Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ”

42. เงื่อนไขในการติดตามพระคริสตเจ้า(2)
- ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นจะต้องสูญเสียชีวิตนั้น พระเยซูเจ้าจึงทรงอธิบายอย่างชัดเจนว่า ทำไมเราจึงต้องเลือกการติดตามพระองค์เหนือทุกสิ่งอยู่เสมอ เราจะเอาชีวิตรอดเพียงในความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าและกับข่าวดีของพระองค์เท่านั้น แม้เราจะต้องสูญเสียชีวิตบนแผ่นดินนี้ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว การกระทำเช่นนี้เป็นวิธีเดียวที่เราจะได้รับชีวิตนิรันดรที่จะคงอยู่ตลอดไป คำภาษากรีกที่ว่า “psyche”ในข้อ 35-37มีความหมายสองประการ คือ “จิตวิญญาณหรือตนเอง” และ “ชีวิต” ทั้งชีวิตตามธรรมชาติในโลกนี้และชีวิตนิรันดรเหนือธรรมชาติ ด้วยวิธีนี้พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า ผู้ที่ยึดติดกับตนเองและไม่ยอมติดตามพระคริสตเจ้าจนถึงสละชีวิตของตน จะไม่ได้รับความรอดพ้นคือชีวิตนิรันดร


- แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเราและเพราะข่าวดี ก็จะรักษาชีวิตได้  พระเยซูเจ้าทรงชี้แจงอย่างชัดเจนว่า แรงบันดาลใจของผู้เป็นศิษย์ติดตามพระองค์ก็คือ ความสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์หมายความว่า ความสนิทสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าที่แท้จริงแสดงออกและเป็นรูปธรรมในข่าวดีที่รวมการประกาศการกลับคืนชีพของมนุษย์ผู้จะได้รับชีวิตนิรันดร ไม่ใช่ในความสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าที่เราปั้นแต่งขึ้นมาเองตามความคิดและความปรารถนาของเรา ความสนิทสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าผู้เที่ยงแท้นำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร ตรงกันข้ามผู้ที่ต้องการรักษาชีวิต โดยดำเนินชีวิตตามความคิดของตนและแยกตนออกจากพระเยซูเจ้าก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร

- มนุษย์จะได้ประโยชน์ใดในการที่จะได้โลกทั้งโลกเป็นกำไร แต่ต้องเสียชีวิต  พระเยซูเจ้ายังตรัสพระวาจาอีก 2 ประโยคเพื่อเน้นความสำคัญในการรักษาชีวิตเหนือธรรมชาติ“ชีวิต” ในข้อความดังกล่าวหมายถึงชีวิตนิรันดรซึ่งเปรียบไม่ได้กับการครอบครองโลกทั้งโลกพร้อมกับความร่ำรวยและความยินดีของโลก

- มนุษย์จะให้อะไรเพื่อแลกกับชีวิตที่สูญเสียไป ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์แลกกับชีวิตนิรันดรได้เลย เพราะชีวิตนี้เป็นพื้นฐานของทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้ามนุษย์ไม่มีชีวิตนิรันดรก็จะไม่มีความสมบูรณ์ และไม่มีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่เขามนุษย์จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาความสนิทสัมพันธ์กับพระองค์ แม้จะต้องซื้อด้วยราคาแพงสักเท่าไร การดำเนินชีวิตเพียงเพื่อแสวงหาผลกำไรและสะสมทรัพย์สมบัติของโลกนี้ เป็นพฤติกรรมที่ไร้ความหมาย เพราะเป็นการสูญเสียจุดมุ่งหมายของชีวิตมนุษย์ในโลกนี้คือชีวิตสมบูรณ์ในพระเจ้า เป็นพฤติกรรมที่นักบุญลูกาบันทึกไว้อย่างชัดเจนในอุปมาเรื่องเศรษฐีคนโง่ ที่สะสมทรัพย์สมบัติเพื่อเก็บไว้ใช้อย่างสนุกสนานเป็นเวลาหลายปีแต่พระเยซูเจ้าตรัสกับเศรษฐีว่า “คืนนี้เขาจะเรียกเอาชีวิตเจ้าไป แล้วสิ่งที่เจ้าได้เตรียมไว้จะเป็นของใครเล่า คนที่สะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนเอง แต่ไม่เป็นคนมั่งมีสำหรับพระเจ้า ก็จะเป็นเช่นนี้” (ลก 12:20-21)

- ถ้าผู้ใดอับอายเพราะเราและเพราะถ้อยคำของเราการอับอาย ในที่นี้หมายถึง ความกลัวที่จะไม่เป็นเหมือนคนอื่น และที่จะต้องดำเนินชีวิตแบบคริสตชนที่ต่อต้านโลกที่อยู่ห่างจากพระเจ้า การยอมรับข่าวดีของพระเยซูเจ้าหมายถึงการดำเนินแตกต่างจากผู้อื่นและยอมเสี่ยงที่จะให้ผู้อื่นพูดกับเราบ่อย ๆ ว่า “ท่านไม่เป็นของพวกเรา” คริสตชนต้องเสี่ยงที่จะถูกสังคมกีดกันให้อยู่ชายขอบ เมื่อเขาถูกกระทำเช่นนี้ก็รู้สึกอับอายในหมู่คนอื่น แต่คริสตชนต้องมีความกล้าหาญที่จะดำเนินชีวิตแตกต่างจากผู้อื่น กล้าที่จะต่อสู้เพื่อข่าวดีของพระเยซูเจ้า และเพื่อชัยชนะของพระวาจา เขาต้องเป็นเหมือนนักบุญเปาโลผู้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องละอายต่อข่าวดี” (รม 1:16)