Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เจ้าปีศาจ จงออกจากชายผู้นี้”

23. ชาวเกราซาที่ถูกปีศาจสิง ( มก 5:1-20 )
         5 1 พระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์ข้ามทะเลสาบมาถึงดินแดนของชาวเกราซา 2ครั้นพระองค์เสด็จขึ้นจากเรือ ชายคนหนึ่งซึ่งถูกปีศาจสิงออกมาจากบริเวณหลุมศพ เข้ามาเฝ้าพระองค์ทันที 3ชายคนนี้อาศัยอยู่ตามหลุมศพ ไม่มีใครล่ามเขาไว้ได้ แม้จะใช้โซ่ล่ามก็ตาม 4มีผู้ใช้โซ่ตรวนล่ามเขาหลายครั้ง เขาก็หักโซ่ตรวน ไม่มีใครทำให้เขาสยบได้ 5เขาอยู่ตามหลุมศพและตามภูเขาตลอดวันตลอดคืน ส่งเสียงร้องเอ็ดอึงและใช้หินทุบตีตนเอง 6เมื่อเห็นพระเยซูเจ้าแต่ไกล เขาก็วิ่งเข้ามากราบเฉพาะพระพักตร์ 7ร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่พระเยซูบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด ท่านมายุ่งเกี่ยวกับข้าพเจ้าทำไม ข้าพเจ้าวอนขอท่านในพระนามของพระเจ้า อย่าทรมานข้าพเจ้าเลย”

8ทั้งนี้เพราะพระเยซูเจ้าตรัสสั่งปีศาจว่า “เจ้าปีศาจ จงออกจากชายผู้นี้” 9แล้วพระองค์ทรงถามว่า “เจ้าชื่ออะไร” มันตอบว่า “ชื่อกองพล เพราะเราอยู่กันจำนวนมาก” 10และมันพร่ำวอนพระองค์มิให้ขับไล่มันออกจากบริเวณนั้น 11หมูฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่บนเนินเขาที่นั่น 12พวกปีศาจจึงอ้อนวอนพระองค์ว่า “ขอได้โปรดส่งพวกเราเข้าไปในหมูฝูงนั้นเถิด” 13พระองค์ก็ทรงอนุญาต พวกปีศาจจึงออกไปสิงอยู่ในร่างหมู หมูฝูงนั้นซึ่งมีประมาณสองพันตัวก็พากันวิ่งกระโจนจากหน้าผาลงไปในทะเลสาบ และจมน้ำตายทั้งหมด 14คนเลี้ยงหมูต่างวิ่งหนีไปเล่าเรื่องนี้ตามเมืองและตามชนบท ประชาชนออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 15เมื่อเขาเข้ามาใกล้พระเยซูเจ้า ก็แลเห็นคนที่เคยถูกปีศาจกองพลสิงนั่งอยู่ สวมเสื้อผ้า มีสติดี พวกเขาต่างมีความกลัว 16ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกปีศาจสิงและเล่าเรื่องหมูให้ฟัง 17ประชาชนจึงขอร้องพระเยซูเจ้าให้เสด็จออกไปจากเขตแดนของเขา 18เมื่อพระองค์เสด็จลงเรือ ผู้ที่เคยถูกปีศาจสิงขออนุญาตตามเสด็จด้วย 19แต่พระองค์ไม่ทรงอนุญาต ตรัสว่า “จงกลับบ้าน ไปหาญาติพี่น้องของท่าน เล่าให้เขาฟังถึงเหตุการณ์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำและแสดงพระเมตตาต่อท่าน” 20ชายนั้นจากไป เริ่มประกาศในแคว้นทศบุรีถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำต่อตน ทุกคนที่ได้ฟังต่างประหลาดใจ”

a) อธิบายความหมาย
หลังจากนักบุญมาระโกเล่าเรื่องพระเยซูเจ้าทรงบังคับให้พายุสงบ (4:35-41)  เขาก็เล่าเรื่องพระองค์ทรงรักษาชาวเกราซาที่ถูกปีศาจสิง ซึ่งเป็นอัศจรรย์ประการที่สองในจำนวนสี่ประการที่เขาได้รวบรวมไว้ในข้อความ 4:35-5:43นักบุญมาระโกเล่าเรื่องนี้อย่างละเอียดมาก เพราะต้องการแสดงว่าพระเยซูเจ้าไม่ทรงมีอำนาจเพียงเหนือพลังธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้นยังทรงมีอำนาจเหนือกองพลปีศาจอีกด้วย

-พระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์ข้ามทะเลสาบมาถึงดินแดนของชาวเกราซา ดินแดนนี้ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของทะเลสาบกาลิลีตรงกันข้ามกับเมืองคาเปอรนาอุม แต่ยากที่จะรู้แน่ชัดว่า "ดินแดนของชาวเกราซา"อยู่บริเวณใดเพราะเมืองเกราซาอยู่ห่างจากทะเลสาบกาลิลีทางทิศตะวันออกฉียงใต้ราว 60 กิโลเมตร สำเนาโบราณบางฉบับได้ปรับปรุงแก้ไขชื่อเมืองนี้เป็น “กาดารา” ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทะเลสาบกาลิลี12 กิโลเมตร แต่เมืองทั้งสองนี้อยู่ห่างเกินไปจากฉากของเรื่องที่นักบุญมาระโกเล่า ปิตาจารย์ออริเจนเคยเสนอว่า นักบุญมาระโกหมายถึงเมือง “เกอเกซา”ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกตรงกันข้ามกับเมืองมักดาลาอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าชื่อของดินแดนนี้จะเป็นอะไรก็อยู่ในเขตดินแดนของคนต่างศาสนา และเป็นครั้งแรกที่พระเยซูเจ้าเสด็จไปนอกเขตดินแดนของชาวยิว

-ครั้นพระองค์เสด็จขึ้นจากเรือ แม้พระเยซูเจ้าเสด็จมาพร้อมกับบรรดาศิษย์ แต่นักบุญมาระโกจะพูดถึงเขาอีกต่อไปในเรื่องนี้ เพราะต้องการเน้นการเผชิญหน้าระหว่างพระเยซูเจ้ากับปีศาจหรือกองพลปีศาจ

-ชายคนหนึ่งซึ่งถูกปีศาจสิงออกมาจากบริเวณหลุมศพ เข้ามาเฝ้าพระองค์ทันที นักบุญมาระโกเคยเล่าหลายครั้งแล้วว่าพระเยซูเจ้าทรงขับไล่ปีศาจ (เทียบ 1:21-28, 32-34, 39; 3:11,12, 22) แต่บัดนี้เขาบรรยายเหตุการณ์อย่างละเอียดมากกว่าที่เคยทำมาก่อน

- ชายคนนี้อาศัยอยู่ตามหลุมศพ ไม่มีใครล่ามเขาไว้ได้ คนถูกปีศาจสิงไม่มีบ้าน แต่อาศัยอยู่ตามหลุมศพ ไม่ว่าหลุมฝังศพจะเป็นหินหรืออยู่ในถ้ำตามธรรมชาติแถบบริเวณนั้น ธรรมประเพณีของชายิวถือว่าหลุมฝังศพเป็นสถานที่มีมลทิน จึงเป็นที่อาศัยเหมาะสมสำหรับผู้ถูกปีศาจสิง

-แม้จะใช้โซ่ล่ามก็ตาม มีผู้ใช้โซ่ตรวนล่ามเขาหลายครั้ง เขาก็หักโซ่ตรวน ไม่มีใครทำให้เขาสยบได้ แม้ผู้ถูกปีศาจสิงอยู่ตามหลุมฝังศพ เขายังไม่ตายและเป็นอันตรายแก่ทุกคนที่ผ่านทางนั้นแม้คนในเมืองพยายามใช้โซ่ตรวนล่ามเขาเพื่อป้องกันตนเองแต่ก็ไม่ได้ผล ผู้อ่านเรื่องนี้คงจะตั้งคำถามที่ว่า แล้วพระเยซูเจ้าจะทรงบังคับเขาได้หรือไม่

- เขาอยู่ตามหลุมศพและตามภูเขาตลอดวันตลอดคืน ส่งเสียงร้องเอ็ดอึงและใช้หินทุบตีตนเอง นักบุญมาระโกยังเสริมรายละเอียดอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับผู้ถูกปีศาจสิงคือ เขาเป็นอันตรายสำหรับทุกคนไม่เพียงเพราะมีพลังบ้าบิ่นเท่านั้น แต่ยังมีพลังของปีศาจทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่นอย่างไม่หยุดหย่อน เป็นคนเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ส่งเสียงเอะอะดังน่ากลัว

- เมื่อเห็นพระเยซูเจ้าแต่ไกล เขาก็วิ่งเข้ามากราบเฉพาะพระพักตร์ พฤติกรรมของผู้ถูกปีศาจสิงคนนี้ที่มากราบเฉพาะ
พระพักตร์พระเยซูเจ้าก็เป็นพฤติกรรมของผู้ถูกปีศาจสิงทุกคนที่นักบุญมาระโกกล่าวถึง(เทียบ 1:23; 3:11; 9:20)บรรดาปีศาจเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นศัตรูกับตน อย่างไรก็ตาม มันจะหลีกหนีพระเยซูเจ้าและหลุดพ้นจากอำนาจของพระองค์ก็ไม่ได้

- ร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่พระเยซูบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด บรรดาศิษย์มักจะเรียกพระเยซูเจ้าว่า พระอาจารย์ แต่บรรดาปีศาจมีความรู้และความเข้าใจถึงพระองค์อย่างลึกซึ้งว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใดผู้ถูกปีศาจสิงประกาศยืนยันเสมอว่า พระเยซูเจ้าเป็นพระบุตรของพระเจ้า(เทียบ 1:23; 3:11)แต่ในที่นี้นักบุญมาระโกยังเสริมว่า "ผู้สูงสุด" ตามพระคัมภีร์บันทึกธรรมเนียมของคนต่างศาสนาที่เรียกขานพระเจ้าโดยใช้พระนามดังกล่าว(เทียบ ปฐก 14:18ฯ; อสย 14:14; ดนล 3:26; กจ 16:17)อย่างไรก็ตามแม้ปีศาจเรียกพระเยซูเจ้าว่า "บุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด"มันคงไม่คิดว่าพระองค์เป็นพระเจ้า แต่หมายเพียงว่า "ผู้ที่พระเจ้าโปรดปรานเป็นพิเศษ" เพราะในข้อต่อไปมันจะวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเดชะพระนามของพระเยซูเจ้า