Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“พระองค์ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพบและทรงเริ่มส่งเขา”

26. พระเยซูเจ้าทรงส่งอัครสาวกสิบสองคน ( 4 )
b. ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
            1. พระเยซูเจ้าไม่ทรงเทศนาสั่งสอนความจริงทั่วไปที่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยอาจค้นพบและรับรองโดยการไตร่ตรองด้วยตนเอง แต่ทรงเปิดเผยข่าวดีของพระเจ้าและพระองค์เองทรงเป็นข่าวดีนี้พระองค์จึงทรงมอบความจริงที่ทรงเปิดเผยให้แก่บรรดาอัครสาวกผู้รับหน้าที่ประกาศข่าวดีต่อไป การเปิดเผยของพระเยซูเจ้าจึงมาถึงมนุษย์ทุกคนทุกสมัยโดยอาศัยธรรมประเพณีที่สืบเนื่องจากบรรดาอัครสาวก ไม่มีผู้ใดโดยลำพังตนเองจะค้นพบความจริงที่พระเจ้าทรงเปิดเผยได้ แต่ทุกคนต้องเปิดใจรับความจริงด้วยความกตัญญูและความถ่อมตนเสียก่อน แล้วจึงจะนำไปไตร่ตรองรำพึงภาวนาเพื่อจะเป็นความจริงภายในจิตใจของตนมากยิ่งขึ้นเสมอ



        2. คริสตชนสมัยนี้มีกิจกรรมมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนจักรและสังคม แต่อาจจะลืมไปว่าอะไรเป็นหน้าที่แรกและความช่วยเหลือเฉพาะที่คริสตชนต้องให้ผู้อื่นในการดำเนินชีวิตปัจจุบันผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงส่งไปเพื่อประกาศข่าวดีจะลืมเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเขาถูกส่งให้ไปมือเปล่า ไม่มีเครื่องมืออื่นใดนอกจากการอบรม ข่าวดีและอำนาจที่ได้รับจากพระเยซูเจ้า

        3. การประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้าต้องปฏิบัติโดยพยานสองคนหรือบุคคลสองคนด้วยกัน เป็นหน้าที่ของพระศาสนจักรที่จะต้องใช้วีธีการสื่อสารทุกระดับเพื่อเป็นพยานถึงคำเปิดเผยที่ได้รับจากพระเยซูเจ้าผู้ประกาศข่าวดีของพระองค์ไม่เผยแผ่ความคิดของตน แต่ต้องเป็นพยานยืนยันความจริงของพระศาสนจักร เขาไม่เป็นประกาศกที่แยกตัวจากผู้อื่นและมีอำนาจในตนเองโดยไม่ขึ้นกับผู้ใด

        4. นักบุญมาระโกเน้นว่าทั้งพระเยซูเจ้าพร้อมกับบรรดาอัครสาวกทรงขับไล่ปีศาจ ทรงบันดาลให้มนุษย์เป็นอิสระพ้นจากพลังชั่วร้ายที่ครอบงำเขาจนกระทั่งทำความดีที่ตนปรารถนาไม่ได้ ในสมัยของเรา พลังชั่วร้ายนี้อาจจะไม่แสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยเหมือนในกรณีที่มนุษย์ถูกปีศาจสิงแต่ยังมีวิธีอื่นอีกมากมายที่พลังชั่วร้ายแฝงอยู่ในชีวิตมนุษย์ เป็นหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้าที่จะชี้ให้ทุกคนเห็นและช่วยเขาให้พ้นจากอำนาจชั่วร้ายเหล่านี้

         5. พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องให้ผู้ประกาศข่าวดีต้องดำเนินชีวิตเรียบง่ายและถ่อมตน เพื่อจะได้เป็นอิสระพ้นจากความทะเยอทะยานและความตระหนี่เขาจะต้องอุทิศตนอย่างเต็มเปี่ยมที่จะปฏิบัติภารกิจและเป็นพยานที่น่าเชื่อถือ ความยากจนและการให้เปล่าโดยไม่หวังผลตอบแทนยังเป็นเงื่อนไขสำหรับเราเพื่อรู้จักรักและแบ่งปันสิ่งที่มีกับผู้อื่น การประกาศข่าวดีจะเกิดผล ถ้าเราปฏิบัติตามพระบัญชานี้ของพระเยซูเจ้า โดยเชิญชวนผู้อื่นให้ยอมรับข่าวดีด้วยใจอิสระ ไม่ใช่ด้วยวิธีการบังคับ

         6. พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องให้บรรดาอัครสาวกสลัดฝุ่นจากเท้าของตน เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมรับข่าวดีเพื่อเป็นเครื่องหมายเตือนใจผู้ต่อต้านข่าวดีเราไม่ต้องปฏิบัติเช่นนี้ตามตัวอักษรเพราะวัฒนธรรมและสถานการณ์แตกต่างกัน แต่คริสตชนได้รับเรียกให้มีความกล้าหาญที่จะยืนยันความเชื่อของตนโดยไม่อายผู้อื่น มีความมั่นใจในความจริงที่ประกาศ ไม่กลัวผู้ใดที่อาจคุกคามเรา มีความยินดีและความภาคภูมิใจในคุณค่าและความสำคัญของความเชื่อ เพราะข่าวดีที่เราประกาศเป็นความจริงที่มาจากพระเจ้า และเราต้องถ่ายทอดความจริงทั้งหมดให้แก่ผู้อื่น ไม่ควรคิดว่าผู้ฟังยังไม่พร้อมที่จะรับความจริงทั้งหมด เราจึงประกาศเพียงส่วนที่เขาจะรับได้โดยง่าย ผู้ประกาศข่าวดีไม่ควรพูดกับผู้ใดว่า "ข้าพเจ้าควรแบ่งปันเรื่องไม้กางเขนของพระคริสตเจ้าให้ท่านรู้ แต่เห็นว่าเรื่องนี้ทำให้ท่านกลัว ข้าพเจ้าจึงยังไม่พูดเวลานี้ จะพูดในอนาคต"