของคู่สนทนา พระเยซูเจ้าทรงใช้วิธีการสั่งสอนเช่นเดียวกันนี้กับบรรดาศิษย์และกับประชาชนทั่วไป จึงทรงสำแดงพระองค์เป็นพระอาจารย์อีกด้วย นักบุญมาระโกไม่อธิบายว่าบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าถกเถียงกับธรรมาจารย์เรื่องอะไร และในเรื่องนี้ไม่พูดถึงธรรมาจารย์อีกต่อไป

- ทันทีที่เห็นพระองค์ ประชาชนทั้งหลายต่างประหลาดใจและวิ่งเข้ามาทักทายพระองค์  ประชาชนประหลาดใจเพราะเห็นพระเยซูเจ้าเสด็จมาอย่างไม่คาดคิดมาก่อน และวิ่งไปหาพระองค์เพราะหวังว่า พระองค์จะทรงกระทำสิ่งที่บรรดาศิษย์ทำไม่ได้ นั่นคือการขับไล่ปีศาจที่สิงอยู่ในตัวเด็ก นักบุญมาระโกอาจเขียนประโยคนี้โดยคิดถึงข้อความในหนังสืออพยพเมื่อประชาชนเห็นโมเสสลงมาจากภูเขาซีนาย เขาทั้งหลายมีความกลัว แต่ยังเข้าไปใกล้เพื่อฟังโมเสส (เทียบ อพย 34:29-30)

- พระองค์ตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “ท่านกำลังถกเถียงเรื่องอะไรหรือ” แม้พระเยซูเจ้าตรัสถามบรรดาศิษย์ แต่เขายังไม่ทันได้ตอบ ก็มีคนหนึ่งในกลุ่มชนเล่าสถานการณ์ในขณะนั้นอย่างละเอียด
 
- คนหนึ่งในกลุ่มชนตอบว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ข้าพเจ้าพาบุตรชายที่ปีศาจสิงให้เป็นใบ้มาเฝ้าพระองค์
เมื่อปีศาจสิง มันผลักเขาให้ล้มลง น้ำลายฟูมปาก กัดฟัน และตัวแข็งทื่อ ข้าพเจ้าได้ขอให้ศิษย์ของพระองค์ขับไล่มัน แต่เขาทำไม่สำเร็จ” รายละเอียดบรรยายอาการของเด็กชวนเราให้คิดว่า เขาเป็นโรคลมบ้าหมู แม้คนโบราณเชื่อว่า โรคนี้เป็นผลการกระทำของปีศาจก็จริง แต่รายละเอียดที่นักบุญมาระโกจะเล่าต่อไปก็แสดงว่า เด็กคนนั้นถูกปีศาจสิงอย่างแท้จริง เมื่อบิดาเห็นว่าพระเยซูเจ้าไม่ทรงอยู่ที่นั่นกับบรรดาศิษย์เขาก็ขอให้ศิษย์ขับไล่ปีศาจแทนพระองค์ เราไม่แน่ใจว่าบิดารู้หรือไม่ว่า พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจขับไล่ปีศาจแก่บรรดาศิษย์แล้ว (เทียบ 3:15; 6:7)และเขาทั้งหลายเคยปฏิบัติเช่นนี้อย่างได้ผลแล้ว (เทียบ 6:13) แต่ผู้อ่านพระวรสารและคริสตชนร่วมสมัยของนักบุญมาระโกรู้อยู่แล้วว่า บรรดาศิษย์มีอำนาจที่จะขับไล่ปีศาจได้ ดังนั้น นักบุญมาระโกเล่าเรื่องนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า บรรดาศิษย์ประสบความล้มเหลวในการปฏิบัติภารกิจพระเยซูเจ้าจึงทรงอธิบายสาเหตุของความล้มเหลว