Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ทรงบิขนมปังส่งให้บรรดาศิษย์”

30. อัศจรรย์การทวีขนมปังครั้งแรก (3)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
1.    การที่ประชาชนเดินติดตามพระเยซูเจ้าไปยังที่เปลี่ยวแสดงว่า พระองค์ทรงมีเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์ที่ดึงดูดความสนใจผู้อื่น คริสตชนควรเปิดใจต้อนรับพระองค์และมีจิตสำนึกว่า เสน่ห์นี้มีอิทธิพลเหนือตน เขามีความผูกพันกับพระองค์ไม่เพียงเพราะเหตุผลทางสติปัญญาหรือจริยธรรมเท่านั้น แต่ด้วยจิตใจและความรู้สึกทางอารมณ์ เพื่อมีความสนิทสัมพันธ์ส่วนตัวด้วยความรักกับพระองค์ คริสตชนจึงมีหน้าที่ขจัดอุปสรรคและเปิดทางให้ผู้อื่นมีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับพระองค์ และไม่ดับแสงแห่งความมีเสน่ห์ของพระคริสตเจ้า  


2.    ประชาชนมากมายที่มาพบพระเยซูเจ้าคงอยู่ในสภาพจิตใจที่ไม่มีความสุขและผิดหวัง เขาจึงแสวงหาและรอคอยบางสิ่งบางอย่าง แม้อาจจะไม่รู้อย่างชัดเจนว่าสิ่งนั้นคืออะไร อะไรทำให้เขาไม่สบายใจและผิดหวัง อะไรคือความปรารถนาและการรอคอยของเขา พระเยซูเจ้าไม่ทรงดูหมิ่นหรือไม่สนพระทัยคนเหล่านี้ ตรงกันข้ามพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ ทรงทราบว่าประชาชนรอคอยสิ่งใดและทรงตอบสนองความต้องการของเขา สำหรับเรา อะไรทำให้ไม่มีความสุขและผิดหวัง

3.    นักบุญมาระโกบรรยายภาพใหญ่ ๆ 2 ภาพคือ ภาพประชาชนตั้งใจฟังพระวาจาและนั่งห้อมล้อมพระเยซูเจ้า และภาพประชาชนห้อมล้อมพระองค์และนั่งรับประทานอาหารในงานเลี้ยง พระเยซูเจ้าจึงทรงเป็นทั้งผู้เลี้ยงแกะและศูนย์กลางทรงอำนาจของความสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว

        1)    พระเยซูเจ้าพอพระทัยสั่งสอนประชาชนเพื่อทรงสร้างและรักษาชุมนุมให้อยู่ร่วมกัน เป็นภาพของผู้เลี้ยงที่นำพาแกะของตนและชี้หนทางถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางตาบอดและหน้าผา ปราศจากผู้นำ เราทุกคนคงปฏิบัติตามแรงผลักดันของความเห็นแก่ตัว ไม่ยอมร่วมมือกับผู้อื่น ไม่มีความเห็นอกเห็นใจกัน มีแต่การชิงดีชิงเด่นและการต่อต้านซึ่งกันและกัน คำสอนของพระเยซูเจ้าช่วยเราให้เข้าใจพระเจ้าอย่างถูกต้อง รวมทั้งความหมายแท้ของชีวิตมนุษย์เพื่อเราจะรู้จักปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต คำสอนของพระเยซูเจ้าเป็นของประทานยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงมอบแก่เรา  

         2)    พระเยซูเจ้ายังทรงเอาพระทัยใส่ความต้องการที่จำเป็นสำหรับชีวิตของประชาชนอีกด้วย เป็นภาพของผู้เลี้ยงที่นำแกะของตนไปยังสายน้ำและทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม งานเลี้ยงที่พระองค์ทรงจัดไว้ไม่หมายความว่า ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปพระองค์จะทรงตอบสนองความต้องการที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงให้ประชาชนกลับไปบ้าน เขาจะต้องทำงานและจัดหาสิ่งที่จำเป็นด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม อัศจรรย์การทวีขนมปังเป็นเครื่องหมายแสดงถึงชุมชนยิ่งใหญ่ที่มีความยินดีและสงบสุข เพราะมีพระเยซูเจ้าทรงเป็นศูนย์กลาง พระองค์ทรงพระประสงค์ที่จะมีความสนิทสัมพันธ์กับทุกคนและที่จะรวบรวมเขาทั้งหลายให้เป็นชุมชนแท้จริง ซึ่งยังเป็นเครื่องหมายล่วงหน้าของชุมชนที่ร่วมถวายบูชาขอบพระคุณและของชุมชนนิรันดรร่วมกับพระเยซูเจ้าและพระเจ้า

4.    ความคิดของพระเยซูเจ้าแตกต่างกันมากจากความคิดของบรรดาศิษย์ เขาพูดถึงการซื้ออาหาร ถ้าไม่มีเงินก็จะจัดหาอาหารเลี้ยงประชาชนจำนวนมากเช่นนี้ไม่ได้ ประชาชนแต่ละคนจึงต้องไปจัดการด้วยตนเอง แต่สำหรับพระเยซูเจ้าประเด็นไม่ใช่เรื่องการซื้ออาหาร เป็นความหิวโหยของประชาชน พระองค์ทรงเน้นความรับผิดชอบของผู้ที่มีบางอย่างให้แบ่งปันแก่ผู้ที่ไม่มีอะไรเลย การรู้จักแบ่งปันสิ่งที่เรามีจะเป็นโอกาสทวีศักยภาพ ทุกคนจะได้มีอาหารกินจนอิ่ม ถ้าเราพยายามช่วยผู้อื่นให้มีอาหารกินจนอิ่ม ทุกคนก็จะได้มีอาหารกินจนอิ่มด้วย พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มการกระทำ แต่ยังทรงใช้บรรดาศิษย์ให้ร่วมมือกับพระองค์ด้วย อากัปกิริยาของพระเยซูเจ้าชวนเราให้คิดว่า พระองค์ทรงเป็นอาหารแท้ที่บิออกเพื่อเลี้ยงมนุษย์ทุกคน

5.    เราก็เช่นเดียวกับบรรดาศิษย์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภารกิจยากลำบากหรือภารกิจที่เรียกร้องการเสียสละมากมาย เราจะพึ่งเพียงพละกำลังของตน จะพึ่งสิ่งที่เรามีอยู่ สิ่งที่จะซื้อได้ หรือจะไว้วางใจพระเจ้าโดยเปิดใจรับวิธีคิดที่แตกต่างจากความคิดของตน  ถ้าเรายอมมอบสิ่งเล็กน้อยที่มีแด่พระเยซูเจ้า สิ่งนั้นก็เพียงพอสำหรับพระองค์เพื่อจะทรงทำอัศจรรย์ได้