Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ทุกสิ่งแสดงออกเป็นเพียงอุปมา”

17.  เหตุผลที่พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมา ( 2 )
            - เขาจะมองแล้วมองเล่าแต่ไม่เห็นฟังแล้วฟังเล่าแต่ไม่เข้าใจมิฉะนั้นแล้วเขาคงได้กลับใจและพระเจ้าคงจะทรงให้อภัยเขา"ประโยคนี้ฟังแล้วดูเหมือนว่าพระเยซูเจ้าทรงพระประสงค์ให้ประชาชนไม่เข้าใจคำสั่งสอนของพระองค์ จึงใช้ภาษาที่เข้าใจยาก ภาษาที่เป็นปริศนา แต่ถ้าเราเข้าใจเช่นนี้ก็ขัดแย้งกับพระวรสารทั้งหมดที่เน้นเสมอว่าพระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยความจริงให้มนุษย์รู้ ทรงปรารถนาให้มนุษย์กลับใจ ดังนั้นเราจึงต้องจดจำไว้ว่า วาจานี้เป็นการอ้างข้อความจากพระคัมภีร์ข้อความจากการเทศน์สอนของประกาศกอิสยาห์ไม่มีความหมายว่าพระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้ฟังไม่กลับใจ แต่เพียงว่าพระองค์ทรงทราบล่วงหน้าว่าผู้ฟังจะไม่สนใจฟังคำเทศน์สอนของประกาศกและจะไม่กลับใจ จึงเห็นได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้าด้วย การที่มนุษย์ไม่ยอมเข้าใจพระวาจาแสดงว่าเขามีใจดื้อรั้น เขาจงใจที่จะไม่ฟังพระวาจาประชาชนไม่ยอมรับคำเทศน์ของประกาศกอิสยาห์ฉันใดเขาก็ไม่ยอมรับสั่งสอนของพระเยซูเจ้าฉันนั้น

             การที่พระเยซูเจ้าทรงอ้างข้อความจากประกาศกอิสยาห์มีความหมายเหมือนกับพระองค์ตรัสว่า "ท่านทั้งหลายจำถ้อยคำของประกาศกอิสยาห์ได้ไหม เมื่อเขาประกาศพระวาจาของพระเจ้า ประชาชนก็ดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อฟัง เหมือนกับว่าพระเจ้าทรงปิดแทนที่จะเปิดจิตใจของเขา เหตุการณ์เช่นนี้ยังเกิดขึ้นในทุกวันนี้" น่าสังเกตว่าพระเยซูเจ้าไม่ตรัสด้วยความกริ้ว ตรงกันข้ามพระองค์ยังทรงสั่งสอนประชาชนต่อไปอยู่เสมอ ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นศัตรูคอยจับผิดพระองค์เพราะทรงพระประสงค์ให้ทุกคนกลับใจอย่างแท้จริง

a) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
           1. ในข้อความนี้เราพบบุคคลสองกลุ่มคือผู้ที่อยู่ข้างนอกและผู้ที่อยู่รอบ ๆ พระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับครั้งที่พระประยูรญาติของพระเยซูเจ้าไปพบพระองค์และรออยู่ข้างนอกขณะที่ประชาชนที่อยู่ในบ้านตั้งใจฟังพระองค์เราอาจจะอยู่ในสภาพเดียวกัน แม้ญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้ชิดพระเยซูเจ้าอาจจะไม่เข้าใจพระองค์ทันที สาเหตุไม่ใช่เพราะพระคริสตเจ้าทรงเลือกบางคนและไม่สนใจอีกกลุ่มหนึ่ง หรือเพราะพระองค์ทรงต้องการลงโทษบางคนจึงไม่ทรงสำแดงคำสอนอย่างชัดเจน แต่ขึ้นอยู่กับเรา เราที่ไม่มีท่าทีถูกต้อง ไม่มีใจถ่อมตนที่ยอมรับและยอมไว้ใจในพระองค์ ดังนั้นเราควรตัดสินใจที่จะเป็นผู้ปรารถนาจะอยู่กับพระองค์ และถ้าเราอยู่ห่างไกลจากพระองค์ ให้กลับมาอยู่ข้างในไม่ใช่เป็นผู้ที่อยู่ข้างนอก

           2. บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าไม่มีสิทธิพิเศษ ราวกับว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ติดกับตัว เขาไม่ต้องลำบากที่จะพยายามเข้าใจความหมายชีวิตของตน ความสัมพันธ์กับพระเจ้า พระประสงค์ของพระเจ้าเหมือนกับว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะสูญเสียความเชื่อแล้ว ตรงกันข้ามเขายังต้องทูลถามพระองค์อยู่เสมอโดยเฉพาะเราก็เช่นกัน เมื่อไม่เข้าใจความหมายชีวิตของตนเราต้องถ่อมตนและวอนขอให้พระองค์ทรงชี้แจงให้รู้ เราจะเห็นสิ่งที่เรามองและเข้าใจสิ่งที่เราฟังก็ต่อเมื่อเรามีจิตใจอิสระที่รู้จักฟังผู้อื่น ยอมรับความคิดของผู้อื่น เงื่อนไขเพื่อจะเห็นและเข้าใจก็คือต้องกลับใจ ต้องให้ใจของเราหันไปยังพระเยซูเจ้า

           3. เราจึงทูลขอจิตใจที่รู้จักแสวงหาพระเจ้าด้วยความกระตือรือร้นต่อการเชิญชวนของพระเจ้า เราไม่ควรเป็นคนเฉย ๆ แบบนักวิชาการที่วิเคราะห์พระวาจาตามวัตถุวิสัยโดยไม่มีความรู้สึกผูกพัน แต่เราต้องมีใจที่ขอพระพรที่พระเจ้าประทานให้เปล่าคือการอยู่ชิดสนิทกับพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงเชิญชวนเราให้มาอยู่เช่นนี้ เราจึงไม่ควรเป็นคนเฉย ๆ ไม่ตัดสินใจสักที พระวาจาของพระเยซูเจ้าทำให้เรารับความรอดพ้นได้ แต่ถ้าเราไม่ยินยอมพระวาจานั้นจะกลายเป็นการตัดสินลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ยอมรับ

          4. ชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนถึงตายเปรียบเสมือนอุปมา คือเป็นปริศนาที่ต้องแสวงหาความหมายอยู่เสมอ และพระวาจาจะช่วยเราให้ยอมรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต